“ความเ็ปเหรอ ไม่เห็นรู้จักเลย ของแบบนั้นมีด้วยเหรอ ฉันว่านะ คนที่โดนต่อยแล้วเจ็บ หรือมีดบาดแล้วร้อง ต้องเป็โรคอะไรสักอย่างแน่ๆ ตัวฉันน่ะปกติ แต่คนอื่นน่ะป่วยกันไปหมดแล้ว”
นั่นคือคำตอบของเด็กสาวคนหนึ่งหากถามเธอเกี่ยวกับความเ็ป เด็กคนนี้มีชื่อว่าไอนะ เธอเป็เด็กรักความสนุกสนาน ชอบเที่ยวเล่นเป็ชีวิตจิตใจ และทำอะไรตามใจตนเอง แน่นอน ด้วยความเอาแต่ใจและไม่กลัวใครแบบนั้น ทำให้เธอเป็ที่ขวางหูตาคนอื่น
“ยัยบ้านี่ มองหน้าหาอะไรวะ”
“อะไรกันเล่า ก็เธอมองหน้าฉันก่อนไม่ใช่รึไง”
“เธอเหรอ กับรุ่นพี่หัดเคารพกันบ้าง อย่ามาปากดีนะเว้ย”
“ก็สวยดิ คิดว่าแก่กว่าแล้วแน่เหรอ”
ด้วยความเป็คนไม่ยอมคน แม้แต่รุ่นพี่ก็ไม่ไว้ไหน ต่อให้ใครหน้าไหนมาต่อว่าเธอก็พร้อมจะสวนกลับ ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือด้วยหมัด แต่ว่า ร่างกายของเธอแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ เปล่าเลย แต่ว่า...
“ย ยัยนี่ ตายไม่เป็รึไง”
ดวงตาของหญิงสาวผู้มีอายุมากกว่า และเพื่อนพ้องของพวกเธอต่างมองไปยังจุดเดียวกัน เด็กสาวผู้ที่พูดหาเื่พวกเธออย่างไม่เกรงกลัว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้โดยพวกเธอรุมทำร้าย ไม่ว่าจะเป็หมัดที่ต่อยจนปากแตก เล็บที่จิกจนหน้าเป็แผล ไปจนกระทั่งเท้าที่เตะไปยังท้องอย่างไม่ออมแรง
แน่นอน ทุกการโจมตีล้วนเกิดาแ และสุดท้ายเธอก็ล้มลงไปนอนกับพื้น แต่นั่นก็เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เธอลุกขึ้นมาอย่างง่ายดาย ไม่มีสีหน้าแสดงความเ็ปออกมา มีเพียงรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวไปด้วยความสนุกสนาน
“ได้แค่นี้เหรอคะ รุ่นพี่ มีตั้งสี่คนทำได้แค่นี้เหรอ ถ้างั้นตาหนูบ้างนะคะ”
ถามว่าไอนะมีความสามารถในการต่อสู้ไหม ?
จะบอกว่ามีก็มี หรือจะบอกว่าไม่มีก็ไม่ผิด ทักษะการต่อสู้ของเธอมาจากประสบการณ์ล้วนๆ ไม่ได้เรียนจากที่ไหนมา เพราะอย่างนั้น ระหว่างที่เธอต่อสู้อยู่ก็จะมีบ้างที่เธอถูกโจมตีสวนกลับ แต่ไอนะนะก็จะไม่ใส่ใจราวกับว่าหมัดที่กระแทกมายังหน้าท้องเธอคล้ายกับการเล่นปาดหมอน และในที่สุด เธอก็สามารถล้มรุ่นพี่ทั้งสี่คนได้โดยง่าย
“กระจอกชิบ”
และนี่ก็คือเื่ราวของเด็กสาว ที่ไม่สามารถััได้ถึงความเ็ป ว่าแต่…
“ฉันไม่ได้อยากจะเป็นักเลงซะหน่อยนะเห้ย! ”
ไอนะนะถึงกับโวยวาย ในตอนนี้ผ่านมาประมาณครึ่งปีหลังจากที่เธอเริ่มทะเลาะวิวาทกับนักเลงไปทั่ว และด้วยความสามารถในการไม่รับรู้ความเ็ป ก็ทำให้เธอเข้าต่อสู้กับใครก็ได้
อย่างตอนที่ เธอเดินกลับบ้าน เธอเห็นเด็กวัยเดียวกับเธอกำลังโดยกลุ่มผู้ชายคนหนึ่งรุมกระทืบ เธอจึงเข้าไปช่วยเขา ก่อนจะรู้ทีหลังว่า กลุ่มผู้ชายพวกนั้นอยู่ชมรมมวย พวกเขามักจะชอบทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่าเสมอ ทำให้ไอนะนะตรงไปยังห้องชมรมแล้วจัดการนักเลยพวกนั้นซะ แต่นั่นก็เป็การสร้างความแค้นให้กับพวกชมรมมวย พวกเขาอยากจะแก้แค้นเธอที่ทำให้ชมรมมวยถูกขนานนามว่า “ชมรมมวยที่ถูกผู้หญิงเพียงคนเดียวถล่มยับ”
