ตอนที่ 33 ฉู่อี้
ฉู่อี้เปิดประตูเครื่องบินออกไปไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็วิ่งกลับเข้ามาอีกครั้งโดยมีสุนัขกลายพันธุ์วิ่งไล่กวด
“มาแล้ว!” เขาฉีบประตูห้องควบคุมให้เปิดผาง ทันใดนั้นสุนัขกลายพันธุ์จึงปะทะเข้ากับแนวป้องกันที่ซ่งเจิงสร้างไว้อย่างจัง!
ซ่งเจิงรีบก้มงอตัวคู้เข่าโดยที่ในมือถือกระทะเหล็กขนาดใหญ่ในท่าเตรียมพร้อมพอมันพุ่งเข้ามาและอ้าปากกว้างตั้งท่าจะกัดเขาจึงยกกระทะขึ้นเป็นโล่ทันทีแรงปะทะจากการชนทำให้ซ่งเจิงลอยไปกระแทกกับกระจกบานหนึ่งจนแตกกระจายและกระเด็นออกไปด้านนอกสุนัขกลายพันธุ์พยายามไล่ตามแต่ไม่สำเร็จเพราะกะโหลกหนาดันติดคาอยู่กับกรอบหน้าต่างนั้น
“จุดไฟซะ!”ฉู่อี้ชะโงกออกมาจากห้องผู้โดยสารขณะหันไปตะโกนสั่งลิงผอมและพี่ใหญ่กุ้ย
มือของชายทั้งสองคว้ากระบอกปืนกลที่มีควันโขมงออกมาจากปลายปืนขึ้นเล็งเสียงรัวกระสุนแหวกผ่านอากาศดังลั่นจนแก้วหูทุกคนสะเทือน
ลูกกระสุนทุกนัดพุ่งทะลุร่างสุนัขกลายพันธุ์จนแน่นิ่งจู่ๆ ลำตัวของฉู่อี้กลับมีเปลวไฟลุกท่วมเขาวิ่งตรงเข้าหาศพของสุนัขตัวนั้นโดยไม่รอช้า
ซ่งเจิงยันตัวลุกขึ้นยืนขณะมองการกระทำของอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชาเพราะรู้ดีแก่ใจว่าฉู่อี้จงใจหลอกใช้พวกเขาแต่ไม่คิดว่าจะกล้าหลอกให้เขาทำภารกิจเสี่ยงอันตรายขนาดนี้!
“ตูม!” เสียงระเบิดดังลั่นจนแผ่นดินสะเทือนเปลวไฟลุกท่วมซากเครื่องบินทั้งลำลิงผอมและพี่ใหญ่กุ้ยวิ่งหอบกล่องเสบียงหนีออกมาทันที แต่ยังไม่ทันอ้าปากพูดอะไรกับซ่งเจิง“ตูม!” เสียงซากเครื่องบินระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง!
“หมอบเร็ว!”ซ่งเจิงพุ่งไปดึงทั้งสองให้หมอบราบลงกับพื้นครู่เดียวคลื่นความร้อนก็ลอยเฉียดเหนือร่างของทั้งสามผลกระทบจากแรงระเบิดรวมถึงไอร้อนจัดทำให้พวกเขาแทบหมดสติ!
