"โอ้ย…อิ่มสุดๆ” ยัยหมวยนั่งลูบท้องที่กำลังป๋อง เพราะยัดอาหารที่ซื้อมาเข้าไปจนเกือบหมด ทำให้ทั้งฉันและพี่มาวินก็มีสภาพไม่ต่างกัน
“แบบนี้มันก็เกินไปจริงๆ เล่นกินของบนโต๊ะจนไม่เหลือขนาดนี้ ท้องฉันจะแตกไหมเนี่ย“ ฉันบ่นอิดออด เพราะรู้สึกแน่นท้องมากเหมือนท้องจะะเิยังไงอย่างงั้น
“พวกเธอสองคนดูสภาพพี่สะก่อน หมดกันกล้ามหน้าท้องของพี่ กลายเป็พุงย้อยๆ สะแล้ว” พี่มาวินพูดพรางเปิดหน้าท้องแบนราบของเขาให้พวกเราดู ฉันที่พึ่งเคยเห็นหน้าท้องของพี่มาวินครั้งแรกก็แอบใอยู่ไม่น้อย พี่มาวินมีพุงที่ไหนกันละ นั้นมันกล้ามเนื้อของคนที่ออกกำลังกายมาอย่างดีมากต่างหาก
"พี่มาวิน นั้นมันเรียกพุงที่ไหนกันค่ะ กล้ามเป็มัดๆ สะขนาดนั้น ฮ่าๆ” ฉันหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทำให้ทุกคนต่างพากันหันมามองที่ฉันอย่างดีใจ
“ยิ้มได้แล้วสินะ” พี่มาวินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ใช่ๆ โล่งอกไปทีนะ มาๆขอฉันกอดหน่อย” ยัยหมวยลุกจากเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเดินเข้ามาสวมกอดฉันอย่างอ่อนโยน ฉันยิ้มให้กับทั้งสองคนรู้สึกซึ้งใจที่ทั้งสองคนห่วงใยฉันมากขนาดนี้
“ฉันคงทำให้เป็ห่วงมากเลยใช่ไหม”
“เธอเข้มแข็งได้เร็วขนาดนี้พี่ก็ดีใจนะ” พี่มาวินเอ่ย
“แล้วจากนี้แกจะเอายังไงต่อ” ยัยหมวยถามขึ้นหลังจากที่เธอเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตามเดิม
“หลังจากนี้ฉันคงต้องรบกวนแกให้ช่วยฉันเื่คดีฟ้องหย่า กลับไปฉันจะยื่นขอหย่ากวินทันที”
“ดี ฉันจะช่วยแกจัดการเื่นี้เอง”
“พี่จะให้ทนายส่วนตัวของพี่เขามาช่วยอ้อฟ้องหย่านะ พี่มีทนายเก่งๆ ที่เชื่อถือได้ ส่วนค่าใช้จ่ายพี่จะจัดการให้เอง”
“ไม่ดีกว่าค่ะพี่มาวิน”
“อย่าปฏิเสธพี่เลย พี่ยินดี”
“ใช่ ให้พี่ใหญ่ของฉันช่วยแกเถอะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก ยังไงเราก็คนกันเอง” ยัยหมวยรีบพูดเสริม
“งั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่มาวิน”
“ยินดีครับ”
ณ บ้านตระกูลธรรมวงค์
“นี้มันอะไรกัน หนังสือฟ้องหย่า!” คุณหญิงรัตนายืนถือเอกสารการฟ้องหย่าอย่างโกรธจัด
“นังกาฝากนั้นกล้าดียังไงมาฟ้องหย่าลูกชายของฉัน”
“ใจเย็นๆ ก่อนนะคะคุณแม่” เอเซียเดินเข้ามาปลอบคุณหญิงรัตนาที่กำลังโกรธจัด ก่อนจะพยุงเธอให้ไปนั่งที่โซฟาใกล้ๆ อย่างเอาอกเอาใจ
“ยังไงแม่ก็ไม่ยอมยกทรัพย์สินของเราให้นังนั้นหรอกนะกวิน! เื่นี้แกจะต้องจัดการให้ดี” คุณหญิงรัตนาหันไปพูดกับกวินที่กำลังนั่งกุมขมับอยู่ที่โซฟข้างๆ อย่างเดือดดาล
“แล้วจะให้ผมทำยังไงละครับแม่ ผมทำผิดต่ออ้อจริงๆ”
“แต่มันก็ไม่มีสิทธิ์อะไรในทรัพย์สินของบ้านเราทั้งนั้น เดิมทีมันก็มาแต่ตัว จะหย่าก็ให้มันหย่าออกไปแต่ตัวสิ!”
