ราชันเวทเทพองเมียว

    52 นี่หรือคือโอซาก้า (2)

            ท่าเรือสำหรับคนโดยสารอยู่คนละส่วนกับเรือขนถ่ายสินค้า โดยอยู่ด้านในก่อนถึงปากแม่น้ำ อาจเพราะขนาดเรือแตกต่าง ความจำเป็นด้านพื้นที่เลยต่างกันไปด้วย

            ต้าหมินอ้าปากกว้างแทบไม่เชื่อในภาพที่เห็น ถนนหนทางกว้างขวาง ร้านรวงมากมาย ประมาณว่าขึ้นเรือปุ๊บพบกับร้านค้าปั๊บ ตรงปากทางผู้คนค่อนข้างจอแจ อาจเพราะมีทางเดินเชื่อมกับส่วนโกดังและท่าเรือขนถ่ายสินค้า 

            ร้านค้าบริเวณนี้มักเป็นของทานเล่น ขนม และร้านอาหาร ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักเดินทางและกรรมกรแบกหาม ส่วนร้านที่อยู่ลึกเข้าไปดูใหญ่โตกว่า เท่าที่เห็นมีร้านข้าวสาร ร้านแพรพรรณ ร้านเครื่องประดับ และร้านสมุนไพร

            ได้ยินชินโนสุเกะบอกว่าตลาดนี้เชื่อมต่อกับเรือโดยสารระหว่างเมือง เท่าที่ฟังดูเหมือนเป็นเรือขนส่งสินค้าแต่แบ่งพื้นที่ให้คนใช้โดยสาร ได้ยินว่ามีเรืออ้อมไปทางอิเสะและมีไปทางใต้ด้วย แต่ชายหนุ่มจำไม่ได้ว่าไปเมืองไหนบ้าง คล้ายกับเรือไปเป็นทอด ๆ มากกว่าไม่ใช่ต่อเดียวถึง ต้องเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว คนยุคนี้ญาติพี่น้องอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ไม่ก็แต่งไปหมู่บ้านใกล้ ๆ การเดินทางไกลแทบเกินความจำเป็น การเดินทางมักผูกขาดโดยพ่อค้าเท่านั้น

            หลังรับประทานอาหารเที่ยงชินโนสุเกะขอออกไปซื้อหาของจำเป็นเข้าบ้าน ส่วนต้าหมินและโนะฮิเมะขอแยกไปร้านหมอเพื่อนำทานูกิไปรักษา พลังชีวิตปีศาจนั้นแข็งแกร่ง หลังพอกทายาของอาจารย์บาดแผลเล็กน้อยแทบหายสนิท เหลือแต่บาดแผลที่แขนซึ่งค่อนข้างสาหัส เหมือนกับโนะฮิเมะเสียดายยาดีจึงพามาให้หมอรักษาแทน

            พนักงานในร้านมองด้วยความสงสัย เป็นไปได้ว่าสมัยนี้ไม่ค่อยมีใครพาสัตว์มารักษา แต่พอเงินถึงทุกอย่างเลยดูง่ายไปถนัด ได้ทั้งยาทา ยาหม้อ เงินเหล่านี้ได้มาจากชินโนสุเกะ เขาคิดว่าตนได้เงินมาจากสามเณรจำนวนมากเกินไป เลยแบ่งให้ครึ่งหนึ่ง 

            พูดถึงเรื่องเงินสมัยนี้ใช้วัสดุมีค่าเป็นเงิน ได้แก่ ทอง เงินและทองแดง

            ต้าหมินสอบถามอยู่หลายครั้งกว่าจะเข้าใจระบบเงินตราของยุคนี้

            แผ่นทองเรียก “เรียว”

            เงินก้อนขนาดเม็ดถั่วมีตราประทับเรียก “คัง” โดยแต่ละพื้นที่มีตราประทับแตกต่างกัน เป็นไปได้ว่าหน่วยงานที่ผลิตเงินตรามีหลายหน่วย หรือไม่ก็มีการแบ่งอำนาจด้านนี้ออกไป

            เงินเหรียญทำจากเงินและทองแดง เรียก “มง”

            และยังมีเงินเหรียญทองแดงอีกประเภทเรียก “บุง” 

            แผ่นทองเองยังมีหน่วยย่อย หนึ่งแผ่นเต็มคือเรียว แบ่งจากเรียวได้ถึงสิบหกส่วน ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนยิ่งฟังยิ่งสับสน สุดท้ายต้าหมินเลยมอบหน้าที่ดูแลเงินทองให้กับแม่บ้านประจำตัว “เด็กหญิงโนะฮิเมะ” 

            แม่เจ้าแผ่นทองแบ่งยิบย่อยจนแทบกลายเป็นแผ่นทองคำเปลว ดีที่ชินโนสุเกะยังนับว่าฉลาดไม่เก็บแผ่นทองเอาไว้ แต่แลกเป็นเงินก้อนและเงินเหรียญแทน เบาขนาดนี้เกิดปลิวหายไปเสียดายแย่ 

            ต้าหมินให้รู้สึกโชคดี เรื่องเงินดูเหมือนผู้หญิงถนัดในการเก็บและใช้มากกว่า เนื่องจากเขาเรียนมาสายศิลป์พอเจอตัวเลขเข้าก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นทันที อีกอย่างการกล้ามอบให้เด็กหญิงเก็บรักษาเพราะตอนนี้เธอยังเด็ก ไม่ต้องกลัวว่าจะหมดไปกับพวกเครื่องประทินโฉมหรือเครื่องประดับ

            เมื่อครู่เขาเดินผ่านร้านสำหรับสตรี เห็นเครื่องประดับหลากหลาย ชาดทาปาก แป้งพอกหน้า ปิ่นปักผม กำไลหยก สร้อยคอ แค่เห็นก็ตาลาย มองไปในร้านแปลกที่ไม่เห็นพวกคุณหญิงคุณนายเท่าไร หนักไปทางพ่อค้าผิวขาวหุ่นอวบอ้วน หากให้เดาร้านพวกนี้เหมือนเน้นค้าส่งมากกว่า คงด้วยร้านอยู่ติดท่าเรือ ผู้คนต่างพื้นเพ ไม่เหมาะให้คนสูงศักดิ์มาเดินเล่น

            ไว้ต้องหาโอกาสเข้าไปเที่ยวเมืองโอซาก้าสักหน่อย ไม่สิต้องเรียกนานิวะ อย่างน้อยแผนการท่องเที่ยวเดิมยังพอใช้ได้ เที่ยวเกียวโต ชมปราสาทโอซาก้าพอนับว่าสำเร็จ อาจไม่สมบูรณ์สักเท่าไร ไว้ค่อยหาโอกาสแก้ตัว ส่วนเนื้อวัวโกเบ เท่าที่ได้ยินจากพ่อหนุ่มนั่น เหมือนคนสมัยนี้ไม่ค่อยกินเนื้อวัวกัน ยกเว้นวัวแก่ตายตามธรรมชาติถึงได้กินสักที ไม่รู้ว่ากี่ปีครั้ง 

            เนื้อวัวโกเบก็ช่างเถอะ คงเหลือแต่ดูกวางนาราสินะ เฮ้อ! ไว้เก่งกว่านี้ก่อนค่อยไปแล้วกัน ไม่อย่างนั้นเกิดเจอโจรป่าหรือปีศาจเข้ามาจะลำบาก อีกอย่างต้องระวังเรื่องเด็กสองคนเดินทางลำพัง อาจเป็นจุดสังเกตได้อีก

            ระหว่างรอหมอรักษาทานูกิเฒ่า ต้าหมินนั่งบนเก้าอี้ไม้ยาวสำหรับคนไข้ วางแผนชีวิตฆ่าเวลา ทีแรกเขาคิดปล่อยทานูกิตนนี้ตั้งแต่หนีพ้นพวกปีศาจนั่น แต่โนะฮิเมะบอกว่าปีศาจทานูกิขึ้นชื่อเรื่องทดแทนคุณ บางทีอาจได้ประโยชน์คืนมาไม่มากก็น้อย เท่าที่ค้นความทรงจำน่าจะเป็นความจริงเสียเก้าส่วน สังเกตจากรูปปั้นทานูกิตัวอ้วนกลมแฝงความสมบูรณ์ที่ตั้งอยู่หน้าร้านอาหาร ในมือของรูปปั้นยังถือแผ่นทองไว้ด้วย* 

            …บอกแล้วให้สตรีดูแลเรื่องเงินนี่แหละดีที่สุด

            พอมีเวลาว่างเขาเลยคิดทบทวนอีกเรื่อง ภาพยามลงจากเรือโดยสารยังอยู่ในสมอง สมัยนี้ท่าเรืออยู่ฝั่งโอซาก้าทั้งหมด ฝั่งตรงข้ามที่อนาคตเป็นเมืองอามากาซากินั้นว่างเปล่า เห็นเพียงผืนป่ากับหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ 

