ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง
กลองใหญ่หลายร้อยใบส่งเสียงอึกทึกครึกโครมไปทั่วเมืองหลงไห่ บรรยากาศเหมือนวันแข่งหลอมยา ต่างตรงที่วันนี้มีผู้คนมากกว่าวันนั้น ตงฟางที่เคยผ่านพิธีใหญ่มาแล้วหลายครั้งจึงยืนนิ่งมองไปยังเจ้าเมืองหลงไห่ในสภาพสวมเสื้อเกราะเต็มตัว ไม่ต่างจะไปออกรบ ทันทีที่เจ้าเมืองหลงไห่เดินทางออกมาจากรถม้า เสียงกลองก็เริ่มสงบลงไป
“สวัสดีผู้นำนิกายทั้ง 4 และสวัสดีอาจารย์สถาบันทุกท่าน ข้าเจ้าเมืองหลงไห่ยินดีมากในวันนี้ที่ได้เห็นเหล่าศิษย์มากมายจากสถาบันทั้ง 4 กำลังจะออกไปหาประสบการณ์อันท้าทาย”
การประกาศดังขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้นตงฟางก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่คุ้นหน้ายืนอยู่ข้างๆศิษย์สถาบันเฟยเทียน เขาจึงค่อยๆขยับตัวเข้าไปหาช้าๆ ไม่ให้ใครจับการเคลื่อนไหวของเขาได้ ด้วยการช่วยเหลือจากเจ้าเมืองที่กำลังป่าวประกาศออกไป จึงไม่มีใครสนใจตงฟางเลยสักคนเดียว
“ขอทานกัง นี่ยังไม่ตายอีกเหรอเนี๊ย”
ตงฟางนั่งลงไปกระซิบเพื่อกล่าวทักทายขอทานกัง คนที่ทำให้เขาหลอกตัวเองเรื่องภารกิจลับสอบเข้าสถาบัน แล้วยังเล่าเรื่อง 10 อันดับสาวงามของเมืองหลงไห่ให้เขาฟัง รวมไปถึงเล่าเรื่องการสอบของทั้ง 3 สถาบัน ยกเว้นเรื่องสถาบันเฟยเทียน จนทำให้เขาเสียเงินไป 2,000 หินวิญญาณ
“อ้าวไอ้เด็กเวร นี่แกเข้าสถาบันเฟยเทียนได้แล้วเหรอ นั่น ศิษย์สายในด้วย เป็นไปได้ยังไงพึ่งผ่านมาเดือนนิดๆเองนะ แล้วระดับพลัง นี่แกใช้วิชามารกินใครเข้าไปเนี๊ย คายออกมาเลยนะ”
“จะบ้าหรือขอทางกัง ผมไม่ได้กินใครเลยนะ ที่กินมีแค่พิษเท่านั้นแหละ ตอนนี้ผมเป็นผู้ใช้พิษแล้วนะ อยากลองสักหยดไหมล่ะ” ตงฟางหัวเราะด้วยท่าทางดีใจ เขาเหมือนกับเจอเพื่อนเก่าแม้อายุขอทานกังจะมากกว่าเขาจนเกือบจะเป็นปู่ การพูดคุยกับถูกคอจนเขาต้องแอบมาทักทาย
“แล้วนี่ไอ้เด็กเหลือขอ แกจะเข้าไปในประตูแห่งเทพธิดาเหรอ”
“ใช่แล้วตาแก่ ผมว่าจะเข้าไปข้างใน เห็นบอกว่าข้างในเชื่อมต่อกับหลายตำแหน่งมากๆเลยนะ ไม่ใช่เมืองหลงไห่เท่านั้นที่เข้าไป”
“ข้าก็ได้ยินมาแบบนั้น แต่ระวังด้วยนะโว๊ย ข้างในมีปีศาจเข้าไปด้วย พวกมันแข็งแกร่งมากๆ คนจากเมืองอื่นก็ไม่เป็นมิตรเท่าไหร่เพราะต้องการแย่งสมบัติกัน”
“รู้แล้วน่ะตาแก่ แต่ก็ต้องเข้าไปอยู่ดี”
“ตกลงเด็กเหลือขอแบบแกเข้าไปทำไมวะ ข้าทำไมไม่รู้สึกถึงความโลภในดวงตาของแกเลย ต่างจากเด็กคนอื่นๆ”
“นี่ๆ ตาแก่คงไม่เข้าใจ เอาหูมานี่จะบอกความลับที่ยิ่งใหญ่ให้” ตงฟางยืนหน้าเข้าไปใกล้ๆหูของขอทานกัง พลางมองรอบๆกลัวจะมีใครแอบฟัง
“ผมน่ะจะเข้าไปตามหาน้องสาว ไม่แน่เธอออาจจะเข้าไปในนี้ก็ได้ใครจะไปรู้” ตงฟางบอกความลับ เขามีความโลภเหมือนคนอื่นๆ อยากได้ทั้งอาวุธดีๆ และสมุนไพรหายาก แต่พวกนั้นมันกลับเป็นของที่เขาจะเจอก็ได้ไม่เจอก็ดี เพราะจุดหมายที่แท้จริงของเขาคือไปดูให้เห็นว่าข้างใน มีหนิงเหอเข้าไปด้วยไหม
“น้องสาว คนแบบแกเนี๊ยนะเป็นพี่ชายคน ข้าอยากจะขำให้ฟันหัก”
“เฮ่ย เห็นแบบนี้ผมรักน้องสาวผมมากๆเลยนะ”
“รักแบบไหน หรือว่าแกจะเป็นพวกบ้า มีความรักชายหญิงกับน้องสาวในสายเลือด”
“จะบ้าเหรอตาแก่ น้องสาวผมน่ะไม่ได้เกิดมาจากท้องพ่อและแม่เดียวกัน พวกเราแค่ถูกเลี้ยงดูมาด้วยกันเท่านั้น”
“อ๋อ ข้ากำลังจะด่าเจ้า”
“เอาล่ะตาแก่ ในระหว่างที่เจ้าเมืองชักแม่น้ำทั้ง 5 มาพูดบ้าอะไรก็ไม่รู้ เรามาดูสาวๆกันไหม”
“เอาสิ ข้ามานั่งตรงนี้ก็เพื่อดูสาวๆนั่นแหละ 3 ปีมีครั้งเลยนะที่ศิษย์ของสถาบันทั้ง 4 จะออกมาเจอกันแบบนี้”
ตงฟางถูจมูกก่อนจะนั่งลงข้างๆขอทานกัง พลางชี้นิ้วไปยังหญิงสาวที่เขาหมายตาเอาไว้
“นี่ตาแก่ ช่วยวิเคราะห์คนนั้นหน่อยสิ คนที่ยืนอยู่ข้างๆอาจารย์จื่อรั่ว เธอชื่อเยว่สือ ตาแก่คิดว่าเธอเป็นคนยังไง” ตาแก่กังหรี่ตาเล็กน้อยแล้วมองไปยังหญิงสาวที่ตงฟางชี้ให้ดู
“วาว แกนี่ตาถึงนะ สวยใช้ได้เลย จากบรรยากาศที่ปลดปล่อยออกมา เธอน่าจะเป็นคนที่ห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเอง แม่พระต้องประทับร่างแล้วล่ะ แต่สู้ข้าไม่ได้หรอกดูอาจารย์เธอซะก่อน ถ้าให้เลือกข้าขออาจารย์เธอก็แล้วกัน”
“งั้นขอทานกัง หากเรามีโอกาสผมจะจีบลูกศิษย์นะ ขอทานกังก็จีบอาจารย์จื่อรั่ว ตกลงไหม”
“ฮ่าๆๆ เยี่ยม ถือว่าเราคบกันได้”
“ข้านั้น รู้สึกเป็นห่วงทุกคนเป็นอย่างมาก” ตกฟางหันไปฟังคำกล่าวของเจ้าเมืองหลงไห่ ที่พึ่งวกกลับมาพูดเรื่องประตูแห่งเทพธิดาหลังจากพูดไปไกล
“การเข้าไปข้างในประตูแห่งเทพธิดานั้น มีข้อกำหนดอยู่ไม่กี่อย่างด้วยกัน หนึ่ง ผู้เข้าไปจะต้องอายุไม่เกิน 25 ปี ข้านั้นไม่ใช่ผู้คิดข้อกำหนดนี้ หากใครไม่เชื่ออยากจะเข้าไปข้าก็ไม่ว่า เพียงแต่ประตูทางเข้าจะเป็นตัวกั้นไม่ให้พวกเจ้าที่อายุเกินเข้าไป แล้วอีกอย่างที่ข้าอยากจะเตือนพวกเจ้าที่เข้าไปให้รู้ไว้ ว่าประตูแห่งเทพธิดาจะเปิดรับพวกเจ้ากลับมาในอีก 1 เดือนต่อจากนี้”
เจ้าเมืองหลงไห่กวาดตาสำรวจพลังของผู้ที่จะเข้าไป เขารู้สึกพอใจเพราะทุกคนเป็นระดับผสานกันทุกคน
“ในวันนี้ที่พวกเจ้าเข้าไปประตูจะปิดตัวลง ไม่มีใครขอความช่วยเหลือจากข้างนอกได้ ทุกคนที่เข้าไปข้างในจะต้องเตรียมใจที่จะตายจากอันตรายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูร หรือสถาบันจากเมืองอื่น พวกเขาพร้อมที่จะเข้ามาแย่งสมบัติของเราตลอดเวลา”
ตงฟางฟังคำพูดของเจ้าเมืองหลงไห่ พลางขนลุกเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าการต่อสู้ที่เกิดขึ้นข้างในจะรุนแรงแค่ไหน เหล่าปีศาจจะมีพลังในรูปแบบใด แล้วคนจากเมืองหลวงจะน่ากลัวมากขนาดไหน ยิ่งฟังเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองต้องระวังตัวให้ถึงขีดสุด ถึงอย่างนั้นเขาก็หวังว่าตัวเองจะผ่านมันไปได้แล้วไปพบน้องสาวของเขาภายในประตูเทพธิดา
“แล้วที่ข้าอยากจะเตือนมากที่สุดก็คือ ปีศาจ ภายในประตูแห่งเทพธิดา มันเชื่อมต่อกับดินแดนปีศาจ พวกมันจึงสามารถเข้าไปได้ หากพบเจอให้ฆ่า ถ้าสู้ไม่ได้ให้หนี การรวมตัวกันเป็นสิ่งดี ข้าอยากให้พวกเจ้าลดความบาดหมางระหว่างสถาบันหรือความบาดหมางส่วนตัวลงไปก่อน ต่อจากนี้ไปทุกคนจะเข้าไปในตัวแทนเมืองหลงไห่ หากอยากรอด สิ่งที่ข้าพูดไปเป็นแนวทางที่ดี เอาล่ะ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ขอให้ทุกคนรอดกลับมา ในอีก 1 เดือนข้างหน้าประตูบานนี้จะเปิดต้อนรับพวกเจ้ากลับมาอีกครั้งหนึ่ง ….. ข้าขอเชิญผู้นำนิกายทั้ง 4 มาร่วมเปิดประตูเทพธิดาพร้อมกันกับข้า เพื่อส่งเหล่าอัจฉริยะของเราเข้าไปหาประสบการณ์”
ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง
กลองนับร้อยส่งเสียงก้องกังวานอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเจ้าเมืองหลงไห่กล่าวจบลงไปนี้เอง ทางฝั่งสถาบันดาราก็ปรากฎตัวชายสวมชุดสีฟ้าลอยไปยังใจกลางเสาทั้ง 10 ต้น ยืนข้างเจ้าเมืองหลงไห่ จากนั้นผู้นำนิกายจากสถาบันชิงอี้ก็ลอยตัวออกไปยืนรวมกันกับเจ้าเมือง ตามมาด้วยสถาบันอี้หมิง ในระหว่างที่ทุกคนกำลังยืนนิ่งรอให้ผู้นำนิกายเดินทางไปยังใจกลางเสา ทุกคนต่างย่นคิ้วเพราะผู้นำนิกายเฟยเทียนไม่ปรากฎตัว
“ขอทานกัง คิดว่าไง ผู้นำนิกายสถาบันเฟยเทียนจะเป็นคนแบบไหน แค่มาเปิดประตูก็ช้าแล้ว”
“น่าจะเป็นคนหล่อสาวตรึม”
“ถ้าเป็นอย่างนั้น ข้าก็เป็นเทพบนสวรรค์แล้ว”
“ฮ่าๆๆ” ตงฟางและขอทานกังต่างพากันหัวเราะเยาะ หลังจากนินทาเจ้านิกายเฟยเทียนไปต่างๆนานา
“ขอทานกัง ผมคิดว่าผู้นำเฟยเทียนเนี๊ย น่าจะเป็นตาแก่มากๆ ดูจากผู้นำ 3 นิกายนั่นสิ หนังเริ่มย่นกันแล้ว หากไม่มีอะไรผิดไปจากที่คิด การที่ผู้นำนิกายเฟยเทียนมาช้า คงเพราะปวดหลังพยายามลุกจากเตียงแน่นอน เขาน่าจะเป็นคนที่แก่กว่า 3 คนนี้อีก ฮ่าๆๆ ว่าไหมตาแก่”
“เฮ่ยๆ สาวสวยเดินมา” ขอทานกังสะกิดตงฟาง จากนั้นพวกเขาก็มองไปยังอาจารย์จื่อรั่วประจำตึกยาและสมุนไพรที่กำลังเดินเข้ามาหา ตงฟางจึงใช้ศอกสะกิดขอทานกังเพื่อแนะนำ
“ตาแก่ นี่เป็นโอกาสเลยนะ จีบเลย”
“จะบ้าเหรอไอ้เด็กเหลือขอ เดี๋ยวเราก็ได้ตายหรอก ดูพลังเธอซะก่อน แค่เหลือบมองข้าก็ตายแล้ว รีบเข้าไปรับหน้าเร็ว หากเธอเกลียดขอทานข้าแย่แน่”
“อ้าวเหรอ ได้ๆ เดี๋ยวผมจะยืนบังให้ เธออาจจะมีเรื่องคุยกับผม”
ตงฟางลุกยืนแล้วส่งยิ้มให้อาจารย์จื่อรั่ว ทันใดนั้นเขากลับย่นคิ้วเพราะอาจารย์เดินผ่านเขาไปอย่างกับอากาศธาตุ จนเธอไปหยุดยืนอยู่ข้างหลังพร้อมกับพูดบางอย่างที่ทำให้ตงฟางอึ้งไปในทันที
“ท่านผู้นำนิกาย ท่านจะเล่นอีกนานไหม”
“โถๆน้องจื่อรั่ว ศิษย์พี่คนนี้ก็แค่เล่นนิดหน่อยเอง”
“ ผู้นำนิกาย ? ศิษย์พี่ ?” ตงกางหัวแทบระเบิด จากคำพูดของอาจารย์จื่อรั่วทำให้เขารู้ว่าตัวเองนินทาผู้นำนิกายตัวเองในระยะเผาขนด้วยความสนุกสนาน จู่ๆขอทานที่เขารู้จักก็กลายเป็นผู้นำนิกาย สร้างความตกใจให้เขาจนยืนเหวอ
ไม่เพียงเท่านั้น การที่ขอทานกังเรียกอาจารย์จื่อรั่วว่าศิษย์น้อง ทำให้เขารู้อายุที่แท้จริงของอาจารย์จื่อรั่วที่เป็นสาวสวยอายุ 30 ต้นๆ ว่าแท้จริงแล้วอายุเธอไม่ใช่ 30 กลับเป็น 60 ขึ้นไปหรือไม่ก็มากกว่านั้น
“ได้เวลาแล้ว ท่านควรจะไปเปิดประตู”
“ได้ๆ ข้าก็แค่ทักทายสหายเก่าเท่านั้น เอาล่ะ ข้าไปแล้ว ข้าไปแล้ว” ศิษย์สายใน รวมไปถึงศิษย์สายตรงต่างทำหน้าตกใจไม่ต่างจากตงฟาง เมื่อรู้ว่าคนที่สวมใส่เสื้อผ้าไม่ต่างจากขอทาน แล้วยังมีกะลาพังๆ เป็นผู้นำนิกายของเขา
“เฮ่ยไอ้เด็กเหลือขอ แกจะตกใจอีกนานไหม” ตงฟางรู้ตัวหลังจากถูกสะกิดไหล่
“ขอทานกัง โอ๊ะ ไม่ใช่สิ ต้องเรียกผู้นำนิกาย เรื่องที่เราพูดกันก็ถือว่าไม่ได้ยินอะไรนะ ฮ่าๆ”
“ใช่ ข้าไม่ได้ยินอะไรเลย ข้าไม่รู้เลยว่ามีคนบอกว่าข้าหนังเหี่ยว ปวดหลัง ข้าไม่ได้ยิน”
“เนอะ ตาแก่ เอ๊ย ผู้นำนิกายคงไม่ได้ยินอะไร เราก็แค่ทักทาย ไม่สิ ข้าก็แค่เข้าไปทักทายท่านเท่านั้น”
“ดูเจ้าพูดเข้าสิ ห่างเหินกันชัดๆ เอางี้ หากเจ้าเห็นข้าสวมชุดนี้เจ้าก็เรียกข้าเหมือนเดิมนั่นแหละ”
“พูดเองนะตาแก่” ตงฟางฉีกยิ้ม เดิมทีกำลังยืนเกร็งเขาก็ปล่อยตัวตามสบายในทันที
“เอ๊ะไอ้นี่ ไม่คิดจะไว้หน้ากันเลยเรอะ เออได้ เดี๋ยวจะทำอะไรสักอย่างให้ตกใจ เอาล่ะข้าไปก่อน”
พรึ่บ~!
ชุดขอทานเปลี่ยนไปเป็นชุดไม่ต่างจากผู้นำนิกายคนอื่นๆ ผมชี้ฟูก็เปลี่ยนไปเป็นมัดรวบตึงด้านหลัง จากขอทานกังกลายเป็นผู้นำนิกายเฟยเทียนเต็มตัว
“มาสักที ยังสายไม่เปลี่ยนเลยนะตาแก่”
“ท่านเจ้าเมืองก็พูดไป ข้าน่ะมาถึงก่อนใครเลยนะ แค่นั่งมองสถานการณ์เท่านั้น”
“สายก็คือสาย เอาล่ะ เรามาเปิดประตูได้แล้ว” ผู้นำสถาบันดาราพูดแย้ง ก่อนที่พวกเขาทั้ง 5 จะแยกตัวกันออกเป็นวงกลมยืมล้อมต้นเสาทั้ง 10 ทันทีที่พวกเขาหยุดเท้ายืนนิ่ง หันหน้าเข้าหาเสาทั้ง 10 ต้นที่ตั้งเป็นวงกลม มือของพวกเขาทั้ง 5 คนก็เริ่มประกบเข้าด้วยกัน ก่อนจะทำการกระตุ้นยันต์บนต้นเสา จนเกิดเป็นแสงสีทองสว่างจ้างสาดส่องเข้าใส่ดวงตาของผู้คนที่ยืนอยู่รอบๆ
“เปิดใช้งานค่ายกลประตูแห่งเทพธิดา!!!”
เสียงร้องตะโกนก้องจากผู้นำนิกายทั้ง 4 และเจ้าเมืองหลงไห่ดังสะท้อนไปทั่วเมือง ขณะที่เสียงของพวกเขากำลังกระจายไปทั่วพวกเขาทั้ง 5 ก็เริ่มผสานมือไปในรูปแบบต่างๆเพื่อส่งพลังวิญญาณเข้าไปยังต้นเสาทั้ง 10 จนก่อเกิดเป็นวงเวทย์ขนาดใหญ่ยักษ์ใจกลางต้นเสาทั้งสิบต้น