ทุกครั้งที่เธอาเ็ เธอก็แค่จัดการกับศัตรูตรงหน้า ก่อนที่จะเดินไปโรงพยาบาลได้สภาพทั่วเือย่างหน้าตาเฉย ทำเอาหมอหลายคนต้องแปลกใจ และก็มีหมอบางคนก็กับบอกว่า
“ได้โปรดเถอะครับ ขอให้ผมสำรวจร่างกายคุณเถอะ”
“ไอ้ทะลึ่งเอ๊ย” เธอแสดงสีหน้ารังเกียยจแล้วถีบหมอคนนั้น
“ไม่ได้หมายถึงเื่อย่างว่าครับ แค่อยากตรวจร่างกายของคุณเฉยๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตามปกติ คนที่เป็โรคแบบคุณจะไม่เจ็บาแก็จริง แต่ก็จะได้รับผลข้างเคียงจากาแ เช่นถ้าเส้นเอ็นขาดก็จะขยับไม่ได้ แต่ว่า กับคุณที่ร่างกายาเ็สาหัสแล้วยังเดินมาโรงพยาบาลได้หน้าตาเฉย ขอร้องล่ะครับ ผมอยากตรวจร่างกายคุณจริงๆ”
“นี่ถ้านายไม่รักษาฉัน ฉันจะไปที่อื่นแล้วนะ”
และสุดท้าย คุณหมอคนนั้นก็ทำการรักษาให้กับเธอ แต่เขาก็ยังอยากที่จะตรวจร่างกายของเธอ แต่ด้วยไอนะนะไม่อนุญาต เขาก็เลยได้แต่นั่งคอตกไป
แล้วชีวิตประจำวันในตอนนี้ของไอนะนะเป็ยังไงบ้าง?
ตอนนี้เธออยู่มอ 6 และใกล้จะเรียนจบเต็มที่แล้ว พักหลังมานี้เธอพักเื่ชกต่อย และพยายามหลีกเลี่ยงการมีเื่ เพราะต้องเอาเวลาไปอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ว่าเหมือนโชคชะตาจะไม่้าให้เธอสมหวัง เพราะว่าบาปที่เธอก่อตัวไว้กำลังย้อนกลับมา
บรรดารุ่นพี่และชมรมมวย ล้วนมีความแค้นต่อเธอ ด้วยที่เธอกระทำให้พวกเขาขายหน้า จริงอยู่ว่าสิ่งที่เธอทำ การที่ไปทะเลาะวิวาทกับพวกอันธพาลพวกนั้น ก็เหมือนเป็การสร้างความสงบสุขให้กับสังคม ปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า แต่ขณะเดียวกันมันก็เหมือนราดน้ำมันในกองเพลิง และตอนนี้ กองเพลิงดังกล่าวก็เริ่มลุกโชติเตรียมพร้อมจะมอดไหม้ผู้ที่ก่อไฟนี้ขึ้นมา
เย็นวันหนึ่งหลังจากที่ไอนะนะเรียนพิเศษเสร็จ เธอเดินกลับบ้านด้วยทางเท้าตามปกติ โดยแวะซื้อไอนะนะศกรีมมาทานด้วย ซึ่งคนขายก็มักจะแถมท็อปปิ๊งให้กับเธอเสมอ ด้วยความที่เธอหน้าตาน่ารัก แต่ไอนะนะก็ได้แต่ยิ้มแหยงๆ แล้วกล่าวขอบคุณเขาแล้วเดินจากไป
ไอนะนะมาถึงถนนที่กำลังมีรถแล่นผ่าน เธอรอเพื่อให้ไฟแดงมาถึง แต่แล้วขณะที่เธอกำลังเลียไอนะนะศกรีมอย่างเอร็ดอร่อยอยู่นั้น รถตู้คันหนึ่งก็มาจอดตรงหน้าเธอพร้อมกับมีคนเปิดประตูออก ภายในรถตู้มีคนอยู่สองสามคน ซึ่งไอนะนะก็ได้แต่สงสัย
“เอ่อ… หนูไม่ได้มารอรถค่ะ”
ไอนะนะบอกไปแบบนั้น แต่ว่าน่าแปลก ทำให้ทุกคนที่อยู่ในรถตู้ถึงใส่หน้ากากปกปิดตัวตนกัน ขณะที่เธอสงสัยแบบนั้น ไอนะนะก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ด้านหลังของเธอกำลังมีผู้ชายสองคนมีมาอยู่ และเมื่อได้จังหวะ พวกเขาก็ทำการผลักเธอเข้าไปในรถตู้ก่อนจะปิดประตู และนั่นก็เป็จังหวะที่ไฟเขียวพอดี ทำให้รถตู้คันดังกล่าวขับออกไปโดยไม่มีใครสามารถเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ปล่อยนะ พวกนายจะทำอะไรฉันเนี่ย อย่า”
