ไป่ฉีที่ไปออกรายการ กลับมาพร้อมกับเมิ่งชิงชิง เมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามา เขาเห็นหลี่ซีหยานกับไป๋หู่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ด้วยกัน
“ไหน พวกนายทำการบ้านถึงไหนกันแล้ว” ไป่ฉีเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับทั้ง 2 คน
“กำลังทำอยู่น่ะ วันนี้การบ้านเยอะพอสมควรเลย นี่พวกฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จหลังจากฝึกกระบวนท่ากันมา” หลี่ซีหยานกล่าว
“พี่ฉี พี่ทำการบ้านเสร็จรึยัง” ไป๋หู่ถาม
“เสร็จแล้ว อยากให้ช่วยไหม” ไป่ฉีถาม
“พี่ทำเร็วชะมัด ดีเลย พี่อธิบายตรงนี้ให้ทีสิ” ไป๋หู่ชี้ไปยังสมุดแบบฝึกหัดของเขา
ไป่ฉีใช้เวลาสอนการบ้านให้ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานอีกนิดหน่อย ก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำ โดยไม่ลืมกำชับให้ทั้ง 2 คนเตรียมเสื้อสำรอง และลงไปรอที่ห้องฝึกฝนข้างล่างด้วย
“ซีหยาน นายว่าพี่ฉีจะฝึกพิเศษให้พวกเรารึเปล่า” ไป๋หู่ถาม
“ไม่รู้สิ” หลี่ซีหยานยักไหล่
หลังทำการบ้านเสร็จเรียบร้อย ตอนนี้ทั้ง 2 คนนั่งอยู่ในห้องฝึกฝนใต้ดินของบ้าน พวกเขาเข้ามาฝึกที่นี่หลายครั้งแล้ว และก็รู้ว่าชั้นใต้ดินนี้ไม่ธรรมดา เพราะพลังปราณธรรมชาติบริสุทธิ์ถูกรวบรวมอยู่ภายในห้องนี้ ทำให้การฝึกพลังปราณของทั้งคู่ก้าวหน้าขึ้นมาก
“พวกนายถอดเสื้อออกให้หมด ฉันจะสอนเคล็ดบ่มเพาะให้” ไป่ฉีกล่าว ทั้ง 2 คนทำตามอย่างว่าง่าย ไป่ฉีค่อย ๆ สอนทีละขั้นตอนช้า ๆ เพื่อให้ทั้ง 2 ค่อย ๆ ทำและเรียนรู้
“สุดยอดเลย ตันเถียนสามารถดูดซับพลังปราณได้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก” ไป๋หู่รู้สึกตกใจกับเทคนิคที่ไป่ฉีสอน
“ใช่ ไป่ฉี เรื่องนี้ฉันไม่รู้จะตอบแทนนายยังไง” หลี่ซีหยานกล่าว
“ในอนาคตฉันอาจต้องให้พวกนายออกหน้าให้ในยุทธภพ ดังนั้นนายไม่ต้องคิดมากหรอก” ไป่ฉีกล่าว
“หมายความว่านายจะให้อวี้กงถอนตัวจากยุทธภพเหรอ” หลี่ซีหยานถาม
“ฉันมีกำลังคนพอสมควรแล้ว จากนี้คงให้คนของฉันไปติดต่อเรื่องทางยุทธภพแทน” ไป่ฉีตอบ เพราะงานในวงการบันเทิงเริ่มเยอะขึ้น และยังเรื่องการเรียนอีก เขาทำได้แค่ให้คนของเขาจัดการแทนในสถานการณ์ปกติ
“หงะ พี่ฉีมีกำลังคนของตัวเองแล้วเหรอ” ไป๋หู่ถาม
“อืม ฉันคงวิ่งวุ่นเรื่องทางยุทธภพได้ไม่มากเหมือนแต่ก่อน เพราะงานในวงการบันเทิงเยอะขึ้นน่ะ” ไป่ฉีตอบ
“นายคิดว่ากำลังจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นใช่ไหม” หลี่ซีหยานถาม
“ใช่ ฉันคิดว่าพรรคตะวันดับน่าจะดำเนินแผนการใกล้เสร็จแล้ว อีกไม่นานเหล่าขั้วอำนาจจะต้องเจอกับสิ่งมีชีวิตทดลองที่แข็งแกร่งแน่ ฉันเลยไม่อยากปรากฏตัว แต่จะให้คนของฉันเคลื่อนไหวแทน ฉันมองว่าต่อให้ไม่มีเจ้าสิ่งมีชีวิตทดลองนั่นเข้ามาเกี่ยว พวกตาแก่นั่นก็กะจะเปิดศึกชิงตำแหน่งเจ้ายุทธภพกันในไม่ช้าแน่” ไป่ฉีพูดถึงสิ่งที่เขาคาดว่าจะเกิดขึ้นออกมา
“แต่ว่านายน่าจะจัดการพวกมันได้ง่าย ๆ เหมือนที่ผ่านมานี่” หลี่ซีหยานกล่าว
“พวกนั้นมีน้ำยาของเจียงซืออยู่ หากเจ้าสิ่งมีชีวิตนั้นได้รับการฉีดน้ำยานั่นเข้าไปอีก มันจะยิ่งทวีความอันตรายมากขึ้น ครั้งล่าสุดหลงเทียนหมิงเจอมากับตัวเอง กองกำลังของตำหนักเทพมังกรครามทำอะไรมันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย” ไป่ฉีกล่าว
“แล้วสาเหตุที่พี่อยากให้พวกผมเพิ่มระดับพลังปราณ เพื่อให้ปกป้องตัวเองได้สินะ” ไป๋หู่แสดงสีหน้าจริงจังออกมา
“ใช่ อย่างน้อยก็สามารถปกป้องตัวเองได้” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะหยิบศิลาสวรรค์ออกมา
“พี่ฉี นั่นมัน” ไป๋หู่มองหินเรืองแสงในมือไป่ฉีไม่วางตา เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณเข้มข้นที่แผ่ออกมา
“ไป่ฉี นั่นคือ.......” หลี่ซีหยานเองก็มีอาการแบบเดี๋ยวกับไป๋หู่
“มันคือศิลาสวรรค์ พวกนายจะต้องฝึกพลังปราณภายในห้องนี้ทุกวัน จนกว่าจะมีระดับปราณจักรพรรดิ ทุกครั้งที่พวกนายถึงระดับปราณที่เป็นคอขวด ให้บอกฉัน ฉันจะช่วยพวกนายทะลวงชั้นปราณเอง” กล่าวจบไป่ฉีหยิบขวดหยกหลายขวดออกมา พร้อมกับแนะนำวิธีใช้ให้ ก่อนที่เขาจะกลับไปยังห้องนอน
คืนนั้นทั้งคืนหลี่ซีหยานกับไป๋หู่อยู่ฝึกพลังปราณจนถึงเช้า เพราะความตื่นเต้นที่พลังปราณของพวกเขาพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในตอนเช้าพวกเขาปรับพลังปราณเล็กน้อย ก่อนที่จะไปอาบน้ำ
'รายงานครับ' หน่วยสอดแนมส่งปราณสื่อสารมาหาไป่ฉีตั้งแต่ตอนเช้า
'ว่ายังไงบ้าง' ไป่ฉีตอบกลับ
'หญิงสาวพวกนั้นแจกจ่ายรูปของท่านกับเพื่อน ๆ ของท่านเมื่อวานนี้ จะให้ทำยังไงครับ ผมว่าตอนนี้พวกเรายังพอจะควบคุมได้อยู่ ต้องรีบจัดการนะครับ' หน่วยสอดแนมกล่าว
'ส่งหน่วยข่าวกรองไปจัดการซะ ทำให้พวกเธอไม่คิดที่จะเผยแพร่ต่อสาธารณะชนก็พอ' ไป่ฉีสั่ง
