จอมยุทธ์ซุปตาร์

ตอนที่ 215 แกแย่งแฟนฉัน Re

        ไป่ฉีที่ไปออกรายการ  กลับมาพร้อมกับเมิ่งชิงชิง  เมื่อเปิดประตูบ้านเข้ามา  เขาเห็นหลี่ซีหยานกับไป๋หู่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่ด้วยกัน


        “ไหน  พวกนายทำการบ้านถึงไหนกันแล้ว” ไป่ฉีเดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับทั้ง 2 คน


        “กำลังทำอยู่น่ะ  วันนี้การบ้านเยอะพอสมควรเลย  นี่พวกฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จหลังจากฝึกกระบวนท่ากันมา” หลี่ซีหยานกล่าว


        “พี่ฉี  พี่ทำการบ้านเสร็จรึยัง” ไป๋หู่ถาม


        “เสร็จแล้ว  อยากให้ช่วยไหม” ไป่ฉีถาม


        “พี่ทำเร็วชะมัด  ดีเลย  พี่อธิบายตรงนี้ให้ทีสิ” ไป๋หู่ชี้ไปยังสมุดแบบฝึกหัดของเขา


        ไป่ฉีใช้เวลาสอนการบ้านให้ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานอีกนิดหน่อย  ก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำ  โดยไม่ลืมกำชับให้ทั้ง 2 คนเตรียมเสื้อสำรอง และลงไปรอที่ห้องฝึกฝนข้างล่างด้วย


        “ซีหยาน  นายว่าพี่ฉีจะฝึกพิเศษให้พวกเรารึเปล่า” ไป๋หู่ถาม


        “ไม่รู้สิ” หลี่ซีหยานยักไหล่


        หลังทำการบ้านเสร็จเรียบร้อย  ตอนนี้ทั้ง 2 คนนั่งอยู่ในห้องฝึกฝนใต้ดินของบ้าน  พวกเขาเข้ามาฝึกที่นี่หลายครั้งแล้ว และก็รู้ว่าชั้นใต้ดินนี้ไม่ธรรมดา   เพราะพลังปราณธรรมชาติบริสุทธิ์ถูกรวบรวมอยู่ภายในห้องนี้  ทำให้การฝึกพลังปราณของทั้งคู่ก้าวหน้าขึ้นมาก


        “พวกนายถอดเสื้อออกให้หมด  ฉันจะสอนเคล็ดบ่มเพาะให้” ไป่ฉีกล่าว  ทั้ง 2 คนทำตามอย่างว่าง่าย  ไป่ฉีค่อย ๆ สอนทีละขั้นตอนช้า ๆ เพื่อให้ทั้ง 2 ค่อย ๆ ทำและเรียนรู้


        “สุดยอดเลย  ตันเถียนสามารถดูดซับพลังปราณได้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก” ไป๋หู่รู้สึกตกใจกับเทคนิคที่ไป่ฉีสอน


        “ใช่  ไป่ฉี  เรื่องนี้ฉันไม่รู้จะตอบแทนนายยังไง” หลี่ซีหยานกล่าว


        “ในอนาคตฉันอาจต้องให้พวกนายออกหน้าให้ในยุทธภพ  ดังนั้นนายไม่ต้องคิดมากหรอก” ไป่ฉีกล่าว


        “หมายความว่านายจะให้อวี้กงถอนตัวจากยุทธภพเหรอ” หลี่ซีหยานถาม


        “ฉันมีกำลังคนพอสมควรแล้ว  จากนี้คงให้คนของฉันไปติดต่อเรื่องทางยุทธภพแทน” ไป่ฉีตอบ  เพราะงานในวงการบันเทิงเริ่มเยอะขึ้น และยังเรื่องการเรียนอีก  เขาทำได้แค่ให้คนของเขาจัดการแทนในสถานการณ์ปกติ


        “หงะ พี่ฉีมีกำลังคนของตัวเองแล้วเหรอ” ไป๋หู่ถาม


        “อืม ฉันคงวิ่งวุ่นเรื่องทางยุทธภพได้ไม่มากเหมือนแต่ก่อน  เพราะงานในวงการบันเทิงเยอะขึ้นน่ะ” ไป่ฉีตอบ


