ณ ประตูผ่านโลกเขตแดนพิภพเทพ บรรดามหาเทพทั้งสี่ เหล่าทหารและเหล่าเทพเซียนพิภพเทพต่างต่อสู้อยู่กับกองทัพมารปีศาจที่ร่วมมือกันบุกทำลายพิภพเทพ เนื่องด้วยไอปีศาจที่กระจัดกระจายอยู่โดยรอบทำให้พิภพเทพเสียเปรียบยิ่งนัก ที่ยังคงยืนหยัดได้ในตอนนี้มีเพียงมหาเทพทั้งสี่และเหล่าซ่างเซียนชั้นสูงเท่านั้น แม้จะยืนหยัดได้แต่ก็ได้รับาเ็ โดยที่เหล่ามารปีศาจก็ยังคงบุกเข้ามาเรื่อยๆอย่างไม่ลดละ
“พวกมันบุกเข้ามาตลอดจำนวนไม่ลดลงไปเลย หากเป็เช่นนี้พิภพเทพต้านไม่อยู่เป็แน่ ทำเช่นไรดี” มหาเทพวั่งซูกล่าวกับมหาเทพองค์อื่นๆ ที่ต่อสู้อยู่รอบข้าง
“หากเป็เช่นนั้นข้าก็ขอสู้จนตัวตาย” มหาเทพโม่โฉวกล่าวอย่างดุดันพลางรับมือกับเหล่าปีศาจนับสิบตนแล้วฟาดปีศาจเ่าั้กระเด็นออกไป
“เฟินสวี!เ้ามุดหัวอยู่ที่ไหน! ออกมาเผชิญหน้ากับข้าสิ!” มหาเทพตงหยางะโออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
“ได้รับคำเชิญมหาเทพเช่นนี้ช่างเป็เกียรติของข้าจริงๆ” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นมาท่ามกลางสนามรบเหล่ามหาเทพมองไปรอบๆ หาต้นตอของเสียงมาว่าจากที่ใด จนสะดุดตรงที่ประตูผ่านโลกปรากฏชายชุดดำร่างกำยำยืนนิ่งอยู่้า
“โผล่หัวออกมาแล้วรึ วันนี้เ้าอย่าหวังว่าจะกลับออกไปจากที่นี่ได้!”
พูดจบมหาเทพตงหยางลอยตัวขึ้นไป้าเพื่อเข้าจู่โจมจอมมารเฟินสวี ทั้งสองผลัดกันรับผลัดกันสู้อยู่หลายกระบวนท่าแต่ด้วยมหาเทพตงหยางได้รับาเ็จากการต่อสู้ทำให้พลาดท่าแก่จอมมารร่างถูกพลังมารกระแทกจนกระเด็นตกลงมาแต่มหาเทพซีอวิ๋นเข้ามารับได้ทันเลยไม่ตกลงมากระแทกพื้น แต่ก็สร้างความเสียหายแก่รากจิตอย่างรุนแรงเช่นกัน
“ท่านเป็เช่นไรบ้าง” มหาเทพซีอวิ๋นกล่าวถาม
“นึกไม่ถึง จะพลาดท่าแก่จอมมารอย่างเ้าช่างน่าขายหน้ายิ่งนัก อัก!” พูดจบมหาเทพตงหยางก็กระอักเืออกมาอย่างหมดแรง ใบหน้าซีดเซียว
“เทพเซียนอย่างพวกเ้า แม้แต่มหาเทพก็อ่อนแอถึงเพียงนี้ช่างขายหน้าจริงๆ นั่นแหละแต่ไม่ต้องร้อนใจไป เพราะจากนี้จะไม่มีเทพเซียนเหลือเลยแม้แต่ผู้เดียว ฮ่าๆๆๆ ” จอมมารเฟินสวีกล่าวพร้อมหัวเราะออกมาอย่างขบขันเยาะเย้ยเหล่าเทพที่ต่างหมดแรงอยู่เบื้องล่างตน
ในขณะที่จอมมารเฟินสวีหัวเราะอย่างสะใจอยู่นั้นกระบี่เล่มหนึ่งได้ลอยเข้ามาอย่างรวดเร็วรัศมีพลังเจิดจ้ารุนแรงและดุดันเข้าจู่โจมกองทัพมารปีศาจจนเกิดการะเิรุนแรงพลังะเืฟ้าะเืดินเหล่ามารปีศาจถูกกำจัดไปอย่างง่ายดาย จากนั้นมุ่งเข้าจู่โจมจอมมารแม้นเขาจะหลบการโจมตีได้แต่ก็ทำให้เสียหลักกระเด็นออกไปไกล
