ก่อนถึงกำหนดเดินทางชิงเถานางยังมีหลายเรื่องที่ต้องเตรียมตัวเนื่องด้วยการเดินทางมิใช่ไปท่องเที่ยวดังนั้นแล้วต้องเตรียมร่างกายและข้าวของให้พร้อมสรรพชิงเถานางยังไม่รู้แน่ชัดแต่อย่างใดว่าภารกิจในการเดินทางครั้งนี้คืออันใดกันแน่ดังนั้นแล้วนางต้องเตรียมตัวให้พร้อมไม่ให้เป็นตัวถ่วงของใครให้เขามาว่านางได้
“ยาพวกนี้ส่วนหนึ่งพี่ทำเพื่อให้เจ้าโดยเฉพาะและอีกส่วนล้วนเป็นยาดีหายากทั้งนั้น ทั้งสรรพคุณและวิธีใช้พี่เขียนอธิบายไว้แล้ว”ลี่ถิงที่เตรียมยามากมายให้ชิงเถาไว้สำหรับการเดินทางเนื่องจากไม่รู้ว่าการเดินทางจะง่ายหรือยากลำบากขนาดไหนอย่างน้อยๆ ถ้าเกิดเจ็บปาวยก็ยังมียาให้ใช้ไม่ต้องยุ่งยากไปหาเอาข้างหน้า
“ขอบคุณพี่ใหญ่มากเจ้าค่ะแต่ว่านี่ไม่มากไปหรือ”ชิงเถาที่รับกล่องยาสองกล่องใหญ่มาแล้วจึงเอ่ยถามอย่างสงสัย
“ยาทุกชนิดล้วนจำเป็นเจ้าก็เก็บไว้เถิดเผื่อไว้เป็นดีถ้าไม่ได้ใช้ก็เป็นเรื่องดีเพราะแสดงว่าเจ้าปลอดภัย”ลี่ถิงนางเป็นห่วงน้องสาวมากจึงได้หายามาทุกชนิดที่จะหาได้ขนาดนี้
“เช่นนั้นก็ขอบคุณท่านอีกครั้งข้าจะดูแลตัวเองให้ดี” ชิงเถายิ้มรับความหวังดีก่อนจะเก็บกล่องยาเข้าถุงผ้าข้างเอว
“เรื่องเสื้อผ้าก็สำคัญน่ะข้าตัดเย็บมาให้หลายชุดเชียว ไม่รู้ที่นั่นอากาศเป็นเช่นไร”เยว่ซินนางตัดเย็บชุดให้ชิงเถาไว้สำหรับเดินทางหลายชุด เนื่องจากไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะร้อนหนาวเช่นไรดังนั้นจึงต้องเตรียมไปมากหน่อย
“ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะลำบากแย่เลย” ชิงเถานางก็ยังรับน้ำใจของทุกคนมาด้วยรอยยิ้มครั้งนี้เรื่องความสบายใจของทุกคนก็สำคัญ
“อีกสามวันจะออกเดินทางแล้วช่างเร็วนัก แม่ไม่อยากให้เจ้าไปเลยจริงๆ”นางลี่จูยังคงทำใจไม่ได้ที่ชิงเถาจะออกเดินทางในไม่กี่วันข้างหน้านี้แต่ถึงอย่างไรวันนั้นมันก็มาถึงอยู่ดี
“เราทำอะไรไม่ได้แล้วได้แต่เพียงอวยพรให้ลูกเดินทางอย่างปลอดภัยเท่านั้น เอ้อใช่แล้วพ่อพอสืบเรื่องได้บ้างว่าการเดินทางครั้งนี้นั้นมีคนร่วมเดินทางหลายคนพอสมควรพ่อก็เบาใจลงมากว่าเจ้าต้องปลอดภัยอีกอย่างยังมีคุณชายเจียงลู่เฉินพี่ชายของเจียงลู่เหวินร่วมเดินทางด้วยแล้วก็ใต้เท้าเยี่ยนหรือคุณชายใหญ่ตระกูลเยี่ยนก็ร่วมเดินทางด้วยเช่นกันพ่อฝากฝังลูกกับพวกเขาไว้แล้ว มีปัญหาอันใดก็ปรึกษาพวกเขาได้”ชิงเถาได้ฟังก็พยักตกลงในคำพูดของผู้เป็นบิดา
“มีคนรู้จักเช่นนี้แม่ก็วางใจแต่อย่างลืมว่าลูกต้องไม่ทำอะไรเองโดยพลการเด็ดขาด ห้ามไปไหนคนเดียว อย่าทำตัวโดดเด่นนักกินข้าวทุกครั้งก็ต้องตรวจพิษ กริยาวาจาก็ต้อง”นางลี่จูมีหลายเรื่องที่อยากจะเตือนบุตรสาวด้วยนิสัยของชิงเถานั้นถึงแม้ว่าคำเตือนอาจจะไม่ได้ผลแต่อย่างน้อยนางลี่จูก็อยากจะสอนสั่งนางไว้ก่อน
“เอาน่าลูกโตแล้ว นางรู้อันใดควรหรือไม่ควร”จิ้นสิงเอ่ยปรามเมื่อเห็นว่าภรรยาของเขาจะยังมีเรื่องอีกมากที่ต้องการกล่าวกับชิงเถา
“ก็ข้าเป็นห่วงนี่เจ้าคะ”นางลี่จูตอบสามีด้วยเสียงน้อยใจที่เขาไม่เจ้าใจนางเสียเลย
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงไปเจ้าค่ะข้าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ไม่แน่ว่าอาจจะดูแลคนอื่นได้ด้วยซ้ำ”ชิงเถานางให้คำสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด
วันออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยทางตะวันตกของแคว้นเนื่องจากเป็นภารกิจที่องค์ฮ่องเต้ทรงออกราชโองการเองขบวนการออกทางจึงมีขุนทางหลายคนร่วมขบวนโดยผู้ที่สั่งการหรือเป็นผู้นำในครั้งนี้คือรองเสนาบดีผู้หนึ่งพร้อมด้วยขุนนางหนุ่มและทหารอีกสองร้อยกว่านายรวมๆจำนวนคนที่ร่วมเดินทางครั้งนี้มีประมาณสามร้อยชีวิตได้
“เดินทางปลอดภัยนะลูก”
“ดูแลตัวเองด้วย”ครอบครัวชิงเถามาส่งนางที่หน้าประตูเมืองที่ขบวนเดินทางจัดแถวอยู่
“เจ้าค่ะพวกท่านก็รักษาสุขภาพด้วยเช่นกัน”ชิงเถาเอ่ยขึ้นกับทุกคนก่อนจะบังคับม้าให้เดินตรงไปเข้าร่วมในขบวนเดินทางที่มาตั้งแถวรอแล้ว
“คุณหนูใต้เท้าเจียงสั่งให้ข้ามาบังคับรถม้าให้ขอรับ”ทหารนายหนึ่งเมื่อค่อมหัวให้ชิงเถาแล้วจึงเอ่ยสิ่งที่ตนถูกสั่งการมาให้ชิงเถาได้รับรู้
“เช่นนั้นข้าก็ฝากด้วย”ชิงเถาพยักหน้าเข้าใจด้วยรอยยิ้มให้อีกคนได้ทำหน้าที่ก่อนออกเดินทางชิงเถานางต้องไปรายงานตัวกับใต้เท้าหลายคน อ่ยางน้อยๆก็ให้พวกเขาได้รับรู้ว่านางก็ร่วมเดินทางไปด้วยโดยเฉพาะคุณชายเจียงลู่เฉินและคุณชายใหญ่ตระกูลเยี่ยนที่บิดานางอุตส่าห์ขอร้องให้ช่วยดูแลนางนางก็ต้องไปขอบคุณเสียตั้งแต่ก่อเดินทางแล้วนอกจากแม่ครัวและสาวใช้แล้วที่เหลือล้วนเป็นบุรษทั้งสิ้นหากเป็นคนอื่นอาจจะตื่นกลัวไปแต่ว่าไม่ใช่สำหรับชิงเถาแม้ตอนแรกนางจะรู้สึกว่าสายตามที่มองนางจะแปลกๆ ไปบ้าง แต่ว่าพอผ่านไปไม่นานก็เริ่มชินชาไปเองพวกเขาคงแคลงใจว่าจะพาเด็กสาวไปด้วยให้เป็นภาระทำไมกัน สงสัยพวกทหารมัวแต่ฝึกอยู่ในกองทัพจนไม่รู้จักนางกระมัง
เมื่อการเดินทางเริ่มขึ้น นับว่ายังดีที่ชิงเถาสามารถนั่งรถม้าของนางได้จึงสะดวกสบายอยู่ไม่น้อยเพราะเมื่อเริ่มออกเดินทางทหารยศต่ำทั้งหลายล้วนต้องใช้ฝีเท้าตัวเองในการเดินทางชิงเถาที่เห็นครั้งแรกยังตกใจที่พวกเขาช่างอดทนเสียเหลือเกินด้วยต้องวิ่งต่อเนื่องได้นานเป็นชั่วยามโดยที่ไม่หยุดพักนี่สินะคนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก
“หลันเฟยเจ้าจะออกไปบินเล่นข้างนอกก็ได้นะ”การเดินทางถ้าไม่นับเชี่ยนเชี่ยนอีกคนชิงเถาก็ถือว่าเงียบเหงาลำพังนักนางจึงต้องพาหลันเฟยเจ้านกพูดมากมาเป็นเพื่อร่วมทางด้วยอีกตัวนางไม่รู้ต้องเดินทางช้านานเท่าไหร่ถ้าทิ้งหลันเฟยไว้มันจะเหงาเอาได้เพราะทุกๆวันมันก็นอนห้องเดียวกับนาง
‘บินเล่น ออกไปบินเล่น’ เจ้าหลันเฟยเหมือนจะเข้าใจคำพูดของนางมันจึงเอ่ยทวนไปทวนมาเสียงดังอย่างคึกคักดูเหมือนมันจะดีใจไม่น้อยที่ได้ออกมานอกเมือง
“ไปเถิดแต่อย่างไกลนักนะ เดี๋ยวโดนคนจับไปข้าไม่ช่วยแน่” ชิงเถาเอ่ยเตือนไปก่อนที่เจ้านกจะบินออกจากรถม้าไปทางหน้าต่าง
“ระวังตัวด้วย”นางยังร้องตามหลังไป ไม่รู้มันจะเข้าใจหรือได้ยินหรือไม่ แต่ที่ชิงเถานางวางใจให้หลันเฟยออกไปบินเล่นนั้นเพราะว่ารถม้านางวิ่งอยู่กลางขนวบเดินทางก่อนเดินทางก็มีหลายคนที่เห็นเจ้าหลันเฟยว่ามากับนางแล้วพวกเขาคงไม่จับมันอย่างแน่นอนอีกอย่างที่ขาข้างขวาของเจ้าหลันเฟยยังมีห่วงเงินเล็กๆคล้องอยู่ซึ่งมีมีตราสัญลักษณ์ของตระกูลเจี้ยนด้วย อย่างน้อยๆ คนที่รู้จักก็ต้องละมันไปบ้าง