        “นายคิดว่ากำลังจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นใช่ไหม” หลี่ซีหยานถาม


        “ใช่  ฉันคิดว่าพรรคตะวันดับน่าจะดำเนินแผนการใกล้เสร็จแล้ว  อีกไม่นานเหล่าขั้วอำนาจจะต้องเจอกับสิ่งมีชีวิตทดลองที่แข็งแกร่งแน่  ฉันเลยไม่อยากปรากฏตัว  แต่จะให้คนของฉันเคลื่อนไหวแทน  ฉันมองว่าต่อให้ไม่มีเจ้าสิ่งมีชีวิตทดลองนั่นเข้ามาเกี่ยว  พวกตาแก่นั่นก็กะจะเปิดศึกชิงตำแหน่งเจ้ายุทธภพกันในไม่ช้าแน่” ไป่ฉีพูดถึงสิ่งที่เขาคาดว่าจะเกิดขึ้นออกมา


        “แต่ว่านายน่าจะจัดการพวกมันได้ง่าย ๆ เหมือนที่ผ่านมานี่” หลี่ซีหยานกล่าว


        “พวกนั้นมีน้ำยาของเจียงซืออยู่  หากเจ้าสิ่งมีชีวิตนั้นได้รับการฉีดน้ำยานั่นเข้าไปอีก  มันจะยิ่งทวีความอันตรายมากขึ้น  ครั้งล่าสุดหลงเทียนหมิงเจอมากับตัวเอง  กองกำลังของตำหนักเทพมังกรครามทำอะไรมันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย” ไป่ฉีกล่าว


        “แล้วสาเหตุที่พี่อยากให้พวกผมเพิ่มระดับพลังปราณ เพื่อให้ปกป้องตัวเองได้สินะ” ไป๋หู่แสดงสีหน้าจริงจังออกมา


        “ใช่  อย่างน้อยก็สามารถปกป้องตัวเองได้” ไป่ฉีกล่าวก่อนจะหยิบศิลาสวรรค์ออกมา


        “พี่ฉี  นั่นมัน” ไป๋หู่มองหินเรืองแสงในมือไป่ฉีไม่วางตา  เขาสัมผัสได้ถึงพลังปราณเข้มข้นที่แผ่ออกมา


        “ไป่ฉี นั่นคือ.......” หลี่ซีหยานเองก็มีอาการแบบเดี๋ยวกับไป๋หู่


        “มันคือศิลาสวรรค์  พวกนายจะต้องฝึกพลังปราณภายในห้องนี้ทุกวัน  จนกว่าจะมีระดับปราณจักรพรรดิ  ทุกครั้งที่พวกนายถึงระดับปราณที่เป็นคอขวด  ให้บอกฉัน  ฉันจะช่วยพวกนายทะลวงชั้นปราณเอง” กล่าวจบไป่ฉีหยิบขวดหยกหลายขวดออกมา  พร้อมกับแนะนำวิธีใช้ให้ ก่อนที่เขาจะกลับไปยังห้องนอน


        คืนนั้นทั้งคืนหลี่ซีหยานกับไป๋หู่อยู่ฝึกพลังปราณจนถึงเช้า  เพราะความตื่นเต้นที่พลังปราณของพวกเขาพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  ในตอนเช้าพวกเขาปรับพลังปราณเล็กน้อย  ก่อนที่จะไปอาบน้ำ


        'รายงานครับ' หน่วยสอดแนมส่งปราณสื่อสารมาหาไป่ฉีตั้งแต่ตอนเช้า


        'ว่ายังไงบ้าง' ไป่ฉีตอบกลับ


        'หญิงสาวพวกนั้นแจกจ่ายรูปของท่านกับเพื่อน ๆ ของท่านเมื่อวานนี้  จะให้ทำยังไงครับ  ผมว่าตอนนี้พวกเรายังพอจะควบคุมได้อยู่  ต้องรีบจัดการนะครับ' หน่วยสอดแนมกล่าว


        'ส่งหน่วยข่าวกรองไปจัดการซะ ทำให้พวกเธอไม่คิดที่จะเผยแพร่ต่อสาธารณะชนก็พอ' ไป่ฉีสั่ง


