ครั้นอี้เฉิน ที่ลืมตาตื่นขึ้นมา เขาก็รู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก ราวกับจิตวิญญาณของเขา หลุดออกจากร่าง ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ กระนั้นเขาก็อดยกยิ้ม น้อยๆ ขึ้นมาไม่ได้ เมื่อตรวจดูร่างกายของเขา ยังอยู่ครบไม่ตายตก ลงไปแต่อย่างใด
อย่างน้อยๆ ตัวเขาในยามนี้ ก็ยังสามารถ รู้วิธีที่จะแก้สถานการณ์ วิกฤตในยามนี้ของเขาได้ ถึงจะไม่รู้ ผลลัพธ์สุดท้ายก็ตาม ครั้นเมื่อกวาดดวงตาที่มีอยู่ข้างเดียว ออกไปดูรอบๆ ตัวเขากลับเบิกตาออกกว้าง เมื่อรับรู้ว่าตัวเขาในยามนี้ไม่ได้นอนหลับใหล ใต้ต้นหลิวอีกต่อไป
ทันใด ใบหน้าที่อัปลักษณ์ของเขา ก็รู้สึกแสบร้อนขึ้นมาน้อยๆ เสียง"เพี๊ยะ!" ดังขึ้นมาก้องใบหูในทันที
"อี้เฉินเจ้าบ้าไปแล้วหรือ เพียงเพื่ออยากไปยังดินแดนเบื้องบน เจ้ากลับยอมสละเลือดของเจ้าออกไปแทบหมดตัว จนร่างของเจ้าซูบผอมเจียนตาย ราวกับต้นไม้แห้ง หากข้าไม่ไปดูเจ้าในวันนั้นเกรงว่า เจ้าได้ตายห่าไปแล้วเป็นแน่" หลินเฟยนางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ ยกฝ่ามือตบใบหน้าอี้เฉินอย่างไม่ลังเล
อี้เฉินที่ได้ยินเขา นิ่งอึ้ง หน้าชาไปเล็กน้อย เอ่ยถามหลินเฟย ออกมาด้วยความร้อนรน "ข้าหลับใหลไปนานเท่าใด แล้วพู่กันเก่า ที่อยู่ในมือของข้าในยามนั้น มันอยู่ที่ไหน" เขายังไม่รู้ผลลัพธ์ อยากจะเข้าไปดูอีกครั้ง หากมันหายสาบสูญ เกรงว่า เขาต้อง เดิมพันโดยไม่รู้ผลลัพธ์แล้วล่ะ
"นี่ก็ผ่านมาเกือบจะ10วันแล้ว หลังจากที่เจ้า เสียเลือดราวกับคนตาย ส่วนเรื่องที่เจ้าพูดถึง ข้าไม่ยักเห็น พู่กันเก่า ที่เจ้าพูดถึงแม้แต่น้อย คงไม่ใช่เจ้าถูกข้าตบหน้า จนมึนงงไปแล้วหรอกนะ อี้เฉิน ข้าเห็นเพียงเลือดของเจ้า ที่ไหลนองไปยังแปลงผักเท่านั้นในยามนั้น"
ครั้นเมื่อหลินเฟย เห็นใบหน้าอี้เฉินไม่มีท่าที สะทกสะท้าน หวาดกลัว ต่อความตาย แม้แต่น้อย หลินเฟย นางไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป เอ่ยถามอี้เฉินออกไปตรงๆ ในทันที "นางสำคัญ สำหรับเจ้า มากขนาดนั้นเลยหรืออี้เฉิน ถึงกับทำให้เจ้าไม่เสียดายชีวิต ที่จะขึ้นไปหานาง" แต่ลึกๆ นางเอง ก็คาดหวังอยากให้อี้เฉิน ห่วงหาอาทร นางเช่นกัน
"ไม่ใช่อย่างนั้นหลินเฟย" อี้เฉินเขาอยากจะอธิบาย ให้นางรับฟัง เขาไม่ได้เป็นคน หลั่งโลหิตออกมา แต่ไอ้พู่กัน เวร มันดูดเลือดของข้าออกไป แล้วในยามนี้มันดันหายไปไหนเสียได้ หากพูดออกไปก็คงไม่มีใครเชื่อ
หลินเฟยนางมีท่าทีไม่ยอมหากอี้เฉิน ไม่เล่าเรื่องราวของหญิงสาวคนนั้นออกมา จนอี้เฉิน เริ่มมีท่าทีกระอักกระอ่วน ก่อนจะเล่าเรื่องราวสั้นๆ ให้นางฟัง "หากมีคน ยอมตายเพื่อเจ้า ให้เจ้าได้มีชีวิตอยู่ต่อไป จนเจ้ารู้สึกผิดกับเขา อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อยากจะกล่าวคำขอโทษ แต่ก็ไร้โอกาสนั้น ครั้นอยู่ๆ โชคชะตา ราวกับเล่นตลก ส่งคนที่ใบหน้าเหมือนนางทุกประการ ลงมายังดินแดนเบื้องล่าง เจ้าจะทำเช่นไรเล่าหลินเฟย"
