“คุณน้าลี่อิง! ทางนี้ค่ะ” เหอหลี่น่าโบกมือเมื่อเห็นหวังลี่อิงเดินเข้ามา วันนี้พวกเธอมีนัดจะไปเดินดูร้านค้าด้วยกัน
หวังลี่อิงเดินยิ้มเข้ามาก่อนจะพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น “หนูนาน่า น้าอยากให้หนูไปเห็นหน้าสามีกับลูกชายตัวดีของน้าจริงๆ หนูรู้ไหมว่าพวกเขากลัวว่าน้าจะเปลี่ยนใจจนถึงขั้นไปเสียเงินใต้โต๊ะเพื่อแลกกับการขอรับหนังสือหย่าโดยไม่รอให้ครบกำหนดไตร่ตรองเลยด้วยนะ เดิมทีน้าตั้งใจจะบอกพวกเขาว่าน้าขายบ้านเดิมจนมีเงินเก็บอยู่แปดแสนหยวน แต่มานึกอีกทีไม่พูดออกไปดีกว่า ถึงแม้สามีจะมาขอแบ่งเงินไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าลูกชายจะไม่มารีดไถเงินเก็บก้อนสุดท้ายของน้าไป”
เหอหลี่น่าทำแค่เพียงนั่งฟัง เธอไม่ให้ความเห็นหรือไม่มีข้อเสนอแนะใดๆ เพราะถึงอย่างไรมันก็เป็เื่ของครอบครัวคนอื่น “คุณน้าจะดื่มอะไรก่อนไหมคะ หรือเราจะไปเดินดูร้านค้ากันเลย”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ดื่มแล้ว เราไปเดินดูร้านค้ากันดีกว่า”
“คุณน้าอยากไปดูที่ย่านไหนเป็พิเศษไหมคะ”
หวังลี่อิงส่ายหน้า “น้าไม่ได้คิดเื่นี้ไว้เลยจ้ะ”
“ถ้าอย่างนั้นเราไปดูร้านค้าแถวๆ มหาวิทยาลัยดีไหมคะ” เหอหลี่น่าเสนอ ความจริงแล้วมันไม่ใช่ความคิดของเธอหรอก เพราะมันป็นความคิดของ Devil
“ทำไมหนูถึงอยากไปหาร้านค้าย่านมหาวิทยาลัยล่ะจ๊ะ”
“เพื่อนแนะนำมาน่ะค่ะ เขาบอกว่าแถวๆ มหาวิทยาลัยกวางิมีชุมชนเก่าอยู่หลายแห่ง บ้านเช่ากับหอพักนักศึกษาก็มีอยู่หลายที่เหมือนกัน ถ้าเราไปเปิดร้านอาหารราคาถูก เราก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีลูกค้ามาเข้าร้านไม่ใช่เหรอคะ”
หวังหลี่อิงปรบมืออย่างดีใจ “เป็ความคิดที่ดีเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นเราอย่ามัวมาเสียเวลาอยู่เลย เรานั่งรถเมล์ไปมหาวิทยาลัยกวางิกันเถอะจ้ะ”
“ถ้าคุณน้าเห็นด้วยเรารีบไปจัดการธุระให้เสร็จกันเถอะค่ะ” เหอหลี่น่ายิ้มอย่างดีใจที่อีกฝ่ายเห็นด้วยกับความคิดของเธอ
เหอหลี่น่ากับหวังลี่อิงไปดูร้านค้าให้เช่าที่ตั้งอยู่ใกล้วิทยาลัยเป็ที่แรก แต่ห้องว่างแถวนั้นกลับมีค่าเช่าสูงเกินไป ต่อให้พวกเธอมีความตั้งใจจะขายอาหารในราคาถูก แต่ด้วยค่าเช่าที่แสนแพง ต่อให้พวกเธอจะขายแค่ข้าวกล่อง พวกเธอก็คงต้องตั้งราคาเริ่มต้นไว้ที่กล่องละเกือบยี่สิบหยวนเข้าไปแล้ว
