ตอนที่ 42 เหตุการณ์ต่าง ๆ
เฮือก!
แอนดรูว์สะดุ้งตื่นขึ้นสายตาเขากวาดมองไปรอบด้าน พบเห็นเพียงความมืดมิดรายล้อมตัวเขารับรู้ทันทีว่ายังไม่ตื่นจากฝัน แต่ยังไงซะเขาก็ได้รอดพ้นอันตรายมาแล้ว
“ผลสะท้อนกลับของตัวเราแย่จริง ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้หลังใช้พลังของจิตวิญญาณ” แอนดรูว์ส่ายหน้าเขามีท่าทางโล่งใจที่ไม่ได้ถูกร่างเงาจับตัวไปไม่งั้นร่างที่แท้จริงของร่างเงาจะฉีกมิติมาจับตัวเขาไป
“ทำได้แค่รอให้จิตวิญญาณเราอยู่ในสภาพสมบูรณ์เต็มร้อยเพื่อลืมตาตื่น”แอนดรูว์พึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเริ่มขยับมือไม้ไปมาเป็นท่วงท่าคล้ายกำลังร่ายคาถา
ไม่นานนักความมืดมิดโดยรอบได้เปลี่ยนไปเป็นห้องหินโบราณแบบมีอารยธรรมเหนือชั้นตัวห้องหินมีขนาดกว้างใหญ่จนแอนดรูว์เหมือนกลายเป็นฝุ่น
บนพื้นหินมีอักขระโบราณเรียงรายเป็นรูปแบบต่างๆ นับไม่ถ้วน
บนกำแพงมีรูปสลักของเหล่าสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดหลายชนิดที่ถูกสร้างมาจากอักขระโบราณ
บนเพดานอักขระโบราณเรียงรายกันเป็นแผนภูมิกว้างใหญ่ไม่รู้ว่ามันเป็นแผนภูมิของอะไร แต่มันใหญ่เกินกว่าความเข้าใจ
ตรงกลางห้องหินมีแผ่นศิลาจารึกสูงตระหง่านสิบแผ่นตั้งเรียงกันเป็นวงกลมล้อมรอบพื้นที่ใจกลางที่มีแอนดรูว์นั่งอยู่
“สงบใจใช้สมาธิเรียนรู้” แอนดรูว์คิด ก่อนใช้จิตรับรู้มองไปยังพื้นหินชั่วอึดใจความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอักขระโบราณกลายเป็นของเขาโดยสมบูรณ์พอเขามองไปยังกำแพง เขารับรู้ว่าภาพบนกำแพงนั้นคือตัวอะไร มีที่มาจากไหนถิ่นที่อยู่อาศัย วิธีการตามหา ความอันตราย อาหารหลัก ความชื่นชอบโครงสร้างร่างกาย รายละเอียดยิบย่อยต่าง ๆ เขารับรู้เกี่ยวกับพวกมันทั้งหมดเพียงรับรู้ถึงมัน
“วิหคเพลิงโชติช่วงแห่งป่านิพพาน...” แอนดรูว์พึมพำพร้อมกับถอนจิตรับรู้
“ภายในพื้นที่เสมือนฝันไม่ใช่ความจริงไม่เชิงไม่ว่าจะมากี่ครั้งพอออกไปก็จำอะไรไม่ได้ พอกลับเข้ามาก็รับรู้ถึงสิ่งที่เคยศึกษาไปครั้งก่อน”แอนดรูว์ใช้จิตรับรู้เพ่งไปบนเพดาน
สิ่งต่อมาที่เกิดขึ้นกับแอนดรูว์คือการรับรู้ของเขาเปลี่ยนแบบพลิกคว่ำเพราะตัวเขารับรู้ว่า..ตัวเขากำลังอยู่ในแผนที่เสมือนจริงที่ไม่ว่าจะมองไปตรงไหนก็เข้าใจเกี่ยวกับพวกมันทั้งหมดในบางจุดเองยังให้ความคุ้นเคยอย่างไม่น่าเชื่อแต่มันน่าแปลกตรงเขาไม่อาจเชื่อมโยงมันรวมเข้ากับชุดความรู้ที่เขารู้จักในปัจจุบัน
‘เรื่องแปลกประหลาดนี่ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ไม่เข้าใจ มีความรู้พวกนี้ไปก็เท่านั้นรู้ไปเหมือนไม่มีประโยชน์ ในปัจจุบันวิหคเพลิงโชติช่วงอยู่ไหนเราไม่เคยพบเห็นมันตัวเป็น ๆ สักครั้ง
แผนภูมิเองก็เหมือนจะเก่าแก่เทียบกับปัจจุบันมีความคุ้นเคยแค่นิดเดียวบอกไม่ได้ว่าตรงไหนเป็นตรงไหน พอลองเปรียบเทียบหลายอย่างดูภาพบนกำแพงมันไม่ต่างไปจากสมุดบันทึกพันธุ์สัตว์ที่ถูกแต่งขึ้นสำหรับเราที่รู้ว่าในปัจจุบันมีตัวอะไรอยู่บ้าง’ แอนดรูว์คิดแบบนั้น ในความเป็นจริงเขายังคงศึกษาอย่างตั้งใจเพราะเขาเชื่อว่ารู้ไว้มีประโยชน์มากกว่าไม่รู้
แม้ว่าเขาจะไม่สามารถจดจำมันได้หลังจากออกไปเขายังคงเชื่อว่า สักวันมันจะผุดขึ้นมาในใจ เหมือนห้องหินที่อยู่ ๆดันโผล่เข้ามาในจิตวิญญาณเขา อีกเหตุผลหนึ่งเขาไม่อยากจมลึกเพื่อพักฟื้นเต็มตัวเป็นเขาเตรียมพร้อมเผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหมือนก่อนหน้านี้เขาจึงใช้ช่วงเวลาที่จิตวิญญาณพักฟื้นไปอย่างช้า ๆเรียนรู้ถึงความแปลกประหลาดของห้องหินที่มีที่มาที่ไปอันซับซ้อน
.
