Chapter 02
สายที่โทรมาขอบคุณ
แล้วก็เหมือนจะเกิดเื่ขึ้นในอีกไม่กี่วันต่อมา... ผมยืนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ บู้ธกิจกรรมขนาดใหญ่ของบริษัทอย่างซังกะตาย เพราะบรรยากาศวันนี้ช่างเงียบเหงา เป็่บ่ายวันพุธที่ราวกับคนไทยร่วมใจกันงดเดินห้างสรรพสินค้าอย่างนั้นล่ะ
แต่จู่ๆ ก็ดูท่าว่าจะมีเื่สนุกเกิดขึ้น
“พี่กาย ช่วยคุยกับสาขานั้นให้หน่อยสิคะ” อัญญาร้องขอความช่วยเหลือจากผมด้วยสายตาร้อนรน พลางมองไปยังสามีที่กำลังยืนเถียงอยู่กับคนกลุ่มใหญ่ “ทางนั้นเขาไม่ยอมให้ขึ้นไปขายลูกค้าในร้าน แต่ลูกค้าก็เพิ่งขายเสร็จที่บู้ธจะขอขึ้นไปรับบริการเลยแล้วจะตัดสินใจซื้อโปรแกรมอื่นต่อ”
“แต่ตามกฏก็ต้องจบที่บู้ธนะ ถ้าขึ้นไปรับบริการก็ต้องยกให้สาขาเ้าบ้านเขาดูแลต่อเลย” ผมอธิบายเสริม
ซึ่งเรากำลังพูดถึงกฎการขายลูกค้าที่บู้ธ อีเวนต์ส่งเสริมการขายที่บริษัทจัดให้จะเวียนไปตามศูนย์การค้าต่างๆ ที่มีสถาบันความงามของเราเปิดให้บริการอยู่ และด้วยพื้นที่กิจกรรมขนาดใหญ่ ทำให้สาขาอื่น ๆ ต้องส่งตัวแทนมาเพื่อระดมกำลังกันหายอดขาย รวมทั้งตัวผมพร้อมด้วยทีมและอัญญากับสามีก็เช่นกัน
เราจะใช้คำว่า‘แดรก[1]’ เพื่อจูงใจให้ลูกค้ายอมเข้ามาที่บู้ธ จากนั้นก็เป็การเล่าเื่ราวผลิตภัณฑ์ของบริษัท โน้มน้าวให้ลูกค้ายอมสมัครเป็สมาชิกของเราด้วยแพ็กเกจมูลค่าเท่าไรก็ได้ตามความสามารถของฝ่ายขายคนนั้น และแน่นอนทุกกระบวนการจะต้องสิ้นสุดที่บู้ธเท่านั้น ยอดขายที่เกิดขึ้นจึงจะเป็ของ ‘ทีมเยือน’ หากการขายเกิดขึ้นภายในร้านเมื่อใด ยอดขายที่ตามมานั้นจะตกเป็ของฝ่ายขาย ‘ทีมเ้าบ้าน’ทันที
และนี่จึงเป็สาเหตุที่พวกเขากำลังมีปัญหากันอยู่ตอนนี้ ไม่ต้องฟังจนจบผมก็ประเมินสถานการณ์ได้ทันที เพราะเป็ปัญหาคลาสสิคที่ไม่ว่าจัดบู้ธกี่รอบก็ต้องมีเื่แบบนี้มากวนใจทุกที
“แต่มันก็ยังเป็การขายภายในวันอยู่นี่นา...”