“กระบี่มหาเทพฉาฮวา” มหาเทพซีอวิ๋นกล่าวอย่างเรียบๆ จากนั้นเ้าของกระบี่ค่อยๆปรากฏกายขึ้นพร้อมกระบี่ที่ลอยกลับเข้ามาอยู่ในมือ
“คารวะเทพประมุขเย่วฉือ” เหล่าเทพเซียนที่พอมีสติค่อยๆพยุงตัวขึ้นมากล่าวเคารพพร้อมกัน
“เฟินสวี เ้านี่ช่างกล่าวได้น่าขันเสียจริง ที่เ้าทำลายต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็เพราะยอมรับว่าเหล่าเทพเซียนแข็งแกร่งจริงไม่ใช่หรือ ทำตัวต่ำช้าเล่นลูกไม้ หวังเพียงครอง 6 แดน 8 ทะเล ดีชั่วไม่แยกแยะฝักใฝ่อธรรม ลุ่มหลงในอำนาจหยิ่งผยองลำพองตน ช่างเสียดายชะตามหาเทพของเ้าเสียจริง”
เทพประมุขเย่วฉือกล่าวร่ายยาวแววตาดุดันปนผิดหวัง เดิมทีเฟินสวีมีชะตามหาเทพ ช่วยสร้าง6 แดน 8 ทะเลขึ้นมาแต่ได้ทำผิดกฎฟ้าฝึกฝนอาคมของเผ่ามารจนถูกทำลายรากจิตขับไล่ออกจากพิภพเทพ จากนั้นมาไม่ได้ข่าวคราวอีกเลย
“หึหึ เทพประมุขเย่วฉือไม่เจอกันนานท่าทางของท่านไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย สง่างาม องอาจ แต่เสียที่ใจอ่อนไปหน่อย” จอมมารเฟินสวียังกล่าวต่อไปอย่างไม่เกรงกลัว
“ข้าสู้อุตส่าห์ปล่อยให้เ้าใช้ชีวิตมาอย่างสงบสุขหลายหมื่นปี หวังให้เ้ารู้ผิดและกลับใจหันกลับมาช่วยพวกข้าดูแลสรรพชีวิตแต่นี่คือสิ่งที่เ้าตอบแทนงั้นหรือ ทำลายพิภพเทพทำลาย 6 แดน 8 ทะเลที่ยามนั้นพวกเราช่วยกันเปิดฟ้าผ่าทะเลสร้างขึ้นมา” เทพประมุขยังคงกล่าวตำหนิเฟินสวีต่อแต่ก็ไม่ทำให้เฟินสวีรู้สึกผิดแต่อย่างใด
“หึ แล้วอย่างไรเล่า พวกเ้าก็ตอบแทนข้าโดยทำลายรากจิตของข้าปฐมิญญาเกือบสูญสลาย ตลอดหลายหมื่นปีมานี้ข้าต้องทนทุกข์ทรมานผ่านความเ็ปแสนสาหัส จนในที่สุดก็ฝึกวิชามารขั้นสูงสำเร็จ พวกเ้าทำลายข้าแต่พวกเ้าก็ช่วยข้าไว้เช่นกัน ช่วยให้ข้ามีกำลังอยู่ต่อไปเพื่อที่จะกลับมาแก้แค้นพวกเ้าทุกคนให้พังพินาศเช่นวันนี้อย่างไรเล่า ฮ่าๆๆ” จอมมารเฟินสวีกล่าวพรั่งพรูถึงความคับข้องในใจตลอดเวลาหลายหมื่นปีที่ผ่านมาแล้วหัวเราะดังลั่น
“แล้วอย่างไรเ้าทำตัวเองทั้งนั้น ละทิ้งชะตามหาเทพจมอยู่กับวิถีมาร ข้าเสียใจที่วันนั้นข้าคิดผิดปล่อยเ้าไปไม่จัดการขั้นเด็ดขาด จนทำให้วันนี้สรรพชีวิตในใต้หล้าต้องมาพบกับหายนะ วันนี้ข้าจะจบเื่นี้กับเ้าจงรับโทษทัณฑ์ของเ้าซะเฟินสวี!”