'ทราบแล้วครับ ผมขอตัวก่อน' หน่วยสอดแนมตัดการติดต่อไป
เช้านี้พวกไป่ฉีไปโรงเรียนตามปกติ ทุกอย่างดูดีมากจนกระทั่งมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินตรงมาหาไป่ฉี ก่อนจะส่งหมัดใส่หน้าเขาโดยที่ไม่พูดอะไรเลย แน่นอนว่าไป่ฉีใช้ฝ่ามือรับเอาไว้ และเริ่มบีบหมัดนั้น
“บัณฑิตพูดกันด้วยเหตุผล *อันธพาล* กระทำด้วยอารมณ์ ขอถามว่าทำไมถึงคิดทำร้ายร่างกายกันโดยไม่แจ้งสาเหตุ” ไป่ฉีถาม
“แกเป็นดาราประสาอะไร กล้าแย่งแฟนฉันงั้นเหรอ” ชายหนุ่มคนนั้นดึงหมัดกลับ ก่อนจะชี้หน้าด่า เพื่อนของไป่ฉีเตรียมจะเข้ามาช่วย แต่ไป่ฉียกมือขึ้นห้ามไว้ มีบางคนเริ่มหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเตรียมจะถ่าย
“ก่อนอื่น ใครคิดจะถ่ายคลิป ฉันขอเตือนเรื่องข้อกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคล หากมีคลิปหลุดออกไปแล้วส่งผลต่อชื่อเสียงของฉัน ฉันจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับคน ๆ นั้นตามกฎหมาย และไม่มีการยอมความ” ไป่ฉีกล่าว ทำให้คนที่ยกสมาร์ทโฟนขึ้นถึงกับต้องรีบเก็บมันเข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็ว เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าไป่ฉีเป็นคนพูดจริงทำจริง นางแบบนายแบบระดับแนวหน้ายังถูกเขาทำให้หมดอนาคตได้ แล้วพวกเขาเป็นแค่คนธรรมดาจะเอาอะไรไปสู้รบกับคนตรงหน้านี้กัน
“กลัวความผิดจะถูกประจานรึไง” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ
“เปล่า นั่นเพื่อตัวนายเอง แฟนคลับของฉันอาจโกรธแค้นนายได้ บางคนเป็นพวกหัวรุนแรง นายจะไม่ปลอดภัย ฉันถึงต้องกันเอาไว้ก่อน ประเด็นแรกที่จะถาม ทำไมถึงคิดว่าฉันแย่งแฟนนาย ถ้าพูดกันตามหลักเหตุผล ฉันอยู่ที่ห้องเรียนตลอด ทุกคนเป็นพยานได้ จะไปไหน เพื่อนของฉันก็ไปด้วยกันตลอด ประเด็นที่สองแฟนนายกับฉัน น่าจะอยู่กันคนละโรงเรียนตอนมัธยมต้น จะไปรู้จักกันตอนไหน เปิดเทอมวันนี้เป็นวันที่ 3 หน้าแฟนของนายฉันยังไม่รู้ นายไปได้ยินอะไรมาถึงคิดว่าฉันแย่งแฟนนาย” ไป่ฉีถาม
“พูดได้ดี งั้นนี่อะไร” ชายหนุ่มเปิดภาพในสมาร์ทโฟนขึ้นมายื่นให้ไป่ฉีดู ในภาพเป็นภาพไป่ฉีที่ด้านหน้าถูกหญิงสาวในชุดนักเรียนบังหน้าอยู่ ดูแล้วเหมือนกับคนกำลังจูบกัน
“มันเป็นมุมกล้อง” ไป่ฉีกล่าว เขาพอจำได้แล้วว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่
“แก้ตัวให้มันเนียนหน่อย” ชายหนุ่มยังไม่เชื่อไป่ฉี ไป่ฉีไม่พูดมาก เขาจดชื่อของนักเรียนหญิงสองคนลงในกระดาษแล้วยื่นให้เหม่ยเหมย
“เหม่ยเหมย ฉันรบกวนไปหาอาจารย์หลิวซีอิ๋ง เล่าทุกอย่างให้ฟัง และตามนักเรียนหญิงสองคนนี้มา ฉันเชื่อว่าพวกเธอมีหลักฐานที่จะทำให้ฉันพ้นข้อกล่าวหา” ไป่ฉีกล่าว ทุกคนต่างตั้งใจดูงิ้วฉากนี้ ดูเหมือนชายหนุ่มที่มาหาเรื่องจะมาหาเรื่องผิดคนซะแล้ว เพราะทางไป่ฉีน่าจะมีพยานและหลักฐานมายืนยัน
เพียงไม่นานหลิวซีอิ๋งกับนักเรียนหญิงปี 2 กับ 3 เดินเข้ามาพร้อมกัน อาจารย์สอบถามสาเหตุจากปากชายหนุ่มกับไป่ฉีอีกครั้ง เธอพอเข้าใจว่าเรื่องหึงหวงเป็นธรรมดาของวัยรุ่น แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้พานักเรียนหญิงปี 2 กับ 3 สองคนนี้มาด้วย
“น้องไป่ฉี ทำไมถึงให้อาจารย์ไปเรียกพวกพี่มาล่ะ” นักเรียนหญิงปี 3 ถาม
“พี่มีรูปที่ถ่ายผมเมื่อวานไหมครับ” ไป่ฉีถาม เขาจำได้ว่าสองคนนี้มาขอถ่ายรูปคู่กับเขา
“มี แต่มันเกี่ยวอะไรเหรอ อ๊ะ.....” นักเรียนหญิงปี 2 เหมือนจะนึกอะไรออก ก่อนจะเปิดภาพในสมาร์ทโฟนขึ้นมาแล้วยื่นให้หลิวซีอิ๋ง
“เป็นเรื่องเข้าใจผิด” หลินซีอิ๋งที่ดูภาพแล้วกล่าวตัดสินทันที
“จะเข้าใจผิดได้ยัง….ไง.......” ชายหนุ่มที่กำลังโวยวาย จ้องภาพในสมาร์ทโฟน นั่นทำให้เขาถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ ภาพนั้นเป็นไป่ฉีกับแฟนของเขาจริง แต่ทั้งคู่แค่ยืนคุยกัน ไม่ได้จูบกันอย่างที่เห็นในภาพที่เขาให้ดูตอนแรก
“มันเป็นเพราะมุมกล้องตามที่ไป่ฉีบอกเธอก่อนหน้านี้ ดังนั้น ให้มันจบซะ แล้วก็ขอโทษไป่ฉีด้วย” หลิวซีอิ๋งกล่าว
“ขอโทษ” ชายหนุ่มกล่าวห้วน ๆ เขาหันหน้าไปทางอื่นเพราะความอับอาย นี่มันตีคนไม่ได้ยังถูกตีกลับอีกด้วย
“นายดูไม่สำนึกเลยนี่ ฉันไม่ใช่คนใจแคบ แต่ขอบอกไว้อย่างหนึ่ง ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน ความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ นายควรถามความจริงจากแฟนตัวเองก่อนที่จะมาหาเรื่องฉัน นี่แสดงให้เห็นว่านายไม่ได้เชื่อใจเธอเลย แล้วเธอจะเชื่อใจหรือบอกความจริงกับนายได้ยังไง ถ้านายที่เป็นแฟนของเธอไม่ยอมฟังเธอ” ไป่ฉีกล่าว
“นั่น......” ชายหนุ่มพูดไม่ออก ที่ไป่ฉีพูดนั้นเขาลองคิดตาม ในที่สุดก็ยอมวางทิฐิของตนลง
“เป็นอันว่าเรื่องจบนะ” ไป่ฉีกล่าว
“เข้าใจแล้ว ขอโทษนายด้วย คราวหลังฉันจะถามจากแฟนฉันก่อน” ชายหนุ่มกล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงที่สำนึกผิด
“ไม่เป็นไร หวังว่านายกับแฟนจะคุยกันดี ๆ นะ” ไป่ฉีกล่าว
“ขอบใจ ฉันขอโทษอีกครั้งจากใจจริง” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะจากไป
เหตุการณ์นี้แม้จะไม่มีคลิป แต่ก็เป็นหัวข้อสนทนากันในโรงเรียน ไป่ฉีไม่ได้สนใจนักจนกระทั่งถึงช่วงพักกลางวัน มีนักเรียนชายหลายคนที่หน้าตาธรรมดา ๆ ถือซองจดหมายสีชมพูบ้าง สีขาวบ้าง ตรงที่ปิดผนึกเป็นรูปหัวใจสีแดง คาดว่านักเรียนชายพวกนี้คงถูกนักเรียนหญิงที่เป็นเจ้าของจดหมายวานให้มาส่งอีกที
“ขอบใจมาก ลำบากพวกนายแล้ว” ไป่ฉีกล่าว
“ไม่ลำบากหรอ พอดีสาว ๆ ฝากฉันมาน่ะ”
“ใช่ ๆ พวกเราไปก่อนนะ”
ไป่ฉีโบกมือลา ก่อนจะก้มมองกองจดหมายรักตรงหน้าเขาอย่างเหนื่อยใจ เขาใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพกองจดหมายรักส่งไปให้เมิ่งชิงชิง ไม่นานเธอก็ส่งข้อความกลับมา
[ฮิฮิ ร้อนแรงจริง ๆ เลยนะ^^] เมิ่งชิงชิงพิมพ์กลับมา
[ผมกำลังมีปัญหานะครับพี่ชิงชิง] ไป่ฉีพิมพ์กลับไป
[ถ้าเป็นปกติก็ทิ้งได้หรอก ฉันว่านายควรใส่ใจพวกเธอนะ] เมิ่งชิงชิงแนะนำ
[ได้ครับ] ไป่ฉีพิมพ์กลับ
ช่วงพักกลางวันพวกไป่ฉีช่วยกันจัดการกับกองจดหมายสารภาพรัก แน่นอนว่าเนื้อหาข้างในมีแต่ไป่ฉีเท่านั้นที่ได้อ่าน หากในจดหมายมีเบอร์ติดต่อกลับ เขาก็แค่นำสมาร์ทโฟนที่เตรียมไว้สำหรับใช้ติดต่อเพื่อนที่โรงเรียนมาโทรกลับและบอกปฏิเสธไป
“ขอโทษทีนะ ผมรับความรักจากเธอไม่ได้จริง ๆ การเป็นแฟนดารามันไม่ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอก เธอต้องรับแรงกดดันจากสื่อหรือแม้แต่คนรอบตัว มันไม่เป็นผลดีกับเธอนะ ผมหวังว่าเธอจะได้พบกับคนที่ดีและพร้อมจะดูแลเธอได้” ไป่ฉีกล่าวจบก็ตัดสายไป
“นี่หมดแล้วใช่ไหมเนี่ย” ไป๋หู่ถาม
“อืม นี่เป็นคนสุดท้าย” ไป่ฉีตอบ และยกชาสมุนไพรจากกระติกน้ำขึ้นมาดื่ม
“แต่ว่าไป่ฉี นายไม่ลองคบดูสักคนเหรอ” ต้าถงถาม
“การเป็นแฟนดารามันกดดันมากนะ ทั้งจากแฟนคลับ ปาปารัสซี่ นักข่าว หรือแม้แต่พวกแอนตี้แฟน” ไป่ฉีตอบ
“หมดพักเที่ยงแล้ว แยกย้ายกันกลับไปนั่งที่เถอะ” หลี่ซีหยานกล่าว
ช่วงบ่ายการเรียนการสอนเป็นไปตามปกติ โดยที่ไป่ฉีไม่รู้เลยว่ารุ่นพี่ซ่งติง ได้เตรียมเมนูฝึกซ้อมสุดโหดให้กับปี 1 เรียบร้อยแล้ว
_________________________
+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+