“แล้วถ้าเธอสองผัวเมียสูบลูกค้าคนนี้จนแห้งไปหมด เค้นเอาทุกบาททุกสตางค์จนต่อไปเ้าบ้านไม่สามารถอาร์พี[2]ต่อได้ แล้วการจัดบู้ธที่มีค่าใช้จ่ายสูงลิบแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร ค่าใช้จ่ายที่จัดบู้ธแต่ละสาขาก็ต้องโดนหักยอดคิดค่าคอมมิชชันตั้งครึ่งหนึ่ง ใจเขาใจเรานะอัญญา”
ผมเตือนผู้หญิงตรงหน้าด้วยความเอ็นดู เพราะถึงอย่างไรอัญญาก็เป็เด็กที่ผมเฝ้าจับตาดูการเติบโตมาโดยตลอด ห้าปีที่แล้วเธอเริ่มต้นจากการเป็เพียง ‘เทอราปิส[3]’
แม้จะมีรายได้น้อยนิดแต่ก็ตั้งใจทำงานด้วยความขยันขันแข็ง ให้ความร่วมมือกับบริษัทเป็อย่างดี และยังมีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนใครๆ ก็เอ่ยปากชื่นชม การได้ปรับตำแหน่งขึ้นมาเป็ผู้จัดการสาขาในครั้งนี้จึงนับว่ามาจากความสามารถของเธอล้วนๆ
“แต่ลูกค้าคนนี้กว่าจะเปิดใจเขาให้ยอมซื้อได้ก็ชักแม่น้ำทั้งห้ามาหว่านล้อมตั้งสามชั่วโมง”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังดื้อดึงไม่ยอมรับฟังง่ายๆ ผมจึงเดินเลียบ ๆ เคียง ๆ ไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อสังเกตการณ์
ช่างสรรหาจะมีเื่ กับสาขาปิ่นเกล้านั่นน่ะใครก็ไม่อยากจะตอแยด้วย เพราะมีแต่พวกเสือ สิงห์ กระทิง แรดเซลล์สายโหดปากจัดทั้งนั้น แอเรียนั้นรวมถึงสาขานครราชสีมา ขอนแก่น หนองคาย หาดใหญ่ ล้วนเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่นเป็เอกเทศ ดูแลตัวเองได้ดีและมียอดขายตามเป้าทุกเดือนจนบริษัทก็ต้องเกรงใจไม่กล้าเข้าไปก้าวก่าย
ที่สำคัญ... พวกเขาก็ดูจะไม่ค่อยปลื้มผมสักเท่าไรหรอกนะ อยู่ดี ๆก็พากันหมั่นไส้เหม็นขี้หน้าผมกันยกทีมขึ้นมาเสียอย่างนั้น เวลาประชุมแต่ละทีก็จะต้องมีคำเหน็บแนมมาคอยกระทบอยู่เป็ระยะ
ก็พอจะทำใจไว้อยู่แล้วเพราะพวกขี้อิจฉามักจะมีเยอะ แต่ก็นั่นล่ะ สาขาชลบุรีของสองผัวเมียนั่นอยู่ในการดูแลของผมไปโดยปริยายแล้ว ถ้าไม่รีบจัดการเดี๋ยวจะบานปลายเป็ปัญหาใหญ่กันอีก
“นั่นไง คุณกายมาพอดี” ‘คุณปุ้ย’ ผู้จัดการสาขาปิ่นเกล้าร้องทักผมด้วยน้ำเสียงสะบัดพร้อมจีบปากจีบคอและยกมือไหว้ผมแบบขอไปที เธอมักแต่งตัวด้วยชุดคล้ายเซเลอร์มูน เอายูนิฟอร์มไปปรับเป็กระโปรงจีบสั้นสมีเหอ “ได้ยินว่าตอนนี้สาขาชลบุรีคุณกายดูแลอยู่ ช่วยจัดการหน่อยค่ะ ดูท่าจะเหนื่อย คุยกันไม่เข้าใจซักที”
ผมได้แต่ยิ้มตอบอย่างเป็มิตร แล้วชำเลืองมองไปยังมอสที่ยืนอยู่ข้าง ๆดูทรงแล้วเขาเองก็กำลังเดือดดาลอยู่เหมือนกัน
“จริงอยู่คุณมอสเขาดึงดันจะทำผิดกฎ... เดี๋ยวเื่นั้นผมคงต้องแนะนำเขาสองคนสามีภรรยาใหม่อีกที แต่ว่า...”