        'ทราบแล้วครับ  ผมขอตัวก่อน' หน่วยสอดแนมตัดการติดต่อไป


        เช้านี้พวกไป่ฉีไปโรงเรียนตามปกติ  ทุกอย่างดูดีมากจนกระทั่งมีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินตรงมาหาไป่ฉี   ก่อนจะส่งหมัดใส่หน้าเขาโดยที่ไม่พูดอะไรเลย  แน่นอนว่าไป่ฉีใช้ฝ่ามือรับเอาไว้ และเริ่มบีบหมัดนั้น


        “บัณฑิตพูดกันด้วยเหตุผล  *อันธพาล* กระทำด้วยอารมณ์  ขอถามว่าทำไมถึงคิดทำร้ายร่างกายกันโดยไม่แจ้งสาเหตุ” ไป่ฉีถาม


        “แกเป็นดาราประสาอะไร  กล้าแย่งแฟนฉันงั้นเหรอ”  ชายหนุ่มคนนั้นดึงหมัดกลับ ก่อนจะชี้หน้าด่า  เพื่อนของไป่ฉีเตรียมจะเข้ามาช่วย  แต่ไป่ฉียกมือขึ้นห้ามไว้  มีบางคนเริ่มหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเตรียมจะถ่าย


        “ก่อนอื่น ใครคิดจะถ่ายคลิป  ฉันขอเตือนเรื่องข้อกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคล  หากมีคลิปหลุดออกไปแล้วส่งผลต่อชื่อเสียงของฉัน  ฉันจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับคน ๆ นั้นตามกฎหมาย และไม่มีการยอมความ” ไป่ฉีกล่าว  ทำให้คนที่ยกสมาร์ทโฟนขึ้นถึงกับต้องรีบเก็บมันเข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็ว  เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าไป่ฉีเป็นคนพูดจริงทำจริง  นางแบบนายแบบระดับแนวหน้ายังถูกเขาทำให้หมดอนาคตได้  แล้วพวกเขาเป็นแค่คนธรรมดาจะเอาอะไรไปสู้รบกับคนตรงหน้านี้กัน


        “กลัวความผิดจะถูกประจานรึไง” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะ


        “เปล่า  นั่นเพื่อตัวนายเอง  แฟนคลับของฉันอาจโกรธแค้นนายได้  บางคนเป็นพวกหัวรุนแรง  นายจะไม่ปลอดภัย   ฉันถึงต้องกันเอาไว้ก่อน   ประเด็นแรกที่จะถาม  ทำไมถึงคิดว่าฉันแย่งแฟนนาย  ถ้าพูดกันตามหลักเหตุผล  ฉันอยู่ที่ห้องเรียนตลอด  ทุกคนเป็นพยานได้  จะไปไหน  เพื่อนของฉันก็ไปด้วยกันตลอด   ประเด็นที่สองแฟนนายกับฉัน  น่าจะอยู่กันคนละโรงเรียนตอนมัธยมต้น   จะไปรู้จักกันตอนไหน  เปิดเทอมวันนี้เป็นวันที่ 3 หน้าแฟนของนายฉันยังไม่รู้  นายไปได้ยินอะไรมาถึงคิดว่าฉันแย่งแฟนนาย” ไป่ฉีถาม


        “พูดได้ดี  งั้นนี่อะไร” ชายหนุ่มเปิดภาพในสมาร์ทโฟนขึ้นมายื่นให้ไป่ฉีดู  ในภาพเป็นภาพไป่ฉีที่ด้านหน้าถูกหญิงสาวในชุดนักเรียนบังหน้าอยู่  ดูแล้วเหมือนกับคนกำลังจูบกัน


        “มันเป็นมุมกล้อง” ไป่ฉีกล่าว  เขาพอจำได้แล้วว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่


        “แก้ตัวให้มันเนียนหน่อย” ชายหนุ่มยังไม่เชื่อไป่ฉี  ไป่ฉีไม่พูดมาก  เขาจดชื่อของนักเรียนหญิงสองคนลงในกระดาษแล้วยื่นให้เหม่ยเหมย