“โฮก!” เสียงขู่คำรามของสุนัขกลายพันธุ์ดังขึ้นซ่งเจิงรีบลุกขึ้นสังเกตสถานการณ์อีกครั้งเขาเห็นสุนัขพวกนั้นจากเดิมที่มีสี่ตัวเหลืออยู่แค่สองตัวลำตัวพวกมันไหม้เกรียมไปเกือบครึ่งจากแรงระเบิดเมื่อกี้นี้
“แม่งเอ๊ย! ไอ้ฉู่อี้มันบ้าไปแล้วรึไง!นายไม่ได้เตือนมันเหรอว่าถ้าเสร็จภารกิจแล้วให้รีบหนีออกมา!?พวกเราจะได้ใช้ซากเครื่องบินนี่เป็นโลงศพเผาพวกมันซะ!”ลิงผอมก่นด่าอย่างโมโหสุดขีดพี่ใหญ่กุ้ยที่ยังนอนหมอบอยู่ท่าเดิมกลัวมากจนไม่พูดอะไรสักคำทั่วลำตัวเปียกโซมไปด้วยเหงื่อ
“ตูม!” เสียงระเบิดดังขึ้นเป็นรอบที่สามลำตัวที่มีเปลวไฟลุกท่วมของฉู่อี้ค่อย ๆ หยัดยืนขึ้นบนซากเครื่องบินที่ไหม้วอดสภาพของเขาอนาถแทบดูไม่ได้ แรงระเบิดทำให้แขนและขาข้างซ้ายขาดเนื้อตัวและเสื้อผ้าโชกไปด้วยเลือด
“ไอ้หนุ่มนั่นมันบ้าไปแล้ว!แม้แต่ชีวิตตัวเองยังไม่รู้จักรักษา!” ลิงผอมตะโกนเสียงสั่น หน้าซีดเผือดด้วยความกลัวและตกใจสุดขีด
“ซ่งเจิง! แกลอบกัดฉัน!”ฉู่อี้ตะคอกใส่หน้าซ่งเจิงทั้ง ๆ ที่ใบหน้ายังโชกเลือด
“ฉันเนี่ยนะลอบกัดนาย?!”ซ่งเจิงตะคอกกลับเพราะเริ่มโมโห“ตั้งแต่ฉันบอกว่าจะฆ่าไอ้หมาบ้าพวกนั้นเราสองคนก็ช่วยกันวางแผนแต่ตอนนี้ดันมาโทษว่าฉันลอบกัดนายนี่มันหมายความว่ายังไงกัน?!”
“งั้นฉันถามอะไรแกหน่อยระเบิดในห้องควบคุมนั่นนายเป็นคนวางไว้ใช่ไหม?” ฉู่อี้เริ่มพูดจาเลอะเลือนความเจ็บปวดและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งทำให้เขาดุร้ายเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน!
“ใช่!” ซ่งเจิงยอมรับตามตรง
“เหอะ! ไม่เลวเลยนี่! ชั้นเชื่อใจนายเข้าไปได้ยังไงวะ?!”ลำตัวฉู่อี้ยังมีไฟลุกท่วมไฟนั้นลามมาจากร่างของสุนัขกลายพันธุ์ตัวหนึ่งที่นอนหายใจรวยรินอยู่ใกล้หัวเครื่องบิน
ซ่งเจิงรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรแต่กลับไม่คิดจะหยุดเขา
ฉู่อี้เดินเข้าหาสุนัขกลายพันธุ์แล้วใช้มือขวาที่ปกคลุมไปด้วยเปลวไฟล้วงเข้าไปหัวเพื่อควานหาอะไรบางอย่าง
“โฮก!”สุนัขตัวนั้นร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดก่อนแน่นิ่งไปพร้อมกับมือของเขาที่ดึงกลับออกมาตามแขนมีของเหลวสีเขียวเหนอะเลอะไปทั่ว... น้ำยาวิวัฒนาการขั้นที่สอง!
ซ่งเจิงเหม่อมองนิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นน้ำยาวิวัฒนาการขั้นสองที่แท้มันก็มาในรูปแบบแผลหนองพุพองสีเขียวอี๋นี่เอง!
