เมื่อเดินมาถึงที่แล้ว พวกท่านก็หันไปมองพวกเด็กๆที่อยู่ห่างจากพวกซากปลาอสูรสีใสตาฟ้าในระยะห่างที่ได้ทำการตกลงกันไว้ เพียงแต่ว่าตำแหน่งที่พวกเด็กๆยืนอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ตำแหน่งเดิมเพียงเท่านั้นเอง
“โอ๊ะ…ท่านแม่ ท่านพ่อเ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว โบกไม้โบกมือส่งไปให้พวกท่านอย่างอารมณ์ดี
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านปู่ ท่านย่า ท่านลุง ท่านอา ท่านน้า ท่านป้า…”พวกเด็กๆพากันส่งเสียงะโโหวกเหวกทักทายบรรดาสมาชิกในตระกูลกันอย่างคึกคัก
“นี่ขนาดอยู่ไกลจากตัวปลาอสูรพวกนี้ แต่ว่าพวกเด็กๆกลับใช้พลังธาตุในการชำแหละสัตว์อสูรตัวนี้ได้ไม่มีตำหนิใดๆเลย”ท่านพ่อยุง เอ่ยอย่างเหลือเชื่อจริงๆถ้าไม่ได้มาเห็นกับตาแบบนี้คงจะคิดว่าต้องมีการล้อกันเล่นอย่างแน่นอนว่าเป็ฝีมือจากพวกเด็กๆเพียงไม่กี่หนาว
เพราะคนที่อายุน้อยสุดก็คือเหนี่ยวเหนี่ยว 4 หนาว แต่เด็กๆคนอื่นๆอย่างน้อยๆเพียงแค่ 6 หนาวขึ้นไปมากสุดเพียงอายุแค่ไม่เกิน 10 หนาวเท่านั้นเอง
“ข้าว่าพวกเราต้องเรียกเด็กๆมาพูดคุยกันแล้วล่ะเ้าค่ะ ให้จัดการพวกปลาอสูรนี้ให้เรียบร้อยเสียก่อนเลยจะได้ทำการอย่างอื่นกันต่อเลยนะเ้าคะ”ท่านแม่มดแดง
“เอาสิ เรียกเด็กๆมาเถอะน้องหญิง”ท่านพ่อยุง
“เ้าค่ะ”ท่านแม่มดแดง
“เหนี่ยวเหนี่ยว พาเหลนๆมาหาแม่หน่อยลูกมา”ท่านแม่ ส่งเสียงเรียกเหนี่ยวเหนี่ยวทันทีเลย
“ได้เ้าค่ะ ไปกันเหลนๆเร็วเข้าคราวนี้ได้ััอย่างใกล้ชิดแน่ๆเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ไปๆเลยขอรับ/เ้าค่ะ”พวกเหลนๆ
พวกเด็กๆไม่รอช้ารีบพากันก้าววิ่งมาหาอย่างรวดเร็ว โดยไม่กลัวจะล้มกันเลย
“ไม่ต้องวิ่งนะ เดี๋ยวจะล้มเอาเด็กๆก้อนหินริมฝั่งแม่น้ำเยอะแยะนะลูก”ท่านแม่มดแดง
“ขอรับ” “เ้าค่ะ” พวกเด็กๆรับคำไปอย่างนั้นเองแต่ก็ยังพากันวิ่งตรงดิ่งมาหาอยู่ดีนั่นแหละ
พวกท่านพากันส่ายหัวให้กับลูกหลานเหลนกันหมด ดื้อ ซุกซนไม่แตกต่างกันเลย โดยเฉพาะคนนำอย่างท่านย่าเล็กตัวแสบเนี่ยสุดๆจริงๆ
“ข้าพาเหลนๆมาแล้วเ้าค่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว มาถึงก็เกาะกอดขาท่านแม่เพื่อส่งสายตาออดอ้อนลดความผิดอย่างแรกเลย
“ไม่ต้องมาทำท่าทาง แววตาแบบนี้เลยนะเ้าน่ะตัวดีเลยนะเหนี่ยวเหนี่ยว”ท่านแม่มดแดง
“ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะเ้าคะท่านแม่”เหนี่ยวเหนี่ยว
“แล้วพวกปลาอสูรพวกนี้ ที่ชำแหละเสร็จแล้วไม่ใช่เ้าทำแล้วจะใครเล่า”ท่านแม่มดแดง
“ก็เหลนๆทุกๆคนไงเ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ใช่ขอรับ” “ใช่เ้าค่ะ” พวกเหลนๆ พากันยิ้มหน้าตาบานกันหมดเลยกับผลงานชิ้นล่าสุดที่พวกเขา้าที่จะอวดและรอรับคำชื่นชมจาก ท่านปู่ทวด ท่านย่าทวด ท่านย่า ท่านปู่ ท่านพ่อ ท่านแม่ และสมาชิกทุกๆคนในตระกูลของพวกเขา
“ข้าเพียงแค่บอกขั้นตอนการชำแหละให้พวกเหลนๆฟัง และพวกเขาก็จัดการชำแหละพวกปลาอสูรพวกนี้เ้าค่ะ เหลนๆเก่งมาก”เหนี่ยวเหนี่ยว
เมื่อเงยหน้ามองพวกเด็กๆให้เต็มตาอีกครั้งก็เห็นสายตาหลายสิบคู่รอคอยว่า ชมข้าที ชมข้าสักทีเถอะ มีประกายแววตาแห่งความหวังรอคำชมจากพวกท่านอยู่
“ใช่ๆ พวกเหลนๆของท่านย่าเล็กเก่งกาจกันทุกคนเลย”ท่านแม่มดแดง
“เด็กๆเก่งมากๆ”
“เด็กๆยอดเยี่ยมจริงๆ”
“เอาล่ะทีนี้แม่คงจะต้องรบกวนเหนี่ยวเหนี่ยวบอกถึงการใช้พลังธาตุในการชำแหละปลาอสูรสีใสตาฟ้าพวกนี้ให้กับแม่ ท่านพ่อและคนอื่นๆฟังก่อนนะลูก แล้วเ้ากับแม่เห็นทีจะต้องคุยกันเสียหน่อยกับเื่ต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนี้”ท่านแม่มดแดง
“ได้เ้าค่ะ ถ้างั้นเริ่มทำการชำแหละปลาอสูรกันก่อนเลยเ้าค่ะ โดย….บลา…บลา…”เหนี่ยวเหนี่ยว ทำการสอนการใช้ปล่อยพลังธาตุให้กับพวกท่านอีกครั้งหนึ่ง
และแน่นอนด้วยความที่โตกว่าและมีพลังธาตุมากกว่าพวกเด็กๆจึงทำให้ความรวดเร็วในการชำแหลยิ่งเร็วกว่ามาก เพียงแค่ไม่ถึง 2 เค่อ (1 เค่อ 15 นาที) ปลาอสูรสีใสตาฟ้าทั้งหมด 5 ตัวก็โดนจัดการชำแหละเสร็จเรียบร้อยทั้งหมดแล้ว
“ฟู่….”ทุกๆคนถึงกับเป่าลมหายใจอย่างโล่งอกและมีรอยยิ้มกันหมด
“สำเร็จแล้ว…”ทุกๆคนพูดออกมาอย่างดีใจและมองภาพตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย แต่ไม่ได้แตกต่างกันเลย
“หลังจากนี้เดี๋ยวพวกเราก็..”ท่านพ่อยุง ที่กำลังจะพูดกับทุกๆคนต่อถึงขั้นตอนต่อไปกันแต่ก็มีเสียงเล็กๆที่คุ้นเคยแทรกขึ้นมาว่า….
“เนื้อ…เนื้อ…เนื้อ….”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เนื้อ…เนื้อ…เนื้อ…..”พวกเด็กๆหรือบรรดาเหลนๆพากันประสานเสียงตามท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวกันอย่างคึกคัก
“เ้าตัวตะกละน้อยทั้งหลายเนี่ยนะเฮ้อ….”ท่านแม่มดแดง
“ฮ่า….ฮ่า….”ทุกๆคนพากันหัวเราะพวกเด็กๆกัน
ในตอนนี้ไม่มีอะไรที่จะมีความสุขไปกว่าการมองซากปลาอสูรสีใสตาฟ้าตรงหน้าที่ได้รับการชำแหละเรียบร้อยแล้ว แถมสภาพยังสมบูรณ์อีกด้วยเพราะการชำแหละใช้พลังธาตุบริสุทธิ์
“ใจเย็นๆหน่อยนะเด็กๆ วันนี้รับรองเลยว่าทุกๆคนจะต้องได้กินเนื้อปลาอสูรสีใสตาฟ้านี้อย่างแน่นอนเลย”ท่านแม่มดแดง
“เย้…เย้…เนื้อ..เนื้อ…”พวกเด็กๆพากันะโโลดเต้นอย่างดีใจที่ได้ยินคำยืนยันจากท่านแม่ของเหนี่ยวเหนี่ยวอีกครั้งว่าอย่างไรเสียพวกเขาทุกๆคนจะต้องได้กินเนื้อปลาอสูรนี้แน่นอน
“แต่…..”ท่านแม่มดแดง
“โธ่…..”พวกเด็กๆ
“แต่ว่าตอนนี้จะต้องจัดการนำเนื้อปลาอสูรห่อหุ้มความสดเอาไว้ก่อน และจัดการ……”ท่านแม่มดแดง ยังพูดไม่ทันจะจบประโยคเลยเพื่อที่จะอธิบายขั้นตอนต่างๆให้พวกเด็กๆได้ฟังว่าจะต้องทำอะไรบ้างถึงจะได้กินเนื้อปลาอสูรได้สักที
จู่ๆก็มีสิ่งแปลกประหลาดเกิดขึ้นที่ทำให้ทุกๆคนต้องใกันไปหมด แสงละอองพลังธาตุที่เป็ประกายสีทองได้เกิดขึ้นรอบๆตัวของเหนี่ยวเหนี่ยวขึ้นมา
และสิ่งที่ท่านแม่กำลังพูดถึงซากที่เหลือของปลาอสูรที่จัดการชำแหละแยกออกมานั้น เหนี่ยวเหนี่ยวคงจะพอเดาออกได้แล้วว่าสิ่งที่ท่านแม่้าพูดและอธิบายออกมานั้นคืออะไรด้วยความที่ร้อนใจและกลืนน้ำลายอยู่หลายรอบจากการที่อยากได้กินเนื้อปลาอสูรตรงหน้านี้
เพราะจากการรับรู้พวกข้าไม่เคยได้กินเนื้อสัตว์อสูรมาก่อนเลยในชีวิตของพวกเขา
เหนี่ยวเหนี่ยว จึงเหมือนมีประกายความมุ่งมั่นขึ้นมาเองอย่างไม่รู้ตัวพลังที่ซุกซ่อนไว้นานก็เกิดปะทุขึ้นมาทันที ประกายสีทองรอบๆตัวค่อยๆกระจายไปครอบคลุมร่างของทุกๆคนทั้ง 3 ตระกูลอีกด้วย
แหละซากก้างปลาอสูรก็โดนตัดแยกเป็ชิ้นส่วนเล็กๆขึ้นแบบง่ายดาย ลูกตาของมันก็ค่อยๆแตกเป็ลูกกลมๆเล็กๆสวยงามเป็หลายร้อยลูกแทน เกร็ดปลาที่เหมือนโดนอากาศทุบให้เป็ผุงผงรองรับแสงไฟธาตุบางอย่างเผาผลาญอีกรอบให้เป็ผงประกายสีฟ้าสวยงาม
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ว่านี้กำลังลอยอยู่ในอากาศที่เหมือนสายลมห่อหุ้มพวกมันเอาไว้ไม่ให้ตกหล่นสู่พื้นดิน
“พลังธาตุประกายสีทอง…..!!”พวกผู้ใหญ่ต่างพึมพำกันไปตลอดเวลาแต่สายตายังคงจ้องมองการกระทำของเหนี่ยเหนี่ยวไม่กระพริบตากันเลยเช่นกัน
จากนั้นเหนี่ยวเหนี่ยวก็มองไปที่เป้าหมายที่นางเองเล็งไว้แต่แรก จุดไฟธาตุที่มีประกายสีทองล้อมรอบขึ้นมาพร้อมกับสิ่งชิ้นเนื้อปลาอสูรสีใสตาฟ้าไปเพื่อทำการย่างเนื้ออสูรทันที
“................!!”ทุกๆคนที่อยู่รอบตัว
“ย่างเนื้อปลาอสูรกินรองท้องก่อนละกันเนอะ”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่กำลังมองเปลวไฟสีทองที่กำลังคุกรุ่นล้อมรอบเนื้อปลาอสูรส่วนหนึ่ง และเริ่มส่งกลิ่นหอมหวนไปทั่วบริเวณแถวนี้ทั้งหมดแล้ว
“ฟืด….ฟืด……”พวกเด็กๆจากที่ตกตะลึงการใช้พลังธาตุแบบขั้นเทพจากท่านย่าเล็กของพวกเขาอยู่นั้นพอได้กลิ่นเนื้อปลาอสูรก็หายไปเลยในความรู้สึกนั้น กลับมาใจจดใจจ่อกับเนื้อปลาอสูรที่กำลังส่งกลิ่นหอมอยู่ในตอนนี้แทน
ผิดกับพวกผู้ใหญ่ทุกๆคนที่ก็ยังเหมือนกับจิตใจล่องลอยไปหมดแล้ว มองกลับไปกลับมากับสิ่งต่างๆที่เหนี่ยวเหนี่ยวทำได้เสร็จโดยพริบตาเดียว พร้อมกับาละอองพลังธาตุประกายสีทองที่ถูกกล่าวขานเป็ตำนานเื่เล่ามาช้านานหลากหลายรุ่นนับแต่หมื่นปีที่ผ่านมา
“เสร็จแล้ว เสร็จแล้วเ้าค่ะ เนื้อปลาอสูรย่าง”เหนี่ยวเหนี่ยว ตาเป็ประกายแวววับ พร้อมกับน้ำลายน้อยๆที่ไหลออกมาจากมุมปากอย่างห้ามใจตัวนางเองไม่อยู่
“ท่านแม่เ้าค่ะข้ากินได้เลยไหม? ก็ไหนท่านแม่บอกข้าว่าถ้าทำทุกอย่างเสร็จแล้วก็กินได้เลยไงเ้าคะท่านแม่?”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ตอนนี้ไปคว้าเนื้อปลาอสูรกลางอากาศมา โดยที่นางนำต้นไม้ที่อยู่บริเวรใกล้เคียงนำมาทำเป็ตะเกียบคีบอย่างรวดเร็วอีกด้วย
“.............”ท่านแม่มดแดง ยังคงยืนนิ่งเช่นเดียวกับพวกผู้ใหญ่คนอื่นๆ
เหนี่ยวเหนี่ยว เดินไปเกาะขาท่านแม่และเขย่ามือที่ว่างอยู่ข้างหนึ่ง พร้อมกับเรียกท่านแม่อีกครั้ง และอีกครั้ง
“ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านแม่เ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ฮะ…ว่าไงเหนี่ยวเหนี่ยวเ้าว่าอย่างไรนะลูก”ท่านแม่มดแดง
“ข้าถามท่านแม่ว่าตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ข้ากินเนื้อปลาอสูรย่างพวกนี้ได้เลยใช่หรือไม่เ้าคะ?”เหนี่ยวเหนี่ยว
“จ้ะได้เลย กินได้เลย..”ท่านแม่มดแดง
“ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านแม่ก้มลงมาหน่อยเ้าค่ะหม่ำ…หม่ำ….ด้วยกันนะเ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
ท่านแม่มดแดงก้มลงนั่งยองๆให้เท่ากับตัวลูกสาวคนเล็กของนาง พร้อมกับเหนี่ยวเหนี่ยวค่อยๆเป่าและป้อนเนื้อปลาอสูรที่ย่างจากไฟของพลังธาตุ 8 ดินแดนเซียนสีทองอีกด้วย
“หง่ำ….หง่ำ….อร่อยมากเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว เมื่อได้กินเนื้อปลาอสูรแล้วถึงกับพอใจเป็อย่างมากไม่คิดเลยว่ามันจะอร่อยนุ่มถึงเพียงนี้
“เอื๊อก…..เอื๊อก….”เสียงกลืนน้ำลายจากพวกเหลนๆ
“พวกเหลนๆกินสิ ท่านแม่ข้าบอกแล้วว่ากินได้เลยนะจัดการเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“จัดการเลย”พวกเหลนๆ
พวกเด็กๆต่างพากันรุมล้อมและหยิบตะเกียบที่ทำไว้ ไปคีบเนื้อปลาอสูรกันอย่างเอร็ดอร่อย และยังคงไม่ลืมที่จะนำมาให้คนในครอบครัวของพวกเขาได้ลิ้มลองความอร่อยของเนื้อสัตว์อสูรกันด้วยเช่นกัน
ส่วนทางด้านพวกผู้ใหญ่นั้น ก็ได้หันมามีคำถามมากมายต่อกันและกัน และพากันปรึกษากันในตอนนี้ทั้งๆที่สติก็ยังเหมือนมากันไม่ครบดีนักกับการเห็นเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากเหลือเกิน จนพวกท่านตั้งรับกันไม่ทันจริงๆกับเื่ราวที่น่าอัศจรรย์แบบนี้ในหมู่บ้านเล็กๆของพวกเขา
“ท่านพ่อ ท่านแม่ขอรับพลังธาตุของน้องเล็กนั้นทำไมถึงได้เป็ละอองเปล่งประกายสีทองแบบนี้เล่าขอรับ”พี่ใหญ่สงสง
“แล้วๆทำไมน้องเล็กถึงใช้พลังธาตุแบบนี้ได้เล่าขอรับ”พี่รองหม่าหม่า
“นั่นมันใช่พลังธาตุที่เหล่าบรรพบุรุษเคยเล่าขานเอาไว้จริงๆใช่หรือไม่กันน้องหญิง”ท่านพ่อยุง
“พลังธาตุ 8 ดินแดนเซียน!!”ท่านแม่มดแดง พูดออกมาและแน่นอนว่าทุกๆคนก็ได้ยินเช่นกัน และไม่เคยคาดคิดเลยว่าสิ่งที่เป็เื่เล่ามาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น พวกเขาทุกๆคนจะได้เห็นเต็มสองตาในตอนนี้
“...........!!!”พวกผู้ใหญ่
พลังธาตุ 8 ดินแดนเซียน
เป็พลังธาตุในตำนานที่หายสาบสูญมาหลายหมื่นปี หลายพันปีมาแล้ว
เคยมีตำนานเื่เล่ากล่าวขานกันเอาไว้ว่าบนสรวง์ชั้นฟ้านั้นมีเทพเซียนจากขุมพลังต่างๆมากมาย และแน่นอนว่ามีเทพเซียนประเภทที่เก่งกาจควบคุมดินแดนของพลังธาตุแต่ละธาตุเช่น ดิน น้ำ ลม ไฟ พฤกษา แสงสว่าง ความมืด การรบ ครบทั้งบุ๋นแบะบู๊เพื่อปกครองทังบนสวรรต์และโลกเบื้องล่าง
การใช้ชีวิตของมนุษย์เบื้องล่างที่จะต้องอยู่ใช้ชีวิตต่อสู้ทั้งสัตว์อสูร และสิ่งต่างๆมากมาย ท่านเทพเซียนบน์จึงเมตตาและปลดปล่อยพลังธาตุกระจัดกระจายไปทั่วผืนดินเบื้องล่าง เพื่อให้มนุษย์เบื้องล่างได้รับพลังธาตุเพื่อเอาไว้ดูแลและช่วยเหลือตัวเองและคนรอบตัวได้
แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนที่ใช้พลังธาตุในทางด้านที่ดีและไม่ดี แตกต่างกันไปมนุษย์มีทั้งคนดีและคนชั่วขึ้นอยู่กับวาสนาและโชคชะตาของแต่ละคนที่จะได้รับพลังธาตุไปก่อเกิดในตัวตน
แต่ว่าคนในตำนานที่มีพลังธาตุ 8 ดินแดนเซียนนั้นได้เล่าขานผู้นี้นั้นมีเพียงหนึ่งเดียวที่มีครบทุกธาตุที่หายาก ได้อยู่บนพื้นเบื้องล่างคอยช่วยดูแล และช่วยสร้างให้โลกมนุษย์ด้านล่างให้ดีขึ้นและสมบูรณ์ที่สุดไม่ว่าจะ…
1.การรักษาผู้คนที่เจ็บป่วย าเ็ และรักษาสัตว์ได้
2.สามารถปลูกต้นไม้ ผลไม้ สมุนไพรได้เพียงพริบตาเดียว
3.พลังธาตุที่มีไอกระจายประกายสีทองรอบๆตัว ที่มีความหมายถึงระดับสูงที่สุดและหายากในตำนานอีกด้วย
4.หลอมยาสารพัดโรค
5.แสงไอแห่งพลังธาตุสีทอง เมื่อเปล่งประกายออกมาสามารถช่วยให้คนรอบข้างซึมซับเพื่อช่วยเพิ่มระดับได้อีกด้วยโดยไม่ต้องกินเนื้อสัตว์อสูร ผลไม้พลังธาตุ หรือสมุนไพรธาตุใดๆ เข้ามาช่วยเหลือ
6.ประกายพลังสีทอง สามารถดึงดูดพวกสัตว์อสูรน้อยใหญ่ได้เป็อย่างดีอีกด้วย
7.ความสามารถในการใช้พลังธาตุไม่มีที่สิ้นสุด
8.ฯลฯ
จนสุดท้ายเมื่อเห็นว่าโลกด้านล่างสงบสุขแล้ว จึงได้ละสังขารกลับสู่สรวง์ดั่งเดิม
แต่ก่อนที่จะจากไปนั้นเทพเซียนองค์นั้นเคยได้เกริ่นเอาไว้ว่า เมื่อถึงเวลายามคับขันและโลกด้านล่างเลวร้ายลงและ้าความช่วยเหลือตัวแทนแห่งข้าจะมาจุติกำเนิดใหม่บนโลกด้านล่างนี้อีกครั้งหนึ่ง
************
ในที่สุดท่านย่าเล็กก็เกิดการปะทุพลังธาตุออกมาแล้ว และสาเหตุมาจากอันใดได้ถ้าไม่ใช่เพราะความตะกละของนางนั่นเองฮิ….ฮิ…..
ความตะกละสามารถทำได้ทุกสิ่งอย่างเ้าค่ะท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยวได้กล่าวเอาไว้…