บุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔)

    ตอนที่58 ว่านอนสอนง่าย

     

    "หยางเวียนเทียน ต่อไปนี้เจ้ามีนามว่า หยางเวียนเทียน เจ้าไม่จำเป็นที่จะต้องละทิ้งอดีตของตน เพียงแค่เพิ่มสิ่งที่ดีเข้าไปด้วยเท่านั้น นั้นคือสาเหตุที่ข้าตั้งชื่อให้เจ้าเป็นแบบนี้.."

     

    "ขอบคุณขอรับท่านพ่อ…ตัวลูก หยางเวียนเทียนจะจดจำคำสอนของท่านพ่อ เอาไว้ในใจตลอดไป…"

     

    สำนักพิทักษ์ธรรม ปัจจุบัน…

     

    "เห้ออ….ข้าทิ้งอดีตไว้เบื้องหลัง พยายามที่จะไม่หวนนึกถึงมัน ถ้าไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ข้าก็คงไม่คิดที่จะเล่ามันออกมา…" 

     

    หยางเวียนเทียนเล่าออกมายืดยาว ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าที่เศร้าโศก

     

    "อืม….เจ้าที่มันสารเลว บัดซบ!! อย่างแท้จริง…เอ่อ…หมายถึงสมัยก่อนน่ะนะ…ที่เจ้าต้องการจะกล่าวก็คือ เจ้าหนูหยางเจี้ยนนั้นจริงๆแล้วก็คือ ลูกชายคนเดียวของเจ้าเองสินะ…แล้วทำไมเจ้าไม่บอกมันไปเสียเลยเล่า?"

     

    กงซุนอี้กล่าวออกมาด้วยความเข้าใจ ก่อนที่จะถามกลับไปอีกครั้ง

     

    "….ข้าสอนสั่งเจ้าหนูนั่นเสียดิบดี คุณธรรมสูงส่งซะขนาดนั้น แล้วข้าจะให้เจ้าหนูนั้นมารู้ทีหลัง…ว่าเคยมีพ่อที่สารเลวอย่างนี้ ได้อย่างไรกัน ข้าบอกไปไม่ได้จริงๆ "

     

    หยางเวียนเทียนกล่าวออกมาพร้อมกับเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้า

     

    "ความลับนั้นไม่มีอยู่จริง…ไม่ว่าเจ้าจงใจปิดมันไว้มากเพียงไร สักวันลูกเจ้ามันก็ต้องรู้…ช่างเถอะ…หวังว่าเจ้าจะคิดถูก…"

     

    กงซุนอี้กล่าวออกไป คล้ายว่าไม่เห็นด้วยกับความคิดของหยางเวียนเทียนเสียเท่าไหร่นัก

     

    “.…….”

     

    ณ ตำแหน่งที่คนชุดดำซุ่มมองอยู่

     

    "ข้าเห็นจริงๆนะ! เจ้าหนูนั่น…มันมองข้าไม่วางตาเลย"

     

    ชายคนดำคนนั้นกล่าวออกมา พยายามจะสื่อให้คนข้างๆเชื่อว่าตนนั้นไม่ได้ตาฝาด

     

    “เห้อ…ข้าว่าเจ้าคงจะทำงานหนักเกินไป วางใจเถอะ..เสร็จงานนี้เจ้าก็ได้พักแล้ว รีบๆหน่อย เดี๋ยวคืนนี้เราจะลอบโจมตีมันยามค่ำ น่าจะดีงามดีสุด”

     

    ชายชุดดำคนข้างๆ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ

     

    "…ข้าเห็นจริงๆนา…"

     

    ชายชุดดำคนนั้นกล่าวออกมาอย่างด้วยน้ำเสียงที่น้อยใจ ก่อนที่จะหยิบหินสื่อสารออกมา ติดต่อไปยังพรรคพวกคนอื่นๆ

     

    ยามค่ำ ณ เมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง

     

    ฟรึบ!

     

    "เป็นอย่างไร พวกมันกำลังทำอะไรกันอยู่…"

     

    ชายชุดดำคนหนึ่งปรากฎตัวขึ้นมาก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้อีกคนหนึ่งที่ตอนนี้กำลังเฝ้าจับตาดูอะไรบางอย่างอยู่

     

    "พวกมันเปิดห้องนอนกันสามห้อง พึ่งจะดับไฟในห้องไปเมื่อสักครู่นี้เอง เอาอย่างไรดี ลงมือเลยไหม? แต่ข้าไม่รู้ว่าฉินอินมันพักอยู่ที่ห้องไหนเสียด้วย…" 

     

    "อืม…เราเหลือคนอยู่เท่าไหร่?"

