(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 36 ความหวาดกลัวของวานรกระหายเลือด

            การเคลื่อนไหวของตระกูลจงได้ทำให้เมืองแห่งนึงต้องสั่นสะเทือน


            พวกเขาได้เห็นถึงกองกำลังนับพันที่เดินทางโดยยานพาหนะขนาดใหญ่นับสิบ พวกมันปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าที่อยู่ด้านบน


            โดยที่บริเวณด้านนอกยานรบคือชายวัยกลางคนในชุดเกราะที่สง่างาม เขากำลังยืนกอดอกด้วยใบหน้าท่าทางที่โกรธแค้นเป็นอย่างมาก


            หลังจากที่เขากลายมาเป็นนักสู้แห่งดาวเคราะห์ ในระดับนี้จะสามารถสร้างดาวเคราะห์ขึ้นภายในร่างกายได้ สามารถควบคุมสนามแม่เหล็กรอบตัว เพื่อใช้มันในการทะยานบินผ่านท้องฟ้า มีอิสระโบยบินเหมือนกับนกอินทรี และยังหายใจในห้วงอวกาศได้อยู่เล็กน้อยอีกด้วย


            ชายวัยกลางคนมีความเร็วในการบินมากยิ่งกว่ายานพาหนะโดยปกติทั่วไป เขาจึงสามารถยืนอยู่บนยานพาหานะที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงเช่นนี้ได้อย่างสบายๆ ร่างกายสูงใหญ่ประหนึ่งเป็นขุนเขา ขาทั้งสองข้างเหมือนถูกติดหนึบเอาไว้ด้วยกาว ไม่มีแม้แต่ความสั่นคลอนซักนิด


            “ลูกจงหยวนของพ่อ ตัวของเจ้าไม่น่าด่วนจากไปเร็วเช่นนี้เลย ข้าหวังเพียงว่าเจ้าจะเติบโตขึ้นมาเป็นเสาหลักของตระกูลจง”


            “แต่ในเมื่อเจ้าได้ตายไปแล้ว พ่อก็คงทำได้เพียงแค่อย่างเดียว พ่อจะเอาชีวิตของพวกมันทั้งหมดเพื่อมาเซ่นสังเวยให้กับเจ้า!”


            จงชิงเหอจ้องมองไปยังด้านหน้าอย่างเฉยชา ความเดือดดาลของจงชิงเหอประหนึ่งเป็นภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุ


            ชายวัยกลางคนตอนนี้มีเพียงแค่ความคิดเดียวเท่านั้น ซึ่งมันก็คือการล้างบางมอนเตอร์ที่อาศัยอยู่ในเมืองที่พังทลายหมายเลข 4 ทั้งหมด ถ้าทำแบบนั้นได้ จิตใจของชายวัยกลางคนก็อาจทุเลาลงไปอยู่ไม่มากก็น้อย


            ***


            ขณะที่อีกด้านภายในเมืองที่พังทลาย หลังจากที่ทันย่าได้ออกเดินทางไปยังอาณาเขตส่วนลึกของทวีปมืด เจ้าวานรกระหายเลือดก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยภายในโพรงเศษซากของอาคารขนาดใหญ่ โดยที่ด้านในก็คือต้นไม้เพลิงกัมปนาทที่กำลังเปล่งแสงลุกโชนอย่างสุกสกาว


            ตัวมันกำลังนอนเท้าคางและจ้องมองไปยังต้นไม้สีเพลิงด้วยความรู้สึกที่หวงแหน ประหนึ่งกำลังรอคอยให้มันเติบโตจนถึงขีดสุด


            เมื่อต้นไม้เพลิงผลิดอกขึ้นอย่างสมบูรณ์ เมื่อนั้นระดับพลังของมันก็จะเพิ่มพูนมากขึ้น มีความแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง


            พวกมอนเตอร์ระดับต่ำภายในเมืองก็ทราบว่านี่คืออาณาเขตใหม่ของวานรกระหายเลือด พวกมันจึงไม่ได้เข้ามาในสถานที่บริเวณแห่งนี้ เพราะพวกมันต่างก็รู้ดีถึงความหวงแหนในการอาณาเขตของตน ถ้าพลาดพลั้งเข้ามาเพียงเล็กน้อย ชีวิตเล็กๆคงได้จบสิ้นลงในทันที


            “อุกะอุกะอุกากะอุอุ!”


            ในเวลานี้วานรกระหายเลือดกำลังฮัมเพลงด้วยความสบายใจ ไม่อาจละสายตาออกไปจากทรัพยากรที่อยู่เบื้องหน้าได้เลยซักนิด


            “ลางสังหรณ์นี้มัน..”


            ขณะที่กำลังเป็นเช่นนั้น อยู่ดีๆร่างกายของมันก็สั่นสะท้านประหนึ่งมีบางสิ่งกำลังมาเยี่ยมเยียน ร่างขนาดใหญ่ถึงขั้นดีดตัวขึ้นตรง ความรู้สึกที่อันตรายมากล้นกำลังแผ่ซ่านออกมาจากยีนส์กลายพันธุ์ของมัน นัยน์ตาเริ่มสั่นสะท้านและดูเลิ่กลั่กขึ้นในทันที


            “อันตราย! อันตรายที่ร้ายแรง!”


            “ข้าต้องหลบหนีออกไปเดี๋ยวนี้!”


            ทันใดนั้นวานรกระหายเลือดก็ได้ละทิ้งอาณาเขตของตนเอง ไม่สนใจแม้แต่ต้นไม้เพลิงที่เป็นถึงทรัพยการอันล้ำค่าเลยด้วยซ้ำ


            ใบหน้าของมันซีดเผือดและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ พลางใช้พละกำลังทั้งหมด รีบวิ่งลงไปยังหลุมลึกที่ท่านผู้ปกครองเคยบอกเอาไว้


            สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ครั้งแรกที่วานรกระหายเลือดได้เคยสัมผัสถึง นี่เป็นกลิ่นอายพลังของมอนเตอร์ระดับผู้ปกครอง มอนเตอร์สุดแข็งแกร่งที่มีพลังอำนาจเหนือยิ่งกว่าตัวของมันไปไกลลิบ แล้วมันก็กำลังมุ่งตรงเข้ามา ร่างใหญ่ไม่มีทางเลือก มันจำเป็นต้องละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง


            “ไอ้บัดซบเอ้ย! รู้งี้ข้าติดตามท่านผู้ปกครองกับเจ้าหมาป่าโง่นั้นไปด้วยก็ดี”


            “ข้าก็แค่อยากอยู่อย่างสงบสุข แต่ทำไมตัวตนที่แข็งแกร่งระดับนั้นถึงมุ่งเป้ามาทางนี้ด้วยนะ”


            “สัมผัสได้เลยว่าไม่ได้มาด้วยความหวังดี มันจะต้องมาจัดการกับพวกเราเหลา่มอนเตอร์แน่ๆ”


            เมื่อมาถึงบริเวณปากหลุม ตัวของมันก็กระโดดหายลงไปยังส่วนลึกด้วยความรวดเร็ว เต็มไปด้วยความร้อนรน ไม่สนใจอะไรเลยทั้งสิ้น


            เพียงไม่กี่สิบวินาทีต่อมา ในที่สุดกองยานพาหนะนับสิบลำก็ได้ปรากฏขึ้นบนฟากฟ้า โดยที่มีชายวัยกลางคนกำลังยืนมองไปยังด้านล่างด้วยความเฉยชา มุมปากของเขากระตุกเมื่อได้เห็นพวกมอนเตอร์ที่กำลังเพ่นพ่านไปมา จากนั้นเขาก็ได้ตะโกนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่โกรธเกรี้ยว


            “ล้างบางพวกมันให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่มอนเตอร์ตัวเดียว!”


            เมื่อสิ้นคำสั่ง ร่างนับไม่ถ้วนก็ได้กระโดดออกมาจากยานพาหนะ ทุกคนต่างเป็นนักสู้พันธุกรรมชั้นยอด อย่างต่ำๆก็มีพลังมากถึงระดับที่ 6 ส่วนคนอื่นๆก็มีระดับ 7 และ 8 ขึ้นไปทั้งสิ้น เรียกได้ว่าต่อให้จะเป็นมอนเตอร์ระดับ 9 พวกมันก็ไม่อยากจะต่อกรกับกองกำลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้


            “แก้แค้นให้กับนายน้อยจงหยวน รีบลงมือสังหารพวกมันให้หมด!”


            “ไอ้พวกมอนเตอร์ แกกล้าดียังไงถึงได้สังหารพวกเราเหล่ามนุษย์!”


            “จัดการพวกมันซะ ล้างบางพวกมันให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่หนูตัวเดียว”


            ความโกลาหลวุ่นวายได้บังเกิดขึ้นภายในเมืองที่พังทลาย นักสู้พันธุกรรมได้กระโจนเข้าใส่เป้าหมายด้วยความบ้าคลั่ง


            “โฮกกกกกกกกกกกก!”


            ตอนนั้นเสียงคำรามของเหล่ามอนเตอร์ได้ดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ร่างขนาดใหญ่มากมายต่างปรากฏออกมาด้วยความรวดเร็ว


            พวกมันได้ออกมาจากความมืดมิดและเข้าต่อกรกับนักสู้พันธุกรรมด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้ได้มีเหยื่อหลงเข้ามายังอาณาเขตของพวกอยู่มากมาย และมันก็คืออาหารมื้อใหญ่ พวกมนุษย์มีจำนวนมากมายหลายร้อยคน ถ้าได้กินมันเข้าไปคงทำให้ระดับของตนเองเพื่อสูงขึ้น


            ทว่าในรอบนี้พวกมอนเตอร์ได้เลือกเป้าหมายผิดไปอย่างมหันต์ พวกมันเริ่มถูกฆ่าล้างบางด้วยความรวดเร็ว ตกตายกันอย่างน่าอนาถ


            แม้แต่มอนเตอร์ระดับ 5 หลายสิบตนไม่รอดชีวิตไปจากคมดาบที่น่าสะพรึงกลัวได้ ถูกทำลายล้างจนไม่เหลือถึงชิ้นส่วน


            นักสู้พันธุกรรมของตระกูลจงได้เข้าจัดการกับมอนเตอร์ทั้งหมด หนึ่งตัว สิบตัว ร้อยตัว พันตัว หรือแม้แต่หลายหมื่นตัว


            ไม่ว่าจะมีเยอะมากเพียงใด แต่พวกมันก็มีพลังอยู่ในระดับต่ำ ไม่ใช่คู่มือเลยซักนิด มีเพียงเพิ่มจำนวนการตกตายให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ


            “กะ..กรร!”


            เสียงคำรามที่เจ็บปวดได้ดังก้องขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ เกิดเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ภายในเมืองที่พังทลาย มอนเตอร์มากมายเมื่อได้เห็นการสังหารหมู่ก็เกิดความหวาดกลัว รีบหลบหนีกันให้จ้าละหวั่น ไม่ได้สนใจถึงเนื้อของพวกมนุษย์ สัญชาตญาณสั่งให้หลบหนีโดยเร็วมากที่สุด


            “หมีขุนเขาศิลากับวานรกระหายเลือดหายไปไหน?”


            จงชิงเหอบ่นพึมพำออกมา พร้อมกับกวาดมองไปยังเบื้องล่างด้วยความนึกสงสัย


            ปกติถ้าเกิดสถานการณ์ที่วุ่นวายเช่นนี้ขึ้น พวกมันที่เป็นมอนเตอร์ระดับชั้นปกครองเมืองก็ต้องปรากฏตัวออกมากันอย่างแน่นอน


            โดยเฉพาะกับวานรกระหายเลือดที่เป็นถึงมอนเตอร์ระดับ 6 ดูเหมือนเจ้านี่จะหวงแหนอาณาเขตของตนเป็นอย่างมาก เป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะหลบซ่อนตัวตนจากพวกเขาไปได้ หรือว่าจะมีบางสิ่งเกิดขึ้นจริงๆ ไม่ใช่ว่าพวกมันเป็นถึงมอนเตอร์ที่แข็งแกร่งมากสุดในเมืองแห่งนี้หรือไง


            เพียงไม่นาน เมืองที่พังทลายแห่งนี้ก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด ซากศพของมอนเตอร์นับหมื่นนอนตายกันอย่างเกลื่อนกราด เต็มไปด้วยโลหิตที่ไหลนองไปทั่ว บรรยากาศภายในเมืองคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ล่องลอยไปในอากาศจนทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ต่างไปจากขุมนรก


            “ท่านผู้นำ.. พวกเราไม่พบเจอหมีขุนเขาศิลาและวานรกระหายเลือดเลยครับ”


            “เป็นไปได้ว่ามันตกตายหรือไม่ก็หนีไปแล้ว แต่ผมคาดว่ามันน่าจะตายไปแล้ว!”


            ชายคนนึงได้เข้ามารายงายต่อจงชิงเหอ ทำให้ชายวัยกลางคนต้องขมวดคิ้วขึ้นอยู่เล็กน้อย


            “หรือว่าภายในเมืองมีมอนเตอร์ระดับ 7 อย่างที่เจ้าตงป๋ายพูดไว้จริงๆ!”


            ข้อสันนิษฐานนี้เขาได้ยินมาจากปากของผู้อำนวยการตงป๋ายด้วยตนเอง เห็นว่าทีมนักสู้พยัคฆ์คำรามได้เดินทางออกมาทำภารกิจในครั้งนี้ด้วย ส่วนต้นไม้เพลิงกัมปนาท แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นของขวัญปลอบใตต่อตระกูลจง ในเรื่องนี้ทางจงชิงเหอก็รับไว้ด้วยความยินดี


            ถึงจะสูญเสียเสาหลักที่เป็นทายาทเพียงคนเดียวไป แต่พวกมันตระกูลจงก็ไม่อาจมองข้ามทรัพยากรที่ล้ำค่านี้ได้


            “ไม่มีครับ เห็นได้ชัดว่าชายคนนั้นอาจกำลังโกหกอยู่ ถ้ามีมอนเตอร์ระดับนั้นพวกเราก็ต้องพบเจอมันแล้ว”


            “แล้วพวกเราทั้งหมดได้ตรวจสอบทั่วทุกซอกทุกมุมของเมือง แม้แต่กระโดดลงไปยังส่วนลึกของหลุมลึกนั่น”


            “ทว่าหลุมลึกนี้มีโพรงที่ทอดยาวออกไปหลายแห่ง ไม่รู้ว่าภายในมีอะไรบ้าง พวกเราจึงไม่ได้เดินทางกันต่อ!”


            ความคิดของคนในตระกูลนั้นถูกต้อง ชายวัยกลางคนเองก็เงียบไปอยู่นิดๆพร้อมกับพยักหน้ารับออกมา


            “การตัดสินใจเช่นนี้นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว พวกเราตอนนี้กำลังอยู่ส่วนนอกของอาณาเขตทวีปมืดเลยนะ”


            “ไม่รู้ว่าที่ด้านล่างจะมีอะไรอาศัยอยู่บ้าง ถ้าไปพบเจอกับมอนเตอร์ระดับชนชั้นราชาเข้า พวกเราได้ชิบหายกันหมดแน่!”


            คำพูดของชายวัยกลางคนได้ทำให้พวกเขาต่างถอนหายใจกันอย่างโล่งอก พวกมันคิดว่าท่านผู้นำตระกูลจะสั่งให้เข้าไปในส่วนลึกที่อยู่ในโพรงถ้ำนั่นแล้วซะอีก ยังดีที่ท่านไม่ได้โกรธแค้นจนไม่มีหลักการหรือเหตุผล ด้วยเหตุนี้แหละ ท่านผู้นำถึงครองใจพวกมันทุกคนได้


            “ท่านจงชิงเหอ แล้วต้นไม้เพลิงกัมปนาทจะเอายังไงดีครับ?”


            “ดูจากเวลาคงอีกประมาณครึ่งวันกว่าที่เมล็ดพันธุ์จะสุกงอม!”


            ในตอนนั้นชายวัยกลางคนก็ได้ถูกนำพาไปยังเศษซากอาคารที่พังทลาย ทำให้เขาได้มาพบเจอกับต้นไม้เพลิงที่มีความสูงกว่าสามเมตร


            ไม่ผิดจริงๆ เป็นต้นไม้เพลิงกัมปนาท ทรัพยากรล้ำค่าที่ทำให้ผู้คนสามารถยกระดับตนเองได้ถึงหนึ่งขั้น


            เพืยงแค่ได้เห็นมัน นัยน์ตาของชายวัยกลางคนก็ลุกวาวไปด้วยความตื่นเต้น ภายในใจแทบจะหลงลืมต่อความแค้นที่เคยมี


            “ส่วนคำถามของพวกเจ้า.. แน่นอนว่าจะต้องรอให้มันสุกอย่างสมบูรณ์!”


            “น่าเสียดายที่สมุนไพรเพลิงกัมปนาทไม่มีผลต่อนักสู้ระดับตำนานเช่นข้า”



            ...

            อดกันหมด ทั้งเจ้าหมาทั้งเจ้าลิง T T

    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน