มิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 43 เสแสร้งแกล้งทำ

            ทำไมเซียนจวินจากแดนสวรค์ถึงกำจัดเขาไม่ได้?หรือว่าเทพเซียนแห่งแดนสวรรค์ยังไม่อาจกำจัดเขาได้หรือ?

            เจียงเฉิงเยว่อยู่ห่างจากกลุ่มคนระยะหนึ่งจากนั้นกอดอกและหัวเราะเบาๆ “ทำไมทุกท่านถึงไม่ต้อนรับข้าเช่นนี้?”

            หนีอิ๋นเสวี่ยที่อยู่ด้านหลังหนีรั่วหลีซึ่งข่มกลั้นอารมณ์ไม่ได้ที่สุดจึงเหวี่ยงดาบวิญญาณชี้ไปที่ใบหน้าของเจียงเฉิงเยว่ “วิญญาณร้ายเสแสร้งให้น้อยลงหน่อยเถอะ! เรียกพวกทหารภูตผีเหล่านั้นของเจ้าออกมา!ไม่เช่นนั้นเจ้าจะสู้หนึ่งต่อหลายคนหรืออย่างไร?”

           เจียงเฉิงเยว่ยิ้มอย่างเฉยเมยพลางกล่าว “สหายตัวน้อยอายุยังน้อยแต่พูดจาไม่สุภาพเลยจริงเชียว!นี่เรียกว่าอะไรนะ...ความเหลาะแหละของผู้เยาว์หรือ?”

           สีหน้าของหนีรั่วหลีเปลี่ยนไปจากนั้นก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าวอย่างแนบเนียนเพื่อขวางหนีอิ๋นเสวี่ยไว้ด้านหลัง

           เมื่อเจียงเฉิงเยว่เห็นเช่นนั้นจึงยิ้ม ไม่ได้ขัดขวางเขามองไปยังอัครเสนาบดีหลิวซึ่งอยู่ใจกลางของค่ายกลเผยใบหน้าออกมาเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น“จุดประสงค์ที่ข้ามาในวันนี้ ไม่เกี่ยวอะไรกับทุกท่าน”เขาเลิกคิ้วแล้วหันไปพูดกับอัครเสนาบดี “ท่านอัครเสนาบดี...ท่านคิดว่าคนพวกนี้จะปกป้องอยู่ข้างกายท่านไปได้อีกนานเท่าไร?หรือท่านคิดว่าจะสามารถซ่อนตัวอยู่ในค่ายกลของนักพรตสำนักเต๋าที่จัดวางเพื่อท่านโดยเฉพาะไปตลอดชีวิต?”

           อัครเสนาบดีหันไปมองไป๋เจ๋อจวินกับหนีรั่วหลีที่อยู่ข้างกายด้วยแววตาไร้หนทางพร้อมจับแขนเสื้อของพวกเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย

           ไป๋เจ๋อจวินกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา“สุดท้ายแล้ววันนี้จะไม่ปล่อยให้ฉิงชางจวินได้รับวิญญาณที่มีดวงดาวแห่งเกียรติยศคอยพิทักษ์ดวงชะตาอยู่ตามที่ท่านต้องการแน่”

           เจียงเฉิงเยว่ระบายยิ้ม “ไป๋เจ๋อจวิน เช่นนั้นท่านคิดผิดแล้ววันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อรับวิญญาณของอัครเสนาบดี”

           มีคนสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ได้แล้วถามอย่างประชดประชัน“เช่นนั้นขอบังอาจถามว่าฉิงชางจวินว่ามาที่นี่ มีธุระสำคัญอันใด?”

           เจียงเฉิงเยว่มองไปที่อัครเสนาบดีหลิว กล่าวด้วยรอยยิ้ม“วันนี้ข้า...มาเพื่อช่วยเขา”

           อัครเสนาบดีหลิวไม่ทราบว่าป่วยแล้วลนลานไปหาหมอ[1] หรือไม่ เพียงได้ยินที่บอกว่าต้องการจะช่วยก็แทบหยุดร้องไห้และรีบพุ่งไปหาเจียงเฉิงเยว่ “ฉิงชางจวินช่วยข้าด้วย!ฉิงชางจวินช่วยข้าด้วย!”

