การกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2

    บทที่ 58 โกรธจนจะชักตายก็ไม่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต

    บทที่ 58 โกรธจนจะชักตายก็ไม่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต

     

    ‘เดี๋ยวก่อน!’

     

    ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้!

     

    ‘ทำไมฉันต้องช่วยผลักดันด้วย? ทำไมฉันต้องช่วยหลงอ้าวเทียน?’

     

    ‘ฉันควรจะคัดค้านหลงอ้าวเทียนสิ!’

     

    ‘เขาอยากจะแสดงความเก่งไม่ใช่เหรอ? ถ้าทุกคนเห็นพ้องต้องกันไปซะหมดแล้วเขาจะแสดงความเก่งกาจได้ยังไง? เป็นแบบนี้ก็แสดงความเก่งได้ไม่สะใจน่ะสิ!’

     

    ‘ฉันต้องลุกขึ้นมาคัดค้านเขา ปฏิเสธความคิดเห็นของเขา ไม่เห็นด้วยกับเขา ทำทุกอย่างสวนทางกับเขา! ทำแบบนี้สิเขาถึงจะได้แสดงความเก่งออกมาอย่างเต็มที่’

     

    ‘ใช่! ฉันต้องให้โอกาสเขาโชว์พาวหน่อย ทำให้เขารู้สึกภาคภูมิใจและคิดว่าตัวเองสามารถพลิกชะตาฟ้าดินได้’

     

    ‘แต่ต้องให้อยู่ในความพอดี! หากคัดค้านออกนอกหน้าจนเกินไปเขาอาจะจัดการฉันจนตายได้ ...ใช่ ๆ ตามนี้แหละ!’

     

    เหลิ่งชิงชิวหรี่ตามองพลางคิดในใจ ลู่เฉิงเหวิน ความคิดคุณออกจะประหลาดเกินไปหน่อยแล้วรึเปล่า?

     

    ถ้าไม่ใช่เพราะฉันได้ยินความในใจของคุณละก็ ...ใครจะไปรู้ว่าในใจคุณซ่อนเร้นแผนซับซ้อนแบบนี้?

     

    ความจริงแล้วคุณเบื่อหน่ายฉันขนาดไหนกันแน่? ได้โอกาสทำตัวเป็นคนดีกลับไม่เอา ทำไมถึงอยากจะเป็นตัวร้ายคอยขัดขวาง?

     

    นายต้องการอะไรกันแน่? สมองมีรูรึเปล่าฮะ?

     

    ขณะนี้ลู่เฉิงเหวินลุกขึ้นพลางพูด “ผมคิดว่า ...ถึงแม้พี่อ้าวเทียนจะมีพรสวรรค์เต็มเปี่ยม เก่งกาจ ฉลาดปราดเปรื่อง ไม่มีใครสู้ได้...”

     

    หลงอ้าวเทียนคิดในใจ ทำไมไอ้คนคนนี้มันถึงน่าทุเรศนักฮะ?

     

    “นี่ ๆ ไม่ต้องมายกยอผม เข้าเรื่องได้แล้ว!”

     

    “ครับ ผมไม่เห็นด้วยกับความคิดของคุณอ้าวเทียน”

     

    “อ้าว?” เหลิ่งเทียนหาวรู้สึกประหลาดใจ

     

    เห็นชัด ๆ ว่านี่เป็นโอกาสทางธุรกิจ การที่ตนถามเขาออกไปนั้น แท้จริงแล้วก็เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความคิดเห็นบ้างเท่านั้น

     

    การที่เหลิ่งเทียนหาวถามลู่เฉิงเหวินไปแบบนั้น ความจริงแล้วเขาต้องการฟังคำสนับสนุนของลู่เฉิงเหวิน เขาต้องการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายแสดงความเก่งกาจออกมาให้เหลิ่งชิงชิวดู อยากได้ยินลู่เฉิงเหวินบอกว่าจะสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และพร้อมที่จะควักเงินช่วยจนได้ที่ดินผืนนั้นมา รวมไปถึงการดำเนินการอื่น ๆ ในช่วงหลัง

     

    นี่คือกลยุทธ์ของเหลิ่งเทียนหาว

     

    คนอย่างเหลิ่งเทียนหาวอยู่ในแวดวงธุรกิจมานานจนมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว

     

    คิดว่าเขาจะมองผลประโยชน์ในธุรกิจครั้งนี้ไม่ออกเหรอ? เขาจะไม่รู้ว่าโครงการนี้มีความสำคัญอย่างไรต่อตระกูลเหลิ่งอย่างนั้นรึไง?

     

    ในเวลาสำคัญแบบนี้ คำพูดของบุคคลระดับผู้บริหารล้วนมีความหมายแอบแฝง พวกเขาล้วนอยากยิงปืนนัดเดียวเพื่อให้ได้นกสองตัวหรือมากกว่านั้น

     

    ข้อมูลที่หลงอ้าวเทียนบอกมามีมูลค่ามหาศาล กล่าวได้ว่าหากเอาไปบอกใครในสี่ตระกูลใหญ่ มันล้วนจะนำมาซึ่งลาภยศและเงินทองที่มีให้ใช้ตลอดชาติไม่มีวันหมด

     

    แต่เหลิ่งเทียนหาวไม่ต้องการให้หลงอ้าวเทียนได้ความดีความชอบทั้งหมดคนเดียว เขาต้องการเงินลงทุนจากตระกูลลู่ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการให้ตระกูลลู่ได้เงินจากโครงการนี้ด้วย

     

    ไข่ที่ดีจะรวมไว้ในตระกร้าเดียวไม่ได้!

     

    แต่เวลาเช่นนี้ ลู่เฉิงเหวิน นักธุรกิจใจดำหน้าใหม่ในวงการกลับแกล้งโง่!

     

    เหลิ่งเทียนหาวแสดงสีหน้าไม่พอใจ “เฉิงเหวิน ทำไมหลานถึงคัดค้านโครงการนี้?”

     

    ลู่เฉิงเหวินคิดในใจ

     

    ‘คุณอาเหลิ่งรอเดี๋ยวนะครับ ผมต้องขอคิดดูก่อน ผมต้องหาข้ออ้างสักหน่อย’

     

    เหลิ่งชิงชิวอยากจะกระอักเลือดออกมาอีกแล้ว

     

    หากเป็นเมื่อสามปีก่อน ถ้ามอบโอกาสแบบนี้ให้ลู่เฉิงเหวิน เขาจะต้องเป็นคนแรกที่ออกมาสนับสนุน

     

    อีกฝ่ายจะต้องพูดว่าพื้นที่ผืนนี้เขาจะช่วยเข้าไปเจรจาให้โดยไม่คิดเงิน และที่ดินผืนนี้เขาจะช่วยออกเงินครึ่งหนึ่ง พร้อมไม่คิดดอกเบี้ย ไม่ขอกรรมสิทธิ์หุ้น และไม่ต้องการผลตอบแทนใด ๆ ขอเพียงตระกูลเหลิ่งยอมให้เขาได้แต่งงานกับเหลิ่งชิงชิวเท่านั้นก็พอ

     

    สิ่งนี้คือวิธีการในอดีตของลู่เฉิงเหวิน เขาไร้ยางอายขนาดนั้น เรื่องแบบนี้รับรองทำได้สบายมาก

     

    แต่วันนี้เขาตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะตัดสัมพันธ์กับเธอ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าธุรกิจนี้มีกำไรแน่ และได้กำไรมากด้วย ทว่าเขากลับคิดแต่จะตัดสัมพันธ์ให้ได้

     

    เจ็บใจนัก!

     

    เจ็บใจจริง ๆ เลย!

     

    ลู่เฉิงเหวินคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ก่อนอื่น ที่ดินตรงนี้ซื้อยาก เมื่อข่าวรั่วไหล ราคาที่ดินตรงนี้จะพุ่งสูงขึ้นครับ”

     

    เหลิ่งเทียนหาวคิดในใจ เพราะแบบนี้ พวกเราถึงจำเป็นต้องมานั่งปรึกษากันตรงนี้ไงเล่า!

     

    “ถัดมา...” เขาหาข้อแก้ตัวอื่นมาพูดไม่ไหวแล้ว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ให้มันแตกหักกันไปเลย! “ผม... ผมคิดว่าโครงการพัฒนาที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐานในเขตชนบทเป็นโครงการที่สามารถลงทุนทำได้ ผมแนะนำว่าควรจะเลือกทำโครงการนี้ดีกว่าครับ”

     

    เหลิ่งเทียนหาวแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

     

    ลู่เฉิงเหวินบ้าไปแล้วรึไง?

     

    มันหมายความว่ายังไง? คิดจะเดินสวนทางกับฉันงั้นเหรอ!?

     

    ดูไม่ออกเลยรึไงว่าฉันเริ่มมีแผนในใจแล้ว การที่ถามนายก็เพื่อให้โอกาสนายเท่านั้น?

     

    พัฒนาเขตเมืองเก่าคืออะไร? ตอนนี้ฉันสามารถทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อพัฒนาที่ดินในชนบทได้งั้นเหรอ?

     

    สีหน้าของเหลิ่งเทียนหาวยิ่งนานไปก็ยิ่งดูไม่ได้

     

    “งั้นเหรอ” เขายังคงฝืนยิ้ม “แต่อาคิดว่าโครงการนี้ ...เราสามารถลองทำดูก่อนได้ เฉิงเหวิน อาจำได้ว่าตระกูลลู่สนิทกับกรมที่ดิน หลานช่วยอาเดินเรื่องนี้หน่อยได้ไหม ช่วยนัดคนที่ดูแลรับผิดชอบการประมูลซื้อออกมาพบและสอบถามข้อมูลให้หน่อยสิ สำหรับเรื่องเงินทุนในช่วงหลังค่อยให้ความช่วยเหลืออีกที พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน งานของอาทางนี้ ...หลานคงไม่ปฏิเสธหรอกนะ?”

     

    ตอนนี้ลู่เฉิงเหวินมีความสุขมาก

     

    ‘อาครับ อาพูดถูกแล้ว! ผมจะปฏิเสธ!’

     

    ‘ในอนาคตหลงอ้าวเทียนคนนี้จะเป็นผู้ที่กำชะตากรรมของตระกูลคุณ ผมจะไม่สอดมือเข้าไปยุ่งด้วยเด็ดขาด!’

     

    ลู่เฉิงเหวินนั่งอารมณ์ดีอยู่บนโซฟา พร้อมพูดขึ้นมาอย่างช้า ๆ

     

    “แหม เรื่องนี้... คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่น่ะครับ ผมรู้จักผู้ดูแลรับผิดชอบการประมูลซื้อก็จริง แต่ผมไม่ค่อยสนับสนุนโครงการนี้ และสำหรับเรื่องเงินลงทุน ทางผมเองก็ติดขัดเหมือนกัน เป็นเรื่องยากครับ มันฝืดน่ะครับ...”

     

    เหลิ่งเทียนหาวรู้สึกโกรธแทบตาย

     

    หากไม่เห็นแก่หน้าคนของทั้งสองตระกูล เขาคงเปิดปากด่าไปนานแล้ว

     

    ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! เมื่อก่อนตอนที่แกตามชิงชิวของฉัน แกบอกกับฉันไว้ว่ายังไง?

     

    บอกว่าเพื่อชิงชิวแล้ว ต่อไปเรื่องของตระกูลเหลิ่งก็คือเรื่องของนาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน กำลังคน หรือเรื่องติดต่อประสานงาน ล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อย ขอเพียงชิงชิวยอมแต่งงานด้วย วันข้างหน้าต่อให้นายเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของฉันเป็น เหลิ่งเฉิงเหวิน ก็ยังทำได้

     

    คนที่เคยพูดแบบนี้โดยไม่รู้สึกละอาย ตอนนี้กลับทำเป็นอวดดีขึ้นมา!?

     

    เหลิ่งเทียนหาวกัดฟันแน่น พยายามรักษาภาพลักษณ์ของตนและฝืนยิ้มออกมา “ได้ เฉิงเหวิน ในเมื่อเป็นแบบนี้ อาก็จะไม่บังคับหลาน ตอนนี้ดึกมากแล้ว หลานกลับบ้านไปก่อนเถอะ”

     

    ชายวัยกลางคนคิดในใจ ไป! ไสหัวไปให้พ้น ๆ หน้าฉันซะ!

     

    “ครับ”

     

    ลู่เฉิงเหวินไม่พูดต่อให้มากความ เขาหมุนตัวเดินออกไปทันที

     

    “เดี๋ยวก่อน!”

     

    เหลิ่งชิงชิวไม่อาจทนต่อไปได้ไหว ตอนนี้เธอมองลู่เฉิงเหวินด้วยสายตาเย็นเยียบ พร้อมพูดด้วยความน้อยใจ

     

    “พ่อคะ หนูคิดว่าเรื่องที่พี่เฉิงเหวินพูดมาก็มีเหตุผลดีนะคะ หนูตั้งใจว่าจะเอาเงินทุนทั้งหมดไปลงทุนในโครงการพัฒนาที่พักอาศัยที่ไม่ได้มาตรฐานค่ะ”

     

    ขณะนี้เอง ลู่เฉิงเหวินที่เดินไปถึงหน้าประตูแล้ว เมื่อได้ยินที่สิ่งหญิงสาวพูดเขาก็รีบหันหน้ากลับไปมองทันที

     

    ‘คุณบ้าไปแล้วรึไง!?’

     


    คล้ายกับเรื่องการกลับมาของวายร้ายรุ่นที่ 2 ที่คุณอ่าน