ในวันหยุดริวได้มาติวหนังสือที่บ้านคิมเหมือนอย่างเคย
ริว: เออมึงคิดไว้หรือยังว่าจะไปเรียนต่อมอปลายที่ไหน
คิม: ยังเลยว่ะกูคงเข้าโรงเรียนแถวบ้านล่ะมั้ง
ริว: งั้น...มึงไปเรียนในเมืองกับกูป่าว
คิม: ไปแล้วกูจะไปอยู่ไหนกูไม่มีเงินจ่ายค่าหอหรอกนะ
ริว: ไปอยู่บ้านกูไง เอาคุณยายไปด้วยให้อยู่ฟรีเลยนะ อาหารครบสามมื้อด้วยแถมโรงเรียนที่จะไปเข้าก็เป็โรงเรียนชั้นนำเลยนะเว้ยจบออกมาก็อาจจะได้เข้ามหาวิทยาลัยดีๆแล้วก็มีงานดีๆทำไง ป้ากับพี่กูใจดีมากเลยนะพวกเขาไม่ว่าอะไรหรอก
คิม: โห่วมึง กูไปไม่ได้หรอกให้กูไปอยู่บ้านมึงกูก็เกรงใจคนที่บ้านมึงไหม อีกอย่างกูเป็ห่วงยายด้วยยายกูคงไม่ยอมไป
ริว: งั้นเดี๋ยวกูออกค่าบ้านเช่าให้ก่อนก็ได้ ไว้มึงกับกูเรียนจบ ทำงานมีตัง มึงค่อยทยอยใช้คืนกูดีไหม น้า....คิม ไปเรียนเป็เพื่อนกันน้า... กูจะช่วยดูแลคุณยายด้วยเพราะท่านก็ดูแลกูเหมือนเป็หลานท่านอีกคน ทุกครั้งที่กูมาบ้านมึงยายมึงก็เหมือนยายกูนะ
(ริวอ้อน)
คิม: แล้วมึงเอาเงินมาจากไหนว้ะจะไปขอเงินแม่มาหรือไง มันไม่ใช่ถูกๆนะเว้ยค่าหออ่ะ
ริว: เออหน่า กูมีก็แล้วกันพ่อแม่กูตาย กูก็เลยได้เงินของพ่อกับแม่มาส่วนหนึ่งน่ะ
คิม: เห้ย ริว กูขอโทษนะเว้ยกูไม่รู้ว่าพ่อกับแม่มึงท่านเสียแล้ว
ริว: ฮ่าๆๆๆๆๆไม่เป็ไรหรอกมึง
ถึงแม้ริวจะหัวเราะกลบเกลือนแต่คิมก็ดูออกว่าริวนั้นแอบเศร้าอยู่ คิมกับริวเงียบไปซักครู่
คิม: งั้น ก็ได้ ถ้ามึงมีเงินกูก็ขอยืมก่อนแล้วกัน ถ้ากูหาเงินเองได้เมื่อไหร่กูสาบานว่าจะใช้คืนมึงอย่างแน่นอน
ริว: เย้! ขอบคุณมากมึง สัญญานะ
คิม: อืม กูสัญญา
ทั้งสองจับมือประสานกันแบบลูกผู้ชาย
คิม: ว่าแต่ทำไมมึงไม่เรียนมอต้นในเมืองว้ะ มาลำบากอยู่นี้ทำไม
ริว:่นั้นที่บ้านกูมีปัญหานิดหน่อยน่ะ ป้ากูก็เลยส่งกูมาเรียนที่นี้ก่อน
คิมไม่กล้าถามเื่ที่บ้านของริวเพราะดูออกว่าริวไม่อยากจะเล่า
วันสอบปลายภาคก่อนจบมอสามริวขับมอไซต์มารับคิมที่บ้าน ขณะนั้นคิมกำลังช่วยยายขายน้ำเต้าหู้ในตอนเช้าริวก็ลงจากรถมาช่วยขายด้วย
ริว: สวัสดีครับยาย
ยาย: จ้า หลานริววันนี้ไปสอบกันใช่ไหม
ริว: ใช่ครับ
ริวพูดด้วยท่าทางยิ้มแย้มขณะเดียวกันก็ช่วยยายกับคิมมันถุงน้ำเต้าหู้แล้วส่งให้ลูกค้า
ยาย: หลานสองคนรีบๆไปสอบกันได้แล้วเดี๋ยวตรงนี้ยายจัดการเอง เอาน้ำเต้าหู้ไปกินด้วยนะ
ริว/คิม: ขอบคุณครับยาย,ครับยาย
จากนั้นทั้งสองก็รีบขึ้นมอไซต์แล้วไปสอบยายของคิมมองหลานทั้งสองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุข
หน้าห้องสอบ
ก่อนสอบ คิมและริวรีบนั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าห้องเพื่อกักตุนความรู้ก่อนเข้าสอบ เมื่อถึงเวลาอาจาร์ยคุมสอบก็เดินมาเรียก
คิม: พร้อมยังมึง
ริว: พร้อมแล้ว
จากนั้น คิมก็หยิบตุ้มหูข้างหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
คิม: อ้ะ กูให้ เอาไว้เป็เครื่องลางมึงจะได้โชคดี สอบผ่านวิชาคณิต
ริวรับตุ้มหูของคิมไว้
ริว: งั้นมึงรอแปปหนึ่งนะ
ริวถอดสร้อยคอรูปไม้กางเขนให้คิม
ริว: มึงก็เก็บนี้ไว้นะ มึงจะได้สอบผ่านวิชาภาษาอังกฤษ
คิม: โหว่.... สร้อยมันแพงรึป่าวมึงเอาให้กูแบบนี้จะดีหรอว้ะ
ริว: เออ เอาไปเหอะถือซะว่าเป็เครื่องลางจากกูก็แล้วกัน
คิม: เออๆ ขอบใจนะมึง
ว่าแล้ว ทั้งสองก็เดินเข้าห้องสอบ
หลังสอบเสร็จริวกับคิมก็เดินออกมาจากห้องสอบด้วยสภาพหมดแรง
คิม: พอทำได้ไหมว้ะ
ริว: ก็โอเคอยู่อ่ะข้อสอบออกตามแบบที่ติวมาก็เยอะอยู่ แค่สอบผ่านกูก็ดีใจแล้ว
คิม: เค สู้ๆมึง ยังไงก็ต้องผ่าน
คิมพูดให้กำลังใจ
คิม:ว่าแต่ทำไมหน้ามึงถึงมีแต่รอยช้ำว้ะ
ริว: อ๋อเกิดอุบัตเหตุนิดหน่อยตอนกูซ้อมมวยอยู่ชมรมน่ะ
คิม: ไปห้องพยาบาลไหมเดี๋ยวกูประคบเย็นให้
ริว: ไม่เป็ไรมึง กูไม่เจ็บแล้วขอบใจมาก
คิม: มึงไหวแน่นะ
ริว: ไหวสิ
คิม: ปะ.. กลับบ้านไปพักสมองกันอีกสองวันมีสอบคัดเลือกเข้ามอปลาย
ริว: มึงพร้อมหรือยังกูไม่อยากไปเรียนคนเดียวนะเว้ย
คิม: กูพร้อมเสมอ มึงนั้นแหล่ะสองวันที่เหลือก็อ่านหนังสืออยู่ที่หอให้เต็มที่ก็แล้วกัน วันสอบเดี๋ยวกูไปเองมึงไม่ต้องไปรับกูนะ เพราะกูจะไปสายหน่อย ช่วยยายขายของ ไม่อยากให้มึงสายไปด้วย
ริว: เออเคๆ
ริวขับรถไปส่งคิมที่บ้าน
ริว: เจอกันวันสอบมึงกูไปอ่านหนังสือล้ะ
คิม: เคมึง เจอกันวันสอบ
วันที่ทุกอย่างพังทลาย
ขณะที่คิมก้าวเข้าไปในบ้านเขาก็ต้องช็อก หัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มเพราะภาพที่อยู่ตรงหน้าคือยายของเขาที่นอนไร้สติอยู่ที่พื้น คิมรีบดึงสติวิ่งเข้าไปประคลองร่างของยายขึ้นมา
คิม: ยาย ยายตื่นสิยาย ยายได้ยินผมไหมยายอย่าทิ้งผมไป ยายครับ ยาย....
แต่มันก็สายไปเสียแล้วเพราะยายของคิมได้จากโลกนี้ไปนานแล้วด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลันแม้คิมจะเรียกเป็ร้อยๆรอบ ยายก็ไม่ฟื้นขึ้นมา
เขาหอบร่างของยายไปที่วัดเนื่องจากไม่มีเงินจัดงานศพ จึงทำได้แค่ขอให้หลวงตาที่วัดทำพิธีเผาศพให้คิมรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบขยี้เป็ผุยผง
วันสอบ ริวไปรอคิมที่สนามสอบเขารอแล้วรออีกแต่รอเท่าไหร่ คิมก็ไม่มา
ครูผู้คุมสอบ: นักเรียนคะอีกห้านาทีจะเริ่มสอบแล้ว เชิญเข้าไปเตรียมตัวในห้องสอบค่ะ
ริว: ครูครับ ขอเวลาอีกหน่อยนะครับเพื่อนผมยังไม่มาเลย
ครู: แค่ห้านาทีนะคะถ้ายังไม่เข้ามาถือว่าหมดสิทธิสอบนะคะ
ริว: ครับครู ขอบคุณครับ
ไฟในเตาเผาในเมรุลุกโชนเผาร่างที่น่าสงสารของคุณยายคิมที่ตอนนี้สภาพเหมือนคนสติหลุดได้แต่นั่งเฝ้ากองขี้เถ่าของยายเขาเดินอย่างเลื่อนลอย แล้วนำเถ้ากระดูกไปโปรยในแม่น้ำแถวๆสวนสาธาราณะใกล้บ้านมันเป็ที่ๆเขากับยาย ชอบมานั่งเล่นด้วยกันเป็ประจำ ความเศร้าของคิมนั้นมีมากมากจนไม่มีน้ำตาสักหยดไหลออกมา
ริวในขณะนั้นเข้าห้องสอบไปแล้วขณะที่สอบเขาก็คอยมองหาคิมอยู่ตลอดเวลา หวังว่าเพื่อนจะมา แต่ก็ไม่
หลังสอบเสร็จริวตรงไปที่บ้านของคิมในทันทีแต่ก็ต้องพบกับข่าวร้ายจากคนข้างบ้านคิมว่ายายของคิมเสียแล้วส่วนคิมเพื่อนบ้านสันธิฐานว่ามีญาติมารับไปอยู่ด้วยแล้วริวได้แต่มองป้ายประกาศยึดบ้านจากธนาคารที่ติดอยู่บริเวณหน้าบ้านของคิมด้วยความเศร้าแล้วเดินจากไป เขาเสียใจและสับสนในเวลาเดียวกัน เพราะไม่ได้บอกคำอำลากับเพื่อนและเื่ทั้งหมดมันเกิดขึ้นเร็วมากจนเขาไม่รู้ตัว ส่วนศพของคุณยายริวก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนวัดใด
วันก่อนยังได้คุยกัน ทักทายเหมือนฝันที่กำลังสวยงาม แต่วันนี้ทุกอย่างกลับกลายเป็ฝันร้ายและพังทลายลงเหลือไว้เพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำ
และแล้ววันที่สองเราต้องจากก็มาถึงผลสอบออกมา ริวสอบผ่านการคัดเลือก ริวเตรียมตัวกลับเข้าเมืองเพื่อไปเรียนต่อเขามองห้องพักในหอที่ตอนนี้ว่างปล่าวเป็ครั้งสุดท้ายมอไซต์ตอนนี้ถูกเก็บเข้ารถขนส่งทางไกลเพื่อนส่งไปที่บ้านหลังใหญ่ของริวก่อนที่ริวจะเดินทางไปที่สถานีรถไฟเพื่อนกลับเข้าเมืองเขาได้เดินแวะไปที่บ้านของคิมเพื่ออำลา สภาพบ้านตอนนี้ไม่ต่างจากบ้านร้างที่ธนาคารเป็เ้าของ
คิมที่แอบไปหลับอยู่ที่สวนหลังบ้านสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงรถสองแถวมาจอดที่ถนนบริเวณหน้าบ้านและเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย คิมลุกขึ้นแล้วเดินออกไปดูที่หน้าบ้านแต่มันก็สายไปเสียแล้วเพราะริวนั้นได้ขึ้นไปบนรถสองแถวเป็ที่เรียบร้อยเสียงรถค่อยๆเคลื่อนที่ห่างออกไปเรื่อยๆ ถึงแม้ทั้งสองจะมองไม่เห็นกันแต่คิมนั้นกลับมั่นใจในเสียงฝีเท้านั้นว่าเป็ริวแน่นอน เขาได้แต่มองรถสองแถวคันนั้นที่มีริวนั่งอยู่ด้านในเคลื่อนที่ห่างออกไปจนริบตาพร้อมกับคราบน้ำตาที่ไหลออกมาแบบหยุดไม่ได้ ความรู้สึกโดดเดี่ยวที่ไม่เหลือใครแล้วในโลกใบนี้ได้พลั่งพลูออกมาทุกอย่างหยุดหมุน คิมรู้สึกเหมือนมีใครมากระชากตัวเขาให้หลุดออกจากความฝัน
เมื่อคิมตื่นขึ้นมาก็รู้สึกเหมือนมีมืออุ่นๆของใครบางคนมาััที่แก้มและเมื่อลืมตาขึ้นก็พบกับริวที่กำลังนั่งเช็ดน้ำตาให้ตนอยู่ข้างเตียง
"ริว"
คิมพูดชื่อริวด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา