ในโลก Diablo มือสังหารเป็นหนึ่งในตัวละครที่น่ากลัวพวกเขาสามารถไปมาอย่างไร้ร่องรอย และมีทักษะการลอบสังหารกับทักษะแอบซุ่มแม้กระทั่งอวัยวะทุกส่วนในร่างกายของพวกเขาก็กลายเป็นอาวุธสังหารได้ในพริบตา สามารถลอบสังหารได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ยังสามารถใช้อาวุธต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่วถึงแม้ว่าคนเถื่อนจะถูกเรียกว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการโจมตีระยะประชิด แต่ทักษะและรูปแบบในการต่อสู้ของพวกเขาค่อนข้างเอาแต่ใจโจมตีซึ่งหน้า ให้ความสำคัญกับพลังส่วนมือสังหารก็เชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิดเช่นกันแต่รูปแบบของพวกเขาจะเหมือนอสรพิษที่จะแอบซุ่มอยู่ในที่มืด คอยหาจังหวะพุ่งเข้าใส่ทีเดียวทำให้ฝ่ายศัตรูไม่อาจต่อต้านได้
ผู้บุกรุกชุดดำคนนี้เป็นยอดฝีมือที่หาจับตัวได้ยากแต่เมื่อถูกทักษะการต่อสู้ระยะประชิดของมือสังหารก็ทำให้สับสนจนทำอะไรไม่ถูก
“พยัคฆ์จู่โจม!”
เสียงตะโกนดังขึ้น ซุนเฟยเปิดใช้ทักษะ 'พยัคฆ์จู่โจม' ของมือสังหาร
ชี่แท้ในร่างของเขาเริ่มเคลื่อนไหวด้วยจังหวะแปลกๆ และเร็วขึ้น ฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจได้เกิดขึ้น หมัดแต่ละข้างของซุนเฟยซ้อนทับด้วยภาพลวงตาของเสือที่ดุร้ายกำลังร้องคำรามออกมาเสียงคำรามของเสือดังกึกก้องไปทั่ว หมัดที่รวดเร็วดุจสายฟ้าก็ปล่อยคลื่นพลังจู่โจมไปที่ร่างของผู้บุกรุกหน้ากากชุดดำอย่างต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุดพลังของคลื่นหมัดที่ปล่อยออกไปจะเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งเท่าในแต่ละหมัด จนถึงหมัดที่สิบ หัวของเสือจะยิ่งเด่นชัดขึ้นบนหมัดของซุนเฟยและปกคลุมไปทั่วแขนทั้งสองข้างจังหวะการโจมตีครั้งสุดท้าย พลังโจมตีก็พุ่งพรวดเทียบเท่ากับการโจมตีของนักรบระดับสี่ดาว หมัดสุดท้ายที่ปล่อยออกไประเบิดพลังออกมาอย่างรุนแรงกลางอากาศ
ต้องเผชิญกับการโจมตีที่ไม่ธรรมดาเช่นนี้ ชายหน้ากากดำก็ไม่กล้าปะทะตรงๆเขาพยายามหลบการโจมตีที่รุนแรงครั้งนี้
“กรงเล็บมังกร!”
ซุยเฟยตะโกนออกมาอีกครั้ง เขาใช้ทักษะ 'กรงเล็บมังกร' ของมือสังหาร
นี่เป็นทักษะการเตะแบบต่อเนื่องที่เท้าของซุนเฟยห่อหุ้มด้วยชี่แท้ทั้งสองข้างประหนึ่งกรงเล็บของมังกรความเร็วและวิถีการเตะไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเสียงฉีกกระชากอากาศแหลมคมดังขึ้น เท้าทั้งสองข้างเหมือนขวานยักษ์ที่คมกริบสองเล่ม เตะไปที่ร่างของผู้บุกรุกอย่างรวดเร็ว! ต่อเนื่อง! และไม่มีการหยุดพักแม้แต่เสี้ยววินาที!ชายหน้ากากดำไม่อาจป้องกันการโจมตีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันนี้ได้ทันใดนั้น มันก็ถูกเท้าของซุนเฟยเตะอัดไปที่แขนของมัน ทำให้มันร้องออกมาอย่างเจ็บปวดแขนของมันบิดเบี้ยวทั้งสองข้าง เลือดไหลออกมาจากมุมปากก่อนที่ร่างจะถูกเตะจนกระเด็นลอยไปด้านหลัง
ซุนเฟยพุ่งตามไปแล้วตวัดขาเตะมันอีกทีเมื่อมันปลิวออกไป ก่อนจะไล่ตามไปติดๆ
เพียงเตะซ้ำอีกที ชายหน้ากากสีดำก็จะกระอักเลือดออกมาและอาจตายในทันที
แต่ในช่วงเวลาที่สำคัญนี้ทันใดนั้นชายหน้ากากสีดำก็พลันกระซิบอะไรบางอย่างจากนั้นเปลวไฟสีม่วงก็กะพริบขึ้นมา พริบตาเดียวอาการบาดเจ็บที่แขนทั้งสองข้างก็ได้รับการฟื้นฟู อาการบาดเจ็บค่อยๆ ดีขึ้นดาบแปลกๆ ก็ปรากฏในมือของเขา จากนั้นจึงสร้างแสงสีม่วงขึ้นมากลางอากาศประหนึ่งดอกไม้ไวโอเล็ตเจ้าเสน่ห์ที่กำลังผลิบานมาต้านรับแรงเตะที่รุนแรงของซุนเฟย
ตูม!
ทันทีที่ดอกไม้ไวโอเล็ตเจ้าเสน่ห์และ ‘ขวานยักษ์’ ของซุนเฟยปะทะกัน ก็เกิดการระเบิดที่น่ากลัวและรุนแรงขึ้นกลางอากาศการไหลเวียนของอากาศก็ปะทุออกมา ทำให้ต้นไม้บริเวณรอบๆ ล้มคว่ำก้อนหินยักษ์นับไม้ถ้วนก็แตกกระจาย ฝุ่นสีเทาลอยคลุ้งขึ้นมา แม้แต่แปเตอร์แช็คและคนอื่นๆ ที่อยู่ไกลออกไปยังต้องถอยหลังเพราะแรงดันของลมที่พัดเข้ามา
ซุนเฟยถอยออกมา
ผู้บุกรุกหน้ากากดำลึกลับได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยแต่เขาก็ฉวยจังหวะนี้หนีออกไป ร่างเงาเคลื่อนที่ดุจสายฟ้าอัศวินบรอนซ์เซนต์ที่อยู่รอบนอกชักดาบเข้ามาขวางก็ถูกฝ่ามือกระแทกจนกระเด็นออกไปแสงสว่างเป็นประกายขึ้นไม่กี่ครั้งก่อนจะหายลับไปจากสายตา
“คิดจะหนีหรือ? หมัดเปลวเพลิง!”
ชี่แท้ในร่างของซุนเฟยพลันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเมื่อซุนเฟยใช้ทักษะ 'หมัดเปลวเพลิง' ก่อนจะมีเสียงดังเกิดขึ้น บนหมัดซุนเฟยมีเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ เปลวเพลิงสีแดงอมส้มนี้เห็นได้ชัดยิ่งอยู่ในที่มืดพลังที่ผันผวนปะทุไปรอบๆ ทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นตกใจพวกเขาเห็นเพียงหมัดของซุนเฟยชกไปด้านหน้าเปลวไฟก็พุ่งออกไปประหนึ่งดาวตกลอยเข้าไปในความมืด
ไม่ถึงเสี้ยววินาทีก็ได้ยินเสียงร้องออกมา มีเปลวไฟลุกไหม้อยู่ห่างออกไปทันใดนั้นก็หายตัวไปอีกครั้ง และทุกอย่างก็เงียบสงัด เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ซุนเฟยกระโดดลงไปบนก้อนหินยักษ์ที่อยู่ใกล้ๆสีหน้าของเขาออกจะดูทึ่งๆ พลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าเขาจะหนีไปได้...แม้กระทั่งดับไฟ ‘หมัดเปลวเพลิง’ ของมือสังหารลงได้ ยอดฝีมือจริงๆ!” ในใจของซุนเฟยตกใจเล็กน้อยเขาไม่ได้ไล่ตามไปอีกเขาเดินมาที่ด้านหน้าของเหล่าทหารที่ถูกชายหน้ากากลึกลับกระแทกฝ่ามือใส่จนกระเด็นออกไปจากนั้นก็เปลี่ยนเป็น 'โหมดพาลาดิน' ยื่นมือประกบกันพลางโคจรพลัง ‘ออร่า’ ของพาลาดิน เปลวไฟสีทองก็เปล่งประกายขึ้นมาทักษะ 'ภาวนา' ทำงานไม่ช้าก็สามารถรักษาเหล่าทหารที่ได้รับบาดเจ็บจนหายดี
“ถวายบังคมขอรับ ฝ่าบาท!”
สายตาของแช็คและคนอื่นปกปิดความตื่นเต้นไว้ไม่มิดพวกเขารีบเข้ามาทำความเคารพซุนเฟย พวกเขาไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้บนยอดเขาตะวันออก นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นองค์ราชาต่อสู้ พวกเขาถูกท่า ‘พยัคฆ์จู่โจม’ และ ‘กรงเล็บมังกร’ ทำเอาตกตะลึง ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่แปลกใหม่พวกนี้ทำให้พวกเขารู้สึกทึ่งอย่างมาก
“อืม” ซุนเฟยพยักหน้า “แช็ค เจ้าเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ข้าฟังอย่างละเอียดทีซิ เจ้าพบอะไรหรือไม่?”
“รายงานฝ่าบาท ชายหน้ากากดำคนนี้แข็งแกร่งมากเขาแอบเข้ามาอย่างเงียบๆ และผ่านกับดักเวทมนตร์ถึงสี่ชั้นแต่ไม่ทันระวังแตะเข้ากับกับดักเวทมนตร์ไฟจนเผยตำแหน่งออกมาข้าและเหล่าพี่น้องได้ยินเสียงระเบิดก็พากันรีบมาอีกนิดเดียวเขาก็จะออกจากวงล้อมของกับดักได้แล้ว โชคดีที่พวกเราคุ้นเคยกับตำแหน่งของกับดักและได้เปรียบด้านจำนวนคนพวกข้าเลยถ่วงเวลาเขาไว้ได้ประมาณสองสามนาทีหากฝ่าบาทมาไม่ทัน เกรงว่าเขาคงสามารถฝ่าเข้าไปในเขตหวงห้ามได้ขอรับ”
ซุนเฟยพยักหน้าแล้วเปลี่ยนเป็น 'โหมดมือสังหาร' มือของเขาทำสัญลักษณ์แปลกๆซุนเฟยกำลังจัดลำดับตำแหน่งและการกระจายกับดักเวทมนตร์ใหม่อีกครั้งจากนั้นก็เข้าไปในเขาวงกตใต้ดินแล้วถามว่า “จากความรู้สึกของเจ้าผู้บุกรุกคืนนี้กับผู้บุกรุกที่บุกเข้ามาครั้งก่อนเป็นคนเดียวกันหรือไม่?”
แช็คที่เดินอยู่ข้างๆ ครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะตอบกลับมาว่า “ตอบฝ่าบาท พวกข้าเคยปะทะกับพวกมันทั้งสองรอบแล้วดูจากความแข็งแกร่งหรือกระทั่งคลื่นพลัง น่าจะเป็นคนคนเดียวกันขอรับ เพียงแต่ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะมากกว่าครั้งที่แล้วนิดหน่อยแต่มีจุดที่น่าสงสัยคือ ผู้บุกรุกคนนี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายเหมือนเขาแค่ต้องการเข้าไปหาอะไรบางอย่าง ดังนั้นจึงไม่มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเลย หากเขาเอาจริงขึ้นมา เกรงว่า...”
“เกรงว่าพวกเจ้าจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือไม่ก็ล้มตายสินะ!” ซุนเฟยลูบคางตัวเองก่อนจะขมวดคิ้ว “จุดนี้ข้าก็สงสัยเช่นกันการลงมือของเขาเหมือนจะออมพลังไว้อยู่บ้างถึงได้ไม่มีใครบาดเจ็บเพราะแบบนี้ข้าถึงแค่สั่งสอนเขาไปเท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะสังหารเขา ข้าวางตำแหน่งกับดักใหม่แล้ว พวกเจ้าเองก็ต้องระมัดระวังให้มากขึ้นห้ามให้ใครบุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้ามเด็ดขาด”
ในเมื่อชายหน้ากากดำไม่ได้มีเจตนาร้าย ซุนเฟยก็วางใจเล็กน้อย
แม้ว่าจะประมือกันเพียงเวลาสั้นๆ แต่ซุนเฟยก็ได้ข้อมูลมาไม่น้อยความเป็นมาของผู้บุกรุกคนนี้ลึกลับนักกลิ่นอายพลังและความผันผวนของเขาคล้ายคลึงกับทักษะของโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน และความแตกต่างนี้ไม่ได้เกิดมาจากการจงใจทำจุดนี้ซุนเฟยไม่สงสัยเลย ดังนั้นเขาจึงไม่สงสัยนักบวชแมซโซลาและบาทหลวงคนอื่นๆยิ่งไปกว่านั้นชายคนนี้อยากจะผูกมิตรกับ 'บุตรคนโปรดของพระเจ้า' ด้วยเหตุนี้ พวกเขาคงไม่กล้าทำอะไรขัดใจซุนเฟยแน่ แต่คลื่นดาบที่ควบแน่นออกมาเป็นรูปดอกไม้ไวโอเล็ตนั่นมันสวยงามมากเสียจนซุนเฟยยากจะลืมเลือนบางทีเขาอาจจะใช้สิ่งนี้เป็นเงื่อนงำในการหาเบาะแสก็ได้ความจริงแล้ว บนแผ่นดินอาเซรอท ผู้ที่สามารถใช้เปลวไฟสีม่วงได้นั้นมีน้อยมาก...เรื่องนี้ต้องตรวจสอบอย่างช้าๆในเมื่อแช็คแน่ใจว่าผู้บุกรุกวันนี้กับผู้บุกรุกก่อนหน้านี้เป็นคนคนเดียวกันนั่นแสดงว่า ชายคนนั้นจะต้องอาศัยอยู่ในเมืองแซมบอร์ดเป็นระยะเวลานานพอสมควรดังนั้นมันต้องมีเงื่อนงำอะไรบ้าง
ในใจของซุนเฟยครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว ไม่ช้าเขาก็ลงมาถึงเขาวงกตใต้ดิน
เขาวงกตใต้ดินตอนนี้หลังจากที่พวกทหารและช่างตีเหล็กเร่งทำงานกันตลอดทั้งวันทั้งคืนก็ทำให้ 'เรือนจำเหล็ก' ที่น่ากลัวและมืดมิดเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากจากหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ศพของเหล่าทหารกองทัพพันธมิตรทั้งเก้าอาณาจักรเมื่อตอนกลางวันถูกลำเลียงเข้ามาในลานหินกว้างหลังจากผ่านประตูเหล็กไปจะมีทหารที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้กว่าสามสิบคนคอยอารักขาอย่างแน่นหนา ซุนเฟยเดินเข้ามายังส่วนที่ลึกที่สุดในภูเขา
นี่ได้เปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ใหม่
ก่อนหน้านี้เป็นเพียงห้องขังไว้สำหรับขังนักโทษแต่ตอนนี้ได้รับการตกแต่งใหม่ รั้วเหล็กเย็นๆ ที่เปื้อนด้วยเลือดและสนิมถูกแทนที่ด้วยประตูไม้ไผ่และหน้าต่างไม้แบบเรียบง่าย มีเตาเผาและแหล่งกำเนิดแสงอื่นๆ ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันวางอยู่ด้านในทำให้มีแสงสว่างเจิดจ้าไปทั่วและดูอบอุ่นมากยิ่งขึ้นความรู้สึกที่มองไม่ใช่เป็นห้องขังเย็นๆ ก่อนหน้านี้แต่เป็นห้องที่อบอุ่นและปลอดภัยมากกว่า
มีห้องขนาดใหญ่และเล็กกระจายอยู่ในผนังภูเขาทั้งสี่ด้านเห็นได้ชัดว่ามีการใช้งานที่แตกต่างกันห้องเรียงกันเป็นแถวๆ เหมือนรังผึ้งที่ฝังแน่นอยู่บนผนังหินที่สูงกว่าสี่ร้อยเมตร ส่วนบันไดหินที่คับแคบก่อนหน้านี้ก็ถูกขุดให้กว้างขึ้นและติดราวไว้ให้จับเพื่อความปลอดภัย
นอกจากบันไดแล้ว ยังมีโซ่ขนาดใหญ่แปดเส้นห้อยลงมาจากโดม ทุกเส้นจะเชื่อมต่อกับกรงเหล็กขนาดใหญ่ที่สามารถจุคนได้ประมาณสิบคนซึ่งจะเคลื่อนไหวด้วยการหมุนของล้อหมุนขนาดใหญ่ที่วางไว้ตรงมุมทั้งสี่ด้านเมื่อไรที่ล้อหมุนเริ่มหมุน มันจะดึงโซ่เหล็กที่เชื่อมกับกรงเหล็กขึ้นมา นี่คือ ‘ลิฟท์’ แบบง่ายๆ ที่ซุนเฟยออกแบบเมื่อผ่านการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพจากช่างตีเหล็กสาวในโลก Diablo กับซามูเอล และช่างตีเหล็กคนอื่นๆ ของเมืองแซมบอร์ดสุดท้ายก็ออกมาอย่างสมบูรณ์ ด้วยลิฟท์ทั้งสี่ตัวนี้ทำให้สามารถย่นระยะการเดินทางจากการเดินขึ้นลงบันไดที่แต่เดิมต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงให้เหลือเพียงสามถึงห้านาทีเท่านั้น ประหยัดเวลาไปได้เยอะ
--------------------