บทที่ 34 สาวสวยสดใสสมวัย
ฟ่านซีซียิ้มแล้วพูดว่า “ที่บ้านของหนูมีพื้นที่เพาะปลูก ปลูกไม้ดอกไม้ประดับไว้เยอะแยะเลยค่ะ ช่วงนี้พวกเรากำลังร่วมมือกับโรงเรียนสอนวาดภาพจีน พื้นที่เพาะปลูกจะต้องขยาย แล้วก็จะสร้างห้องเรียนวาดรูปด้วย หนูกลัวว่าตอนที่ขยายจะไปทำลายต้นไม้ดอกไม้พวกนี้ แล้วหนูก็เพิ่งได้ทุนการศึกษามา เลยอยากจะทำอะไรเพื่อโรงเรียนบ้าง แบบนี้ก็ถือว่าได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายค่ะ”
หัวหน้าฝ่ายวิชาการได้ยินก็อึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วจู่ ๆ ดวงตาก็เปล่งประกายขึ้นมา “เธอหมายความว่า ห้องเรียนวาดรูปของโรงเรียนสอนวาดภาพจีน จะมาตั้งที่พื้นที่เพาะปลูกของเธอเหรอ ที่เมืองหมี่เฉิงน่ะเหรอ?”
ครูใหญ่กับครูคนอื่น ๆ ที่ยืนฟังอยู่ก็มองมาด้วยความสงสัย รอฟังคำอธิบายจากฟ่านซีซี
ฟ่านซีซีพยักหน้า “ใช่ค่ะ เมื่อวานนี้พื้นที่เพาะปลูกเริ่มออกแบบการขยายแล้วค่ะ เป็นผู้อำนวยการเวิงที่เป็นคนดูแลเอง เมื่อวานพวกเขาก็เอาต้นไม้ดอกไม้กลับไปชุดหนึ่ง บอกว่าวิทยาลัยศิลปะปักกิ่งต้องการค่ะ”
ครูใหญ่พยักหน้าทันที ไม่แปลกใจเลยที่โรงเรียนสอนวาดภาพจีนกับวิทยาลัยศิลปะปักกิ่งต่างก็ชอบต้นไม้ดอกไม้ของฟ่านซีซี ในเมื่อพวกมันงดงามขนาดนี้
การบริจาคต้นไม้ครั้งนี้ของฟ่านซีซี ถือว่าเป็นการให้ที่ถูกใจผู้รับจริง ๆ
ตอนบ่าย พอเหล่านักเรียนโรงเรียนมัธยมปลายที่สามเข้ามาในโรงเรียน ก็พบว่าโรงเรียนเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละที่
โรงเรียนมีแปลงดอกไม้ที่สวยงาม มีต้นไม้สีเขียวเพิ่มขึ้นมากมาย ทั้งโรงเรียนดูมีชีวิตชีวากว่าแต่ก่อนมาก หลายคนถึงกับพูดว่า อากาศในโรงเรียนดูบริสุทธิ์ขึ้นมาในพริบตา
บางครั้งพอลมพัดมา ทุกคนยังรู้สึกว่ามีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยมาตามสายลม ช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นเป็นพิเศษ
ฟ่านซีซีไม่รู้เลยว่า บ่ายวันนั้นหลังเลิกเรียน สถานีโทรทัศน์เมืองหมี่เฉิงได้มาที่โรงเรียนอีกครั้ง คราวนี้พวกเขามาเพื่อถ่ายทำบรรยากาศที่สวยงามของโรงเรียนมัธยมปลายที่สามโดยเฉพาะ
วันรุ่งขึ้น ฟ่านซีซีกลายเป็นคนดังไปทั่วเมือง เมื่อหนังสือพิมพ์เมืองหมี่เฉิงตีพิมพ์ข่าวของเธอ
ในหนังสือพิมพ์ ฟ่านซีซีถูกนำเสนอในฐานะนักเรียนหญิงเรียนเก่ง แสนสวย จิตใจดี มีเมตตา มีความฝัน และมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึง
บทความกล่าวถึงเรื่องราวที่เธอช่วยคนในคืนฝนตกหนัก เรื่องที่เธอนำทุนการศึกษาที่ได้ไปบริจาคด้วยน้ำใจอันประเสริฐ แม้กระทั่งเรื่องที่เธอพยายามอย่างหนักเพื่อความฝัน ตัดสินใจเรียนข้ามชั้นจากมัธยมปลายปีที่ 2 ขึ้นมาเรียนปีที่ 3
บทความค่อนข้างยาว และยังลงรูปเธอในตอนที่ให้สัมภาษณ์อีกด้วย
เด็กสาวสวมชุดกระโปรงสีขาว ริมฝีปากแย้มยิ้ม ทั้งดูอ่อนเยาว์และสวยงาม ใครเห็นก็อดชมไม่ได้
“ช่างเป็นสาวน้อยที่สวย สดใส สมวัยจริง ๆ!”
ถัดจากข่าวของเธอ เป็นอีกหนึ่งข่าวที่สร้างความประทับใจไม่แพ้กัน
นั่นคือเรื่องราวของชาวบ้านทั้งสิบเอ็ดคนที่ช่วยชีวิตผู้คนในคืนฝนตกหนัก แน่นอนว่า ทำดีย่อมได้ดี ความมีน้ำใจของชาวบ้านได้รับการตอบแทน ผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์วันนั้นได้รับเงินรางวัลจากทางการคนละหนึ่งแสนหยวน
เงินรางวัลก้อนโตกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนในทุกหัวมุมเมืองต่างพากันพูดถึง
ค่ำวันนั้น ข่าวตอนเย็นของเมืองหมี่เฉิงได้ออกอากาศภาพเหตุการณ์ชาวบ้านช่วยชีวิตผู้ประสบภัยในคืนฝนตก รวมไปถึงภาพการมอบเงินรางวัลให้แก่ชาวบ้านด้วย
ก่อนข่าวจะจบลง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ ก็มีการฉายวิดีโอสัมภาษณ์ฟ่านซีซี ซึ่งประโยคสุดท้ายของเธอคือการร้องขอให้ทุกคน ‘ขับรถด้วยความระมัดระวังในวันที่ฝนตกนะคะ ชีวิตมีค่า!’
“ฮ่า ๆๆ...”
หลังจากดูข่าวตอนเย็นจบ ฟ่านมี่มี่เป็นคนแรกที่กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
“พี่ซีซี ฉันนี่ยอมพี่จริง ๆ แค่ฝนตกไปหน่อยเดียว ทำไมพี่ถึงพูดจาเป็นทางการขนาดนั้น”
ฟ่านเจวียนเจวียนกระแอมเบา ๆ “ประเด็นมันอยู่ที่ฟ่านซีซีอยากจะสอบเข้าคณะแพทย์ไม่ใช่เหรอ?”
ตอนนี้เฉินเยว่อิงก็เพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ “ซีซี ลูกจะไปเรียนหมอจริง ๆ เหรอ ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เห็นลูกจะชอบแพทย์เลยนะ ตอนเด็ก ๆ ลูกกลัวเข็มฉีดยาจะตายไป แล้วยังบอกว่าหมอที่ฉีดยาให้ลูกเป็นปีศาจแปลงร่างมาอีก”
ฟ่านซีซี “...”
เธอจำไม่ได้แล้ว
เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะพูดแบบนั้น!
แม่ต้องจำผิดแน่ ๆ
“ใช่แล้ว ซีซี ลูกต้องคิดให้ดี ๆ นะ” ฟ่านจื้อซิงก็พูดขึ้นมาทันที
ฟ่านจิ่นซินสูดจมูกอย่างไม่พอใจ “ก็พี่ชายอยากเรียนแพทย์ เธอถึงอยากสอบตาม พอถึงตอนนี้ ทุกคนในเมืองหมี่เฉิงก็รู้กันหมดแล้วว่าฟ่านซีซีอยากเข้าคณะแพทย์ ถ้าสอบไม่ติดล่ะก็ อับอายขายหน้าแย่”
หลิ่วซิ่งฟางเหลือบมองลูกสาวอย่างตำหนิ ก่อนจะตีไปที่หน้าผากของเธอเบา ๆ “ถ้าพูดไม่เพราะก็หุบปากไปเลย!”
ฟ่านจิ่นซินเบ้ปากอย่างไม่พอใจ เธอก็แค่พูดความจริง
ส่วนฟ่านจิ่นเฉิงกลับลูบหัวฟ่านซีซีอย่างเอ็นดู “ตราบใดที่ซีซีอยากเรียน ฉันเชื่อว่าเธอต้องทำได้ ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอ!”
เมื่อได้รับความไว้วางใจจากพี่จิ่นเฉิง ฟ่านซีซีก็พยักหน้าหงึก ๆ “อื้อ ฉันจะต้องสอบให้ติด ฉันอยากเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับพี่จิ่นเฉิง ฟ่านจิ่นซิน เธออิจฉาไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
ฟ่านจิ่นเฉิงมองท่าทางหยิ่งทะนงและมั่นใจในตัวเองของเด็กน้อย เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
“ใช่ ถ้าเธอสอบไม่ติดมหาวิทยาลัย ก็ให้เธออยู่บ้านขัดห้องน้ำทุกวันไปเลย”
ทันใดนั้น ฟ่านจิ่นซินก็หันขวับมามองตาโต ก่อนจะดึงชายเสื้อแม่อย่างน้อยใจ
“แม่ ดูสิ พวกเขารังแกหนูทั้งคู่เลย เขาเป็นพี่ชายหนูจริง ๆ เหรอ?”
หลิ่วซิ่งฟางกลับลูบมือลูกสาวเบา ๆ อย่างมีความหมายลึกซึ้ง “พี่ชายพูดถูกแล้ว ถ้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงการขัดห้องน้ำ อนาคตอาจจะไม่มีข้าวกินเลยนะ”
ฟ่านจิ่นซินถึงกับพูดไม่ออก
เธอรู้สึกเหมือนหัวใจดวงน้อย ๆ ของเธอถูกโจมตีด้วยไฟฟ้าแรงสูง
……
อีกฝั่งหนึ่ง ที่ ‘จินเตี๋ยฮวาหยวน’
เถียนซือซือกำลังถือไม้กวาด กวาดเศษแก้วบนพื้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง
เถียนอวี้เฟิ่ง ชี้หน้าลูกสาวด้วยความโมโห “ลูกเป็นบ้าอะไร ดูทีวีอยู่ดี ๆ ดันเอาแจกันปาใส่ทีวี ลูกรู้ไหมว่าทีวีเครื่องนี้ตั้งหลายพันหยวน”
เถียนซือซือกัดริมฝีปากแน่น ไม่พูดอะไร ปาไปแล้วก็ปาไป คนรักของแม่ซื้อใหม่ให้ได้อยู่แล้ว
เธอแค่ทนเห็นข่าวในทีวีพรรณนาถึงฟ่านซีซีว่าเป็นสาวน้อยเรียนดีเพียบพร้อมไม่ได้เท่านั้นเอง
เหอะ ชีวิตมีค่า? แต่ถึงจะทะนุถนอมแค่ไหน เธอก็มีชีวิตอยู่ได้แค่ยี่สิบห้าปีเท่านั้น
พอคิดได้แบบนี้ อารมณ์ของเถียนซือซือก็ดีขึ้นทันที
ใช่แล้ว! ทำไมเธอถึงลืมไปได้ ฟ่านซีซีจะต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตและความตายตอนอายุยี่สิบห้าปี ถึงเธอจะไม่ยุ่งเกี่ยว ฟ่านซีซีก็ต้องตายอยู่ดี
ช่างเถอะ ปล่อยให้เธอหยิ่งผยองไปอีกสักพัก
“แม่ หนูไม่ได้ตั้งใจพังทีวีจริง ๆ นะ แม่ให้เงินหนูหน่อยได้ไหม? ‘ฝูจิ่งหยวน’ ฝั่งตรงข้าม ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ กำลังจะเปิดขาย หนูอยากไปซื้อบ้านสักหลังที่นั่น” เสียงของเถียนซือซือนุ่มนวลขึ้นทันที เธอพูดอ้อนแม่ของตัวเอง
เถียนอวี้เฟิ่งขมวดคิ้ว นี่จะขอเงินอีกแล้ว
ทุกครั้งที่เด็กคนนี้อ้าปากก็มีแต่ขอเงินเธอ
“เพิ่งซื้อบ้านไปหมาด ๆ จะมีเงินที่ไหนกัน ลูกอย่าคิดเรื่องไร้สาระพวกนี้เลย ตั้งใจเรียนให้ดี ๆ แม่ต้องทำงานล่วงเวลาคืนนี้ ให้เงินลูกห้าสิบหยวน พรุ่งนี้ก็หาอะไรกินเองนะ”
พอพูดจบ เถียนอวี้เฟิ่งก็โยนเงินห้าสิบหยวนทิ้งไว้ แล้วเดินออกจากบ้านไป
เถียนซือซือมองเงินห้าสิบหยวนบนโต๊ะด้วยความเจ็บปวดใจ ฟ่านซีซีกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแค่สองถ้วยก็ได้เงินหนึ่งแสนหยวนแล้ว แต่แม่ของเธอให้เธอแค่ห้าสิบหยวน ห้าสิบหยวนจะเอาไปทำอะไรได้? กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหรอ?
เธอไม่มีทางยอมลดตัวลงไปขนาดนั้นหรอก
เถียนซือซือเก็บเงินห้าสิบหยวนนั้นไว้ แล้วกลับไปแต่งตัวในห้อง จากนั้นก็หยิบกระเป๋าเดินออกจากบ้าน
ถ้าเธอต้องการ ก็ยังมีคนยินดีเลี้ยงอาหารหรูให้เธอ และซื้อบ้านให้เธอด้วย
……