เสียงตีกลองระรัวกำลังถูกตีโดยรุ่นพี่ของคณะวิศวะไฟฟ้าปี 4 ที่กำลังเรียกน้อง ๆ ปี 1 ให้ไปเข้าแถวเพื่อร่วมกิจกรรมรับน้องของรุ่นและทำความรู้จักกับพี่ ๆ ในคณะ
ว่ากันว่าหากน้องปีหนึ่งคนไหนไม่ทำตามกฎระเบียบกติกาหรือไม่เข้าร่วมกิจกรรมจะโดนทางรุ่นพี่ปี 4 ลงโทษหนักให้ไม่ผ่านกิจกรรมนั้น ๆ และยังไม่ผ่านการเข้าเรียนคณะจะถูกตัดสิทธิ์ออกไป ดังนั้นน้องปีหนึ่งทุกคนที่เข้าใหม่จึงรีบวิ่งมาเข้าแถวเพื่อร่วมกิจกรรม
“เร็ว ๆ เข้าอย่าชักช้า พวกคุณเดินเป็เต่ากันหรือไง”
เสียงของรุ่นพี่ปี 4 ผู้ชายกำลังะโแหกปากอย่างห้าวหาญแข่งกับเวลาที่กำลังจับอยู่บนนาฬิกาข้อมือ ก่อนเฮดว้ากของคณะจะเข้ามาทำความรู้จักกับน้อง ๆ และให้การต้อนรับอย่างเป็ทางการ
ในฐานะรองเฮดอย่างไวน์เพื่อนสนิทของเฮดว้ากจึงได้รับภารกิจจากหัวหน้าให้พาน้องปีหนึ่งจัดเรียงแถวให้เป็ระเบียบก่อนที่เฮดว้ากสุดโหดจะมาถึง
“วิ่งดิวิ่ง เร็ว ๆ”
แค่ก แค่ก
ไวน์ะโแหกปากจนคอแทบแตก รุ่นน้องปีหนึ่งก็ยังพากันเข้าแถวไม่เป็ระเบียบ จนพี่ระเบียบที่ถูกจัดตั้งต้องเข้ามาช่วยจัดแถวให้น้อง ๆ กันอีกที
‘ฮือ ทันไหม ฉันจะไปเข้ากิจกรรมรับน้องทันไหม’
‘หรรษา’ เธอกำลังสับขาวิ่งไปที่วินมอเตอร์ไซค์หน้าคอนโดเพื่อไปให้ทันเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องของคณะ เนื่องจากเมื่อเช้านอนตื่นสายมากจึงทำให้เธอรีบเรียกพี่วินหน้าคอนโดให้ไปส่งยังมหาลัย
“ชิ่งเลยค่ะพี่”
เมื่อคืนฉันไม่น่าดูซีรีส์เกาหลีถึงดึกเลย ไม่อย่างงั้นก็คงไม่นอนตื่นสายแบบนี้ โทษใครไม่ได้ นอกจากตัวเอง ที่รู้อยู่แก่ใจว่าวันนี้ต้องทำกิจกรรมรับน้องและจะขาดไม่ได้ ก็ยังจะนอนดึก และเพราะคิดว่านาฬิกาที่ตั้งไว้ยาวเหยียดจะปลุกให้ตื่น แต่เธอกลับคิดผิด นอกจากมันจะปลุกเธอให้ตื่นแล้ว แต่เธอก็ยังตื่นสายอยู่ดี
ฟ้าฝนเคล้าทั้งวัน ร่มก็ไม่ได้พกติดตัวมา ฝนจะตกมาอีกทีตอนไหนก็ยังไม่รู้เลย รถของเธอก็ถูกนำเอาไปซ่อมที่อู่เพราะวันก่อนตัวเองเอาไปสอยกับกระถางต้นไม้ที่หน้าคอนโดมา
‘ทำไมคนสวยอย่างฉันต้องมาลำบากั้แ่วันแรกด้วยนะ’
“พี่คะ ช่วยขับเร็วว่านี้หน่อยได้ไหมคะ พอดีหนูกำลังรีบ” ฉันรีบเร่งพี่วินให้พาไปถึงคณะเร็ว ๆ
“นี่พี่ก็รีบสุด ๆ แล้วน้อง เปิดเทอมวันแรกมันก็แบบนี้แหละ ขับลำบากหน่อยใคร ๆ ก็เรียกใช้บริการ”