           ชาวนักพรตสำนักเต๋ารู้สึกประหลาดใจอยู่สักพักหนีรั่วหลีเตรียมที่จะขวางอัครเสนาบดีหลิวที่พุ่งไปทางเจียงเฉิงเยว่พร้อมกล่าวอย่างรีบร้อน“ท่านอัครเสนาบดี! อย่าให้สิ่งชั่วร้ายมาครอบงำจิตสำนึก!”ยิ่งเป็นการยืนยันตัวตนของเขาด้วยคำว่า ‘ลุ่มหลงผีในจิตใจ[2]’ ที่ออกไปโดยไม่ไตร่ตรอง

           อัครเสนาบดีหลิวถูกขวางเอาไว้จึงมีสติขึ้นเล็กน้อยจากนั้นหดตัวกลับมาไม่ขยับเขยื้อน เพียงตัวสั่นเท่านั้น

           เจียงเฉิงเยว่ไม่ได้หงุดหงิด ยังคงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ท่านอัครเสนาบดี...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่านเห็นตราคำสาปนี้หรอกกระมัง?”

           อัครเสนาบดีหลิวเงยหน้ามองเขาด้วยความประหลาดใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

            เจียงเฉิงเยว่“สุดท้ายแล้วเมื่อปีนั้นท่านได้เห็นด้วยตาของตนเองว่าตราคำสาปนี้เติบโตอยู่บนร่างของพี่ชายตนเองอย่างไรทั้งถูกวิญญาณนับร้อยฉีกวิญญาณเป็นชิ้นๆตายอย่างน่าสังเวชต่อหน้าของท่านอย่างไร...และยังคาดคิดเกี่ยวกับตราคำสาปเช่นนี้กับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่มันเติบโต...”

           เขายังไม่ทันพูดจบ หนีอิ๋นเสวี่ยกลับขัดจังหวะ “รอเดี๋ยว!”

           เจียงเฉิงเยว่มองไปที่อีกฝ่าย

            หนีอิ๋นเสวี่ยเอ่ย “พี่ชาย?”เขายังคงใช้ดาบชี้ไปที่เจียงเฉิงเยว่ “เฮ้ราชาผีอย่างเจ้ายังเชื่อถือได้อีกหรือ? ถึงอย่างไรก็ได้ฉายา ‘สองผู้ยิ่งใหญ่แห่งปรโลก’ แล้วทำไมถึงพูดจาเลอะเทอะเช่นนี้? ก่อนหน้านี้ไม่ได้ถามท่านอัครเสนาบดีหรือว่ามีน้องชายฝาแฝดหรือไม่...แล้วทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนเป็นพี่ชายกันเล่า?”

           เจียงเฉิงเยว่เผยท่าทีชื่นชมพลางยกยิ้ม“เช่นนั้นต้องถามตัวท่านอัครเสนาบดี...ในบรรดาฝาแฝดผู้ที่มีดวงดาวแห่งเกียรติยศพิทักษ์ดวงชะตานั้นเป็นพี่ชายจริง...และผู้ที่ป่วยเฉียบพลันแล้วเสียชีวิตในปีนั้น...ก็ไม่ใช่น้องชายของฝาแฝด...ใช่หรือไม่?อัครเสนาบดีหลิว?”

            ทุกคนตกตะลึงทันใดนั้นพลันเกิดความโกลาหล

            “ดังนั้น คนผู้นี้คือผู้ที่สาปพี่ชายของตนเองจนตายเพื่อสืบทอดดวงชะตาของพี่ชาย...จากนั้นแสร้งทำเป็นพี่ชายของเขามาเป็นเวลาหลายปีหรอกหรือ?!”

            หลังจากนั้นพวกเขาจึงออกห่างไปเล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุมถอยห่างจากตำแหน่งโดยรอบของอัครเสนาบดีหลิวไปครึ่งก้าว ต่างจ้องด้วยสายตาประหลาดใจ

           อัครเสนาบดีหลิวกำหมัดแน่น กัดฟันแล้วกระตุกอยู่เป็นเวลานานจากนั้นชี้ไปที่จมูกของเจียงเฉิงเยว่แล้วคำรามอย่างสูญเสียการควบคุม “ไร้สาระ!เจ้ากำลังพูดเรื่องไร้สาระ!”