“ฮ่าๆๆ! ในที่สุดฉันก็ได้มันมาแล้ว!แค่กลืนมันลงคอก็จะวิวัฒน์ขึ้นไปยังระดับที่สามได้สำเร็จ!ถึงตอนนั้นฉันจะได้กลับไปแก้แค้น!” ฉู่อี้ที่ยืนอยู่เหนือหัวสุนัขกลายพันธุ์ประกาศชัยชนะพร้อมหัวเราะดังลั่น
“พรึ่บ!” จู่ๆสุนัขกลายพันธุ์ตัวเดิมกลับลืมตาขึ้นและใช้อุ้งเท้าหน้าตะปบเข้ากลางลำตัวฉู่อี้อย่างจัง!จากนั้นเปลือกตาของมันก็ปิดลงอีกครั้งและสิ้นใจ
ฉู่อี้ถูกแรงตะปบผลักจนล้มลงกองกับพื้นพลางหายใจรวยริน
“เป็นไงบ้าง?” ซ่งเจิงเดินมาหยุดอยู่ด้านหน้าฉู่อี้สายตาที่จ้องมองเรียบเฉย
“อย่างน้อยฉันก็ไม่ตายเพราะฝีมือแก!ขอบคุณก็แล้วกัน! ความจริงแล้วฉันก็ไม่ได้อยากจะหลอกพวกนายหรอกนะ”ใบหน้าฉู่อี้ยังแต้มด้วยรอยยิ้ม ทำให้ซ่งเจิงที่ตั้งท่าเงื้อกระทะขึ้นฟาดหยุดชะงัก
“ฉันก็หวังว่านายจะไม่หลอกใช้ฉันเหมือนกันนั่นแหละ!”ซ่งเจิงพูดสั้นๆ ก่อนใช้กระทะเหล็กดูดซับน้ำยาวิวัฒนาการ
“ติ้ง! ระบบรับคำสั่ง!”
“ชำระล้าง!”
“ติ้ง ! พื้นที่ไม่พอสำหรับการดำเนินการดูดซับพลัง!ต้องการทำต่อหรือไม่?”
“ทำต่อ!”
“การชำระล้างจำเป็นต้องใช้น้ำยาวิวัฒนาการขั้นต่ำหนึ่งร้อยส่วนหรือน้ำยาวิวัฒนาการขั้นหนึ่งสิบส่วนต้องการดำเนินการต่อหรือไม่?”
“ดำเนินการต่อ!”
“ชำระล้างเสร็จสิ้น!น้ำยาวิวัฒนาการขั้นต่ำแปดสิบส่วนถูกเปลี่ยนเป็นน้ำยาวิวัฒนาการขั้นหนึ่งเรียบร้อยตามเงื่อนไขทุกประการคุณได้รับน้ำยาวิวัฒนาการระดับสองหนึ่งส่วน!”
ซ่งเจิงกรอกน้ำยาวิวัฒนาการใส่ปากของฉู่อี้ทันทีที่เสร็จสิ้นกระบวนการใบหน้าของฉู่อี้เปลี่ยนไปทันที ดวงตาที่มองซ่งเจิงกลอกขึ้นลงตลอดเวลาทั้งแสดงความซาบซึ้งปนสงสัยในการตัดสินใจของอีกฝ่าย
“ขอบคุณนะ!”ฉู่อี้กลืนน้ำยาวิวัฒนาการลงคอก่อนพูดขอบคุณซ่งเจิงอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็นการขอบคุณจากใจจริง
“นายควรขอบคุณตัวเองมากกว่าที่ไม่ทรยศฉัน”ซ่งเจิงยกมือเช็ดคราบดำที่เป็นเขม่าไฟบนหน้าของฉู่อี้พลางยิ้มออกมา
ก่อนหน้านี้ซ่งเจิงเคยถามฉู่อี้ว่ามนุษย์สายพันธุ์ใหม่แต่ละระดับมีลักษณะต่างกันอย่างไร?
