เอนมูว์ทัวร์ วันที่ 33
***ภูติน้อยที่มีความรัก [ลิลลี่ออฟซิเดียน]
วันบ้าอะไรกันเนี่ยดอง…
เพราะถูกโนอาร์พาบินขึ้นท้องฟ้า เลยทำให้ทราบถึงสถานการณ์โดยรวมที่เกิดขึ้น
กลุ่มคนสวมชุดขาวที่วิ่งถือปืนกับดาบไล่ยิงผู้คนพร้อมกับวิ่งออกจากตัวเมือง
ตำรวจกับทหารที่พยายามวิ่งเข้ามากระชับพื้นที่
ประชาชนที่วิ่งพล่านอย่างโกลาหล
แสงไฟรบพุ่ง ควันระเบิดลอยคลุ้ง เสียงปืนดังคำราม และกลิ่นเหม็นคาวลอยฉุนจมูก
สถานการณ์กำลังตกอยู่ในสภาพที่ว่านั้น
เมืองที่เคยสงบสุข ได้กลายเป็นสนามรบไปแล้วดอง…
รู้สึกเป็นห่วงพวกพรุนกับโฮปจัง
"โนอาร์--- เหวออออ!? "
ในตอนนั้นเองที่โนอาร์เร่งความเร็วบินผ่านอากาศตรงดิ่งไปทิศใต้
เธอใช้ม่านสนามพลังงานบางอย่าง ทำให้พวกเราลอยขึ้นมาอยู่ในอากาศ แล้วบังคับบินหนีออกมาจากเมือง
"ตกลงไม่คิดจะรอพวกโฮปกลับมาก่อนจริง ๆ นะหรือดอง! แล้วยังพวกแฟตที่โดนจับตัวไปละ? จะให้ทิ้งไปอย่างงั้นหรือดอง! "
"... ฉันส่งพวกกลัทโทนีย์ไปคุ้มกันพวกเขาแล้ว เพราะฉะนั้นวางใจได้ค่ะ ส่วนคนที่โดนจับตัวไป ให้เป็นหน้าที่ของเอนวี่จัดการ อีกเดียวคงพาตามมาสมทบกับพวกเราทีหลังเองค่ะ"
"ถ้าอย่างงั้นก็โอเคดอง~"
ได้ยินแบบนี้ค่อยวางใจหน่อยดอง
อีกอย่าง หุ่นยนต์อย่างโนอาร์คงไม่พูดโกหกต่อหน้าไพไรต์หรอก
ฉันประเมินหุ่นยนต์โบราณอย่างพวกโนอาร์เอาไว้สูงเทียบเท่ากับจาวิสเลยละ
เมื่อสบายใจแล้ว ฉันจึงปล่อยให้ร่างกายตกอยู่ใต้การควบคุมของม่านพลังลึกลับที่โนอาร์แผ่ขยายออกมา
โนอาร์บินไปด้วยความเร็วสูงจนภาพรอบตัวกลายเป็นเส้นแสง
เร็วจนได้ยินเสียงระเบิดอากาศไล่ตามหลังเป็นจังหวะทีเดียวเชียวนะเออ
"แว๊กกกก! "
แต่ออกจะเร็วไปสักนิดหน่อยนะดอง…
พวกเราบินมาเร็วมาก
เพียงหนึ่งชั่งโมง ก็สามารถบินออกมาไกลถึงเขตภาคตะวันออกเฉียงใต้แล้ว
*บรึ้ม! *
"เหวอ!? เสียงอะไรกันดอง! "
เกิดเสียงดังกระหึ่มมาจากข้างหลัง
มีอะไรบางอย่างกำลังวิ่งลอยข้ามเหนือผืนทวีป
สิ่งนั้นส่องประกายสีส้มคล้ายวัตถุที่ถูกเผาด้วยความร้อนสูง
วัตถุประหลาดนั้นมีจำนวนมากถึงยี่สิบลูก
มันพุ่งมาจากทางทะเลในทิศตะวันออก มุ่งหน้าสู่หอคอยเหยียดท้องฟ้าใจกลางทวีป
สู่เป้าหมายที่เรียกว่า [หอคอยโนอาร์]
"เหวอ!? "
กลุ่มควันระเบิดพุ่งทะยานขึ้นไปทั่วท้องฟ้า
สายลมกระชากปัดเป่ามวลหมู่เมฆจนปลิวสลายเลือนหายไป
แต่ทว่าหอคอยสีเทายังคงยืนตั้งตระหง่านอย่างไร้รอยขีดข่วน
ในขณะเดียวกัน หอคอยขนาดเล็กที่ผุดจากผืนดินตามมุมทวีปก็เริ่มทำงาน
ม่านโปรงแสงส่องสุกสว่าง
เส้นแสงที่เชื่อมระหว่างปลายยอดหอคอยเริ่มสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง
แสงสว่างที่สั่นไหวเหล่านั้น กำลังพุ่งทะยานไปรวมตัว ณ ยอดปลายสุดของหอคอยโนอาร์
รวมตัวจนกลายเป็นก้อนสีแดงขนาดใหญ่
ไอร้อนระอุแผ่กระจายไปทั่วจนภาพพร่ามัว
แล้วแสงสีแดงที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึงสิบเมตร ก็เริ่มยิงสวนกลับออกไป
ฉันได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่องมาจากเส้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออก
ควันสีดำพวยพุ่งขึ้นเป็นจำนวนมากหลังสิ้นแสงสีแดงนั้น
นี่มัน…
เออ… โนอาร์? เมื่อกี้นี้… คงไม่ใช่ฝีมือของเธอหรอกใช่ไหม?
เธอกับหอคอยตรงใจกลางทวีป คงแยกเป็นคนละส่วนกันใช่ไหม?
ฉัน… ยังเชื่อใจเธอได้อยู่ใช่ไหม?
ฉันตั้งคำถามให้กับตัวเองเช่นนั้น
ห่าฝนกระสุนปืนใหญ่ยังคงยิงโปรยปรายต่อเนื่อง
หอคอยยังคงยิงสาดแสงเลเซอร์สวนกลับออกไป
เป็นเช่นนั้นติดต่อกัน จนกระทั้งเวลาเริ่มพลบค่ำ
ดวงตะวันทั้งสองลอยลับขอบฟ้า
พระจันทร์ทั้งสามดวงลอยขึ้นสูง
เป็นช่วงเวลาการบินที่ยาวนานถึงสามชั่วโมง จนกระทั้งมาถึงเขตป่าคลั่งในทิศใต้
"นี่นะหรือคือเขตป่าคลั่ง…"
ป่าคลั่ง หนึ่งในดินแดนที่แสนอันตรายของทวีปดรีมแลนด์
มันเป็นผืนป่าสีดำที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์สีดำห้อยโหนจากต้นไม้ใหญ่
แซมด้วยสีแดงของเปลือกไม้ที่เต็มไปด้วยหนามแหลม
แผ่นดินระอุไปด้วยน้ำพุสีเลือด
และเสียงคำรามแห่งการฆ่าฟันของสัตว์ร้ายที่ดังต่อเนื่องมิหยุดหย่อน
มันเป็นป่าที่ดูวุ่นวายและป่าเถื่อนเช่นนั้น
"หวาย… ถ้าเดินเท้าเข้าไป คงไม่เหลือแม้แต่กระดูกแน่นอนดอง"
จากมุมมองบนท้องฟ้า เลยทำให้เห็นได้ชัดถึงความป่าเถื่อนของป่าแห่งนี้
สัตว์ภายในป่าแห่งนี้ส่วนใหญ่จะมีเขี้ยวกับกรงเล็บแหลมคมขนาดใหญ่
พวกมันเป็นสัตว์กินเนื้อ ดูผ่ายผอมจนหนังหุ้มกระดูก และมีความหิวโหยฉุนเฉียวจนดวงตาสีแดงฉาน
เพราะความหิวกระหาย พวกมันจึงมีนิสัยที่ดุร้ายมาก
สัตว์ขนาดเล็กจะรวมกลุ่มกันออกล่าสัตว์ขนาดใหญ่
สัตว์ขนาดใหญ่จะใช้พลังที่มากกว่า กำหราบไล่กินสัตว์ขนาดเล็ก
บางตัวพลาดท่ากลายเป็นอาหาร
บางตัวต้องสังเวชเพื่อนร่วมฝูงไปกว่าครึ่ง เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งอาหารมื้อเดียว
ไล่ฆ่าเพื่อบรรเทาความหิวกระหายของตัวเอง และถูกฆ่าเพื่อบรรเทาความหิวกระหายของอีกฝ่าย
เป็นป่าแห่งความบ้าคลั่งเช่นนั้น
ท่ามกลางเกมส์การแข่งขันเอาชีวิตอันโหดร้าย มีสัตว์ชนิดหนึ่งที่ดูโดดเด่นมากกว่าเพื่อน
[จิ้งเหลนดำ]
สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายจิ้งเหลนขนาดสองเมตร มีเมือกสีดำหนาหุ้มแผ่นหลัง สัตว์เหล่านั้นคือกลุ่มที่มีจำนวนมากที่สุดในป่าแห่งนี้
พวกมันมีเขี้ยวยาว กรงเล็บแหลมคม และมีเมือกลื่นเอาไว้ปกป้องร่างกาย
แถมยังเคลื่อนไหวเร็ว ปีนต้นไม้เก่ง และยังรู้จักใช้ป่าสีดำเป็นเครื่องช่วยอำพรางกาย
นอกจากมีพลังกายที่ดูแข็งแกร่งแล้ว พวกมันยังมีนิสัยออกล่าเป็นฝูงขนาดใหญ่อีกด้วย
หรือว่าพวกมันจะเป็นเจ้าป่าเขตนี้อย่างงั้นหรือดอง?
ในตอนนั้นเองที่ฉันเหลือบหันไปมองเห็นจิ้งเหลนดำตัวหนึ่งที่โดดเด่นกว่าตัวอื่น
มันมีขนาดตัวยาวถึงสี่เมตร เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจำนวนมากจนรู้สึกน่าเกรงขาม
หรือว่า… ตัวจ่าฝูงอย่างงั้นหรือเปล่าดอง--?
"เหวอ!? "
ในพริบตานั้นเองที่เจ้าตัวนั้นเบนสายตามองมาทางฉัน
ดวงตาของมันคมกริบอย่างดุร้าย
มันน้ำลายไหลย้อย แล้วแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหาย
กรีดดด! อย่าบอกนะว่าอยากจะจับฉันกินนะดอง!?
ฉะ…. ฉันไม่อร่อยหรอกนะ! ตัวเล็ก เนื้อก็น้อย มีแต่หนังหุ้มกระดูกเองนะดอง!
กินดิวซ์ยังจะอร่อยกว่าเลยนะดอง! ดูนมที่ใหญ่โตมโหฬารนั่นสิ! ใหญ่กว่าของฉันเป็นไหน ๆ เลยนะดอง!
อย่ามองมาทางนี้สิ!
เค้ายังไม่อยากโดนกินน้าาาาา!
"..."
โอเค
ตบมุขเล่นมุขคนเดียวพอใจละดอง~
ตอนนี้พวกเราบินผ่านฝูงของจิ้งเหลนดำ แล้วมาหยุดอยู่ตรงลานหินโล่งกว้างแห่งหนึ่ง---
*บรึ้ม! *
กะ---เกิดอะไรขึ้นกันอีกเนี่ย!? ดอง!
ทุกคนหันหน้าไปทางต้นเสียงนั้นพร้อมเพรียงกัน
"หอคอยมัน! "
"กำลังถล่มจะลงมา? "
ณ หอคอยใจกลางทวีป
หอคอยสูงเหยียดฟ้าสีเทาราวกับจะพุ่งทะลุถึงสรวงสวรรค์แห่งนั้น กำลังหักโค่นลงมาสู่ผืนแผ่นดิน
กำแพงไร้สีสิ้นซึ่งแสงเรืองรอง
ผิวนอกปริแตกร่วงหล่นกระจ่ายจากหมู่เมฆ
แสงสีแดงสิ้นพลังดับมอด
เสียงแตกหักดังสะท้านลั่นเสียดผิวอากาศ
ควันสีดำกับเปลวไฟพุ่งทะยานฟ้า
น่ากลัวว่าจะหักโค่นลงมา
น่ากลัวว่าจะพังทลายสิ้นไม่เหลือ
แต่มันยังคงตั้งตระหง่านค้ำท้องฟ้า
สู้สุดใจไม่ให้หักโค่นลงมา
แต่ศัตรูของเทพเจ้ามิได้เมตตาจะปล่อยให้รอดยืนหยัดต่อไป
กระสุนสีส้มที่ลุกไหม้สาดส่องจากทิศตะวันออกอีกคร่า
เข้าปะทะใส่ผิวหอคอยที่บอบบาง
ดอกไม้เพลิงสีแดงผลิบานเฉิดฉาย
ดั่งแสงตะวันที่ทอดกายสู่ทุ่งตะวันยามเช้า
วินาทีนั้น ทุกชีวิตบนทวีปต่างเงียบเสียงลงพร้อมกัน
กล้ำกลืนหายใจอย่างหวาดผวา
เสียงปริแตกอันน่ากลัวดังกังวาล
แล้วมันก็โค่นลงมา
หอคอยแห่งเทพเจ้าเริ่มหักโค่นลงมา
โค่นลงจากทิศวันออกไปสู่ทิศตะวันตก
ทิ้งตัวลงดิ่งดั่งต้นไม้ใหญ่ที่ถูกโค่นลง
ร่วงหล่นพร้อมกับจิตใจของชนเผ่ามนุษย์สัตว์ที่แตกสลาย
ตัวแทนแห่งเทพเจ้าของพวกเขาได้ถูกทำลายลงไปแล้ว
“...ไม่จริง!! ”
ไพไรต์ดวงตาเบิกโพลง พร้อมกับจับจ้องไปที่หอคอยโนอาร์
เขาสลับมองดูโนอาร์กับหอคอยไปมาอย่างตื่นตระหนก
“ท่านโนอาร์---”
“ไม่ต้องสนใจ นายท่านไพไรต์สนใจแต่เรื่องรักษาตัวเองไปก่อนเถอะค่ะ… [เปิดประตู] "
โนอาร์ตัดบทไพไรต์แล้วพูดคีย์เวิร์ดของภาษาเผ่ามนุษย์สัตว์ออกมาด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย
เรียบเฉยจนฉันรู้สึกหนาวสั่นสะท้านไปทั้งกระดูกสันหลัง…
ทำไมวันนี้ถึงมีแต่เรื่องวุนวายกันละเนี่ย?
เป็นวันโลกาวินาศหรือยังไงดอง?
ในตอนนั้นเองที่มีแสงสว่างสีแดงหุ้มรอบตัวพวกเราส่องขึ้นมาจากพื้นก้อนหินทรงกลม
พอรู้ตัวอีกที พวกเราก็ถูกย้ายไปหยั่งห้องโถงขนาดใหญ่ที่คุ้นเคย
เป็นห้องโถงทรงกลมที่มีเครื่องเรือนรูปทรงเมฆปุยนุ่น กับโต๊ะต้อนรับสีขาวตัวยาวลอยได้ ณ ใจกลางห้องโถง
ถ้าจำไม่ผิด อีกเดียวคงจะต้องมีเมดสาวสุดสวยในชุดดำปรากฏตัวพร้อมกับแนะนำตัวว่า---
“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับท่านโนอาร์กับประชาชนแห่งโนอาร์ กระผม หุ่นยนต์พ่อบ้านหมายเลข [1412] ผู้ดูแลเตาสุริยะหมายเลข 2 [ไพรด์] ถึงจะหลับอย่างยาวนานมาหลายร้อยปี แต่กระผมผู้ชราภาพคนนี้ เตรียมพร้อมตัวเองเพื่อวันนี้อยู่เสมอมาตลอด ได้โปรดกรุณาลงทะเบียนได้โดยไร้ซึ่งความกังวล กระผมพร้อมและยินดีที่จะรับใช้ประชาชนของโนอาร์ทุกคนทุกเวลาเสมอครับ”
...หืม?
[พ่อบ้าน] หรือ? ดอง?
ฉันรีบหันไปดูทางต้นเสียงนั้น
ที่ตรงหน้า มีหุ่นยนต์ที่สร้างด้วยรูปลักษณ์ของชนเผ่ากอลิล่ายืนอยู่คนหนึ่ง
เขาสวมชุดพ่อบ้านสีดำสนิท มีผมสีเงินหวีเรียบ ไว้หนวดเคราเล็กน้อยพอให้รู้สึกน่าเกรงขาม ใบหน้าดูมีอายุและให้ความรู้สึกที่สุขุมใจเย็น
หรือพูดง่าย ๆ คือเป็นคนที่ให้อารมณ์ประมาณว่า “คน ๆ นี้สามารถทำได้ทุกอย่างแน่นอน” เช่นนั้น
ว่าแต่ทำไมคราวนี้ถึงกลายเป็นหุ่นยนต์พ่อบ้านไปได้ละเนี่ย?
แล้วตกลงวันนี้มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกันแน่ ใครก็ได้ ช่วยสรุปเหตุการณ์ให้ฉันที! ดอง!