           เจียงเฉิงเยว่แค่นเสียงเย็นชา จากนั้นกอดอกอย่างเชื่องช้า“อัครเสนาบดีหลิวคิดจะปฏิเสธอย่างไรเล่า?” เขาเลิกคิ้วมองบนหน้าอกที่เปิดโล่งของอัครเสนาบดีหลิวที่ตราคำสาปยังคงขยายใหญ่ขึ้น“อัครเสนาบดีหลิยังคงยืนยันว่าตนเองตกเป็นเหยื่อของคำสาปร้อยผีกลืนใจ...เช่นนั้นตราคำสาปนี้ของท่านจึงปรากฏออกมาในตอนนี้?ข้ากลับได้ยินเป็นครั้งแรกเลยว่าคำสาปร้อยผีกลืนใจสามารถปรากฏตราคำสาปออกมาได้ถึงสองครั้ง”

           ทุกคนเงียบไปชั่วขณะ หนีรั่วหลีเอ่ยอย่างเย็นชา“ไม่เคยเห็นก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเป็นกรณีพิเศษนี่...”

            ก่อนหน้านี้เจียงเฉิงเยว่แอบได้ยินตอนที่เขาคุยกับรุ่นน้องสองคนอย่างหนีอิ๋นเสวี่ยกับสวี่ฮ่วนเจ๋อในลานด้านหลังเรือนรับรองภายในจวนสกุลหลิวคนที่พูดเรื่องนี้คือหนีอิ๋นเสวี่ย และคนที่คัดค้านคือหนีรั่วหลีช่วงเวลานี้กลับดีจริงเชียว ตัวเขากลับมาพูดอีกครั้ง…ยังคงยึดมั่นที่จะเชื่อสิ่งที่เป็น‘กรณีพิเศษ’ ซึ่งมิอาจเป็นไปได้เช่นนี้ แต่ไม่เชื่อเขาอย่างนั้นหรือ?

           หลังเจียงเฉิงเยว่ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเยาะและพูดอย่างเหน็บแนม “หากนักพรตหนีต้องการสร้างปัญหาที่ไม่สมเหตุสมผลเช่นนี้...เช่นนั้นข้าไม่มีอะไรจะพูดแล้ว”

            “เจ้า!”หนีรั่วหลียังไม่ทันตอบสนอง ศิษย์น้องผู้ใจร้อนคนนั้นกลับทนไม่ไหวจ้องเจียงเฉิงเยว่ด้วยความโกรธเคืองหนีรั่วหลีจึงวางมือบนไหล่ของอีกฝ่ายให้เขาอย่าวู่วามหนีอิ๋นเสวี่ยจึงไม่กล้ารีบร้อน พยายามนิ่งเงียบไม่ส่งเสียงใดส่งสายตาที่ราวกับลูกศรพุ่งออกมา

           เจียงเฉิงเยว่พูดด้วยรอยยิ้ม “ทุกท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ช่างเถิด มันไม่สำคัญข้าไม่จำเป็นต้องอธิบายให้พวกเจ้าฟังมากเช่นนี้”

           ทุกคนต่างนิ่งเงียบ หลังไป๋เจ๋อจวินนึกคำถามขึ้นมาได้จึงถามกลับ“เช่นนั้นไม่ทราบว่าฉิงชางจวิน...วางแผนที่จะช่วยอัครเสนาบดีหลิวอย่างไร?”

           ทุกคนมองเขาแล้วหันไปมองเจียงเฉิงเยว่ ค่อยๆ เผยความคาดหวัง เฝ้ารอคำตอบ

            เจียงเฉิงเยว่บอก“ง่ายๆ...” เขามองไปที่อัครเสนาบดีหลิว จากนั้นเลิกคิ้ว “อิงตามเหตุผลแล้วเมื่อคำสาปร้อยผีกลืนใจกลับมากลืนกินควรจะให้ราชาผีผู้ทำสัญญารับผิดชอบถึงจะถูกต้อง...และคนผู้นั้นที่ลงนามในสัญญากับท่านอัครเสนาบดีในเวลานั้นก็ขาดความรับผิดชอบอยู่เล็กน้อยแต่ว่า...ข้าสามารถบอกวิธีดีๆ ให้ท่านอัครเสนาบดีได้...” เขายกมือขึ้นกลางอากาศหลังจากนั้นพลังวิญญาณก็สว่างวาบ ปลายนิ้วที่สว่างไสวส่งเสียง ‘เปรี๊ยะ’มองเห็นว่าเป็นค่ายกลอัญเชิญที่พร้อมจะเผยตลอดเวลา