เทพประมุขเย่วฉือกล่าวจบก็พุ่งเข้าโจมตีจอมมารเฟินสวีอีกครั้ง ในแต่ละครั้งที่ร่ายอาคมออกกระบี่มหาเทพฉาฮวาช่างดุดัน และเฉียบคม ว่องไวจนไม่สามารถมองตามได้ทันเกิดเป็รัศมีะเิขึ้นโดยรอบหลายต่อหลายครั้ง
“เร็วอะไรเพียงนี้ข้าเองยังแทบมองตามไม่ทัน” มหาเทพโม่โฉวกล่าวขึ้นพลางมองขึ้นไปดูการต่อสู้บนท้องฟ้าอย่างตั้งใจ
“เทพประมุข” มหาเทพซีอวิ๋นกล่าวเบาๆกับตัวเองทั้งยังแสดงสีหน้ากังวลแต่ยังไม่ทันไรก็ถูกบรรดาปีศาจเข้ามาโจมตีอีกครั้งจนต้องหันกลับไปสู้ต่อ
ด้านเทพประมุขเย่วฉือที่ได้ต่อสู้กับจอมมารเฟินสวีก็ยังผลัดกันรุกผลัดกันรับอยู่เรื่อยๆ กินเวลาและพลังไปมาก แต่ทว่าเทพประมุขนั้นสูญเสียตบะไปเป็จำนวนมากร่างกายยังไม่ทันได้ฟื้นฟู จนในที่สุดก็พลาดท่ารับพลังฝ่ามือของจอมมารเฟินสวีไปหนึ่งครั้งทำให้เสียหลักกระเด็นออกมา แต่ก็ใช้พลังเทพของตนพยุงตัวเอาไว้ได้ อาการเหนื่อยหอบหมดแรงของเทพประมุขแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“เทพประมุข!” เหล่าเทพเซียนทุกคนต่างอุทานออกมาพร้อมกันทำท่าจะเข้าไปช่วยเหลือ
“ไม่ต้องเข้ามา เื่นี้ข้าจะจัดการเอง” เย่วฉือหันไปกล่าวกับทุกคนเสียงดังหนักแน่นทำให้ทุกคนชะงักลงทำได้เพียงมองดูอยู่อย่างนั้น
“อะไรกันแค่นี้ก็ถึงกับหมดแรงแล้วอย่างนั้นหรือเย่วฉือ เห็นทีคงจบแค่นี้สินะ” จอมมารเฟินสวีหัวเราะดังลั่นพร้อมกล่าวถากถาง
“หึ คงจะอย่างนั้นปิดบังเ้าไม่ได้จริงๆ หรือไม่เ้าก็คงรู้อยู่แต่แรกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้า แผนการทั้งหมดเ้าวางไว้แต่แรก ถึงได้มั่นใจเพียงนี้” เย่วฉือพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบหยั่งเชิงจอมมารเฟินสวี
“เป็ดังเ้าว่า เ้านี่ช่างรู้ใจข้าเสียจริง ใช่แล้วข้าทำลายต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์โดยใช้โลหิตร้อยพิษที่ข้าคิดค้นขึ้นมา ต้นไม้ศักดิ์นั้นบริสุทธิ์ไม่แปดเปื้อนความชั่วร้าย เพียงข้าผสมน้ำยางจากต้นไม้ปีศาจกับโลหิตของข้าผู้มีชะตามหาเทพที่ถูกกัดกินจากความตาย