หมอดูสาวพลิกชะตา

    chapter 35 : ย่าหยวนฉาง

     

    ข้าเดินตามเงาร่างของหญิงชราผู้นั้นออกมาจากทางลับในคฤหาสน์ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและประหม่า เฉินอี้เฟิงเดินตามมาติด ๆ สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดปนงุนงง

     

     「ท่านคงไม่คิดว่าข้าจะลากเขามาเจอเรื่องประหลาดเช่นนี้หรอกกระมัง」 ข้ากลั้นยิ้มไว้ในใจ [>w<] 

     

     เมื่อถึงลานน้ำตกลับกลางคืน เงาร่างหญิงชราก็ถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นชุดพิธีประจำตระกูลที่ข้าคุ้นตา ตัวอักษรโบราณลอยระริกอยู่เหนือผืนผ้า

     

     「นั่นมัน...เหมือนกับที่ข้าเคยเห็นในตำราห้องลับ」 ข้าขนลุกวาบ [OwO] 

     

     "เสี่ยวเหมย เฉินอี้เฟิง"

     

     เสียงของหญิงชรานุ่มนวลแต่ทรงอำนาจ

     

     "ข้าคือย่าหยวนฉาง"

     

     ข้าตาโต

     

     "ท่านย่า...ย่าหยวนฉางจริง ๆ หรือเจ้าคะ"

     

     เสียงข้าสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น [>///<] 

     

     ท่านย่าหยวนฉางยิ้มบางเบา

     

     "เจ้าจำข้าได้หรือ"

     

     ข้าพยักหน้าแรงจนผมแทบหลุด

     

     "ข้าจำได้เจ้าค่ะ ท่านคือบรรพบุรุษรุ่นที่ห้าฝั่งแม่ของข้า ผู้มีพลังวิญญาณแข็งแกร่งที่สุดในตระกูล" [>O<] 

     

     เฉินอี้เฟิงยืนเงียบงันอยู่ข้าง ๆ สีหน้าซีดเผือด

     

     「เขาคงไม่คิดว่าคืนนี้จะได้เจอวิญญาณจริง ๆ หรอกกระมัง」 [O_o] 

     

     "เสี่ยวเหมย เจ้าไม่เอาไหนนัก วิชาที่บรรพบุรุษเขียนใส่ตำราไว้ในห้องลับใต้ถุนบ้าน เจ้าไม่เคยได้สักอย่าง"

     

     ท่านย่าหยวนฉางกล่าวด้วยน้ำเสียงดุแต่แฝงความเอ็นดู

     

     ข้าหลุบตาลงเล็กน้อย

     

     "ข้าขอโทษเจ้าค่ะท่านย่า ข้าจะตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้" [TwT] 

     

     "ข้าจะสอนวิชาให้เจ้า รวมถึงเฉินอี้เฟิงด้วย"

     

     ท่านย่าหยวนฉางปรายตามองเฉินอี้เฟิงอย่างขบขัน

     

     เฉินอี้เฟิงสะดุ้งเล็กน้อย

     

     "ข้า...ขอบคุณท่านย่า" [^^’] 

     

     "เจ้าจำได้หรือไม่ วันที่ข้าเข้าทรง ข้าเคยบอกเจ้าว่าเจ้ากับเสี่ยวเหมยมีชะตาเกี่ยวเนื่องกัน ต้องช่วยเหลือกัน"

     

     ท่านย่าหยวนฉางหันไปถามเฉินอี้เฟิง

     

     เฉินอี้เฟิงนิ่งไปครู่หนึ่ง

     

     "ข้าจำได้เจ้าค่ะ"

     

     "การที่เจ้าถูกผงวิเศษของตระกูลเสี่ยวเหมย ทำให้เห็นวิญญาณต่าง ๆ แสดงว่าสิ่งที่ข้าพูดนั้นถูก ชะตาของเจ้าสองคนเกี่ยวเนื่องกัน ต้องช่วยเหลือกัน"

     ข้าหันไปมองเฉินอี้เฟิง เขามองกลับมาอย่างเงียบงัน

     

     「ข้ารู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดที่มีเขาอยู่ข้าง ๆ แม้เขาจะดูไม่เต็มใจเท่าใดนัก」 [^///^] 

     

     "ท่านย่าเจ้าคะ ทำไมท่านย่าถึงรู้จักทางลับเข้าออกที่บ้านคนอื่นเจ้าคะ"

     

     ข้าถามด้วยความสงสัย

     

     ท่านย่าหยวนฉางหัวเราะเบา ๆ

     

     "บรรพบุรุษหญิงรุ่นแรกของตระกูลเจ้า เคยเป็นคนรักของบรรพบุรุษฝ่ายชายของบ้านนี้ คฤหาสน์หลังนี้เคยถูกสร้างเป็นเรือนหอของทั้งสองคน หากไม่มีอะไรผิดพลาด บรรพบุรุษหญิงรุ่นหนึ่งจะต้องเป็นสะใภ้ของบ้านหลังนี้"

     

     ข้าตาโต

     

     "เสียดายจริง ๆ หากรุ่นหนึ่งเป็นสะใภ้บ้านนี้ ข้าคงเกิดมาร่ำรวย ไม่ต้องลำบากเช่นนี้"

     

     ข้าหัวเราะเบา ๆ [>w<~] 

     

     "แล้วเหตุใดบรรพบุรุษหญิงรุ่นแรกจึงไม่ได้เป็นสะใภ้เจ้าคะ"

     ท่านย่าหยวนฉางถอนหายใจ

     

     "บรรพบุรุษชายของบ้านนี้เกิดไปมีสัมพันธ์กับสตรีอีกนางจนตั้งครรภ์ จึงตัดสินใจแต่งงานกับสตรีผู้นั้น"

     

     ข้าถอนใจยาว

     

     "เสียดายยิ่งนัก" [--] 

     

     "แต่มันมีเงื่อนงำ พบร่องรอยการใช้มนต์ดำในการทำเสน่ห์มัดใจให้ฝ่ายชายหลงใหล และพลังมนต์ดำนี้มาจากสำนักเดียวกับที่บรรพบุรุษหญิงรุ่นแรกเรียนด้วย ฝั่งตระกูลเจ้าเรียนมนต์สายขาวจากท่านอาจารย์เซียนเพื่อช่วยชาวบ้าน ส่วนมนต์สายดำมีศิษย์อีกกลุ่มเรียน"

     ข้าขมวดคิ้ว

     

     "เช่นนั้น...บรรพบุรุษหญิงรุ่นแรกจึงสาปแช่งตระกูลของพระเอกไว้ ให้บุตรชายของตระกูลต้องมีอายุสั้นทุกคน" [O_o] 

     

     เฉินอี้เฟิงนิ่งเงียบไปนาน

     

     「ข้าคงไม่อยากเกิดมาในตระกูลที่ถูกสาปเช่นนี้หรอก」 [x_x] 

     

     "ถึงข้ามีพลังมากก็ไม่อาจแก้คำสาปที่เกิดจากความโกรธแค้นของบรรพบุรุษหญิงรุ่นแรกได้ มีแต่เจ้าสองคนที่ฟ้ากำหนดให้ทำได้"

     

     ท่านย่าหยวนฉางกล่าวเสียงหนักแน่น

     

     "ตอนนี้พลังฝ่ายดำโผล่มาอีกแล้ว เจ้าต้องหาตัวคนที่ใช้วิชาสายนั้นและกำจัดมันเสีย ดังนั้นเจ้าสองคนต้องเริ่มเรียนวิชากับข้า ต้องหาเวลาที่พร้อมเดินออกมาทางลัดนี้ ไม่ให้ใครรู้"

     

     ข้าพยักหน้ารับ

     

     "เจ้าค่ะท่านย่า ข้าจะตั้งใจ" [>O<] 

     

     เฉินอี้เฟิงถอนหายใจยาว

     

     "เหตุใดข้าต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องเช่นนี้ด้วยนะ" [-3-] 

     

     ข้ากลั้นหัวเราะ

     

     「ท่านคงไม่รู้ว่าชะตาของเราถูกผูกไว้ด้วยกันแล้ว」 [>///<~] 

     

     "บทเรียนแรกของเจ้าคือ การแยกแยะวิญญาณดี-วิญญาณร้ายในบ้าน"

     

     ท่านย่าหยวนฉางกล่าว

     

     ข้าตื่นเต้นจนมือเย็นเฉียบ

     

     "เจ้าค่ะท่านย่า ข้าพร้อมแล้ว" [>A<] 

     

     เฉินอี้เฟิงยืนตัวแข็งทื่อ

     

     "ข้า...ข้าต้องทำอะไรหรือ" [x_x] 

     

     ท่านย่าหยวนฉางยิ้มขำ

     

     "เจ้าก็เป็นเครื่องตรวจจับผีชั้นดีแล้วมิใช่หรือ"

     

     ข้าหัวเราะคิก

     

     「ท่านย่าคงไม่รู้ว่าคุณชายเฉินอี้เฟิงขวัญอ่อนเพียงใด」 [^O^] 

     

     "ข้าไม่อยากเป็นเครื่องตรวจจับผีเลย"

     

     เฉินอี้เฟิงบ่นเสียงเบา [>.<] 

     

     ข้าหลุบตาลงเล็กน้อย

     

     "โชคชะตาลิขิตไว้แล้ว ท่านคงมิอาจฝืน" [-w-] 

     

     เฉินอี้เฟิงหันมามองข้าอย่างเงียบงัน

     

     「ข้าทั้งสงสารเขา แต่ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้」 [Q_Q] 

     

     "เอาล่ะ เจ้าทั้งสอง ตั้งใจฟังให้ดี วิญญาณดีจะมีแสงสว่างอ่อนโยน วิญญาณร้ายจะมีเงามืดแผ่ซ่าน หากเจ้ารู้สึกเย็นยะเยือกจนขนลุก ให้ระวังตัวไว้"

     ข้าพยักหน้ารับ

     

     "เจ้าค่ะท่านย่า" [>///<] 

     

     เฉินอี้เฟิงยืนนิ่ง สีหน้าดูจริงจังเกินเหตุ

     

     "ข้าจะ...พยายามอย่างสุดความสามารถ" น้ำเสียงสั่นน้อย ๆ [^^’] 

     

     ข้ากลั้นหัวเราะ พลางเอื้อมมือไปแตะชายแขนเสื้อของเขาเบา ๆ

     

     "ท่านไม่ต้องกลัว ข้าอยู่ตรงนี้" [>3<] 

     

     เขาหันมามองข้า ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจลึก

     

     "ถ้าเจ้ากล้าหาญ ข้าก็จะไม่ถอย" [>///<] 

     

     ท่านย่าหยวนฉางมองเราทั้งสองด้วยแววตาอ่อนโยน

     

     "เจ้าทั้งสองจงจำไว้ ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร หากเดินไปด้วยกัน ย่อมไม่มีสิ่งใดน่าหวาดหวั่น"

     

     ข้ายิ้มบางเบา รู้สึกอบอุ่นในอก

     

     「แม้จะมีเงามืดรออยู่ แต่ตราบใดที่เรามีกันและกัน ข้าย่อมไม่หวั่นไหว」 [UwU] 

     

     เฉินอี้เฟิงยิ้มมุมปากอย่างขลาด ๆ

     

     "ขอเพียงเจ้าไม่ทิ้งข้าไว้คนเดียว ข้าก็จะยอมเป็นเครื่องตรวจจับผีให้เจ้าตลอดไป" [>///<~] 

     

     ข้าหัวเราะคิก

     

     "เช่นนั้นข้าก็จะไม่ปล่อยมือท่าน" [>w<] 

     

     เสียงหัวเราะเบา ๆ ของท่านย่าหยวนฉางดังขึ้น

     

     "เอาล่ะ เจ้าทั้งสอง เตรียมใจให้พร้อม บทเรียนของข้ายังอีกยาวไกล"

     

     ข้าสูดลมหายใจลึก พลางมองหน้าเฉินอี้เฟิง

     

     "ข้าจะตั้งใจเรียนรู้" [>O<] 

     

     เขาพยักหน้า

     

     "ข้าก็จะตั้งใจเรียน" [^^] 

     

     「ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร ข้าก็จะไม่หวั่นไหว 」 [TwT]