.
.
.
ด้านหน้าเขตพื้นที่การทูตเผ่าสายธาร
โอลิเวียในชุดเกราะสีดำคล้ายชุดของแม่มดในยุคโบราณเดินคู่มากับซิลเวียในชุดสูทสีดำถือกระเป๋าสีเงินทรงสี่เหลี่ยมใบหนึ่งทั้งสองเดินไปตามทางเดินที่สองข้างทางมีธารน้ำใสไหลตรงไปยังประตูด้านหน้า
เบื้องหน้าประตูมีสิ่งมีชีวิตสูงสามเมตรหน้าตาคล้ายมนุษย์ผสมปลาลำตัวคล้ายงูและปลา มีหางเป็นปลา ทั่วร่างมีเกล็ดปกคลุมสองตัวเฝ้าประตูอยู่
พอทั้งสองเดินไปถึงหน้าประตูโอลิเวียแสดงกำไลสีแดงให้สิ่งมีชีวิตทั้งสองดู พวกมันยื่นใบหน้ามาตรวจสอบกำไล
“ยินดีต้องรับสู่เผ่าสายธารเชิญทั้งสองด้านใน หัวหน้าเผ่าอังค์ กำลังรอแขกผู้ทรงเกียรติทั้งสอง” หนึ่งในสองผู้เฝ้าประตูพูดขึ้นหลังตรวจสอบว่ากำไลเป็นของจริงเวลาเดียวกันน้ำในสายธารทั้งสองข้างไหลขึ้นมาในอากาศเป็นสายพุ่งตรงเข้าใส่ประตูจนเกิดแสงสีฟ้าจาง ๆ ก่อนประตูจะถูกเปิดออก
ด้านในประตูมีหยดน้ำลอยอยู่ในอากาศนับไม่ถ้วนข้างทางยังเต็มไปด้วยรูปปั้นที่สร้างมาจากน้ำ ลึกเข้าเป็นวังทรงกลมสีขาวขนาดใหญ่มีสัญลักษณ์หยดน้ำของเผ่าสายธารอยู่ด้านบนวังกำลังเคลื่อนไหวเป็นรูปร่างเผ่าสายธารในอิริยาบถต่าง ๆ
หยดน้ำในอากาศรวมตัวเป็นศรนำทางโอลิเวียกับซิลเวียเดินตามศรนำทางเข้าสู่ด้านใน หยดน้ำในอากาศแหวกเป็นทางเดิน ไม่นานประตูก็ถูกปิดลงอย่างช้าๆ
“พี่สาวเผ่าสายธารต้อนรับเรา ของในกระเป๋าต้องสำคัญมาก” ซิลเวียพูดขึ้นมาโอลิเวียไม่พูดตอบ เพราะตัวเธอรู้ว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่กระเป๋าอย่างเดียวอีกฝ่ายจะต้องการสถานที่พบของในกระเป๋าที่เอาไปแลกเปลี่ยนเพื่อตามหาแอนดรูว์กับเลน่า
เห็นว่าโอลิเวียไม่พูดอะไรซิลเวียจึงเงียบตลอดทาง เนื่องจากการเจรจาแลกเปลี่ยนนั้นสำคัญและการเจรจาแลกเปลี่ยนครั้งนี้ เป็นการขอให้เผ่าพันธุ์ที่อยู่สูงกว่าช่วยเหลือซึ่งมีโอกาสสำเร็จสูงมาก หากอีกฝ่ายจริงใจและเต็มใจ
.