กลายเป็จอมมารที่ฝึกวิชามารขั้นสูงมาตลอดหลายหมื่นปีจนสำเร็จ ทีนี้ก็แค่รอให้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์จะค่อยๆซึมซับโลหิตร้อยพิษจากนั้นจะค่อยๆ ปล่อยไอปีศาจออกมาแทนที่ไอวิเศษ เทพเซียนและสรรพชีวิตทั่ว 6 แดน 8 ทะเล ก็จะค่อยๆ ได้รับไอปีศาจไม่สามารถบำเพ็ญได้จนนานวันเข้ารากจิตก็จะถูกทำลายลงเหมือนเช่นที่ข้าเคยเป็ แต่หากวันใดต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ถูกแผดเผาจนสิ้นจากโลหิตร้อยพิษ ก็จะกลายเป็โลหิตหมื่นพิษ นี่แหละหายนะเล็กๆ ที่นำไปสู่การล่มสลายของพิภพเทพและ6 แดน 8 ทะเล อย่างไรล่ะ ฮ่าๆๆ” จอมมารเฟินสวีพูดอธิบายแผนการที่คิดขึ้นมาอย่างละเอียดให้กับเย่วฉือฟัง
“เ้าหมายความว่าอย่างไร” เย่วฉือกล่าวถามอย่างสงสัยพลางคิดในใจนี่นางพลาดอะไรไป
“หึหึ นั่นสินะ ดูเหมือนจะถึงเวลาพอดี”จ อมมารเฟินสวีกล่าวพลางหัวเราะในลำคอแล้วมองไปรอบๆ สิ่งนี้เริ่มดึงดูดสายตาของเทพประมุขนางจึงมองตามไปด้วย
“โอ๊ยยย นี่เกิดอะไรขึ้น อักกก!!!”
เหล่าบรรดาเทพเซียนที่ต่อสู้อยู่ก็ร้องโอดโอยออกมาอย่างทรมาน กระอักเืออกมาเจิ่งนองไปทั่ว กระทั่งมหาเทพเองก็ได้รับผลกระเช่นกันแม้ไม่ได้มากนักแต่ก็ทำให้หมดแรงล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้น
“ไอปีศาจหนาแน่นเช่นนี้เ้าทำอะไรลงไป” เย่วฉือหันไปกล่าวคาดคั้นกับจอมมาร
“โลหิตหมื่นพิษของข้าอย่างไรเล่า”
“โอ๊ยยยยย” เหล่าเทพเซียนต่างร้องโอดโอยดังลั่นไม่หยุด ไอปีศาจที่จางลงในตอนแรกเวลานี้กลับหนาแน่นขึ้นมาอีกครั้ง
ด้านเทพประมุขตอนนี้ร้อนใจทำอะไรไม่ถูก มองเหล่าเทพเซียนร้องโอดโอยล้มตายด้วยความเ็ป แต่นางในตอนนี้แค่แรงจะยืนยังแทบจะไม่ไหวเห็นทีคงถึงขีดจำกัดของตนเองแล้ว
‘หากจะสังเฟินสวีลำพังพลังตบะของข้ารวมกับมหาเทพทั้งหมดในตอนนี้คงไม่เพียงพอ แต่จะปล่อยให้เป็เช่นนี้ไม่ได้ ทางเดียวที่จัดการเฟินสวีได้เห็นทีคงจะต้องใช้วิธีนั้น’
“เฟินสวี นี่จะเป็การต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างเ้ากับข้า!”