        “เหม่ยเหมย  ฉันรบกวนไปหาอาจารย์หลิวซีอิ๋ง  เล่าทุกอย่างให้ฟัง และตามนักเรียนหญิงสองคนนี้มา  ฉันเชื่อว่าพวกเธอมีหลักฐานที่จะทำให้ฉันพ้นข้อกล่าวหา” ไป่ฉีกล่าว  ทุกคนต่างตั้งใจดูงิ้วฉากนี้  ดูเหมือนชายหนุ่มที่มาหาเรื่องจะมาหาเรื่องผิดคนซะแล้ว  เพราะทางไป่ฉีน่าจะมีพยานและหลักฐานมายืนยัน


        เพียงไม่นานหลิวซีอิ๋งกับนักเรียนหญิงปี 2 กับ 3 เดินเข้ามาพร้อมกัน  อาจารย์สอบถามสาเหตุจากปากชายหนุ่มกับไป่ฉีอีกครั้ง  เธอพอเข้าใจว่าเรื่องหึงหวงเป็นธรรมดาของวัยรุ่น  แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้พานักเรียนหญิงปี 2 กับ 3 สองคนนี้มาด้วย


        “น้องไป่ฉี  ทำไมถึงให้อาจารย์ไปเรียกพวกพี่มาล่ะ” นักเรียนหญิงปี 3 ถาม


        “พี่มีรูปที่ถ่ายผมเมื่อวานไหมครับ” ไป่ฉีถาม   เขาจำได้ว่าสองคนนี้มาขอถ่ายรูปคู่กับเขา


        “มี  แต่มันเกี่ยวอะไรเหรอ  อ๊ะ.....” นักเรียนหญิงปี 2 เหมือนจะนึกอะไรออก  ก่อนจะเปิดภาพในสมาร์ทโฟนขึ้นมาแล้วยื่นให้หลิวซีอิ๋ง


        “เป็นเรื่องเข้าใจผิด” หลินซีอิ๋งที่ดูภาพแล้วกล่าวตัดสินทันที


        “จะเข้าใจผิดได้ยัง….ไง.......” ชายหนุ่มที่กำลังโวยวาย  จ้องภาพในสมาร์ทโฟน  นั่นทำให้เขาถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ  ภาพนั้นเป็นไป่ฉีกับแฟนของเขาจริง  แต่ทั้งคู่แค่ยืนคุยกัน  ไม่ได้จูบกันอย่างที่เห็นในภาพที่เขาให้ดูตอนแรก


        “มันเป็นเพราะมุมกล้องตามที่ไป่ฉีบอกเธอก่อนหน้านี้  ดังนั้น  ให้มันจบซะ  แล้วก็ขอโทษไป่ฉีด้วย” หลิวซีอิ๋งกล่าว


        “ขอโทษ” ชายหนุ่มกล่าวห้วน ๆ  เขาหันหน้าไปทางอื่นเพราะความอับอาย  นี่มันตีคนไม่ได้ยังถูกตีกลับอีกด้วย


        “นายดูไม่สำนึกเลยนี่  ฉันไม่ใช่คนใจแคบ  แต่ขอบอกไว้อย่างหนึ่ง  ความรักเป็นเรื่องของคน 2 คน  ความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ  นายควรถามความจริงจากแฟนตัวเองก่อนที่จะมาหาเรื่องฉัน  นี่แสดงให้เห็นว่านายไม่ได้เชื่อใจเธอเลย  แล้วเธอจะเชื่อใจหรือบอกความจริงกับนายได้ยังไง   ถ้านายที่เป็นแฟนของเธอไม่ยอมฟังเธอ” ไป่ฉีกล่าว


        “นั่น......” ชายหนุ่มพูดไม่ออก  ที่ไป่ฉีพูดนั้นเขาลองคิดตาม  ในที่สุดก็ยอมวางทิฐิของตนลง


        “เป็นอันว่าเรื่องจบนะ” ไป่ฉีกล่าว


        “เข้าใจแล้ว  ขอโทษนายด้วย  คราวหลังฉันจะถามจากแฟนฉันก่อน” ชายหนุ่มกล่าวขอโทษด้วยน้ำเสียงที่สำนึกผิด