“จริงของคุณแม่นะคะกวิน” เอเซียรีบพูดเสริม
“ถ้าเื่นี้กวินจัดการไม่ได้ ถ้างั้นเอเซียจะออกหน้าสู้คดีให้เองค่ะ”
“แค่นี้ก็เป็ปัญหามากพอแล้ว เธอจะทำให้มันกลายเป็ข่าวใหญ่โตหรือไงหะ!”
“แกจะตะคอกหนูเอเซียทำไมเนี่ยกวิน น้องเขาหวังดีนะ”
“แม่เลิกเข้าข้างเถอะครับ แค่นี้ผมก็ประสาทเสียจะแย่แล้ว เื่นี้เอาเป็ว่าผมจะจัดการเอง ทั้งแม่และเอเซียอยู่เฉยๆก็พอ” พูดจบกวินก็เดินหนีไปในทันที คุณหญิงรัตนาได้แต่อ้าปากค้างไม่กล้าพูดอะไรต่อ เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้กวินจะอารมณ์ไม่ดีมากจริงๆ
“คุณแม่ค่ะ เราจะปล่อยให้พี่กวินจัดการจริงๆ เหรอค่ะ แล้วถ้าพี่กวินไม่ยอมหย่าละ”
“หนูเอเซียไม่ต้องห่วงนะ ยังไงแม่ก็จะให้กวินหย่ากับนังนั้นอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าแม่จะไม่ยอมยกทรัพย์สินให้มันเพื่อแลกกับการหย่าในครั้งนี้อย่างแน่นอน”
“ค่ะคุณแม่ หนูเชื่อคุณแม่ค่ะ” คุณหญิงรัตนาดึงเอเซียเข้ามากอดปลอบอย่างอ่อนโยน แต่ในใจของเอเซียนั้นกลับรู้สึกไม่ว่างใจลงง่าย เธอจะต้องคิดหาทางให้ต้นอ้อยอมหย่ากับกวินแต่โดยดี
หลายวันต่อมา
หลังจากกลับจากภูเก็ต ฉันก็ให้คนไปย้ายข้าวของส่วนตัวของฉันที่บ้านของกวินออกมา ส่วนตัวฉันก็มาเช่าคอนโดที่อยู่ใกล้กับที่ทำงาน ทันทีที่กลับมาถึงที่พัก
พี่มาวินก็โทรมาบอกกับฉันว่าได้ส่งเอกสารฟ้องหย่าไปให้กับทางกวินแล้ว แต่นี้ก็ผ่านมาหลายวันแล้วทางนั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมหย่า คงเพราะไม่อยากจะเสียค่าชดเชยในการหย่าให้กับฉัน
วันนี้ฉันก็เลยลางานกะว่าจะขอพักอยู่ที่ห้องสัก 2-3 วัน ่นี้รู้สึกว่าพลังงานชีวิตใกล้จะหมดยังไงก็ไม่รู้ พอกลับจากภูเก็ตก็ต้องรีบกลับไปเคลียงานที่ร้าน ไหนจะเื่หย่าอีก อะไรหลายๆ อย่างประเดประดังเข้ามาพร้อมกันไม่หยุด
อ๊อดๆ
ระหว่างที่ฉันกำลังนั้งสังกะตายอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขกจู่ๆ ก็มีเสียงอ๊อดหน้าประตูดังขึ้น ใครมาหาฉันแต่เช้าเนี่ย ฉันยังไม่อาบน้ำสะด้วยสิ ไม่พร้อมรับแขกเลยจริงๆ ฉันเดินโซเซไปที่หน้าประตูอย่างอ่อนแรง ก่อนจะเปิดประตูห้องในทันที โดยที่ไม่ได้ดูก่อนว่าใครที่มายืนกดอ๊อดเรียกอยู่หน้าห้อง
“อ้อ ในที่สุดคุณก็ยอมเจอผมแล้ว” ฉันเบิกตากว้างด้วยความใก่อนจะรีบปิดประตู แต่ไม่ทันอีกฝ่ายเอามืออันแข็งแรงของเขามาผลักประตูออกสะก่อน
“ออกไปเดี่ยวนี้ฉันไม่ต้อนรับคุณ กวิน!!”
“อ้อ ผมรู้ว่าผมผิด ผมขอโทษ แต่คุณให้โอกาสผมอีกสักครั้งนะ” ฉันพยายามเดินหนีเขาแต่ก็ถูกเขาคว้าข้อมือของฉันเอาไว้ได้ หลายวันมานี้กวินพยายามติดต่อหาฉันอยู่หลายครั้งแต่ฉันไม่รับและก็บล็อกเบอร์ของเขาไป
แต่เขาก็ยังไม่หยุดตามตื้อ ยังพยายามไปดักรอเจอฉันที่ร้านแทบทุกวัน แต่ฉันสั่งให้เด็กๆ ในร้านคอยกันไม่ให้เขามาเจอฉัน จนเมื่อ 2 วันก่อนฉันเห็นว่าเขาไม่ได้มาหาฉันแล้ว ฉันก็คิดว่าเขายอมแพ้ไปแล้วสะอีก แล้วไหง่เขาหาที่พักของฉันเจอได้ละเนี่ย
“ปล่อยฉันนะ ฉันไม่อยากกลับไปอยู่กับคุณอีกแล้ว ปล่อย!”
“ผมขอร้องละอ้อ อย่าฟ้องหย่าผมได้ไหม ให้โอกาสผมนะ” กวินพยยามจะเข้ามากอดฉันเอาไว้ แต่ฉันก็พยายามขัดขืนเขาเต็มที่ แต่ด้วยแรงของเขามีมากกว่าทำให้ฉันตกมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาได้อยู่ดี
“มันจบแล้วกวิน พอสักทีเถอะ ฉันเคยให้โอกาสคุณไปแล้ว แต่คุณทำทุกอย่างพังเอง”
“ผมไม่อยากหย่ากับคุณนะอ้อ คุณถอนฟ้องเถอะ ยังไงคุณก็สู้แม่ของผมไม่ได้หรอก”
“ที่คุณคิดว่าฉันสู้แม่ของคุณไม่ได้ ก็เพราะคุณรู้อยู่แล้วว่าแม่ของคุณคงจะไม่ยอมยกทรัพย์สินครึ่งนึงของคุณให้กับฉันง่ายๆ ใช่ไหม งั้นก็ได้ฉันจะไปบอกกับแม่ของคุณเองว่าฉันจะยกเลิกเงื่อนไขการหย่าใหม่ ฉันจะไม่เรียกร้องค่าชดเชยอะไรใดๆ ทั้งนั้น ขอแค่คุณยอมหย่ากับฉันก็พอ!!” เดิมทีฉันก็ไม่้าอะไรจากบ้านของเขาอยู่แล้ว ขอแค่ฉันได้รับอิสระและหลุดพ้นจากพวกเขา ฉันก็พอใจแล้ว ฉันรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักกวินออกอย่างแรงเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมของเขาและมันก็สำเร็จ
“ไม่นะอ้อ คุณอย่าทำแบบนี้”
“คุณออกไปจากห้องฉันเดี่ยวนี้ ไม่อย่างงั้นฉันจะเรียก รปภ. ให้มาพาคุณออกไป”
“อ้อคุณใจร้ายมาก เห็นแก่ความรักตลอดหลายปีของเรา คุณตัดมันได้ง่ายๆเลยอย่างงั้นเหรอ”
“เพราะฉันเห็นแก่ความรักที่ผ่านมาของเราต่างหากละกวิน ฉันถึงยังใจเย็นยืนคุยกับคุณอยู่ตรงนี้”
“ก็ได้ผมยอมแพ้แล้ว ผมขอโทษสำหรับเื่ที่เกิดขึ้น ขอโทษจริงๆ” พูดจบกวินก็ค่อยๆเดินถอยหลังแล้วหันหน้าเดินจากไป
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ฉันก็ทรุดตัวลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรงความเข้มแข็งก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น ภาพความทรงจำของเื่ราวในวันนั้นฉ่ายชัดขึ้นมาอีกครั้ง
ฉันไม่อาจกลั้นน้ำตาไม่ให้ใหลออกมาได้อีกต่อไป ราวกลับว่าความเ็ปนี้จะไม่มีวันจางหายไปไหน ฉันยังคงนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่แบบนั้น และหวังว่าน้ำตาจะช่วยทำให้ความเ็ปของฉันมันหายไปในที่สุด