เทพประมุขเย่วฉือกล่าวขึ้นจากนั้นตัดสินใจโจมตีครั้งสุดท้าย รวบรวมพลังตบะของนางที่มีอยู่ในตอนนี้ทั้งหมด และเปิดรับเพื่อดึงพลังฟ้าดินทั่ว 6 แดน 8 ทะเลมาใช้ในการต่อสู้ครั้งนี้ให้จบภายในครั้งเดียว พลังฟ้าดินหลายสายค่อยๆ ไหลเข้าสู่กายของเทพประมุขรัศมีสว่างเจิดจ้าทำให้พลังของนางเพิ่มมากขึ้นจนน่ากลัว เหล่ามหาเทพมองดูก็รู้ได้ในทันทีว่าเทพประมุข้าทำอะไรจึงพยายามเอ่ยห้าม การที่ดึงพลังฟ้าดินมาใช้ย่อมต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนั่นก็คือการสูญเสียพลังบำเพ็ญทั้งหมดและอาจร้ายแรงถึงชีวิตได้ การที่นางทำเช่นนี้ ไม่เป็ผลดีต่อตัวนางเลย
“เย่วฉือเ้าคิดจะทำอะไร หยุดซะ หากทำเช่นนี้เ้าก็รู้ว่าต้องเจอกับจุดจบเช่นไร” มหาเทพตงหยางเอ่ยห้ามพลางพุ่งทะยานเข้าไปเพื่อหยุดการกระทำของนางแต่ยังไม่ทันเข้าถึงตัวก็ถูกม่านพลังซัดกระเด็นออกมา
“นี่คือสิ่งเดียวที่ข้าทำได้ และข้าก็จะต้องทำให้สำเร็จ” เทพประมุขกล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆพลางมองไปที่มหาเทพทั้งสี่ที่อยู่ด้านล่าง
“แต่ว่า...” มหาเทพซีอวิ๋นกล่าวยังไม่ทันจบก็ถูกมหาเทพโม่โฉวห้ามเอาไว้
“ไม่มีประโยชน์ เื่ที่นางตัดสินใจแล้ว ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนใจ พวกเราต้องจัดการกับเหล่ามารปีศาจตรงหน้าก่อน ทางนี้ปล่อยให้นางจัดการเถอะ”
มหาเทพโม่โฉวกล่าวเตือนสติมหาเทพองค์อื่นๆ ก่อนที่ทุกคนจะจำใจหันไปรับมือพวกมารปีศาจที่เหลือ
“เย่วฉือ เ้านี่ช่างโง่เขลาเสียจริงทำเพื่อสรรพชีวิต จนไม่สนใจแม้แต่ชีวิตตัวเอง เทพเช่นเ้านี่ช่างน่ารำคาญยิ่งนัก แต่ที่เ้าทำเช่นนี้ ก็ไม่อาจปกป้องใครได้หรอกเพราะข้าจะกำจัดทุกคนให้สิ้นซาก!! ยอมตายอย่างสงบซะเถอะ!”
จอมมารเฟินสวีกล่าวเยาะเย้ยพลางรวบรวมพลังมารของตนจนหนาแน่น ไอปีศาจโดยรอบค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ร่างปรากฏเป็กลุ่มพลังงานสีดำล้อมรอบตัวจอมมาร
“ข้าไม่ยอมให้เป็เช่นนั้น โชคชะตานำพาให้ข้าเกิดมาเป็เทพประมุขเพื่อช่วยสรรพชีวิตในใต้หล้าแม้นข้าต้องตายก็จะขอปกป้องสรรพชีวิตให้จงได้ นี่คือโชคชะตาของข้า !!”
เทพประมุขกล่าวอย่างหนักแน่นแววตาเด็ดเดี่ยวก่อนที่พุ่งเข้าโจมตีจอมมารเฟินสวี ทั้งสองพุ่งเข้าหากันปลดปล่อยพลังสองสายปะทะกันอย่างรุนแรง ส่งผลทำให้บริเวณโดยรอบเกิดรัศมีซัดผู้ที่อยู่บริเวณนั้นกระเด็นออกไปไกล เหล่ามหาเทพที่หมดแรงจากการต่อสู้ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นมาได้รีบหันกลับไปมอง เวลานี้เห็นเพียงพลังสีทองสว่างเจิดจ้าและพลังมารสีดำกำลังปะทะกันอยู่ท้องฟ้าเท่านั้น
“พลังรุนแรงะเืฟ้าะเืดินอะไรเช่นนี้”
“นั่นสิ นี่น่ะหรือพลังแห่งฟ้าดิน”มหาเทพวั่งซูกล่าวพลางจดจ้องไปที่การต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้า
ผ่านไปชั่วครู่เทพประมุขเย่วฉือได้เรียกกระบี่มหาเทพฉาฮวาออกมา ปรากฏแยกออกเป็กระบี่นับพันนับหมื่นเล่มพุ่งเข้าโจมตีจอมมารเฟินสวีอย่างหนักหน่วงจนมีกระบี่เล่มหนึ่งที่ทำให้เขาเสียจังหวะ ระหว่างนั้นเทพประมุขเย่วฉือจึงได้โอกาสร่ายอาคมเซียนชั้นสูงวาดเป็วงแหวนเวทย์สีขาวขนาดใหญ่แล้วซัดออกไปใส่จอมมารเฟินสวีเข้าอย่างจังทำให้กระเด็นออกไปและกระอักเื “อั่ก!!!”
ไม่ทันไรจอมมารเฟินสวีก็ต้องตกตะลึงเมื่อรอบกายถูกปกคลุมด้วยวงแหวนเวทย์สีขาวขนาดใหญ่จากนั้นก็เกิดประกายเป็สายสีขาวจากวงแหวนเวทย์เข้ามาผูกมัดพันธนาการเอาไว้ไม่สามารถหลุดออกไปได้
“เย่วฉือ เ้าคิดจะผนึกข้าอย่างนั้นหรือ ฮ่าๆๆ เ้าก็ยังคงใจอ่อนเช่นเดิมสินะ” จอมมารเฟินสวีกล่าวเยาะเย้ยอีกครั้งสีหน้ายังไม่คิดยอมแพ้ง่ายๆ
“แม้นตอนนี้จะกลายเป็จอมมารแต่เ้าเองก็มีชะตาเป็มหาเทพ ข้ายังกำจัดเ้าไม่ได้ แต่ด้วยผนึกมารฟ้าหมื่นวิถีนี้เ้าก็อย่าหวังว่าจะได้ออกมาสร้างความวุ่นวายได้อีกเลยเฟินสวี”
“ผนึกมารฟ้าหมื่นวิถี!! นี่เ้า!!” เฟินสวีกัดฟันกรอดสายตาดุดันเต็มไปด้วยความเดือดดาลแทบคลั่ง
“ใช่...เ้ามีแผนการของเ้า ข้าก็มีแผนการของข้า...พันธนาการ!!!” เทพประมุขเย่วฉือพูดจบลำแสงสีขาวเปล่งประกายอีกครั้งวงแหวนเวทย์เริ่มทำงาน
“เย่วฉือเ้า!! ข้าจะกลับมา!! ข้าจะกลับมา!”
จอมมาระโกร้าวเสียงดังจากนั้นค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับวงแหวนเวทย์สีขาวที่ค่อยๆ มอดดับลงจนหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อจอมมารถูกผนึกกลงเทพประมุขก็หมดแรงร่วงหล่นลงมาที่พื้นแต่มหาเทพตงหยางเข้ามารับตัวไว้ได้ทัน ใบหน้านางตอนนี้ซีดเผือด ร่างกายอ่อนแรง หายใจติดขัดสูญสิ้นพลังบำเพ็ญทั้งหมด
“เย่วฉือ เ้าเป็เช่นไรบ้าง”
มหาเทพตงหยางกล่าวถาม เทพประมุขไม่ตอบได้แต่ยิ้มให้อย่างอ่อนแรงจากนั้นค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นมาพลางมองดูรอบๆ ก็พบว่าไอปีศาจยังไม่จางหายไป เห็นเหล่าเทพเซียนที่ล้มตายก็หดหู่ใจยิ่งนักไหนจะสรรพชีวิตในใต้หล้าอีก นางนิ่งไปชั่วครู่จากนั้นเดินออกไปยังหน้าประตูผ่านโลกให้พลังเฮือกสุดท้ายกางม่านพลังรอบตัว แล้วเริ่มดึงพลังรากจิตของตนออกมาลักษณะเป็ก้อนพลังกลมๆสีขาวสว่างเจิดจ้าค่อยๆออกมาจากบริเวณ่หน้าอกของนางท่ามกลางสายตาอันงุนงงของเหล่ามหาเทพที่อยู่ตรงนั้น มหาเทพซีอวิ๋นจึงกล่าวถามขึ้นสายตาสั่นไหวเล็กน้อย
“เทพประมุขท่านกำลังคิดทำสิ่งใด”
“แม้จะจัดการเฟินสวีได้แล้ว แต่ไอปีศาจยังคงกระจายอยู่ทั่วพิภพหายนะยังไม่จบสิ้น บัดนี้พิภพเทพล่มสลายสรรพชีวิตในใต้หล้าล้วนเป็ความรับผิดชอบของข้า ยามนี้พลังบำเพ็ญข้าสูญสลายจนสิ้นปฐมิญญาาเ็สาหัส อยู่ได้อีกไม่นาน มหาเทพทั้งสี่รับบัญชา นำพาเหล่าเทพเซียนที่รอดชีวิตสู่ดินแดนใหม่ สืบสานปณิธานดูแลความสงบสุขให้สรรพชีวิตในใต้หล้า!” เทพประมุขออกคำสั่งแก่มหาเทพทั้งสี่อย่างหนักแน่นแววตาเด็ดเดี่ยวจริงจัง