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปดูชุมชนเก่าอีกหลายที่ จนมาถึงชุมชนแห่งสุดท้ายที่อยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยประมาณห้ากิโลเมตร หวังลี่อิงไม่มีความกระตือรือร้นเหมือนตอนเช้า แต่เหอหลี่น่ากลับยังมีความหวัง เธอเชื่อว่าภารกิจวันนี้ต้องผ่านไปได้ด้วยดี จนกระทั่งเธอมองไปเห็นห้องแถวทรงโบราณสองห้องติดประกาศขายเอาไว้
“คุณน้าลี่อิง! ดูตรงโน้นสิคะ มีห้องแถวติดประกาศขายไว้ด้วยค่ะ” เหอหลี่น่าชี้ไปที่ห้องแถวสองห้องนั้นอย่างตื่นเต้น “เราลองไปดูกันดีไหมคะ”
“แต่พวกเขาติดประกาศขายไว้นะ พวกเขาจะยอมปล่อยให้เราเช่าเหรอ” หวังลี่อิงขมวดคิ้ว “หรือถ้าพวกเขาให้เราเช่า แล้วถ้าวันหน้ามีคนมาติดต่อขอซื้อ พวกเขาจะไม่ไล่เราออกจากร้านใช่ไหม”
“ไปดูกันก่อนเถอะค่ะ” เหอหลี่น่าไม่ได้บอกว่าตอนนี้เธอมีแผนสำรองอยู่ในใจ
เหอหลี่น่ากับหวังลี่อิงเดินมาถึงห้องแถวที่ติดประกาศขายก็เห็นชายชราคนหนึ่งเดินออกมาและเขากำลังจะปิดประตูลงพอดี
“สวัสดีค่ะ ห้องแถวสองห้องนี้เป็ของคุณปู่เหรอคะ” เหอหลี่น่าถาม
ชายชรายิ้มกว้าง “เป็ของฉันเอง หนูสนใจจะซื้อมันต่อจากฉันไหมล่ะ ฉันขายไม่แพงหรอกนะ พอดีว่าฉันกับลูกชายจะย้ายไปอยู่ที่เมืองหยางิและคงจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว”
“คุณลุงไม่เปลี่ยนใจให้เราเช่าเหรอคะ ฉันกับหลานสาวไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น” หวังลี่อิงพูดอย่างเสียดาย
“ฉันก็บอกไปแล้วไงว่าฉันจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว ถ้าฉันปล่อยให้พวกเธอเช่า ฉันก็ต้องหาเวลากลับมาที่นี่อีกน่ะสิ”
“ถ้าคุณลุงกลัวว่าเราจะโกงค่าเช่า คุณลุงไม่ต้องห่วงเื่นั้นเลยค่ะ ฉันกับหลานสาวสามารถจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าไปก่อนหนึ่งปีเลยก็ยังได้ ขอแค่คุณลุงอย่าคิดค่าเช่าพวกเราแพงเกินไป”
“ถ้าจะพูดเื่เช่าก็ไม่ต้องเสียเวลามาพูดมากแล้ว ฉันบอกว่าจะขายก็คือขาย” ชายชราเริ่มหงุดหงิด
“คุณปู่อย่าเพิ่งโมโหไปเลยค่ะ ว่าแต่คุณปู่ตั้งราคาขายไว้ที่เท่าไหร่คะ แล้วพร้อมจะโอนกรรมสิทธิ์กันเมื่อไหร่” เหอหลี่น่ารีบพูดแทรก เธออยากซื้อห้องแถวสองห้องนี้ไว้จริงๆ
ชายชรายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เหอหลี่น่า “ฉันให้สำนักงานเขตมาประเมินราคาห้องแถวทั้งสองห้องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว ชุมชนแห่งนี้อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยกวางิแค่ห้ากิโลเมตร และยังอยู่ห่างจากด่านเก็บค่าผ่านทางและจุดพักรถที่จะเดินทางไปเมืองเทียนิและเมืองหยางิแค่ยี่สิบกิโลเมตรเท่านั้น อีกทั้งห้องแถวสองห้องนี้ฉันเพิ่งสร้างได้แค่ห้าปี ราคาประเมินต่อห้องอยู่ที่หนึ่งล้านห้าแสนสองหมื่นหยวน ถ้าเธอซื้อทั้งสองห้องและจ่ายเป็เงินสดในคราวเดียว ฉันจะขายให้เธอแค่ห้องละหนึ่งล้านห้าแสนหยวน แต่ค่าโอนกรรมสิทธิ์เธอต้องรับผิดชอบเองนะ เธอคิดว่าราคานี้เธอพอจะจ่ายไหวไหม”
“ทั้งหมดคือสามล้านหยวนใช่ไหมคะ” เหอหลี่น่ายิ้มกว้าง “คุณปู่พร้อมไปโอนกรรมสิทธิ์กันวันนี้เลยไปไหมคะ”
“เธอตกลงที่จะซื้อแล้วใช่ไหม” ชายชราถอนหายใจอย่างโล่ง “เธอไม่ได้โกหกฉันนะ เธอไม่รู้หรอกว่าฉันรอโอกาสนี้มานานเท่าไหร่แล้ว ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ไม่มีคนมาติดต่อขอซื้อห้องแถวของฉัน แต่คนพวกนั้นไม่น่าไว้ใจ ฉันก็เลยไม่ยอมขายให้เพราะกลัวว่าพวกเขาจะมาทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อน แต่กับพวกเธอฉันไว้ใจ”
“ฉันไม่โกหกคุณปู่หรอกค่ะ ทันทีที่โอนกรรมสิทธิ์สำเร็จ ฉันจะโอนเงินสดเข้าบัญชีให้คุณปู่ทันทีเลยค่ะ” เหอหลี่น่าบอก
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเลย ฉันถือเอกสารไว้กับตัวมาตลอดอยู่แล้ว” ชายชราเดินนำสองสาวขึ้นรถเมล์เพื่อไปยังสำนักงานเขตอย่างอารมณ์ดี ในที่สุดเขาก็จะได้ย้ายไปอยู่กับลูกชายเสียที อีกอย่างเขาก็คิดถึงเ้าหลานชายตัวน้อยเต็มที่แล้ว
เหอหลี่น่ามองโฉนดของห้องแถวทั้งสองห้องที่มีชื่อเธอเป็เ้าของอยู่อย่างดีใจ นี่ถือเป็อสังหาริมทรัพย์ชิ้นแรกที่เธอมี
“เงินตั้งสามล้านหยวนเลยนะ เธอคิดจะใช้ก็เอาออกมาใช้ได้ง่ายๆ อย่างนี้เลยเหรอ” หวังลี่อิงมองเด็กสาวอย่างอิจฉา “โชคชะตาคนเรามันช่างแตกต่างกันจริงๆ เธอถูกครอบครัวตัดสัมพันธ์แต่พวกเขาก็ยังให้เงินเธอติดตัวมาเยอะอยู่ดี ส่วนฉันที่เพิ่งอย่ากับสามียังดีใจว่าตัวเองมีเงินสดอยู่ในมือตั้งแปดแสนหยวน พอมาคิดดูแล้วเงินของฉันคงมีไม่ถึงเสี้ยวของเงินที่เธอมีเลยมั้ง พูดแล้วก็อายชะมัด”
“แต่เงินจำนวนนั้นต้องแลกมากับการตัดสัมพันธ์เลยนะคะ”
หวังลี่อิงรู้ว่าตนพูดผิดไป เธอรีบขอโทษ “น้าขอโทษนะ น้าไม่ได้ตั้งใจจะพูดเื่เก่าให้หนูไม่สบายใจ ปากของน้ามันชอบพูดไร้สาระไปเรื่อย หนูอย่าเก็บคำพูดน้าไปคิดมากเลยนะ”
“เราเข้าไปดูด้านในกันเถอะค่ะ” เหอหลี่น่าตัดบท
เหอหลี่น่ากับหวังลี่อิงเปิดประตูห้องแถวก็พบว่าภายในเป็ห้องโล่งที่ถูกทำความสะอาดไว้เป็อย่างดี แค่เพิ่มโต๊ะเก้าอี้และเคาน์เตอร์หรือตู้กระจกวางอาหาร เท่านี้ก็เปิดร้านขายอาหารได้แล้ว ด้านหลังก็จะเป็ห้องครัวที่ขาวสะอาด ซื้อเครื่องครัวและเครื่องปรุงเข้ามาห้องครัวก็พร้อมใช้งาน เมื่อเปิดประตูด้านหลังถัดจากห้องครัวก็จะเห็นลานโล่งและห้องพักทั้งหมดสามห้อง
“โอ้โห! ด้านหลังมีห้องพักด้วยเหรอเนี่ย” หวังลี่อิงพูดขึ้น
“คุณน้าคะ ถ้าไม่คิดอะไรมากคุณน้าจะพักอยู่ที่นี่ก็ได้นะคะ จะได้ประหยัดค่าเช่า” เหอหลี่น่าเสนอ
“มันจะดีเหรอจ๊ะ แค่นี้น้าก็ว่าน้าเอาเปรียบหนูมากแล้วนะ” หวังลี่อิงพูดอย่างเกรงใจ
“เอาเป็ว่าเงินก้อนแรกเรามาลงทุนเป็กองกลางไว้คนละสองแสนหยวนก็แล้วกันนะคะ ส่วนร้านนี้หนูจะคิดค่าเช่าเดือนละสองพันหยวน ค่าน้ำค่าไฟให้คุณน้าลงบัญชีไว้ตามจริงได้เลย ส่วนที่พักก็ถือเป็สวัสดิการหรือถือเป็ค่าเหนื่อยที่คุณน้าต้องเหนื่อยหาเงินอยู่คนเดียวก็แล้วกัน รอให้หนูกลับมาเราค่อยมาคิดเื่นี้กันทีหลัง”
หวังลี่อิงมองเหอหลี่น่าอย่างซาบซึ้งใจ เงินสองแสนหยวนที่เป็ค่าลงหุ้นดูเหมือนจะเป็เงินจำนวนมาก แต่ถ้าหากเธอออกไปเปิดร้านด้วยตัวเอง เงินแค่นี้ก็แทบจะไม่พอด้วยซ้ำ ยิ่งได้ยินเหอหลี่น่าอนุญาตให้เธอพักอยู่ในห้องด้านหลังโดยไม่คิดค่าเช่า เธอทั้งเกรงใจทั้งขอบคุณ “ถ้าอย่างนั้นน้าคงต้องรบกวนพักอยู่ที่นี่ไปก่อน รอให้น้าตั้งตัวได้ น้าจะขยับขยายออกไปหาที่พักของน้าเอง แล้วห้องแถวอีกห้องล่ะจ๊ะ หนูจะทำยังไง”
“ห้องแถวอีกห้องก็คงจะมีโครงสร้างเดียวกัน คุณน้าเป็ตัวแทนปล่อยเช่าแทนหนูได้ไหมคะ คิดค่าเช่าเดือนละสามพันหยวน ให้จ่ายค่ามัดจำล่วงหน้าสามเดือนและต้องทำสัญญาเช่ายาวห้าปีไปเลย หนูไม่อยากให้เปลี่ยนมือคนเช่าบ่อยน่ะค่ะ คุณน้าจะได้ไม่ต้องยุ่งกับการทำสัญญาเช่าแล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกับการตกแต่งใหม่บ่อยๆ”
“เราต้องจำกัดไหมว่าคนที่จะมาเช่าจะขายอะไร”
“ร้านของเราเป็ร้านขายอาหาร หนูไม่รู้ว่าในอนาคตคุณน้าอยากจะเอาอาหารออกไปตั้งโชว์ที่หน้าร้านหรือเปล่า เพื่อเป็การตัดปัญหา เราจะเลือกเฉพาะผู้เช่าที่จะมาเปิดร้านขายอาหารก็แล้วกันค่ะ จะเป็ร้านขายอาหารว่าง ร้านขายขนม หรือร้านขายเครื่องดื่มก็ได้นะคะ ทั้งสองร้านจะได้ไม่ทะเลาะเพื่อแย่งลูกค้ากันค่ะ”
