ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่100 A-B-C-D

    ต่อหน้านักศึกษาหนุ่มวัยฉกรรจ์ วัยกำลังเลือดร้อน อยากสร้างผลงานให้ลูกพี่อย่างโด้ กระทั่งลืมสำรวจสถานการณ์โดยรอบ สำหรับเจมส์ เขามันก็แค่ไอ้โง่ตัวหนึ่ง

    หมัดนั้นยังไม่ทันมาถึงตัวก็ถูกทอยใช้สันมือสับลงไป

    เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้นักศึกษาเลือดร้อน นอนลงไปเกลือกกลิ้งกับพื้น ดิ้นทุรนทุราย ในสภาพกุมแขนตัวเอง พร้อมกับพ่นถ้อยคำซ้ำๆว่า 'แขนหักแล้ว แขนหักแล้ว'

    ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก จนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า นี่เป็นโชว์อย่างหนึ่ง ที่โด้ได้เตรียมไว้เล่นงานเจมส์

    ก็นะใครที่ไหนจะแขนหักได้ง่ายดายขนาดนั้น ไม่มีหรอก กระดูกคนนะไม่ใช่มาร์ชเมลโล

    ดังนั้นภาพที่นักศึกษาคนดังกล่าวกำลังร้องโอดครวญ จึงไม่ต่างจากละครจำอวด

    แต่กระนั้นก็มีบางส่วนเชื่อ โดยเฉพาะนักศึกษาหญิงที่แอบปลื้มตัวชายหนุ่ม เพียงแต่ด้วยสถานการณ์ที่ถูกรายล้อมด้วยชายชุดดำ เป็นเรื่องยากหากจะเดินโทงๆ เข้าไปดูด้วยตาตัวเอง

    เจมส์มองนักศึกษาที่แขนหัก เงยหน้าขึ้นมองรุ่นพี่ปี 4 ตามด้วยรอยยิ้ม

    “จะเปลี่ยนจากการแข่งรถ มาเป็นต่อยตีก็ได้นะ ผมไม่ว่าอะไรหรอก”

    “หา...ไม่ ไม่ ไม่ แข่งรถสิ ต้องแข่งรถ พี่จะไปต่อยตีกับเจมส์ได้ไง...” โด้ไม่มีทางตกไปในหลุมพลางเด็ดขาด หากแข่งด้วยรถยังมีโอกาสชนะ แต่หากสู้ด้วยกำลังคน ฝ่ายเขาไม่ว่าดูยังไงก็เสียเปรียบกันเห็นๆ

    “โธ่ นึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็ปอดแหก” ทอยหัวเราะขบขัน ตามด้วยการโพสต์ท่าอันสุดแสนเร่าร้อน

    ท่าโพสต์ที่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอานักศึกษาหลายคนตามไม่ทัน ต้องให้เดย์มาลากเขาไปนั่นแหละ ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย

    “เอาล่ะ เรามาแข่งรถกันเถอะ แต่ก่อนหน้านั้นรุ่นพี่ ช่วยลากคนของรุ่นพี่ออกไปได้ไหม เสียงร้องของมันดังจนน่ารำคราญ เหมือนกับหมูในคอกที่กำลังจะโดนเชือดแน่ะ”

    “เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว” โด้พยักหน้ารับ ตามด้วยการกวักมือ เรียกนักศึกษาที่ยืนอยู่ข้างหลังให้มาเคลียร์สถานที่

    ตอนที่ยกนักศึกษาเลือดร้อนออกไปนั่นเอง โด้เพิ่งจะสังเกตเห็นว่า ท่อนแขนของรุ่นน้องคนนี้ที่อยากสร้างผลงาน กึ่งกลางห้อยต่องแต่ง คล้ายกับว่ากระดูกหักจากตรงกลาง มิน่าถึงร้องเจียนตาย

    โด้อดไม่ได้ต้องกลืนน้ำลายลงคอ

    นี่แค่การลงมือของหนึ่งในชายชุดดำเท่านั้น แล้วถ้าหากว่าพวกเขาลงมือพร้อมกัน...โด้ไม่อยากจะคิดเลย