.
.
.
มุมหนึ่งในจักรวาลอันแสนกว้างใหญ่
กองยานรบขนาดใหญ่หลายแสนลำนำด้วยยานแม่ขนาดมหึมา กำลังปิดล้อมดวงดาวหลายดวงในกาแล็กซีแถวชายขอบจักรวาลเพื่อไล่ล่าสังหารสิ่งมีชีวิตและแย่งชิงทรัพยากรทั้งหมดก่อนจะเข้าควบคุมและยึดครองดวงดาว ส่งผลให้เกิดสงครามรุกรามไปหลายกาแล็กซี
คลื่นพลังในหลายกาแล็กซีผันผวนเกิดการระเบิดของยานรบทุกวินาที แต่ไม่ว่ายังไงจุดจบของผู้ต่อต้านการรุกรานไม่กลายเป็นทาสปศุสัตว์ ก็สูญเสียอย่างใหญ่หลวง ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตในกาแล็กซีแถวชายขอบจะต่อต้านยังไงดีที่สุดก็แค่ขับไล่ เลวร้ายสุดดวงดาวก็ถูกทำลายล้างหรือถูกกวาดล้างเผ่าพันธุ์
เหตุการณ์นี้กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตทำให้หลายเผ่าพันธุ์ตื่นตัวและเริ่มจับมือกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล สืบหาถึงตัวตนผู้รุกรานที่บ้าคลั่งไม่เกรงกลัวสิ่งใดทั้งหาวิธีการรับมือกับผู้รุกราน
ยิ่งเวลาผ่านไปผู้รุกรานเหล่านี้ยิ่งก่อสงครามรุนแรงมากขึ้นกระจายวงกว้างยิ่งกว่าเดิมในเวลาไม่กี่เดือนแต่ยังไม่มีทีท่าว่าเผ่าพันธุ์ระดับสูงเผ่าไหนจะเข้ามาหยุดยั้ง
ภายในกาแล็กซีแถวชายขอบมีดวงดาวบางดวง เผ่าพันธุ์บางเผ่าที่เป็นพันธมิตรกับแอนดรูว์ถูกทำลายไปในการรุกรานอีกหลายแห่งสูญเสียหนักหน่วงแต่ในส่วนทรัพยากรหรือพื้นที่ของแอนดรูว์ไม่ได้เสียหายมากนักเกิดจากโมบิทคอยติดตามสถานการณ์ โยกย้ายถิ่นฐานบางแห่งเพื่อลดความเสียหายล่วงหน้าทางโมบิทเองเลือกไม่ส่งความช่วยเหลือให้พันธมิตร ด้วยปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง
อีกทั้งตัวตนที่รุกรานยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่แอนดรูว์เคยสั่งให้โมบิทคอยติดตามพวกมันคือบลัดเอลเดอร์ที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและวิจัยเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์นี้โดยมีความคืบหน้าเกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์
.
.
.
.
ณ ห้องควบคุมล้ำสมัยแห่งหนึ่ง
บนหน้าจอระบบ มีข้อความรายงานเข้ามาเกินหนึ่งแสนฉบับแถมข้อความยังเข้ามาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ข้อมูลเกี่ยวกับสงครามไหลบนจออย่างรวดเร็วมีข้อมูลเกี่ยวกับบลัดเอลเดอร์ในเชิงวิเคราะห์เข้ามาเป็นบางครั้งบางคราว
-การรุกรานกินวงกว้างสงครามการแก้แค้นปะทุไปทุกแห่ง เกิดความโกลาหลและความสูญเสียขนาดใหญ่ มีแนวโน้มกินวงกว้างเข้ามาถึงส่วนในเตรียมมาตรการรับมือ
-ผลการวิจัยทั้งหมดบ่งชี้ว่าถิ่นกำเนิดบลัดเอลเดอร์มีการขยายตัวเกิดจากประชากรเพิ่มขึ้น
-ข้อความขอความช่วยเหลือจากเผ่าพันธมิตร...
-ข้อความขอความช่วยเหลือจากกลุ่มเงาไม้
-ข้อความ ติดต่อซื้อขายพลังงาน........
......
...
..
-การเก็บเกี่ยวทรัพยากรเพียงพอต่อการสร้างโครงข่ายเพิ่มเติม
-แผนการสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานรบหลักดำเนินการเพิ่มสามเท่า
-สร้างจักรกลชีวภาพเพิ่มเติม
-ขยายฟาร์มปศุสัตว์กิ้งก่าเลือดม่วง เพิ่มเติม
.
.
.
.