            ต้าหมินจำได้ว่าเมืองนั้นมีปราสาทอยู่หลังหนึ่ง โทโยโทมิ ฮิเดโยชิสร้างไว้ให้เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ คอยควบคุมเรือเข้าออก ครั้งเมืองโอซาก้าเป็นศูนย์กลางการปกครอง นั่นอีกหกเจ็ดร้อยปีให้หลัง พอคิดแล้วให้เศร้าใจ ไม่รู้มีโอกาสได้เห็นปราสาทโอซาก้าของจริงหรือไม่

            นั่งรอในร้านได้ประมาณชั่วโมง ชินโนสุเกะค่อยตามมาสมทบ บนหลังสะพายกระบุงไม้ไผ่ใส่ของจนเต็ม 

            หลังจากผู้คนพรักพร้อมชายหนุ่มจึงนำทางกลับหมู่บ้าน เดินห่างจากตลาดไปทุกที ผ่านถนนเส้นหลัก แล้วตัดทางย่อยไม่รู้กี่ครั้ง ผ่านดงไม้ ป่าไผ่ ทิวสน ไปถึงเส้นทางเลียบชายหาด เดินตั้งแต่พระอาทิตย์ยังตรงศีรษะจนเกือบตะวันตกดินก็ยังไม่ถึง

            “พักก่อนเถอะ เดินไม่ไหวแล้ว”

            ต้าหมินอดบ่นออกมาไม่ได้

            “อีกไม่ไกลเท่าไหร่ขอรับ หากเร่งเดินอีกนิดแค่ชั่วยามเดียวก็น่าจะถึง”

            ชินโนสุเกะรีบออกความเห็น ทว่าต้าหมินรู้ทัน คนพื้นที่บอกใกล้แสดงว่าไกลอย่าพึงเชื่อถือ เข้าใจว่าชายหนุ่มคิดถึงบ้าน ใจโบยบินอยากกลับไปโดยเร็ว สุดท้ายโนะฮิเมะบอกให้พักรับประทานอาหารเย็นและพักแรมที่นี่ ถึงแม้บริเวณนี้อยู่ในย่านปลอดภัยก็ตาม แต่เธอไม่วางใจให้เดินทางยามค่ำคืน

            พอขาใหญ่อย่างเด็กหญิงกำหนดมาแบบนี้ ทุกคนเลยต้องทำตาม ก่อนเริ่มทำอาหารทานูกิที่เดินเข้าไปในป่าพลันกลับออกมาในร่างชายชรา ตรงเข้ามากราบกรานเด็กทั้งสอง

            “ขอบพระคุณท่านทั้งสองที่ช่วยชีวิต”

            “มาแล้ว! ข้าขอคุยเอง เจ้าเงียบไปเลย”

            โนะฮิเมะถ่ายทอดเสียงมาบอกขอเจรจาเอง

            “เราผู้เฒ่าไม่กล้ารบกวนเวลาท่านทั้งสอง แต่ช่วยคนเหมือนดับไฟ เผ่าของข้าถูกหนอนปรสิตควบคุม บัดนี้ไม่รู้เป็นตายร้ายดีประการใด ใคร่ขอให้ท่านทั้งสองโปรดช่วยเหลือด้วย”

            “เชอะ เจ้าพูดง่ายนิ เมื่อวานกองทัพทานูกิเกรียงไกรไม่น้อย ให้พวกข้าสองคนไปต่อกรกับพวกนั้นเท่ากับให้พวกข้าไปตาย คงไม่ไหวกระมัง”

            “ด้วยความแข็งแกร่งของพวกท่าน เราผู้เฒ่าคิดว่าน่าจะไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไร...”

            ก่อนที่เฒ่าทานูกิจะเอ่ยต่อ โนะฮิเมะรีบตัดบทด้วยน้ำเสียงบ่งบอกว่ารำคาญ

            “เราท่านไม่รู้จักกันมาก่อน การต่อยตีรอบหนึ่งไม่ใช่ว่าต้องเป็นสหาย”

            ผู้เฒ่าพยายามจะพูดแต่เด็กหญิงยกมือห้าม

            “พูดตรง ๆ แล้วกัน หากท่านมีผลตอบแทนสมน้ำสมเนื้อ อาจพิจารณา แต่ขอบอกไว้ก่อนไม่อาจช่วยได้ทันที พวกข้ายังมีธุระต้องสะสางกว่าจะเสร็จก็หกเดือนหนึ่งปี ไม่ทราบท่านผู้เฒ่าสามารถรอได้หรือไม่”

            โนะฮิเมะบอกไปตามตรง ต่อไปขึ้นอยู่กับทานูกิเฒ่าว่าจะทำประการใด

     

            โมงยามแห่งการรีดไถได้เริ่มขึ้นแล้ว

     

            บางนิทานพื้นบ้าน เรียกปีศาจทานูกิว่า เทพแห่งการค้า