ระดับหนึ่ง มีความสามารถพิเศษ ระดับสองสมรรถภาพทางร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ระดับสาม มีความสามารถในการรักษาตัวและระดับสี่ มีความสามารถในการทำลายเซลล์
ตอนนี้ร่างกายของฉู่อี้ค่อย ๆฟื้นฟูส่วนที่สึกหรออีกครั้ง ลิงผอมและพี่ใหญ่กุ้ยเดินมาหยุดอยู่ข้างด้านข้างซ่งเจิงทั้งสองมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้างแทบถลน แม้แต่ซ่งเจิงก็ตะลึงลาน
“ขอเพียงแค่หัวกับหัวใจยังอยู่ก็จะเหมือนเกิดใหม่นี่เป็นพลังของระดับที่สาม” ฉู่อี้พูดพลางมองซ่งเจิงด้วยแววตาเปล่งประกาย
ซ่งเจิงสั่งให้กระทะทำขนมเปี๊ยะทอดจากน้ำยาวิวัฒนาการระดับต่ำที่เหลือจากนั้นฉู่อี้ที่แขนและขาเพิ่งงอกออกมาใหม่ก็หยิบขึ้นมากินอย่างไม่เกรงใจทันที
“ไอ้ตะกละเอ๊ย! นายยังมีกะจิตกะใจจะกินอีกเหรอ!พวกเราเกือบโดนนายฆ่าตายไปแล้วนะ!” ลิงผอมตะคอกฉู่อี้อย่างไม่พอใจ
“โทษฉันได้ยังไงล่ะ?! ไอ้หมาบ้านั่นไม่ทันได้สวาปามนายซะหน่อย!”ฉู่อี้ตะคอกกลับบ้างอย่างไม่ยอมน้อยหน้า
“พูดแบบนี้อยากมีเรื่องรึไง?!”ลิงผอมถลกแขนเสื้อขึ้นและลุกขึ้นยืนทันที
“กลัวซะที่ไหนล่ะ?!”ฉู่อี้กัดขนมเปี๊ยะทอดขณะโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้
พูดจบทั้งสองคนก็จู่โจมกันทันที ซ่งเจิงมองทั้งคู่เงียบๆ ขณะกินขนมเปี๊ยะทอดและดื่มน้ำตามไปด้วยโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
“นี่! มันไม่ใช่เวลาที่พวกนายจะมาทะเลาะกันนะ”พี่ใหญ่กุ้ยเตือนสติ
“ตีกันให้ตายไปข้างนั่นแหละดีแล้ว” ซ่งเจิงยิ้มพลางมองไปยังทั้งสองคนที่กำลังแลกเปลี่ยนหมัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“แล้วพวกเราจะทำยังไงต่อ?” พี่ใหญ่กุ้ยถาม
“ขั้นตอนแรกเลย อย่าเพิ่งทำอะไรทั้งนั้นขอผมคิดดูให้ดี ๆ ก่อน อืม... อยู่แถวนี้ต่อแล้วไล่ล่าซอมบี้เพื่อพัฒนาขึ้นเป็นระดับที่สองก่อนก็แล้วกันผมจะทำให้ทุกคนกลายเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ให้ได้แบบนี้จะได้มีพลังพอที่จะปกป้องตัวเองซะที!”
ซ่งเจิงหยุดคิดก่อนพูดต่อ “ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ต่อพลังคือสิ่งที่จำเป็นมาก ตอนนี้พวกเรายังอ่อนแอเกินไป”
“แต่เรายังมีฉู่อี้อยู่นะเขาเป็นถึงระดับสามแล้วด้วย ข้างนอกนี้ก็ไม่น่าจะมีศัตรูอยู่อีกแล้ว”พี่ใหญ่กุ้ยสงสัย
“ฉันมีเรื่องอยากจะให้เขาไปทำอยู่อีกอย่างถ้านายยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อก็ต้องพึ่งพาตัวเอง”พูดจบซ่งเจิงก็มองไปยังขนมเปี๊ยะทอดอีกแผ่นที่ถูกเผาเกรียมเพราะการต่อสู้ของคนทั้งสอง
“ไอ้เวรเอ๊ย! กล้าทำลายอาหารของฉันเหรอ!ฉันจะฆ่าพวกแกซะ!” เสียงโวยวายของทั้งสองที่ปะทะยังคงดังอย่างต่อเนื่อง
......................................................................