           เจียงเฉิงเยว่พูดอย่างโน้มน้าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านอัครเสนาบดีท่านเพียงแค่ต้อง...เอ่ยนามของราชาผีผู้นั้นแล้วข้าจะบังคับเรียกเขามาให้ท่านในทันที ผลกรรมนี้ต้องให้เขาร่วมรับผิดชอบด้วยการกระทำเช่นนี้เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยท่านอัครเสนาบดีจากการแว้งกัดของคำสาปร้อยผีกลืนใจได้”

           ควันสีดำลอยขึ้นด้านหลังเขา เสียงร้องโหยหวนของผีนับร้อยดังไม่ขาดสายในที่นี้นอกจากเสียงผีคร่ำครวญกับเสียงหมาป่าหอนแล้วไม่มีเสียงอื่นใดอีกทุกคนเพ่งสายตาไปที่ร่างของอัครเสนาบดีหลิว ต่างรอคำตอบจากเขา

           เจียงเฉิงเยว่แน่ใจว่าอัครเสนาบดีหลิวจะให้การเกี่ยวกับราชาผีผู้ทำสัญญาเพื่อรักษาชีวิตอย่างแน่นอนดังนั้นจึงไม่เร่งรัด ยืนรอร่วมกันกับชาวสำนักเต๋าอย่างสบายๆรอผลแห่งชัยชนะงอกเงยอย่างเงียบงันด้วยความพึงพอใจสวี่ฮ่วนเจ๋อที่อยู่ข้างกายหนีอิ๋นเสวี่ยในกลุ่มคนมาโดยตลอดรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยถาม“ฉิงชางจวิน...ค่ายกลเมื่อครู่นี้ ท่านเป็นผู้ทำลายหรือ?”

           เจียงเฉิงเยว่หายใจไม่ออก พลันรู้สึกผิดอย่างไม่มีที่มาที่ไป

           สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่สวี่ฮ่วนเจ๋อ ก่อนที่เขาจะพูดอีกครั้ง“ที่ฉิงชางจวินทำลายค่ายกลก่อนหน้านี้กับการกระทำที่ฉิงชางจวินบีบบังคับค่ายกลอัญเชิญในยามนี้...ล้วนเป็นพลังวิญญาณที่บริสุทธิ์อย่างยิ่งฉิงชางจวิน ในฐานะที่เป็นราชาผี เหตุใดจึงสามารถเรียกใช้พลังวิญญาณที่ครอบงำและบริสุทธิ์เช่นนี้ได้?”

            เขายังพูดไม่จบทุกคนกลับตกตะลึง เจียงเฉิงเยว่เองก็รวมอยู่ใน ‘ทุกคน’ ด้วย

           ประมาทเข้าเสียแล้ว!!! มีผู้คนมากมาย จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะพบคนเฉลียวฉลาดอัครเสนาบดีหลิวยังไม่ได้ให้การเกี่ยวกับผู้ร้ายเบื้องหลังเขากลับต้องกลัวว่าการสมรู้ร่วมคิดนี้ของเขากับหลี่อวิ๋นหังจะถูกเปิดโปงเสียก่อน!