คุณปุ้ยกอดอกมองผมด้วยท่าทางหาเื่ พวกลูกน้องลูกกระจ๊อกด้านหลังก็ทำท่านักเลงไม่ต่างกัน
“รอบที่แล้วออดิตตรวจพบการทุจริตในสาขาปิ่นเกล้า... รายงานนั้นถูกส่งมาที่ผม หลังจากตรวจสอบแล้วเราพบว่าลูกค้าโอนเงินสดกว่าสามแสนบาทเข้าบัญชีส่วนตัวของผู้ช่วยผู้จัดการสาขาปิ่นเกล้าที่ชื่อ‘อนงค์’ แต่บิลที่ถูกเปิดในระบบออกมาเพียงสองแสนบาทเท่านั้น ผมว่าจะถามคุณปุ้ยอยู่พอดีว่าส่วนต่างอีกหนึ่งแสนบาทถูกใช้ไปกับค่าใช้จ่ายส่วนไหนเหรอครับ?”
“คะ คุณกาย...!”
ผมทำให้ผู้จัดการและผู้ช่วยหน้าถอดสีได้ในบัดดล รวมถึงผู้จัดการเขตชายแท้ที่ยืนทำหน้าเซ่อ ๆ มองลูกน้องตัวเองด้วยใบหน้าเลิ่กลั่กด้วย
“ต้องขอโทษจริงๆ ผมไม่ได้จะยกมาขู่อะไรหรอกนะครับ ถ้าอะไรที่ยอม ๆ กันได้ ก็ยอมไปเถอะครับ สาขาชลบุรีตอนนี้น่ะถือว่าเป็น้องใหม่ที่เพิ่งฟอร์มทีม ให้โอกาสกันหน่อย... เหมือนที่ผมจะให้โอกาสสาขาปิ่นเกล้าได้เข้าไปจัดการเคลียร์ปัญหากันภายใน เพราะได้ยินมาว่าไม่ได้มีแค่เคสเดียวซะด้วย ก่อนที่เซ็นเตอร์จะรับรู้แล้วคงจะมีมาตรการใหญ่ออกมาทีเดียว...”
สิ้นสุดคำพูดผมก็เหมือนสิ้นสุดคำตัดสิน ไม่มีใครโต้แย้งอะไรนอกจากยืนอ้าปากหวอ ผมจึงคว้าเอกสารสัญญาซื้อขายที่อยู่ในมือของมอสมาจรดปลายปากกาเซ็นอนุมัติการขึ้นไปขายบนร้านด้วยตัวเอง
หันมาอีกทีอัญญาก็ยกนิ้วโป้งสองนิ้วให้ผม ผมจึงได้แต่แสยะยิ้มตอบกลับไป
มันก็ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องหรอกนะ แต่แค่ต้องจัดการให้พวกเขาได้รับรู้ถึงอำนาจมืดของผมสักหน่อย...
คืนนั้นราวเที่ยงคืนกว่าๆ ขณะที่ผมกำลังง่วนอยู่กับการศึกษาสารสกัดในทรีตเมนต์ใหม่ที่เตรียมจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ก็มีสายเรียกเข้าหน้าจอแสดงชื่อ...
-มอส-
[ผมคิดว่าพี่จะนอนแล้ว] ปลายสายทักมาด้วยน้ำเสียงสดใส
“ก็... ยังหรอก พี่นอนดึก”
[ดีเลย กลัวว่าจะรบกวนอยู่พอดี]
“ก็รบกวนนะ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงไม่เล่น
[ขอโทษครับพี่ ถ้าไม่ว่างเดี๋ยวผมโทรไปหาใหม่]
“ทำเสียงขี้แพ้แบบนี้ไม่เชื่อว่าจะเป็คุณมอสที่เพิ่งมีเื่กับสาขามาเฟียมาเลยนะ” ผมแซวแล้วละสายตาจากไอแพดและกองเอกสาร ปรับเก้าอี้นั่งให้เอนเอกเขนกมากขึ้น
ถือโอกาสพักสักเดี๋ยวก็แล้วกัน
[ก็ผมกลัวพี่นี่]
“กลัวแล้วยังจะกล้าโทรมาอีกเนี่ยนะ?”
ใช่ คนบริษัทนี้ไม่มีใครกล้าโทรหาผมส่วนตัวหรอกนะ ถ้าไม่ใช่เ้านายและ ‘พี่โจลีน’หัวหน้างานผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในบริษัทของผม แถมทุกคนยังเรียกผมนำหน้าชื่อว่า ‘คุณ’ ทั้งนั้น ไม่มีใครเรียก ‘พี่’ด้วยน้ำเสียงบ้าน ๆ และตีสนิทขนาดนี้
แต่ก็เอาเถอะ ค่อย ๆ สอน ค่อย ๆ เตือนกันไป ถ้ายังจำเป็ต้องอยู่กันอีกนาน
[ก็ต้องโทรสิพี่ มีเื่สำคัญจะต้องพูด]
“เื่สำคัญ? ทำไม ไปมีเื่อะไรกับใครอีก?”
[เปล่า ๆ] ปลายสายร้องปฏิเสธพัลวัน [แค่วันนี้ยังเกรงใจพี่ไม่หายเลย]
“ไม่ต้องเกรงใจ แต่เอาที่พี่แนะนำไปปรับใช้ กฎน่ะมันถูกกำหนดมาเพื่อควบคุมปัญหาที่เคยเกิดขึ้น ถ้าต่างฝ่ายต่างดึงดันเอาแต่ใจคิดว่าองค์กรจะวุ่นวายขนาดไหน”
[ผมเข้าใจแล้วคร้าบ... จะน้อมนำไปปฏิบัตินะครับพี่กายคนหล่อและใจดีที่สุดในโลก]
เอ๊ะ?
ทำไมฟังแล้วมันจั๊กจี้แปลกๆ แฮะ แถมน้ำเสียงก็ไม่ได้ยียวนเหมือนสายตาที่ใช้มองผม
อย่างกับคนละคน
[ขอบคุณนะครับที่วันนี้มาช่วยให้ผมได้ยอดกลับคืนไป ถ้าไม่ได้บารมีพี่นี่ผมต้องอกแตกตายแน่ ๆ ยอดตั้งเป็แสนแน่ะ ขายก็ยาก ยังจะมาถูกพวกนั้นชุบมือเปิบอีก]
“สุดท้ายก็ยังไม่เข้าใจกติกาอยู่ดี” ผมเริ่มหงุดหงิด “ถ้ามีครั้งหน้าพี่จะไม่เอาตัวเองเข้าไปข้องเกี่ยวอีกแล้ว แค่นี้ก็เป็ขี้ปากให้ซุบซิบนินทาจะแย่ หนักไปกว่านั้นพวกเด็ก ๆ มันบอกว่านายกับพี่เป็คู่จิ้นกัน”
[ก็ดีสิพี่!]
“ดีอะไรล่ะ”
[เราต้องเปลี่ยนคู่จิ้นให้เป็คู่จริงนะพี่]
“อะไรนะ?”
[ฮ่า ๆอยากจะเม้าธ์อะไรก็เม้าธ์ไป มีปากก็พูดไป ขายให้ได้อย่างกูแล้วกัน!]
ผมเพิ่งเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองกำลังคุยกับเด็กมัธยมต้น มอสให้ความรู้สึกอย่างนั้นเลย ถือว่าเป็เื่ที่เซอร์ไพรส์สำหรับผม เพราะมันช่างขัดกับบุคคลิกภายนอกที่ได้เจอกัน เขามีมุมของความร่าเริงสดใสของเด็กผู้ชายวัยซน ขณะเดียวกันก็มีความทะเยอทะยานของคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่้าทำงานให้บรรลุเป้าหมายที่ตัวเองวางไว้
และนี่คือครั้งแรกที่ผมกับเขาได้โทรศัพท์คุยกัน
เราคุยกันด้วยเนื้อหาของการทำงานเพียงสามสิบนาที
ส่วนเวลาที่เหลือลากยาวไปจนเกือบตีห้านั้น... เราต่างก็คุยกันด้วยเื่สัพเพเหระกันอย่างสนุกปากเชียวล่ะ
[1] แดรก มาจากคำภาษาอังกฤษว่า Drag in หมายถึงวิธีลากกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาในพื้นที่ของตัวเอง
[2] RP(Repeat Person) คือการขายลูกค้าเก่า ที่มีการทำสัญญาซื้อขายมากกว่า 2 ฉบับขึ้นไป ส่วนลูกค้าใหม่จะเรียกว่า NP (New Person)
[3]Therapist ตำแหน่งให้บริการด้านทรีตเมนต์ เช่น การนวดหน้านวดสลายไขมัน