     

    คนชุดคนนั้นครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนที่กล่าวถามออกมาอีกรอบ

     

    "ถ้า…รวมเจ้าเข้าไปด้วยก็หกคน…กระจายกันอยู่รอบๆบริเวณนี้ กลุ่มละสองคน…เจ้าถามทำไมกัน พวกนั้นมันก็แค่เด็กไม่ใช้รึ? อย่างมากก็น่าจะอยู่เต๋าสะสมขั้นกลางกัน หรือว่าเจ้ากลายเป็นคนปอดแหกไปแล้ว.."

     

    ชายชุดดำคนนั้นกล่าวตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยเล็กน้อย

     

    "เปล่า..ไม่ใช่แบบนั้น ข้าก็แค่อยากให้งานมันออกมาดี ช่างเถอะ เกรงว่าข้าคงจะคิดมากเกินไป พวกเรามาเริ่มลงมือกันเถอะ"

     

    “อืม ดีเหมือนกัน ”

     

    ชายคนนั้นกล่าวขึ้นมาก่อนที่จะหยิบหินสื่อสารออกมา ติดต่อไปยังคนอื่นๆ

     

    “หืม แปลกจริง…”

     

    เมื่อได้ลองติดต่อไปหาคนอื่นๆ ชายชุดดำคนนั้นก็รู้สึกได้ถึงอะไรที่ผิดปรกติไป

     

    "ทำไม? มีอะไรงั้นหรือ"

     

    ชายชุดดำคนข้างๆที่กำลังเตรียมตัวอยู่ เมื่อเห็นได้ว่าสหายร่วมอาชีพของตนผิดแปลกไป จึงกล่าวถามออกมาด้วยความรู้สึกสงสัย

     

    "ข้าติดต่อใครไม่ได้เลยน่ะสิ จะได้เวลาเริ่มงานอยู่แล้ว ไอ่พวกนั้นดันไม่ยอมรับสายเสียได้ ช่างไม่เป็นมืออาชีพเอาเสียเลย เจ้าพวกบ้านั่น!"

     

    ชายชุดดำคนนั้นกำลังพยายามจะติดต่อออกไปอีกครั้ง ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยมาเสียงที่ไม่พอใจอย่างมาก

     

    “ลงมือทำอะไรงั้นหรือ?”

     

    ฉับพลันชายชุดดำคนนั้นก็ยินเสียงปริศนาขึ้นข้างๆหูตนเอง ก่อนที่จะหันไปกล่าวตอบ

     

    “หืม! นี่เจ้าไม่รู้เรื่องรึ ก็เรื่องที่พวกเราจะลอบโจม…เอ๊ะ!…นี่เจ้า!”

     

    ฉั๊ว!

    อั๊ก!

     

    เมื่อมารู้ตัวเอาตอนนี้ ก็เหมือนว่ามันจะสายเกินแก้ ชายชุดดำโดนชายตรงหน้าฉวยโอกาส โจมตีก่อนอย่างฉับไว 

     

    ชายคนนั้นพลาดท่า รีบกระโดดหนีออกมาตั้งหลัก ก้มหน้าลงสำรวจบาดแผลที่หน้าอกตนเองเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวออกมา 

     

    “แก….แกมันไอ่เด็กเมื่อตอนนั้น!!”

     

    “ใช่แล้วเป็นข้าเอง จะเป็นใครไปได้อีกเล่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” 

     

    ฉึก!

    ตุบ บ!

     

    “นายท่าน…การปล่อยให้คนพวกนี้ได้มีโอกาสพูด มันดูไม่ค่อยเหมาะสมกับท่าน ที่เป็นผู้ก่อตั้งสมาคมเท่าไหร่นะ”

     

    หมายเลขศูนย์กล่าวออกมา ขณะที่กำลังเช็ดคราบเลือดบนกระบี่ของตน เนื่องจากพึ่งจะสังหารชายชุดดำอีกคนหนึ่งไป

     

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า โทษที โทษที ก็เจ้านี่มันน่าสงสารจริงๆนา บอกคนอื่นว่าเห็นข้ามองมา แต่ก็ไม่มีใครเชื่อมันสักคน…แล้วจะให้ข้าลงมือสังหารมันลงได้อย่างไร…”

     

    เซียวเย่เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็เผลอหัวเราะออกมา ก่อนที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่คล้ายว่ากำลังสงสารอยู่

     

    "คนอื่นๆอยู่ที่ไหน!!"

     

    ชายชุดดำคนนั้นกล่าวถามออกไป

     

    "ก็ตายหมดแล้วนะสิ จะรอให้พวกเจ้ามาลอบลักพาตัวคนของข้าหรือไงกัน"

     

    เซียวเย่เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวตอบออกไป

     

    "แกต้องการอะไร!!!"  

     

    ชายชุดดำคนนั้นเอามือกุมบาดแผลของตนเองเอาไว้ เมื่อรู้ว่าหนีไปก็คงจะรอดยาก ตัดสินใจกล่าวออกมาเผชิญมันเสียเลย!

     

    "หือ! เจ้าไม่ทำงั้นหรือ?"

     

    เซียวเย่มองไปยังชายชุดดำตรงหน้า ก่อนจะที่กล่าวถามออกมาด้วยความแปลกใจ

     

    "ท-ทำ..ทำอะไร?"

     

    ชายชุดดำเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็คล้ายจะสงสัย กล่าวออกมาด้วยความตรึงเครียด

     

    “อืมมม…เจ้านี่แปลกดีนะ เวลาแบบนี้..มันไม่ใช่ว่าเจ้าจะต้อง…แบบ..กินยาพิษฆ่าตัวตาย..หรือเอาดาบปาดคอตัวเอง อะไรแบบเนี้ย”

     

    เซียวเย่ยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้ กล่าวออกมาอย่างนิ่งสงบ

     

    "หึ! อย่าเอาข้าไปรวมกับไอ่พวกนั้น การฆ่าตัวตาย มันไม่ได้ทำให้มีชีวิตรอดเสียหน่อย"

     

    ชายชุดดำคนนั้น กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง เนื่องจากเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุด

     

    "โอ้ว…ที่เจ้าต้องการจะบอกก็คือ เจ้ากลัวตายซินะ….สนใจมาคุยด้วยกันหน่อยไหม…" 

     

    ครึ่งชั่วยามผ่านไป…

     

    เซียวเย่และหมายเลขศูนย์กลับมาที่ห้องพักของตน เปิดประตูเข้าไปในห้อง

     

    เอี๊ยดดด

    ปึก!

     

    "หืม! กลับมาแล้วหรือ ปล่อยให้ข้านอนรอจนเบื่อเชียว"

     

    ฉินอินกล่าวออกมาในขณะที่กำลังนั่งเล่นอยู่บนเตียง

     

    "ก็มีเรื่องต้องคุยกันตั้งเยอะแยะนี่นะ ก็เลยต้องใช้เวลานานไปเสียหน่อย"

     

    เซียวกล่าวออกมาด้วยใบหน้าสบายๆ

     

    "เซียวเย่ ทำไมเจ้าไม่ให้พวกเราออกไปด้วยล่ะ หรือเจ้าไม่เชื่อใจพวกเรา?"

     

    เสวี่ยเจี้ยนกล่าวออกมา ในขณะที่นั่งอยู่บนเก้าอี้มุมหน้าต่าง

     

    "ไม่หรอก งานแบบนี้ คนทำน้อยจะเคลื่อนไหวได้ง่ายกว่า ไว้ครั้งหน้าก็แล้วกันนะ"

     

    เซียวเย่ยิ้มให้เสวี่ยเจี้ยนเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินไปแตะไหล่เสวี่ยเจี้ยนเบาๆ กล่าวออกมาพร้อมกับนั่งลงข้างๆ  

     

    "ฮ่า! ฮ่า! ใช่..ใช่..ดูอย่างพี่สาวเจ้าสิ เห็นไหม! เซียวเย่สั่งให้ไปนอน นางก็ไปนอน ว่านอนสอนง่ายเสียจริง.."

     

    ฉินอินเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่น กล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดี 

     

    “หึ! ใครจะไปเหมือนเจ้ากัน ไอ้พวกนั้นมันมาเพราะเจ้าแท้ๆ เจ้ายังจะมีหน้ามานอนเล่นอย่างสบายใจอีก…”

     

    เสวี่ยเจี้ยนเมื่อได้ยินฉินอินพูดถึงพี่สาวตนเองแบบนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจ กล่าวออกมาด้วยความประชดประชัน

     

    "แหม่! เจ้าก็พูดเกินไป ก็เซียวเย่บอกให้รออยู่ที่นี่ ข้าก็ต้องรอสิ ผู้ติดตามอย่างข้า…จะไปขัดคำสั่งผู้เป็นนายได้อย่างไร…"

     

    ฉินอินเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ยักไหล่เล็กน้อยกล่าวออกมาอย่างเรียบเฉย

     

    "เอาล่ะ!! เลิกการพูดคุยผูกมิตรกัน แต่เพียงเท่านี้ แยกย้ายนอนกันเถอะ พวกเราต้องรีบเดินทางแต่เช้าตรู่…"

     

    เซียวเย่เมื่อเห็นทั้งสองคนคุยกันอย่างถูกคอ ก็ส่ายหน้าออกมาเล็กน้อย พร้อมกับสั่งให้ทุกคนแยกย้ายเข้านอนกันทั้งหมด

     

    2 เดือนผ่านไป…

     

    ตระกูลหลง ยามเช้าตรู่

     

    "ท่านผู้นำ เราพบแล้ว…หลักฐานที่สามารถใช้เป็นข้ออ้างในการก่อสงครามในครั้งนี้…"

     

    ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง กล่าวออกมาในขณะที่กำลังทำความเคารพเล็กน้อย 

     

    "หลักฐานนั่น…มันอยู่ที่ไหน?"

     

    หลงซานจี่กล่าวถามออกมา พร้อมกับวางถ้วยชาที่กำลังจิบ

     

    "เมื่อไม่นานมานี้ ตระกูลเซียวได้ทำการส่งสินค้าออกไปอย่างลับๆเหมือนอย่างเคย แต่เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดูเหมือนการส่งออกจะไม่เรียบง่ายเหมือนสมัยก่อน ทำให้เหลือสต๊อกสินค้าตกค้าง…ตอนนี้มันอยู่ในตระกูลเซียวขอรับ"

     

    ชายวัยกลางคนกล่าวต่ออธิบายออกมา

     

    "อืม เจ้าเก่งมาก หลงกัง ถ้าไม่มีเจ้า…ข้าก็คงไม่สามารถมาถึงตรงจุดนี้ได้ รอจบเรื่องนี้ก่อนเถอะ ข้าจะตบรางวัลให้กับเจ้าอย่างเท่าเทียม"

     

    หลงซานจี่กล่าวออกมา ในขณะที่กำลังนั่งจิบชาต่อ

     

    “.…..ขอบพระคุณท่านผู้นำขอรับ”

     

    หลงกัง ก้มหน้าเงียบอยู่สักพัก ก่อนที่จะกล่าวขอบคุณ

     

    "อย่าได้รอช้า…เรียกระดมพลพวกตระกูลต่างๆ บุกไปที่ตระกูลเซียวในทันที"

     

    หลงกังเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็รีบพยักหน้าอย่างเร่งร้อน ก่อนที่จะรีบเดินออกไปจากห้องในทันที

     

    2 ชั่วยามต่อมา… ยามบ่าย

     

    ตระกูลเซียว

     

    "ท่านผู้นำ! ท่านผู้นำ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!"

     

    ผู้อาวุโสผู้หนึ่งวิ่งมาตั้งเข้ามาในห้องโถงหลักด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับตะโกนกล่าวเรียกเซียวกังออกมาสุดเสียง

     

    "เอ้อ! ว่ายังไงเซียวหลุย วิ่งมาตั้งมาเชียว อ่อ! แล้วหลานของเจ้าคลอดแล้วหรือยัง ข้ายังไม่ได้เตรียมของขวัญเอาไว้ให้เลย"

     

    เซียวกังกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่กำลังประชุมยามเช้า

     

    “ อ้อ! ยังเลยท่านผู้นำ แต่ข้าก็คิดว่าคงอีกไม่นานแล้ว แหม่! ของคงของขวัญอะไรกัน ท่านผู้นำไม่ต้องลำบากถึงเพียงนั้นหรอก เห้ย! ไม่ใช่สิ!  เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลัง! ตอนนี้…” 

     

    เซียวหลุยวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน กำลังจะกล่าวบางอย่างออกมา แต่เซียวกังก็กล่าวขัดขึ้นมาก่อน

     

    "แล้วเจ้าคิดชื่อหลานเจ้าไว้หรือยังล่ะ ต้องให้ข้าช่วยเจ้าคิดให้ดีหรือไม่"

     

    "เอ่อ! ไม่ต้องลำบากท่านหรอก หลานข้าก็ให้ข้าคิดของข้าเองเถอะ…ปัดโถ่ว!! ท่านช่วยเงียบก่อนได้หรือไม่ ให้ข้าพูดให้จบก่อน!!"

     

    "โอ้ว! ได้สิ! เจ้ากล่าวมาเลย แล้ว.."

     

    “โอ้ยย ไม่สนแล้ว! ตอนนี้หน้าตระกูลของเรา พวกตระกูลหลงกับตระกูลอื่นๆของเมือง พวกมันยกโขยงกันมาที่ตระกูลเรากันหมดแล้ว!!!!”

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องบุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔) ที่คุณอ่าน