           ในความเป็นจริงแล้วกลยุทธ์ที่ฉับพลันนี้ของฉิงชางจวินแก้ปัญหาที่ต้นตอและมุ่งไปที่จุดสำคัญซึ่งก็มีการแนะนำจากผู้สูงส่งที่อยู่เบื้องหลังอีกด้วย ไม่จำเป็นต้องเอ่ยเลยว่าเสวียนเหยาซ่างเซียนคือผู้สูงส่งคนนั้น

           หากคิดว่าในตอนแรก เจียงเฉิงเยว่เดินไปรอบจวนของอัครเสนาบดีเพียงลำพังอยู่หลายวันก็เหมือนกับเต่าที่หดตัวอยู่ในกระดองแข็ง และไม่สามารถหาที่กัดได้หลี่อวิ๋นหังเพียงให้คำแนะนำเพิ่มสองประโยคจึงทำให้เขาหาจุดแรกเริ่มที่จะแก้ปัญหาได้ในทันที ช่วงเวลาเดียวกับที่เขากระจ่างแจ้งหัวใจของเขากลับยินดีอย่างบ้าคลั่งสิ่งที่ยินดีก็ไม่ใช่เพียงเห็นแสงรุ่งอรุณของความหวังเท่านั้นทว่าเป็นเพราะความเชื่อใจของหลี่อวิ๋นหังที่มีต่อเขาด้วย

            อาหังเชื่อเขา

           แม้ว่าเขาจะไม่เคยโต้แย้งอะไรเพื่อตนเองต่อหน้าหลี่อวิ๋นหังหลี่อวิ๋นหังกลับเชื่อว่าเขาไม่ใช่ผู้อยู่เบื้องหลังโดยไม่ต้องเอ่ยถ้อยคำใดดังนั้นจึงได้ชี้แนะเขาว่าควรจะหลอกล่อให้อัครเสนาบดีหลิวเผยผู้ร้ายตัวจริงอย่างไรชั่วขณะนั้นเจียงเฉิงเยว่รู้สึกเช่นกันว่าอัครเสนาบดีหลิวจะให้การหรือไม่ล้วนไม่สำคัญถึงอย่างไรอาหังก็เชื่อเขาอยู่ดี...เพราะอย่างนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับชาวสำนักเต๋าเมื่อครู่ เขาถึงได้ผ่อนคลายและสงบนิ่งมากเช่นนี้

            ทว่ายามนี้ความผ่อนคลายกับความสงบหายไปหมดสิ้น แม้ว่าอัครเสนาบดีหลิวจะไม่เปิดปากให้เขาแบกรับความอัปยศต่อไปย่อมเป็นเรื่องเล็กทว่าหากถูกใครทราบเข้าว่าหลี่อวิ๋นหังร่วมมือกับเขาเขาจะต้องนำความเดือดร้อนไปถึงอีกฝ่ายอย่างแน่นอน

           เซียนกับผีมีเส้นทางที่แตกต่างกัน เมฆกับโคลนย่อมแตกต่างกันแต่ไหนแต่ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบหรือร่วมมือกัน

           สถานการณ์ที่น่าหวาดผวาจากการหลอกลวง ทำให้สมองของเจียงเฉิงเยว่ทำงานอย่างรวดเร็วไม่รอให้หลี่อวิ๋นหังแนะนำวิธีรับมือผ่านการเชื่อมต่อทางจิตเขากลับพูดโกหกอย่างเลอะเลือนออกไปเสียแล้ว คุยโวเกินจริงจนจบแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มีความเหยียดหยามยั่วยุอยู่หลายส่วน“ข้าเร้นกายจากโลกเพื่อบ่มเพาะกว่าร้อยห้าสิบปี การทำลายค่ายกลเด็กๆอย่างพวกท่านไม่กี่คนเช่นนี้...น่าแปลกใจมากเชียวหรือ?”

            ทันใดนั้นใบหน้าของชาวสำนักเต๋าจึงดูดีขึ้น

           “ในฐานะราชาผีที่ครอบครองร่างมนุษย์ธรรมดาเพื่อบ่มเพาะ นี่ย่อมทำได้หรือ? ฉิงชางจวินผู้นี้ไม่เล่นไพ่ตามกฎ3 เสียจริง”

           ถึงขั้นมีผู้วิเคราะห์อย่างเป็นแบบแผน“เซียนหลิวเฟิงหนึ่งในสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งปรโลกก็สำเร็จเป็นเซียน...กับฉิงชางจวินผู้นี้เคยเป็นบุคคลที่มีชื่อเดียวกันกับเขาคาดว่าคงอดใจไม่ได้ที่จะอิจฉา ก่อนหน้านี้เขาฝ่าฝืนกฎสวรรค์เกรงว่าคงหมดหวังจะได้เลื่อนขั้น...หรือว่าเขาใช้วิธีนี้เปิดเส้นทางใหม่และคิดจะใช้ตัวตนการบ่มเพาะธรรมดานี้เพื่อเลื่อนขั้น?”

           “การใช้พลังวิญญาณเพื่อทำลายค่ายกลพลังวิญญาณการกระทำนี้ทำให้พวกเราที่เป็นนักพรตสำนักเต๋าอับอายอย่างชัดเจน...แต่จะไม่พูดก็ไม่ได้ช่างน่าเกรงขามเสียจริง!”

           ด้วยหูที่ฉับไวของเจียงเฉิงเยว่ จึงได้ยินถ้อยคำที่คนเหล่านั้นพูดโดยไม่ตกหล่นเขาหัวเราะในใจอย่างบ้าคลั่งภายใต้ความประหลาดใจ สวรรค์!ช่างเป็นการจับพลัดจับผลูจริงเชียว?! อย่างไรก็ตามเขอดไม่ได้ที่จะซาบซึ้งคนเหล่านั้นที่เชื่อมโยงต้นสายปลายเหตุให้เขาโดยที่ตนเองไม่เคยคิดมาก่อน!

           ภายหลังอธิบายเรื่องนี้อย่างชัดเจน เจียงเฉิงเยว่ไม่ลืมธุระสำคัญที่ตนเองมาจากนั้นมองไปที่อัครเสนาบดีหลิวอีกครั้ง “ท่านอัครเสนาบดี...ยังคิดไม่ออกอีกหรือ?สิ่งที่ข้าต้องการจากท่านมีเพียงนามเท่านั้นขอเพียงเอ่ยออกมา...ข้าจะช่วยให้วิญญาณของท่านไม่แตกสลาย”

           เมื่อเขาเปลี่ยนหัวข้อกลับมาเช่นนี้ ทุกคนจึงกลับมามีสติจากนั้นเพ่งสายตาไปบนใบหน้าของอัครเสนาบดีหลิวผู้นั้นอีกครั้งซึ่งอดไม่ได้ที่จะลังเล

           อัครเสนาบดีหลิวกัดฟัน ยังคงนิ่งเงียบไม่พูดไม่จามีเส้นเลือดปูดที่ขมับทั้งสองข้าง ราวกับว่ากำลังอดทนกับอะไรบางอย่าง

           สถานการณ์แปลกออกไป เจียงเฉิงเยว่รับรู้ได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

            ผ่านไปเป็นเวลานานอัครเสนาบดีหลิวผู้นั้นเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาฉายแววเย็นชา เอ่ยด้วยความโกรธ“ฉิงชางจวิน! เจ้าตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?”

           เจียงเฉิงเยว่ขมวดคิ้วโดยพลัน ไม่มีใจที่จะพัวพันกับอีกฝ่ายต่อไปเอ่ยเสียงเย็นเยียบ “ข้าพูดไปแล้ว ขอเพียงเอ่ยนามราชาผีที่ทำสัญญากับท่าน ณตอนนั้นออกมา!”

           อัครเสนาบดีหลิววิ่งไปข้างหน้าครึ่งก้าวด้วยความโมโห จากนั้นหยุดฝีเท้าได้ทันเวลาเขากัดฟันเอ่ย “ฉิงชางจวินในเมื่อเจ้าไม่รักษาสัญญาและเปิดโปงเรื่องในปีนั้นออกมา...เป็นเจ้าที่ไม่ปรานีก่อนก็อย่ามาโทษว่าข้าโหดร้ายเลย! จะยังมีราชาผีผู้ทำสัญญาที่ไหนอีก ผู้ที่ทำสัญญากับข้าเมื่อปีนั้นไม่ใช่เจ้าหรอกหรือ?!”

           ------------------------

            [1]ป่วยแล้วลนลานไปหาหมอ เป็นสำนวน หมายถึงพบวิกฤตแล้วเที่ยวไปขอความช่วยเหลือจากทุกหนทุกแห่ง

            [2]ลุ่มหลงผีในจิตใจ เป็นสำนวน หมายถึง ถูกทำให้สับสนจนขาดสติ

    คล้ายกับเรื่องมิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663