    “ว่ามาเลยจะแข่งรถแบบไหน” เจมส์ไม่ให้ความสนใจกับนักศึกษาคนนั้น สำหรับเขาฝ่ายนั้นกระแดะเข้ามาหาเรื่องเอง งั้นก็สมควรรับผลของการกระทำที่ตามมา

    โด้กลับมาได้สติเพราะคำถามจากชายหนุ่มเจ้าของถุงมือดำ

    เขารวบรวมความคิดสิบวินาที จึงตอบว่า “แข่งรอบเดียว แข่งในสนาม M&M นี่แหละ ใครถึงเส้นชัยก่อนเป็นฝ่ายชนะ”

    “ตามนั้น” เจมส์ไม่ติดขัดอะไรอยู่แล้ว คล้ายกับว่าต่อให้การแข่งยากกว่านี้ สำหรับเขามันก็แค่พื้นๆ

    “เจมส์...” เมื่อเห็นสองหนุ่มตกลงกันเสร็จเรียบร้อย โยเกิร์ตที่รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาเจมส์ พร้อมกับเผยรอยยิ้มสวย

    “ว่า...” ชายหนุ่มกระทั่งไม่เหลือบมอง นั่นจึงทำให้เธอรู้สึกโกรธ

    แต่เพราะด้วยระดับตัวตนของเขา โยเกิร์ตมีแต่ต้องยอมอ่อนลง โดยเฉพาะยามที่เห็นเบียร์อยู่ข้างๆ ก็เหมือนหนามยอกตำใจเธอ เธอไม่สามารถทนเห็นมันได้เป็นอีกครั้งที่สอง

    “พี่ขอโทษ สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้น พี่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ หวังว่าเจมส์...จะยกโทษให้พี่นะ”

    การกระทำของโยเกิร์ตทำให้นักศึกษาชายหลายคนเข่าอ่อนแทบบ้า นั่นคือดาววิทยาลัยนะ ถึงกลับมาขอโทษด้วยตัวเอง ในฐานะสุภาพบุรุษพวกเขาย่อมต้องให้อภัย แต่อย่างใดก็ตามคำพูดของเจมส์ทำให้ใครหลายคนรู้สึกไม่พอใจ

    “แข่งรถเถอะ ผมเสียเวลามามากพอแล้ว” เจมส์เหลือบมองนาฬิกาข้อมือซ้าย และนั่นทำให้โยเกิร์ตมองเห็นโดยพลันว่ามันเป็นนาฬิกาหรู มีเพชรหลายเม็ดเรียงรายอยู่บนหน้าปัด คล้ายกับกลุ่มดาวกำลังล้อมเดือน

    ตอนแรกเธออยากจะวีนเพราะเขาไม่สนใจ แต่พอเห็นเครื่องประดับราคาแพงจึงต้องข่มใจไว้

    “ได้จ้ะ งั้นมาแข่งรถกันเถอะ” โยเกิร์ตตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปหาพี่โด้ รอยยิ้มอันสดใสและสวยงามได้หายไป ถูกแทนที่ด้วยคำสั่งไม่กี่ประโยค “แกต้องแพ้ เข้าใจไหม”

    เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาแต่มันมากพอทำให้โด้เลือดลมปั่นป่วน

    เขาพ่นลมหายใจเย็นชา เข้าไปนั่งในรถ RX7 สีส้มแถบดำ สมองยังอื้ออึงกับคำพูดเมื่อครู่ คล้ายกับว่าตนหูแว่วไป แต่ครั้นมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เขาเห็นดาววิทยาลัยคนสวยกำลังมองเจมส์ด้วยนัยน์ตากระหายใคร่ ความโกรธจึงเริ่มประดังเข้ามา มันจุกอยู่ในอกจนพูดไม่ออก

    .......