ไอนะนะพยายามดิ้นรถ ในขณะที่มือของเธอสองข้างถูกมือแกร่งจับรวบเอาไว้ด้านหลัง ตามด้วยเชือกเส้นหนึ่งที่มามัดเธอเอาไว้ แต่ว่าเชือกดังกล่าวไม่ใช่เชือกที่นุ่มนวลแต่อย่างใด ผิวของมันหยาบและบาดเข้าไปในผิวอ่อนของเด็กสาว แต่แน่นอน มันไม่ได้สร้างความเ็ปให้กับเธอ ถึงแม้ว่าจะมีรอยจ้ำสีแดงขึ้นมาก็ตาม
“พวกนายจะพาฉันไปไหน”
ไม่มีใครตอบเธอ เชือกได้ทำการมัดแขนและขาจนเธอไม่สามารถดิ้นหลุดได้ และถึงแม้ว่ารถตู้คันนี้จะเก็บเสียง แต่พวกเขาอยากเห็นเธอคนนี้ทรมาน จึงทำการเอาผ้าอุดปากเธอไว้ แล้วใช้ผ้าอีกผืนมัดปากเพื่อไม่ให้เธอคายผ้าก้อนนั้นออกมาได้
ไอนะนะรู้สึกอึดอัด กรามที่ต้องอ้าปากอยู่ตรงเวลา และน้ำลายที่ไหล จริงอยู่ว่าร่างกายเธอไม่สามารถรับความเ็ปได้ แต่ว่าถ้าเธอถูกพันธนาการอย่างนี้ เธอก็ไร้แรงที่จะต่อต้าน ขณะที่เธอกำลังคิดว่า คนพวกนี้กำลังจะทำอะไรกับเธอ ผ้าชุบยาสลบก็นำมาปิดที่จมูกของเธอ ไอนะนะพยายามดิ้น แต่สติของเธอก็เลือนรางลงเรื่อยๆ จนสุดท้าย เธอก็หลับไป
กลุ่มรุ่นพี่และชายที่แค้นในตัวไอนะ พาเธอมายังโกดังล้างแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีคนผ่านมา และยังเป็ที่ปลอดผู้คนขนาดที่ว่าต่อให้กรีดร้องให้คอแตกอย่างไรก็ไม่สามารถจะเรียกใครมาช่วยได้
ไอนะนะถูกอุ้มลงมาจากรถตู้ โดยแน่นอนว่า ด้วยร่างกายที่น่าจับต้องของเธอ ทำให้ทั้งหน้าอก สะโพก และเอวบอบบางของเธอต่างถูกลูบไล้เล่นอย่างไม่เกรงใจ และเหมือนว่ามันจะส่งอารมณ์ไปถึงสติที่กำลังหลับใหล ทำให้เธอส่งเสียงร้องออกมา
แต่ว่า เป้าหมายของการลักพาตัวครั้งนี้ ไม่ใช่การข่มขืนสักหน่อย แต่เป็การพาเธอมาทรมานต่างหาก เพื่อแก้แค้นในสิ่งที่เธอทำกับพวกเขาเอาไว้
เชือกถูกปลดออก ก่อนจะนำเชือกดังกล่าวมัดข้อมืออย่างแ่า แล้วเชือกที่รัดข้อมือแน่นจนเืแทบจะไม่เดินนั้นไปแขวนกับตะขอที่ผูกไว้กับลอก ชายคนหนึ่งที่กำลังดึงล้อนั้นขึ้น เพื่อให้ร่างกายของเด็กสาวลอยอยู่เหนือพื้นประมาณหนึ่งสองนิ้ว จนเธอต้องอยู่ในสภาพยืนด้วยปลายเท้าเท่านั้น
“แต่ว่า ยัยนี่โดนอะไรไปก็ไม่เจ็บนะ ถ้างั้นจะทำยังไงล่ะ” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นมา แล้วคำตอบของคำถามนั้นก็คือขายอีกคนที่ถอดหน้ากากออก ซึ่งเขาคนนั้นก็คือหมอที่อยากจะตรวจร่างกายเธอนั้นเอง
“ไม่ต้องห่วง ฉันมีแผน”
“ถ้างั้นก็เริ่มเลยสิ”
“อย่าใจร้อนไปเลย ถ้าเราทำอะไรเธอตอนนี้ เธอก็ไม่รู้สึกตัว แต่ถ้าเรารอให้เธอตื่นขึ้นมาแล้วคอยทรมานเธอ เธอจะอับอายจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่เลย ให้หมดสภาพความเป็คน นั่นถึงจะเป็การแก้แค้นที่สาสมสำหรับพวกนายไม่ใช่เหรอ”
“นายนี่… เป็หมอจริงรึเปล่า จิตใจโเี้จริงๆ ”
“เรียกฉันว่านักวิทยาศาสตร์ดีกว่านะ ส่วนเด็กคนนี้ก็…” คุณหมอคนนั้นเดินไปเชยคางของไอนะนะที่หมดสติอยู่ แล้วยิ้มออกมา “หนูทดลอง ล่ะมั้งนะ”