หลินเฟย นางที่รับรู้สถานการณ์ของอี้เฉิน นาง จึงมีท่าทีกระอักกระอ่วนขึ้นมาในทันที พอจะเข้าใจความรู้สึกของอี้เฉินขึ้นมาบ้าง นางเองก็เคยทำเช่นนั้น เพื่อช่วยคนที่นางรัก นาง ยังถือว่าดวงแข็งไม่ตายตกเอาง่ายๆ ได้ตราประทับไว้เตือนใจบนใบหน้า มันจึงอดไม่ได้ ที่จะทำให้นางยิ้มเจื่อนๆ ออกมา
ก่อนนางจะกล่าวคำขอโทษอี้เฉิน เหมือนนางจะใส่อารมณ์มากเกินไป "ข้าขอโทษที่พูดจารุนแรงไปในยามก่อน แต่เจ้าก็อย่าลืม โลกใบนี้ไม่มีการเกิดใหม่ นางผู้นั้นที่เจ้า อยากพบเจอ ต้องเป็นคนละคนกัน อย่างแน่นอน" ครั้นเมื่อนาง เอ่ยวาจาเสร็จสิ้น รอยยิ้มน้อยๆ ของนางก็ผุดขึ้นบนใบหน้า ราวกับความหวังของนาง ได้ถูกจุดขึ้นอีกครา แต่ในยามนี้ นางรู้ดีไม่อาจแทรกกลาง ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนได้
"ข้าเองก็หุนหันพลันแล่น เกินไป เจ้าเองก็คง ไม่ว่ากล่าวตักเตือนข้าหรอกนะ" อี้เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียง วิงวอนหลินเฟย ถึงนางจะดูให้อภัยเขา แต่นางมีท่าที ไม่ชอบวิธีการของเขาเป็นอย่างมาก
หลินเฟย นางมองค้อนมาที่อี้เฉินในทันที "ช่วงนี้เจ้าพักผ่อนไปก่อน อย่าทำอะไรที่สิ้นคิดอีก ไม่เช่นนั้นข้าจะโกรธเจ้าจริงๆ"
ครั้นเมื่ออี้เฉิน เห็นหลินเฟยเตรียมจะเดินพลิ้วกายาจากไป จากเตียงที่พักของเขา อี้เฉินเอื้อมฝ่ามือไปจับ ข้อมือเรียวเล็ก ของนางไว้แน่นในทันที "หลินเฟย ข้ามีวิธีใช้ปราณพลัง ภายนอกชั่วคราว แต่เจ้าต้องไม่ชอบมันอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เจ้าช่วยมองข้ามความเห็นแก่ตัวของข้า ได้หรือไม่"
จู่ๆ หลินเฟยก็สะดุ้งโหยง เมื่อสัมผัสได้ว่า ระหว่างอี้เฉินเอ่ยพูดวาจา ออกมา อี้เฉินกลับยกฝ่ามือ ขึ้นมาลูบคลำ นิ้วมือเรียวเล็กของนาง ในทันที ครั้นเมื่อนางเผลอ เคลิ้ม เมื่อใด ดันถูกอี้เฉินเอื้อมฝ่ามือ เข้ามาลูบคลำเอวคอด ของนางในทันใด
มันจึงทำให้หลินเฟย นาง เขินอายเป็นอย่างมาก นางไม่รอช้า ยกฝ่ามือดันหัวอี้เฉินที่เงยหน้าขึ้นมา ลงไปนอนในทันที "อี้เฉินเจ้านี่ เลวจริงๆ ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว" ก่อนนางจะอายหน้าแดง พลิ้วกายาออกมา ปาก ยกยิ้มน้อยๆ ออกมาในทันที
ครั้นเมื่อหลินเฟยเดินออกไปจากที่พัก อี้เฉินก็ยกยิ้มน้อยๆ ขึ้นมา "หากข้าไม่ทำเช่นนี้เจ้าจะหายโกรธข้างั้นหรือ หลินเฟย ในยามนี้ข้าจะเชื่อฟังเจ้าก่อนพักผ่อนกายาของข้า"
