ซ้ำยังใช้คำว่า 'ภารกิจพังบ้าน' อีก!ไอ้ระบบนี่จะเล่นตลกอะไรกับฉันอีกเนี่ย!!
สวี่มั่วอึ้งไปพักใหญ่แล้วกวาดตามองไปรอบห้องก่อนจะรู้สึกหนาวเยือกในใจ
พังบ้าน?
คลิปหรือรูปในอินเทอร์เน็ตที่บ้านพังพินาศจากฝีมือของฮัสกี้ลอยขึ้นมาในหัวเขาทันที
เขาไม่ได้สงสัยหรอกว่าต้องทำยังไง แต่ปัญหาคือ...ถ้าทำให้บ้านพังเละเทะแบบนั้นจริงๆ แล้วจ้าวลี่อิ่งกลับมา...จะไม่ฆ่าเขาทิ้งเลยเรอะ
นี่ไม่ใช่แค่ฉีกผ้าห่มหรือกัดชุดชั้นในแบบครั้งก่อนแล้วจะรอดได้ภารกิจ 'พังบ้าน' แบบนี้ใครจะไปรู้ว่าต้องเละขนาดไหนถึงจะถือว่าภารกิจสำเร็จ
แต่... นี่คือภารกิจแรกหลังจากเลื่อนระดับสวี่มั่วตั้งความหวังไว้ว่าน่าจะได้แต้มรางวัลก้อนโต
จะปฏิเสธจริงๆ เหรอ
ไม่ได้! เคยพูดไว้แล้วว่าจะไม่ปฏิเสธภารกิจถ้าไม่ถึงคราวจำเป็นต่อให้จะยากแค่ไหนก็ต้องกัดฟันสู้!
สวี่มั่วกัดฟันแน่นในใจ "รับภารกิจ!"
[ติ๊ง! รับภารกิจสำเร็จ กรุณาทำภารกิจให้เสร็จโดยเร็วในระหว่างนี้จะไม่มีภารกิจใหม่ปรากฏจนกว่าจะสำเร็จภารกิจนี้]
ได้ยินเสียงระบบ สวี่มั่วก็คิดในใจว่า
คราวนี้ไม่จำกัดเวลา? ค่อยยังชั่วหน่อยแต่ถ้าไม่ทำให้เสร็จก็ไม่มีภารกิจใหม่เข้ามา งั้นก็ชะล่าใจไม่ได้อยู่ดี...
เขาเงยหน้ามองไปรอบๆ แล้วก้มลงมองโซฟาใต้ตัวเองอ้าปากลองกะระยะจะกัดตรงขอบ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลงมือ
ไม่ไหว... จะลุยเลยแบบดื้อๆ ไม่ได้ ต้องวางแผนก่อน คิดให้รอบคอบที่สุดเพื่อลด 'ความเสี่ยง' ให้เหลือน้อยที่สุด...
ระหว่างที่สวี่มั่วนั่งกลุ้มกับภารกิจใหม่อยู่ที่บ้านจ้าวลี่อิ่งก็พาต้าเฮยไปโรงพยาบาลสัตว์
ต้าเฮยที่ได้รับคำสั่งสอนจากสวี่มั่ว ทุกย่างก้าวล้วนยึดหลัก 'ทำตัวให้เรียบร้อย' ระหว่างทางจึงเชื่องเป็นลูกหมาเดินตามจ้าวลี่อิ่งแจ เธอเดินเร็วก็เดินเร็ว เธอหยุดก็หยุดไม่มีแววซุกซนเลยแม้แต่น้อย
แถมถ้าเจอคนมองจ้าวลี่อิ่งด้วยสายตาหื่นมันก็แว้ดใส่ไล่ตะเพิดให้กระเจิงราวกับบอดี้การ์ดมืออาชีพ
พอมาถึงโรงพยาบาลสัตว์ ตอนสัตวแพทย์จะตรวจร่างกายให้แม้แต่ตอนเจาะเลือด มันก็ยังนั่งนิ่งไม่ขยับจนสัตวแพทย์อุทานว่านี่เป็นทิเบตันมาสทิฟที่เชื่องที่สุดเท่าที่เคยเจอ
จ้าวลี่อิ่งได้ยินก็หัวเราะไม่หยุดยิ่งรู้สึกว่าต้าเฮยน่ารักขึ้นทุกที
หลังตรวจเสร็จ สัตวแพทย์แจ้งว่าต้าเฮยสุขภาพแข็งแรงดีแถมในร่างกายก็มีวัคซีนอยู่แล้ว ไม่ต้องฉีดเพิ่มอีก ช่วยลดภาระไปได้เยอะ
แต่เรื่องนี้ก็ทำให้จ้าวลี่อิ่งมั่นใจว่า ต้าเฮยเคยมีเจ้าของมาก่อนบางทีอาจเป็นแค่หมาหลงทาง...
เชื่องขนาดนี้ คงไม่มีใครจงใจเอามาทิ้งหรอกมั้ง
สัตวแพทย์ยังบอกอีกว่า ต้าเฮยเป็นทิเบตันมาสทิฟสายพันธุ์แท้ราคาน่าจะสูงไม่ใช่น้อย
ไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมเป็นใคร ตอนนี้กำลังตามหามันอยู่หรือเปล่านะเอาไว้ดูประกาศหาหมาไว้บ้างก็แล้วกันก่อนจะเจอเจ้าของตัวจริงก็คงต้องเลี้ยงแบบนี้ไปก่อน
จ้าวลี่อิ่งคิดอย่างนั้น
ในโรงพยาบาลสัตว์ยังมีบริการดูแลขนโดยเฉพาะจ้าวลี่อิ่งเลยให้ทางร้านจัดการอาบน้ำดูแลขนให้ต้าเฮยครบชุดแต่เพราะขนมันพันกันยุ่งเหยิงเกินไปสุดท้ายจ้าวลี่อิ่งจึงตัดสินใจตามคำแนะนำของพนักงาน ให้ช่างช่วยเล็มขนออกหน่อย
จากขนยาวฟูฟ่องเลยกลายเป็นสั้นกระชับรับหน้าร้อน
ตลอดทั้งกระบวนการ ต้าเฮยก็ยังคงวางตัวดีเช่นเคยแม้จะรู้สึกไม่สบายตอนเล็มขน แต่มันก็อดทนไว้ตลอด จนพนักงานสาวชมไม่ขาดปาก
ใครจะรู้ว่าสมัยอยู่สนามต่อสู้ แค่ครูฝึกจะเข้าไปแตะขนมันยังเกือบถูกงับข้อมือขาด...
สุดท้ายพอเห็นว่า หลังตัดขนแล้ว เจ้าทิเบตันมาสทิฟดูตัวเล็กลงแถมยังดู 'น่ารัก' ขึ้นนิดหน่อยจ้าวลี่อิ่งก็ยิ้มพึงพอใจ หยิบมือถือมาถ่ายรูปเก็บไว้หลายรูป แล้วยังอัปลง Weiboอีกด้วย
ตอนจ้าวลี่อิ่งพาต้าเฮยกลับถึงบ้านก็เย็นย่ำแล้ว
พอเปิดประตูเข้ามาในบ้านก็เห็นว่า...ฮัสกี้ยังคงนอนแผ่อยู่บนโซฟาอย่างเกียจคร้านพอได้ยินเสียงเธอกลับมาก็แค่เงยหน้ามองแวบหนึ่ง แล้วก็ฟุบหน้าลงนอนต่อ
ต้าเฮยวิ่งดุกดิกเข้าไปหา พูดด้วยเสียงดีใจว่า "ลูกพี่ๆ! ผมกลับมาแล้ว!"
สวี่มั่วมองสภาพมันแล้วแทบกลั้นขำไม่ไหว ถอนหายใจเบาๆ"นี่นายกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงเนี่ย"
ต้าเฮยบิดตัวไปมาอย่างเก้อเขิน "ขนผมพันกันน่ะ หวีก็ไม่ออก...เจ้านายเลยให้ช่างช่วยเล็มให้ ตอนนี้เดินไปทางไหนก็รู้สึกเย็นๆไม่ค่อยสบายตัวเลย"
สวี่มั่วพยายามกลั้นขำพลางถามว่า"ไม่ได้เล่นงานคนที่เล็มขนให้นายนะ?"
"เปล่าๆ ผมเรียบร้อยสุดๆ"
สวี่มั่วพยักหน้าอย่างพอใจ "ดี ถ้าเป็นแบบนี้ดูท่าคงได้อยู่ยาวแล้วล่ะ"
แต่ในใจก็ยังแอบคิดว่า
ถ้ารอดคืนนี้ไปได้ละก็นะ...
จ้าวลี่อิ่งถือมือถือเดินเข้าห้องนอนไปจัดของอยู่พักหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนกระเป๋าเตรียมออกจากบ้านขณะเดินผ่านห้องนั่งเล่นก็หันไปพูดกับหมาสองตัวว่า
"มั่วมั่ว ต้าเฮย อยู่บ้านกันดีๆ นะฉันจะออกไปเดินห้างกับพี่ซือซือหน่อย แล้วก็จะซื้อของให้ต้าเฮยด้วย"
สวี่มั่วได้ยินดังนั้น แววตาก็สว่างวาบ คิดในใจว่า
โอ้? ออกไปอีกแล้ว? ดีเลย...
ต้าเฮยเห่า 'โฮ่งๆๆ' อย่างอารมณ์ดีแล้ววิ่งไปส่งจ้าวลี่อิ่งถึงหน้าประตู
"ต้าเฮยนี่รู้จักกาลเทศะจริงๆ...ไว้กลับมาจะทำของอร่อยให้กินนะ!"
จ้าวลี่อิ่งลูบหัวต้าเฮยอย่างเอ็นดู แล้วยังแอบเหลือบมองฮัสกี้ที่ 'ไม่รู้จักกาลเทศะ' อีกตัว ก่อนจะออกจากบ้านไป
พอได้ยินเสียงฝีเท้าจ้าวลี่อิ่งหายไป พร้อมเสียงลิฟต์ปิดสวี่มั่วก็พลิกตัวลงจากโซฟา แล้วเริ่มกวาดตามองไปรอบบ้าน
ต้าเฮยที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาเห็นเขาทำท่าทางแปลกๆ ก็ถามด้วยความสงสัย"ลูกพี่ กำลังทำอะไรอยู่น่ะ"
"กำลังดูอยู่ว่าจะเริ่มพังจากตรงไหนดี..."
"พังอะไรเหรอ"
สวี่มั่วละสายตา หันไปมองต้าเฮยแล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง"เสี่ยวเฮย (ดำน้อย) (เขาเปลี่ยนชื่อที่จ้าวลี่อิ่งตั้งให้ใหม่เองโดยไม่ถาม)นายว่าฉันปฏิบัติต่อนายดีไหม"
ต้าเฮยงงไปหมด แต่ก็ตอบอย่างมั่นใจว่า "ดีสิ!ลูกพี่ช่วยชีวิตผมตั้งสองครั้ง! ซ้ำยังให้กินอาหารหมาอร่อยๆ แล้วก็พากลับบ้านไม่ต้องเป็นหมาจรอีกต่อไป! ลูกพี่คือหมาที่ดีที่สุดในโลกเลย!!"
...ฟังยังไงก็แปลกๆ
สวี่มั่วบ่นในใจ ก่อนจะพูดต่อ"งั้นตอนนี้ฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วย นายช่วยฉันได้ไหม"
"ได้แน่นอน! บอกมาเลยลูกพี่!จะให้ไปสู้กับหมาตัวไหนอีกเหรอ"
"ไม่ต้องสู้ ไม่ต้องออกไปไหนด้วย แค่ฉันเบื่อๆ น่ะก็เลยอยากเล่นอะไรให้มันตื่นเต้นหน่อย"
ต้าเฮยยังงงอยู่ "หมายความว่ายังไงเหรอ"
"หมายความว่าแบบนี้..."
สวี่มั่วยกอุ้งเท้าคว้าหมอนรองจากโซฟาลงมา แล้วเหยียบไว้ใต้ขาก้มลงกัดตรงมุมหมอน จากนั้นก็
แควก!
ฉีกมันออกอย่างง่ายดาย ไส้ในปลิวว่อนทั่วพื้น
"เล่นแบบนี้ไงล่ะ..."