    เจมส์เข้ามาในรถ R35 คันสีดำ จากนั้นถอดรองเท้าผ้าใบวางไว้บนพื้น ค่อยหยิบกล่องจากด้านหลังรถมาวางไว้ตรงเบาะข้างคนขับ

    เมื่อเปิดกล่องจะพบว่าด้านในมีถุงมือและถุงเท้าสีเหลือง

    มันถูกพับไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย หยิบขึ้นมาจะเห็นว่าสลักอักษรเป็นภาษาอังกฤษอย่างละตัวอักษร

    นี่คือของวิเศษที่จะทำให้ชนะการแข่งอย่างไม่ต้องสงสัย

    'ABCD ถุงมือถุงเท้ายอดนักแข่ง เมื่อใดที่สวมพวกมันทั้งสี่ลงไปที่เท้าและมือ มันจะพาคุณยึดเกาะพวงมาลัย โลดโผนกระโจนไปข้างหน้าด้วยความเร็วและทักษะยอดนักแข่งอันท่วมท้น'

    'ผลเสียด้านลบ พูดมาก'

    นี่คือหนึ่งในของวิเศษจากเรื่อง ย้อนอดีตกลับมาคว้าบัลลังก์ ตอนนั้นที่ตัวเอก ซอนฮารัม นำมาใช้ก็เพราะโดนดูถูก จึงต้องการพิสูจน์ตัวเองด้วยทักษะการขับรถ สุดท้ายเขาได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวไปในที่สุด

    แต่อย่างใดก็ดี ในขณะที่ซอนฮารัมของเรื่องใช้พวกมัน ABCD ไม่ได้พูดมาก เพียงอยู่เงียบๆ แล้วพาตัวเอกทะยานไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่ด้วยผลเสียด้านลบที่เจมส์ต้องเผชิญ ไม่แปลกหากก่อนการแข่งขันเขาจะสวมหูฟัง เพราะไม่อยากได้ยินพวกมันคุยกัน

    เจมส์เคยทดสอบบนถนนเมื่อไม่กี่วันก่อน

    พบว่า ABCD ทำงานได้เยี่ยม แต่ก็นั่นแหละ ข้อเสียของพวกมันอาจทำให้คุณประสาทแดกได้ง่ายๆ

    เมื่อสวมถุงมือถุงเท้าผ้าสีเหลืองลงไป คล้ายกับว่ามันมีชีวิต

    A “ฮ่าฮ่า ในที่สุดก็ได้ออกมาซะที คราวนี้จะเป็นการแข่งแบบไหนละ”

    B “การแข่งแบบไหนก็ไม่สำคัญ เพราะสุดท้ายพวกเราก็ชนะอยู่ดี”

    C “พูดได้ดีพวก แต่ว่านะ ฉันอยากจะให้คู่ต่อสู้ลิ้มรสความเจ็บช้ำมากกว่านี้ อยากเห็นมันร้องไห้เป็นลูกแหง่”

    D “ใจร้ายนะตัวเอง เด็กร้องไห้เสียงดังน่ารำคาญ น่าเบื่อจะตาย กระแทกรถชนมันให้หุบปากไปเลยดีกว่า”

    ถึงจะใส่หูฟังแล้วแต่เจมส์ยังได้ยินเสียงพวกมันคุยกันไม่หยุด

    ใช่พวกถุงมือและถุงเท้ากำลังคุยกัน

    พวกมันจะตื่นเฉพาะตอนที่เขาสวมลงไป แต่ถ้าถอดออกมาวางก็จะอยู่ในสภาวะหลับลึก

    ............

    รถสปอร์ตสองคันขับเข้ามาเทียบกันอย่างช้าๆ ตามด้วยเสียงเบิ้ลเครื่องยนต์สุดเกรี้ยวกราด ทำเอานักศึกษาที่เชียร์โด้ออกอาการตามๆ กัน

    “นี่โมนา รถ RX7 นั่นถูกปรับจูนมาอย่างดี งานนี้ฉันว่าคนขับ R35 แพ้แน่”

    “ใครจะรู้ ไม่แน่ว่าเขาอาจพลิกสถานการณ์ก็ได้”

    “งั้นมาพนันกันไหม”

    “พนันอะไรเหรอมินมิน”

    “หึหึ ก็พนันด้วยรถ 350Z ของเธอนั่นไง”

    “งั้นไม่ดีกว่า”

    “งั้นอย่างอื่นก็ได้”

    “ให้เวลาคิด สิบวินาที”

    “หา...น้อยจัง”

    “หมดเวลา”

    “หา...”