        “ไม่เป็นไร  หวังว่านายกับแฟนจะคุยกันดี ๆ นะ” ไป่ฉีกล่าว


        “ขอบใจ  ฉันขอโทษอีกครั้งจากใจจริง” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะจากไป


        เหตุการณ์นี้แม้จะไม่มีคลิป  แต่ก็เป็นหัวข้อสนทนากันในโรงเรียน  ไป่ฉีไม่ได้สนใจนักจนกระทั่งถึงช่วงพักกลางวัน  มีนักเรียนชายหลายคนที่หน้าตาธรรมดา ๆ ถือซองจดหมายสีชมพูบ้าง  สีขาวบ้าง  ตรงที่ปิดผนึกเป็นรูปหัวใจสีแดง  คาดว่านักเรียนชายพวกนี้คงถูกนักเรียนหญิงที่เป็นเจ้าของจดหมายวานให้มาส่งอีกที


        “ขอบใจมาก ลำบากพวกนายแล้ว” ไป่ฉีกล่าว


        “ไม่ลำบากหรอ  พอดีสาว ๆ ฝากฉันมาน่ะ”


        “ใช่ ๆ พวกเราไปก่อนนะ”


        ไป่ฉีโบกมือลา  ก่อนจะก้มมองกองจดหมายรักตรงหน้าเขาอย่างเหนื่อยใจ  เขาใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพกองจดหมายรักส่งไปให้เมิ่งชิงชิง  ไม่นานเธอก็ส่งข้อความกลับมา


        [ฮิฮิ ร้อนแรงจริง ๆ เลยนะ^^] เมิ่งชิงชิงพิมพ์กลับมา


        [ผมกำลังมีปัญหานะครับพี่ชิงชิง] ไป่ฉีพิมพ์กลับไป


        [ถ้าเป็นปกติก็ทิ้งได้หรอก  ฉันว่านายควรใส่ใจพวกเธอนะ] เมิ่งชิงชิงแนะนำ


        [ได้ครับ] ไป่ฉีพิมพ์กลับ


        ช่วงพักกลางวันพวกไป่ฉีช่วยกันจัดการกับกองจดหมายสารภาพรัก  แน่นอนว่าเนื้อหาข้างในมีแต่ไป่ฉีเท่านั้นที่ได้อ่าน  หากในจดหมายมีเบอร์ติดต่อกลับ  เขาก็แค่นำสมาร์ทโฟนที่เตรียมไว้สำหรับใช้ติดต่อเพื่อนที่โรงเรียนมาโทรกลับและบอกปฏิเสธไป


        “ขอโทษทีนะ  ผมรับความรักจากเธอไม่ได้จริง ๆ การเป็นแฟนดารามันไม่ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอก  เธอต้องรับแรงกดดันจากสื่อหรือแม้แต่คนรอบตัว  มันไม่เป็นผลดีกับเธอนะ  ผมหวังว่าเธอจะได้พบกับคนที่ดีและพร้อมจะดูแลเธอได้” ไป่ฉีกล่าวจบก็ตัดสายไป


        “นี่หมดแล้วใช่ไหมเนี่ย” ไป๋หู่ถาม


        “อืม นี่เป็นคนสุดท้าย” ไป่ฉีตอบ และยกชาสมุนไพรจากกระติกน้ำขึ้นมาดื่ม


        “แต่ว่าไป่ฉี  นายไม่ลองคบดูสักคนเหรอ” ต้าถงถาม


        “การเป็นแฟนดารามันกดดันมากนะ  ทั้งจากแฟนคลับ  ปาปารัสซี่  นักข่าว หรือแม้แต่พวกแอนตี้แฟน” ไป่ฉีตอบ


        “หมดพักเที่ยงแล้ว  แยกย้ายกันกลับไปนั่งที่เถอะ” หลี่ซีหยานกล่าว


        ช่วงบ่ายการเรียนการสอนเป็นไปตามปกติ  โดยที่ไป่ฉีไม่รู้เลยว่ารุ่นพี่ซ่งติง  ได้เตรียมเมนูฝึกซ้อมสุดโหดให้กับปี 1 เรียบร้อยแล้ว

_________________________

+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน