แสงแดดยามเช้ากระทบใบหน้าของเด็กหนุ่มที่นอนซมเพราะตกงานมาหลายวันก่อนหน้านี้
เสียงอึกทึกครึกโครมและเสียงไซเรนดังระงมไปหมดเหมือนเตรียมพร้อมจะรับมือเหตุการณ์อะไรบางอย่าง
"อื้อออ....อะไรแต่เช้าากันเนี้ยย!!!"
เด็กหนุ่มขยี้ตาเบาพร้อมกับลืมตาขึ้นพร้อมกับบนพึมพำกับตัวเอง แล้วค่อยๆใช้แขนดันตัวเองลุกขึ้นนั่งช้าๆ นั่งมึนสักพักจึงชะเง้อมองผ่านหน้าต่างลงไปยังชั้นล่างของตึก ภาพที่เห็นทำให้เขาแทบไม่เชื่อในสายตาตัวเองถึงกับร่างกายแน่นิ่งไปชั่วขณะ
รถที่ติดกันยาวเหยียด ผู้คนที่วิ่งเบียดเสียดกันแน่นกันไปหมดเพื่อหนีอะไรบางอย่าง เ้าหน้าที่ถืออาวุธครบมือพร้อมต่อสู้ ทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับขนลุกซู่ไปทั่วร่าง
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเคาะประตูหน้าห้องอย่างรุนแรง
"ตึงๆๆๆๆ!!!"
เขาถึงกับสะดุ้งโหยง แล้วหันมองยังต้นเสียงทันที จึงรีบเดินไปเปิดประตู
ปรากฏว่าเป็ป้าแม่บ้านของที่นี่นั้นเอง เด็กหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งใจ แล้วคำถามมากมายก็เริ่มผุดขึ้น จึงหันเดินกลับไปมองหน้าต่างอีกครั้ง แล้วถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างล่าง
“ ป้ามันเกิดอะไรขึ้นกันครับ ทำไมทุกคนต้องวิ่งกันวุ่นวายขนาดนั้น“ เด็กหนุ่มถามด้วยเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแล้วหันกลับมามองป้าแม่บ้านอีกครั้ง
ป้าได้แต่ยืนนิ่งไม่โต้ตอบอะไร แต่ร่างกายป้ากลับสั่นอย่างกับเ้าจะเข้า ม่านตาป้าเริ่มเปลี่ยนอย่างช้าๆ เมื่อได้เห็นอย่างนั้น เขาก็เริ่มรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี จึงคิดที่จะเดินมาดูอาการป้า แต่พอสิ้นสุดความคิดนั้น
“ คว้ากกกกก!!!! ”
จู่ จู่ ป้าก็วิ่งกระโจนเข้าใส่ทันที!!! จนหลังเขาไปชนกับกำแพงห้อง แกพยายามยื่นหน้าที่จะเข้ามากัด เด็กหนุ่มดันป้าจนเกือบสู้แรงไม่ไหว จึงตัดสินใจใช้เท้าถีบเขาท้องป้าแกเต็มที่ ถึงกับล้มหน้าหงายในทันที
“ ป้าผมขอโทษ… ” เด็กหนุ่มยกมือไหว้พูดด้วยเสียงสั่น
ป้าค่อยๆลุกขึ้นมาช้าๆอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รู้สึกว่าแกจะโมโหกว่า เมื่อแกลุกยืนได้ก็กระโจนเข้าใส่อีกครั้ง
คราวนี้เด็กหนุ่มโยกตัวหลบได้ทันควัน ประสาททุกส่วนของเขาเริ่มตื่นตัว เขาหลบการฟุ่งโจมตีของป้าไปได้หลายครั้งจนข้าวของพังกระจัดกระจายเต็มพื้นห้องไปหมด จนไปถึงห้องครัว
เด็กหนุ่มหันเหลือบไปเห็นกระทะวางอยู่บนชั้นวาง จึงคว้ากระทะขึ้นมาพร้อมกำไว้แน่น
“ อย่าเข้ามานะป้า…ผมตีจริงนะ!!!” เด็กหนุ่มพูดขู่ป้าเสียงแข็ง
ป้าแกดูไม่มีทีท่าที่จะหยุด แล้วแกก็กระโจนเข้าใส่อีกครั้ง เมื่อเด็กหนุ่มเห็นเช่นนั้นจึงจับกระทะฟาดสวนกลับอย่างสุดแรงทันที
“ผัวะ ผัวะ ผัวะ…!!!!”
ป้าถึงกับล้มลงนอนแน่นิ่งไป เสียงหัวใจของเขาเต้นดังจนเหมือนจะทะลุออกมา สภาพห้องตอนนี้เละไม่มีชิ้นดี
เมื่อตั้งสติได้สักพักจึงรีบหยิบโทรศัพท์เพื่อจะโทรแจ้งตำรวจ แต่ในเวลานี้
…………………
ไม่มีสัญญาณ……………..
“ ชิบหายละ!!” เด็กหนุ่มสบถกับตัวเองเบาๆ
ไม่กี่อึดใจเขาก็รีบวิ่งออกจากห้องเพื่อลงไปขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่ชั้นล่างทันที เขารีบวิ่งลงบันใดอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อลงมาถึงเขาก็ต้องช็อคกับภาพที่เห็นอีกครั้ง!!
ลุงยามที่กำลังกัดคอหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นทางเดิน เืสีแดงเข้มค่อยๆไหลออกมาอย่างช้าๆเต็มทั่วบริเวณ เมื่อมองไปด้านหน้าตึกก็มีตำรวจที่ถูกฝูงคนที่รุม กัดอย่างสยดสยอง แถมหน้าคนที่กัดก็สยองไม่แพ้กัน
เมื่อเห็นเช่นนั้นเขาก็ไม่รีรอรีบหาทางนำตัวเองไปที่ประตูทางเข้าออกด้านหลัง ที่น่าจะเป็ทางที่ไม่มีใครจะใช้กัน ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุตรงหน้าประมาณ 5 เมตรได้
เด็กหนุ่มจึงปรี่ไปหาประตูอย่างรวดเร็ว ขณะที่กำลังก้าวขาออกด้วยความเร่งรีบนั้น ก็ดันไปเตะเข้ากับขวดแก้วข้างถังขยะใกล้ประตู
“ เกร็ง เกร็ง….!! ” ขวดนั้นค่อยๆกลิ้งลงตามขั้นบันได เขามองตามเหมือนเห็นภาพสโลโมชั่น
หัวใจของเด็กหนุ่มแทบหล่นไปถึงตาตุ่มทำเอาชะงักทำอะไรไม่ถูก เพียงไม่กี่อึดใจลุกยามที่กำลังขย้ำเหยื่อหญิงสาวอย่างเมามันหยุด แล้วหันหน้ามาทันที!
ใบหน้าอันผิดรูป ตาที่กลวงโบ๋ ปากที่เต็มไปด้วยเืและมีเขี้ยวยาวอย่างกับเสือ ทำเอาสติของเด็กหนุ่มกระเจิงทันที
“ผะ…ผะ….ผีหลอกกกกกกกกก!!!!”
เด็กหนุ่มวิ่งทิ้งรองเท้าะโลงข้ามบันไดสิบขั้นทีเดียวถึงพื้น อย่างลืมความเ็ปไปชั่วขณะ ไปทางออกด้านหลังของตึกซึ่งเป็ซอยเล็กๆ ร่างลุงยามก็พุงตรงตามหลังลงมาติดๆ
“ลุงอย่าตามมา!!!อย่า!!!! ”
"ผมกลัวแล้ววววว!!"
เด็กหนุ่มเร่งสปีดสุดชีวิตไปได้สักพักจึกตัดสินใจหันกล้บมาดูอีกครั้ง
“อ้าว หายไปไหนแล้ว…เฮ้ออ….”
อาการหอบเริ่มออกฤทธิ์ ขาก็เริ่มอ่อนล้าจนแทบจะก้าวต่อไปไม่ไหว เพราะวิ่งใส่เกียร์หมามาตามซอยหฃตึกมาเกือบ 3 กิโลเมตร
“น้ำ..น้ำ…” เขาบนพึมพำกับตัวเอง เพราะตอนนี้คอเริ่มแห้ง
เมื่อมองไปรอบๆ ตอนนี้มันช่างเงียบสงัดอย่างกับป่าช้าไม่มีผิด เด็กหนุ่มค่อยๆ เดินออกไปยังถนนหลักอย่างหวาดระแวง
ไม่เหลือแม้แต่ผู้คน มีเหลือแค่เพียงตึกราบ้านช่อง ซากรถที่บางคันก็กระจกแตก บางคันก็ชนกันใหม่ๆ เละไปหมดแทบไม่เหลือชิ้นดี อย่างเมืองร้างในหนังที่เคยดูไม่มีผิด จนไปสะดุดเข้ากับชื่อป้ายหน้าตึกแถว
“โชคดีจริงๆ ลองไปดูก่อนดีกว่า” เด็กหนุ่มค่อยๆพาตัวเองไปที่นั้นโดยเร็ว
ไม่นานนักก็เดินมาถึงที่หมาย เป็ร้านสะดวกซื้อเล็กๆ สิ่งของที่กระจัดกระจายเต็มด้านในไปหมด
"ตี้ดูด..."
เสียงประตูทำให้เขาใเล็กน้อยจากนั้นก็ดันเข้าไปในร้านอย่างระแวงระวัง ทุกก้าวเริ่มมีความหมายเพราะพึ่งนี้ตายมา เขาค่อยๆข้ามผ่านสิ่งของที่หล่นเต็มพื้นไปที่ตู่แช่เย็นช้าๆ เมื่อมาถึงจึงรีบเปิดแล้วหยิบขวดน้ำออกมาดื่มอย่างหิวกระหาย
"อึกๆๆๆ...อ่าา...สดชื่นน เฮ้อออ..."
คำถามในหัวตอนนี้เริ่มผุดมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มนั่งคิดอยู่ครู่ใหญ่
"มันเกิดอะไรขึ้นน?"
"ทุกคนเป็อะไรกันหมด?"
"แล้วเราตอนนี้จะทำยังไงต่อ?"
ไม่นานนักบรรยากาศยามเย็นก็มาถึง ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ความมืดมิดเริ่มครอบง่ำ ไม่มีแม้แต่แสงไฟจากด้านนอก ทุกอย่างช่างเงียบและมืดในเวลาเดียวกัน
ลมเย็นๆที่ทำให้ต้นไม้ประดับหน้าร้านสั่นไหว มาพร้อมกับเสียงลากสิ่งของบางอย่างไม่สามารถจับทิศทางได้
เสียงนั้นค่อยๆเคลื่อนไปเรื่อยๆ เด็กหนุ่มได้แต่นิ่งแล้วตั้งใจฟังชั่วครู่ก็รู้สึกเหมือนกับว่างเสียงนั้นมันอยู่ใกล้ๆ จู่ๆก็มีกลิ่นเหม็นเน่าโชยมาแตะที่จมูกอย่างรุนแรง เขาถึงกับอุทานขึ้นมาเบาๆ
“ให้ตายเถอะ”
แต่เพื่อให้แน่ใจว่านั้นไม่ใช่หูแว่ว หรือคิดไปเองเพราะอยู่คนเดียว เด็กหนุ่มจึกตัดสินใจคลำมาสวิตซ์เปิดไฟในร้านอยู่สักพัก
"แป็ก!!!"
แสงไฟสาดส่องสว่างไสวไปทั่วร้าน ทันใดนั้นเองจากเสียงลากที่ได้ยินเมื่อสักครู่นี้ เหมือนมันเคลื่อนที่เร็วขึ้น แถมเหมือนไม่ได้มีแค่เสียงเดียวเท่านั้น ขณะนี้กลับรู้สึกว่ามันจะดังมาจากทุกด้านของร้านอีกด้วย
เด็กหนุ่มเริ่มรู้สึกขนลุกซู่ไปทั่วร่างกาย หัวใจเริ่มสูบฉีดเือีกครั้ง เขาค่อยๆเดินไปที่ประตูทางออกช้าๆ เพื่อที่จะสังเกตสิ่งที่ได้ยินให้แน่ชัด แต่ยังไม่ทันได้เหล่ตามองด้านข้างประตูหน้าร้านให้ชัด ไม่กี่อึดใจสิ่งที่ไม่ขาดคิดก็เกิดขึ้น!!!
“คว้ากกกกกก!!!”
เสียงนั้นดังกึกก้องแล้วกระโจนเข้าใส่แทกใส่ประตูกระจกอย่างรวดเร็ว
"เปรี๊ยะ!!!!"
กระจกถึงกับแตกกระจายไปทั่วบริเวณ เด็กหนุ่มถึงกับกระเด็นล้มลงไปพื้นเกือบ 5 เมตร และการเผชิญหน้ากับอันตรายของเด็กหนุ่มก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง!!!
เป็ไงกันบ้างเอ่ย? สนุกกันไหม?...
#ติชมกันได้น๊าาา
#ขอบคุณที่ได้อ่าน ^^