มหาเทพทั้งสี่ยืนนิ่งเงียบมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณาใบหน้าซีดเซียว รอยยิ้มที่ยิ้มออกมา ถึงแม้จะดูอ่อนแรงแต่ก็หนักแน่นในอุดมการณ์ของตน สายตาสงบนิ่งแน่วแน่ไม่โอนอ่อนแม้แต่น้อย ทั้งสี่กำหมัดแน่นแม้พวกเขาจะไม่ยอมแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
“นี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่นี่เป็คำสั่งสุดท้ายจากข้า...” เทพประมุขกล่าวจบก่อนยิ้มให้พวกเขาจากนั้นก็ลอยขึ้นไปในอากาศ
“ไม่นะเย่วฉือ เ้าอย่าทำเช่นนี้ เย่วฉือ”
มหาเทพตงหยางยังคงกล่าวห้ามเทพประมุขแต่ก็ไม่มีประโยชน์นางได้สละชีวิตของตนใช้พลังรากจิตและแก่นเทพชำระล้างไอปีศาจทั่ว 6 แดน 8 ทะเล จากนั้นเกิดม่านพลังสีทองส่องสว่างขึ้นทั่วพิภพสลายไอปีศาจจนหมดไป ท่ามกลางสายตาของเหล่ามหาเทพและเทพเซียนที่อยู่ตรงนั้น ร่างกายของนางค่อยๆ สลายไปทีละน้อยกลายเป็ละอองเซียนเล็กๆแต่มีจำนวนมากมายมหาศาล ลอยแผ่กระจายปกคลุมอยู่ทั่วพิภพและ6 แดน 8 ทะเล เหล่าสรรพชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากภัยในครั้งนี้ฟื้นคืนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ทว่าเทพประมุขในยามนี้ได้จากไปเสียแล้วฟ้าดินสั่นะเืดาวนับล้านดวงร่วงหล่นจากฟากฟ้า พิภพเทพพังทลายลงทุกสิ่งค่อยๆเลือนหายไปเช่นเดียวเทพประมุขเย่วฉือสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับทุกคนยิ่งนัก
“เสด็จแม่! เสด็จแม่! เสด็จแม่! ท่านอย่าทิ้งข้าไป เสด็จแม่! ฮือๆๆ” เสียงร้องของเด็กสาวดังขึ้นร้องเรียกผู้เป็แม่ เย่วซินบุตรสาวเทพประมุขวิ่งเข้ามาน้ำตาไหลอาบทั้งสองแก้ม ตามมาด้วยหนิงเหอซ่างจวินที่วิ่งตามติดๆพลางะโเรียกผู้เป็สหายของตนเช่นกัน
“เย่วฉือ! เย่วฉือ!”
“เสด็จแม่ เสด็จแม่ เสด็จแม่ ฮือๆๆ”
เสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วทิศทั่วแดน เหล่าเทพเซียนที่ฟื้นคืนชีวิตต่างมารวมตัวกันนั่งคุกเข่าลงกับพื้นพร้อมทำความเคารพส่งเทพประมุขเป็ครั้งสุดท้าย
“น้อมส่งเทพประมุขคืนสู่ฟ้าดิน....”