อันนั้นก็จริงอย่างที่พี่วินว่า เนื่องจากเด็กเพิ่งจะเปิดเทอมทำให้หลาย ๆ คณะพากันทำกิจกรรมรับน้องพร้อมกัน นักศึกษาหลายคนเลยพากันเดินขวักไขว่อยู่เต็มถนนเพื่อเข้ากิจกรรมของคณะของตัวเอง
“ใกล้จะถึงหรือยังคะพี่”
ฉันรีบชะเง้อคอมองหาคณะของตัวเองและเอามือจับท้ายรถมอเตอร์ไซค์เอาไว้กันตก
“ใกล้แล้ว คณะน้องอยู่ข้างหน้าอีก 2 กิโล น้องจะวิ่งไปไหม พี่ว่าน่าจะเร็วกว่าพี่ฝ่าคนไปนะ ตรงนี้คนเยอะถ้าน้องกลัวไม่ทัน”
‘โหพี่สองกิโลเลยนะ ไม่ใช่น้อย ๆ’
หรรษาชะเง้อคอมองทางด้านหน้าตามที่วินมอเตอร์ไซค์บอกเธอ ก่อนจะเธอเลยตัดสินใจ
“ลงหนูลงตรงนี้ก็ได้ค่ะ ค่าวินเท่าไหร่คะ”
เพราะคิดว่าวิ่งไปน่าจะเร็วกว่า ไม่งั้นคงไม่ทันเวลาที่พี่ในคณะนัดแนะไว้แน่
“ยี่สิบห้าบาทน้อง”
“นี่ค่ะ”
ฉันรีบควักเงินที่อยู่ในกระเป๋าผ้าสะพายใบเล็กของตัวเองออกมาจ่ายค่าโดยสาร แล้วรีบวิ่งใส่เกียร์หมาสุดชีวิตตรงไปที่คณะ
“อีกสองกิโลยัยหรรษาสู้!”
ฉันชื่อ หรรษา เป็นักศึกษาของคณะวิศวะไฟฟ้าปี 1 มหาลัยรัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง เนื่องจากฉันสอบชิงทุนเข้าเรียนที่นี่ได้ เลยต้องระเห็จตัวเองเข้ามาอยู่ในเมืองตามฉบับเด็กทุนบ้านไกลและไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางแพง จึงหอบหิ้วกระเป๋าเข้ามาเช่าคอนโดอยู่ใกล้กับมหาลัยแทน
ดีหน่อยที่ทางคณะของฉันเขาไม่ได้เคร่งเื่เด็กปีหนึ่งต้องอยู่หอใน ฉันจึงได้รับอิสระอย่างเต็มที่ในการใช้ชีวิตข้างนอก
และไม่ใช่ว่าฉันเป็เด็กทุนแล้วบ้านของฉันจะจนหรอกนะ เปล่าเลย บ้านฉันไม่ได้จนแต่ฉันแค่ฟลุกสอบได้ทุนเรียนฟรีของมหาลัยต่างหาก และเพราะพนันกับเพื่อนสนิทตัวดีอย่างยัยน้ำอบเอาไว้ว่า ถ้าใครสอบได้ทุนเรียนฟรีของมหาลัยได้จะต้องเลี้ยงข้าวคนนั้นเป็เวลาหนึ่งปีเต็ม
ส่วนพ่อแม่ของฉันนั้น ที่บ้านเปิดเป็บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง ฉันก็เลยต้องเข้าเรียนคณะวิศวะ เพื่อจะเอาความรู้ทั้งหมดที่เรียนในคณะมาต่อยอดกิจการของครอบครัว
ทางด้านยัยเพื่อนสนิท น้ำอบ เองก็สอบได้ทุนเรียนคณะแพทย์เช่นเดียวกัน ดังนั้นพนันเลี้ยงข้าว 1 ปีของเราเลยออกมาเสมอกัน มันก็เลยถูกติดเอาไว้ก่อนและตกลงกันว่าถ้าเข้าเรียนแล้วค่อยพนันกันใหม่อีกครั้ง
ซ่าาาา
พอก้าวขาวิ่งมาได้สักพัก ฉันก็ต้องเบรกร่างอ้อนแอ้นในชุดนักศึกษาตัวเองลงเงยหน้ามองฝนที่กำลังเทกระหน่ำลงมาไม่หยุด
กรี๊ดดด
‘มันมาตกอะไรตอนนี้ยะ’