องค์จักรพรรดินีถึงกับชะงักงันเมื่อได้ยินคำว่า เทพสวรรค์ หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มเบื้องหน้า เพราะต้องรู้ก่อนว่า ขอบเขตพลังนี้ยังคงเป็นเพียงตำนานที่จับต้องมิได้ แม้แต่นางซึ่งเป็นหนึ่งในหกผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังไร้หนทางที่จะก้าวไปถึงขอบเขตนั้น
'นี่เจ้าพูดจริงงั้นหรือ?' โฉมสะคราญเอ่ยถาม มิอาจละทิ้งความเป็นไปได้อันน้อยนิดนี้
'ฮ่าๆๆ แน่นอนสิ ถ้าหากท่านยังไม่เชื่อ ข้ายินดีจะสาบานต่อสวรรค์' เย่หยุนซีตอบกลับทันควัน น้ำเสียงไร้ซึ่งความลังเลใจ
องค์จักรพรรดินีคนงามร่างกายสั่นไหว ถ้าหากนางได้กลายเป็นเทพสวรรค์จริง ปัญหาทุกอย่างของเผ่าก็จะคลี่คลายลงในทันที นี่เรียกได้ว่าเป็นโอกาสอันดีที่ควรรีบไขว่คว้า เพราะมันคงไม่ได้วิ่งมาหานางโดยบ่อยครั้ง
'ได้! ข้าจะลองเดิมพันกับเจ้าดูสักตั้ง'
'ฮ่าๆๆ มันต้องอย่างนั้น ข้ารับรองว่าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวังโดยเด็ดขาด อีกทั้งจะทำให้ราชวงศ์ภูตราตรีไร้เทียมทานเหนือผู้ใด' เย่หยุนซีกล่าวออกไป หลังได้รับคำตอบอันน่าพึงพอใจจากโฉมสะคราญ
ซึ่งมันเป็นเวลาเดียวกันกับที่เซียนมิติและเซียนดาบคลั่งมิอาจทานทนต่อแรงกดดันได้อีกต่อไป ฉะนั้นพวกเขาจึงได้กัดฟันยอมแพ้และทำใจเดินออกจากสนาม หลงเหลือไว้ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาสามัญที่ยังยืนคงนิ่งไม่ขยับ
"ผลการคัดเลือกออกมาแล้ว ขอแสดงความยินดีกับท่านราชองครักษ์"
ถึงแม้จะรู้สึกประหลาดใจเอามากๆ แต่เหล่าขุนนางและผู้แกร่งกล้าก็พากันยืนขึ้นผสานมือคาราวะให้กับเย่หยุนซี เนื่องจากตำแหน่งราชองครักษ์ส่วนพระองค์นี้เป็นรองเพียงแค่องค์จักรพรรดินีและเชื้อพระวงศ์เท่านั้น
"พะ พระเจ้า! นะ นี่มัน!" ทางฝั่งขององค์หญิงฮั่นผิงและเกาเซียงเซียงที่ตกอยู่ในสภาวะอึ้งงันอยู่แล้วยิ่งตกตะลึงและงุนงงเข้าไปใหญ่ สรุปแล้วชายคนนี้เป็นผู้ติดตามของแม่ทัพเกาจริงๆใช่ไหม ทำไมความสามารถของเขาถึงได้โดดเด่นราวกับอัจฉริยะของขุมกำลังใหญ่ๆเช่นนี้กัน
"ในเมื่อผลการคัดเลือกออกมาแล้ว ลำดับต่อไปก็คือการมอบรางวัล" ฝ่ายองค์จักรพรรดินีแห่งราตรีคนงามจับจ้องไปยังผู้ชนะพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยชา
เย่หยุนซีเผยสีหน้ามุ่งมั่นออกมา ก่อนจะทิ้งตัวลงคุกเข่ากับพื้นสนาม "เรียนองค์จักรพรรดินี ข้าน้อยเพียงต้องการอยากจะอยู่ร่วมกับองค์หญิงฮั่นผิงผู้เป็นภรรยาของข้้าเท่านั้น"
"เปรี้ยง!"
คำพูดประโยคนี้ถึงแม้จะไม่ค่อยดังมาก แต่ทว่าเหล่าผู้ชมกลับได้ยินมันอย่างกระจ่างชัด ก่อนที่ร่างกายของพวกเขาจะแข็งทื่อราวกับรูปสลักหินอย่างไรอย่างนั้น
"ตูม"
"บังอาจ! เจ้าพูดเรื่องเหลวไหลอะไรกัน!!" ในขณะที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในภวังค์ น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของชายผู้หนึ่งก็พลันดังขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่า เขาคือฮั่นฝูบิดาแท้ๆ ขององค์หญิงฮั่นผิง
"เรียนองค์จักรพรรดินี เรื่องที่ข้าพูดเป็นความจริง" เย่หยุนซีมิได้สนใจปฏิกิริยาตอบสนองของว่าที่พ่อตา แต่กลับเลือกที่จะอธิบายเรื่องทุกอย่างให้เสียงดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเป้าหมายก็คือการประกาศให้คนทั้งใต้หล้าได้รับทราบโดยทั่วกัน
"ผิงเอ่อร์ มันเป็นเรื่องจริงงั้นหรือ?" องค์จักรพรรดินีหันไปเอ่ยถามผู้เป็นหลาน หลังจากสดับฟังเรื่องราวทุกอย่างจนหมดสิ้น
ทางด้านองค์หญิงฮั่นผิงเมื่อได้ยินก็รีบบินไปยืนข้างๆเย่หยุนซีพลางโค้งศีรษะ ขณะที่ใบหน้ายังคงแดงก่ำ "เรียนท่านป้า เรื่องที่สามีของข้าพูดนั้นเป็นความจริงทุกอย่าง และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้ข้าไม่คิดจะแต่งงานกับผู้ใดอีกนอกจากเขา"
"นังลูกไม่รักดี! จะ เจ้า!!" ฮั่นฝูผู้เป็นบิดาทวีความโกรธยิ่งกว่าเก่า แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าองค์จักรพรรดินีซึ่งเป็นพี่สาว ตัวมันก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านั้น
"ขอองค์จักรพรรดินี/ขอท่านป้า ช่วยเมตตาพวกเราด้วย" ทั้งสองผสานมือคาราวะแล้วเอ่ยปากกล่าวขึ้นพร้อมกัน
ทางด้านองค์จักรพรรดินีถอนหายใจเบาๆหนึ่งครั้ง "เห้อ ในเมื่อเรื่องมันเกินเลยมาถึงขั้นนี้ก็คงมีแต่จะต้องยอมรับ อีกทั้ง! เราต้องขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยชีวิตหลานสาวของเราเอาไว้"
"เดี๋ยวสิขอรับ! ท่านพี่ แล้วงานแต่งระหว่างเผ่าพันธุ์ล่ะ จะทำอย่างไร?" ฮั่นฝูจากเดิมที่เกรี้ยวโกรธกลับกลายเป็นกระวนกระวายใจ เพราะนี่มันอาจจะนำไปสู่สงครามครั้งใหม่ซึ่งจะทำให้เผ่าภูตราตรีตกอยู่ในที่นั่งลำบาก
"หึ! เจ้าคิดว่าอีกฝ่ายจะยอมรับสตรีที่มีสวามีแล้วอย่างนั้นหรือ" องค์จักรพรรดินีเอ่ยปากกล่าวอย่างเฉยชา เรื่องในวันนี้ไม่ช้าก็เร็วต้องแพร่กระจายไปทั่วทั้งใต้หล้า ราชวงศ์ภูตวายุอาจคิดว่าราชวงศ์ภูตราตรีหยามเกียรติพวกมันเสียมากกว่า ถ้าหากยังส่งฮั่นผิงไปแต่งงานกับองค์ชายของพวกมัน
"เอ่อ.......!" ฮั่นฝูไร้คำโต้เถียงคำพูดประโยคนั้น สายตาอาฆาตจับจ้องไปยังร่างของเย่หยุนซีซึ่งบัดนี้กำลังจับมือลูกสาวคนโตของมันเอาไว้
"เอาล่ะ งานวันนี้จบลงแล้ว พวกเจ้าแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนได้"
หลังสิ้นสุดวาจา ร่างขององค์จักรพรรดินีก็อันตรธานหายไปพร้อมกับร่างของราชองครักษ์คนใหม่ องค์หญิงฮั่นผิง และเกาเซียงเซียงบุตรสาวของแม่ทัพเกา
ภาพนี้ทำเอาเหล่าผู้ชมที่ไม่กล้ากล่าวอะไรเมื่อครู่พากันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะส่งเสียงฮือฮาออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
แน่นอน! เรื่องที่พวกเขาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันนั้น ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องราวความรักระหว่างองค์หญิงกับสามัญชนคนธรรมดาที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ซึ่งบอกตามตรงว่ามันทำให้ผู้คนส่วนใหญ่รู้สึกซาบซึ้งในความพยายามของฝ่ายชายเป็นอย่างมาก
บางคนถึงขนาดคิดที่จะนำเย่หยุนซีไปเป็นต้นแบบเลยก็มี