    “ก็เธอคิดนานเกินไปนี่นา”

    “ชิ...! งั้นเอาใหม่ ถ้าหากเจ้าของรถ R35 ชนะเธอจะต้องเข้าไปขอไอดีเขา แต่ถ้าหากแพ้ ฉันจะขอไอดีเขาเอง”

    ตัวตนของพวกเธอไม่ใช่ว่าใครก็ทำความรู้จักได้ โดยเฉพาะโมนา ลำพังธุรกิจที่บ้านก็ดูแลไม่หวาดไม่ไหว มีผู้ชายหลายคนเข้ามาจีบ แต่เธอสนใจเพียงความเร็ว และความเร็ว

    ส่วนมินมิน หนึ่งในผู้ถือหุ้นสนามแข่ง M&M แม้จะฐานะด้อยกว่าอีกฝ่าย แต่ก็ไม่แย่ถึงขนาดนั้น

    ดังนั้นกล่าวด้วยความสัตย์จริง ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะเจมส์มีแต่ได้กลับได้

    ลูกหลานคนรวยรุ่นที่ 2 อย่างโมนาเผยอรอยยิ้มมุมปาก พยักหน้าเป็นอันว่าตกลง

    นั่นจึงทำให้มินมินกลับมาสนุกกับการแข่งของมือสมัครเล่น

    .............

    สัญญาณไฟเตือนออกตัวกำลังนับถอยหลังอย่างช้าๆ

    โด้จับพวงมาลัยด้วยหัวใจเต้นตึกตัก ในขณะเดียวกันก็เหลือบมองเจมส์

    ส่วนเจมส์น่ะเหรอ ตอนนี้ภายในรถของเขาโคตรจะน่ารำคาญ หากไม่เป็นเพราะมีแข่งก็คงไม่นำพวกมันออกมาใช้งานหรอก

    เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว RX7 คำรามเสียงดังลั่น มันทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วอันน่าอัศจรรย์

    หากเทียบกับ R35 มันออกตัวได้ช้ากว่า บวกกับนี่คือรถที่ถูกดึงจากหน้านิตยสาร เป็นเครื่องเดิมจากโรงงานยังไม่ได้ปรับจูน ดังนั้นความต่างย่อมมีให้เห็น

    สนามแข่ง M&M ไม่ได้เป็นทางยาววิ่งไปจนถึงเส้นชัย ยังมีโค้งอยู่จำนวนหนึ่ง และมีถึงสองโค้งด้วยกันที่อันตราย เพราะมันคือโค้งรูปตัว S!

    ดังนั้นต่อให้ RX7 ที่ถูกปรับจูนมีความเร็วที่มากกว่า แต่มันก็ต้องผ่อนเครื่องยนต์เมื่อถึงทางโค้งอย่างไม่มีทางเลือก

    A “ยี๊...ฮ่า ในที่สุดก็ได้ซิ่งละเว้ย เหยียบ เหยียบคันเร่งลึกๆ สิวะ C”

    B “อย่าใจร้อน ข้างหน้าเป็นโค้ง”

    A “ไม่ต้องสน เหยียบให้มิด ยี๊...ฮ่า!”

    C “จัดให้”

    D “ไม่ต้องกลัว มีฉันคอยเบรค ฮ่าฮ่า”

    สำหรับถุงมือถุงเท้ายอดนักแข่ง พวกมันกำลังสนุกที่ได้บังคับพวงมาลัยและคันเร่ง

    แต่สำหรับเจมส์ นี่ไม่ต่างอะไรจากการทัวร์นรก และวิธีการขับรถของพวกมัน โคตรจะดิบเถื่อน