ที่ไหนสักแห่งนอกจักรวาล
ร่างใหญ่โตไม่สามารถเห็นทั้งร่างเคลื่อนผ่านไปไม่ว่าที่ไหนที่มันผ่าน จะเกิดรอยแยกฉีกขาดของมิติไม่ก็ความผันผวนรุนแรงพอฉีกจักรวาลออกเป็นสองส่วน
บางครั้งสิ่งมีชีวิตปริศนาจะโผล่มาและหายไปหรือวนเวียนอยู่สักครู่
ไม่รู้ว่ามันคือสิ่งมีชีวิตชนิดใดไม่รู้ว่ามีสิ่งใดรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันหรือไม่มีเพียงสิ่งเดียวที่รู้...หากใครได้เห็นมันจะต้องเป็นรูปแบบชีวิตที่ไม่ธรรมดา
.
.
.
.
ปีศักราชดาราจักรที่1002
สหพันธ์กาแล็กซีได้รับสัญญาณแจ้งเตือนฉุกเฉินถึงสัญญาณของการรุกรานจากเผ่าพันธุ์ที่ไม่รู้จักศัตรูยกกองยานรบหลายพันลำเข้าจู่โจมทันทีที่มาถึง ส่งผลให้สหพันธ์เร่งตอบโต้กลับระหว่างนั้นยังมีการขอความช่วยเหลือจากหลายเผ่าพันธุ์ระดับสูง
แม้ว่าจะสามารถขับไล่กองยานรบของศัตรูไปได้แลกกับสูญเสียยานรบไปหลายร้อยลำ ทางสหพันธ์ยังประกาศสภาวะสงครามเตรียมความพร้อมรับมือกับการรุกรานอีกครั้ง
เหตุการณ์รุกรานสร้างความตื่นตัวให้สหพันธ์กาแล็กซีเข้าไปเก็บกู้เศษซากศัตรูผู้รุกรานมาศึกษา
หลังการรุกรานหนึ่งเดือน
มีเหตุความวุ่นวายเกิดขึ้นบนโลกเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่มารุกรานแฝงตัวเข้าสู่สังคมสิ่งมีชีวิตในสหพันธ์ก่อให้เกิดการสังหารหมู่ขนาดย่อมทางสหพันธ์ส่งนักสำรวจมาระงับเหตุความวุ่นวายพร้อมกำจัดสิ่งมีชีวิตและเก็บตัวอย่าง
หลังเหตุการณ์นั้น ทางสหพันธ์มีคำสั่งประกาศฉุกเฉินให้ทุกชีวิตในสหพันธ์เข้ารับการตรวจสอบร่างกายในพื้นที่ยี่สิบแห่งบนโลกเผ่าพันธุ์อื่นในสหพันธ์ยังตรวจสอบสมาชิกเผ่าของตนเอง
ทั้งหมดนี้ดำเนินไปพร้อมมาตรการป้องกันอันเข้มงวดยิ่งกว่าเดิมหลายสิบเท่า
การที่สหพันธ์ถูกรุกรานสร้างความตื่นตัวให้อีกหลายเผ่าพันธุ์นอกสหพันธ์กาแล็กซีจนกว่าจะรู้ว่าผู้รุกรานมาจากไหน จะไม่มีเผ่าพันธุ์ใดคลายความระวังลดลงเพราะมันจะหมายถึงหายนะของเผ่าพันธุ์
.
.
.
.
มิติพิเศษ พื้นที่ของลูน่า
ภายในยังคงเป็นปกติเหมือนเดิมแค่มีประตูห้องเพิ่มขึ้นมาหนึ่งบาน นั่นคือห้องวิจัยห้องใหม่ของลูน่าเธอสร้างห้องนี้เพื่อวิจัยตัวอย่างที่แอบเก็บมาโดยที่ไม่ให้แอนดรูว์รับรู้
ในห้องวิจัย
ลูน่ากำลังจดบันทึกข้อมูลทั้งหมดของเธอและสร้างแบบจำลองโครงสร้างร่างกายตามความต้องการเธอสร้างรูปแบบในการผสมข้ามสายพันธุ์ล้มเหลวมาหลายพันครั้ง
ผลเกิดจากความต้องการของเธอให้ร่างสมบูรณ์แบบมากเกินไปอีกเหตุผลคือข้อมูลอ้างอิงในมิติความเป็นจริงพอเอามาสร้างในมิตินี้ต้องใช้หลักการอ้างอิงทั้งหมดโดยเธอต้องการให้ความสมบูรณ์แบบถูกสร้างในความเป็นจริง มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จในการทดลองไม่กี่พันครั้ง
“ล้มเหลวอีกแล้ว”ลูน่าพูดงึมงำ เธอกลับไม่มีท่าทางย่อท้อและพยายามปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีละส่วนไปอย่างช้าๆ คงอีกนานหรืออาจเป็นไม่ได้ที่เธอจะประสบผลสำเร็จ