หวังลี่อิงจดรายละเอียดทั้งหมดตามที่เหอหลี่น่าเสนอลงในสมุดพกจนเสร็จ “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้น้าจะไปซื้อโต๊ะ เก้าอี้ เครื่องครัว แล้วก็เครื่องปรุงมาเตรียมไว้ แล้วก็จะเรียกช่างมาทำตู้กระจกสำหรับวางอาหาร ตกแต่งร้านอีกนิดหน่อยก็จะเปิดขายทันที”
“คุณน้าคิดออกแล้วเหรอคะว่าจะขายอะไร”
“น้าจะขายอาหารชุดจ้ะ ในชุดจะมีข้าวสวยหนึ่งถ้วย อาหารจานเนื้อหนึ่งอย่าง อาหารจานผักหนึ่งอย่าง แล้วก็น้ำแกงหนึ่งอย่าง น้าจะไปสั่งทำป้ายเมนูอาหารมาติดไว้ ลูกค้าจะได้รู้ว่าพวกเขาจะได้กินอะไรในแต่ละวัน มันยังง่ายกับการเตรียมวัตถุดิบของน้าด้วย
ั้แ่เช้าจนถึงตอนนี้น้าสังเกตว่าคนในชุมชนจะซื้ออาหารกลับมากินเอง แล้วอาหารพวกนั้นก็เป็อาหารทั่วไปที่เราทำกินเองที่บ้าน น้ายังรู้มาอีกว่าคนเฒ่าคนแก่ที่อาศัยอยู่คนเดียวได้แบ่งห้องให้นักศึกษาเช่าในราคาถูก เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่เหงาแล้วพวกเขายังจะมีเงินไว้ใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ นักศึกษาพวกนั้นก็มักจะซื้ออาหารกลับมากินเองเหมือนกัน ถ้าอาหารของเราขายแค่ชุดละสิบหยวนหรือสิบห้าหยวน คนแถวนี้ก็จะมาเป็ลูกค้าประจำของเราอย่างแน่นอน” หวังลี่อิงยิ้มกว้าง “พูดแล้วจะหาว่าโม้ อาหารที่น้าทำน่ะนะ ถ้าใครได้กินเป็ต้องติดใจกันทุกคน”
“ขอแค่คุณน้าไม่เหนื่อยเกินไป คุณน้าอยากทำอะไรก็ทำได้ตามสบายเลยค่ะ”
หวังลี่อิงจับมือเหอหลี่น่า “นาน่า น้าขอบใจหนูมากนะ”
“เราเป็หุ้นส่วนก็ไม่ต้องขอบคุณแล้วนะคะ” เหอหลี่น่าตบหลังมืออีกฝ่าย “คุณน้าคะ ที่เหลือหนูขอฝากคุณน้าด้วยนะคะ”
เหอหลี่น่ากลับมาถึงโรงแรมก็ดึกมากแล้ว เธอรีบเปิดโน๊ตบุ๊คแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นสถานะออฟไลน์ของ Devil แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังอยากจะทิ้งข้อความไว้ให้เขา ‘ไม่บ่อยเลยนะที่นายจะหายไป สงสัยว่านายคงจะยุ่งจริงๆ แต่ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ฉันแค่จะบอกว่าวันนี้ฉันซื้อห้องแถวไว้สองห้อง เป็ทำเลย่านมหาวิทยาลัยอย่างที่นายแนะนำ แล้วฉันกับคุณน้าลี่อิงก็ตกลงกันได้แล้วว่าเราจะเปิดเป็ร้านขายอาหารชุด... Devil อีกสองวันฉันก็จะออกเดินทางแล้วนะ พรุ่งนี้นายอย่าลืมมาอวยพรให้ฉันเดินทางโดยปลอดภัยด้วยล่ะ’
Devil ออฟไลน์
เหอหลี่น่าจ้องข้อความบนหน้าแชทอยู่นาน เมื่อไม่เห็นมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เธอจึงออกจากห้องแชทไปอย่างเหงาๆ