ระหว่างที่อี้เฉิน เตรียมจะพักผ่อน จู่ๆ เจดีย์น้อยภายในทะเลความรู้ของเขา มันก็เอ่ยพูดขึ้นมา ด้วยตัวของมันเอง อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "เจ้าประสบพบเจอสิ่งใด เหตุใด ข้าถึงถูกบางอย่างปิดกั้น มันเป็นไปไม่ได้ ที่จะมีของล้ำค่าเช่นนั้น ปิดกั้นการรับรู้ ระหว่างข้ากับเจ้า เจ้าช่วยเล่ามันให้ข้าฟังได้หรือไม่"
เหมือนเจดีย์น้อยในยามนี้ มันลนลานเป็นอย่างมาก ราวกับมันพบเจอเรื่อง ที่เหนือจินตนาการของมัน มันจึงทำให้อี้เฉิน อดส่ายหัวขึ้นมาไม่ได้ "แล้วเจ้าจะรู้มันไปทำไม เจ้าเจดีย์น้อย"
เจดีย์ น้อยมันเดือดดาลขึ้นมาในทันที "หนุ่มน้อยเจ้าไม่รู้หรือ สิ่งที่เจ้าเห็นมันอาจจะ คุมชะตาฟ้าลิขิตไว้ก็เป็นได้ เจ้าจะเล่าให้ข้าฟัง หรือให้ข้าบีบเคล้น จากปากเจ้า เจ้าเลือกเอา"
ครั้นอี้เฉินได้ยิน น้ำเสียงที่เอาจริงเอาจังของ เจ้าเจดีย์น้อย มันก็ทำให้เขาถอนหายใจยาวออกมา มันก็ไม่ใช้ เรื่องใหญ่อะไรที่เขาต้องปิดบัง แถมคนผู้นั้นมีชีวิต อยู่จริงหรือไม่เขาก็ยังไม่รู้ "ข้าเห็นเพียง ชายวัยกลางคน ที่ดูจะมีพลานุภาพ สูงล้ำกว่าผู้ใด ในโลกหล้า ก็เท่านั้น"
อี้เฉินเอ่ยต่อโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน "เขาราวกับอยู่จุดสิ้นสุดของ จักรวาล รอบบริเวณเต็มไปด้วยทะเลหมึกสีดำสนิท"แต่เมื่ออี้เฉินเอ่ยประโยคที่สองออกมา มันก็ทำให้เจดีย์น้อยหวาดหวั่น ไม่อยากรู้เรื่องราวอีกต่อไป
"พอแล้ว ข้าผิดเองที่ไต่ถามเจ้า" เจดีย์น้อย มันไม่เอ่ยพูดคำใดออกมา อีกต่อไป มันไม่อยากรับรู้อะไร จากอี้เฉินอีกต่อไป เพียงแค่มันได้ยินสถานที่แห่งนั้นมันก็รับรู้ได้ในทันที สุดก้นบึ้งหัวใจ หนาวสั่นด้วยความหวาดกลัว
อี้เฉินไต่ถามไปที่มันในทันที เขาเองก็อยากจะรู้มันคือสถานที่ใดกันแน่ เขาเองก็อยากจะรู้คนผู้นั้นแท้จริงเป็นใครกันแน่ ถึงได้ให้ความรู้สึก ราวกับใกล้ชิด สนิทกับเขามากถึงเพียงนี้ "เจ้ารู้อะไรสินะเจ้าเจดีย์น้อย ว่าสถานที่แห่งนั้นคือ สถานที่ใด"เจดีย์น้อยมันกระอักกระอ่วนในทันที ก่อนมันจะเอ่ยวาจาออกมา บอกกล่าวอี้เฉินเพียงว่า "หากเจ้าเดินไปในเส้นทางแห่งการฝึกฝน ก้าวเดินไป ในเส้นทางข้างหน้า อย่างไม่ย่อท้อ สักวันเจ้าจะต้องไปเยือน ยังที่แห่งนั้น อย่างแน่นอน"
อี้เฉินไม่เอ่ยถามอะไรมันอีกต่อไป ครั้นเมื่อสัมผัสถึงน้ำเสียงของมันที่เจือมาพร้อมกับความหวาดกลัว อย่างที่อี้เฉินไม่เคยเห็นมาก่อน แม้แต่ผู้ที่ฆ่าสังหารเทพสวรรค์ ได้อย่างง่ายดาย ยังต้องหดหัว สถานที่แห่งนั้น ต้องน่ากลัวถึงเพียงใด ที่จะทำให้เจ้า เจดีย์น้อย หวาดกลัวได้มากถึงเพียงนี้กันเล่า
เขาไม่ครุ่นคิดอะไรอีกต่อไป นอนหลับใหลเตรียมพร้อมร่างกายในทันที หากคิดจะใช้วิธีของ ชายวัยกลางคน คนนั้น เขาต้องเตรียมร่างกายของเขาให้พร้อม การใช้เลือดของตนเองสร้างปราณเลือดออกมา มันก็อาจจะเป็นไปได้จริงๆ ก็เป็นได้