ผ“ท่านแม่เคยเห็นของพวกนี้หรือไม่เ้าคะ”ภายในตะกร้าประกอบไปด้วย ครีมบำรุงผิว สบู่ก้อน ผงขัดฟัน ยาสระผม ครีมนวด แปรงสีฟันด้ามไม้ ผงซักผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่มน้ำยาล้างจาน บรรจุภัณฑ์ถูกเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย สวีเหมยฮวาได้อธิบายคุณสมบัติทั้งหมดให้ฟัง
“.....นี่คือบางส่วนเ้าค่ะยังมีผักผลไม้สด เนื้อ ข้าว สมุนไพรที่ข้ามี ยังมีของที่ไม่สามารถหาได้ในแคว้นนี้อีก”ทุกคนจ้องมองสิ่งของตรงหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
“ของมากมายขนาดนั้น มิน่าลูกถึงบอกว่าอันตรายแค่โสมก็สามารถทำให้คนฆ่ากันเพื่อแย่งชิงมาได้แล้ว แต่นี่ของจำนวนมากขนาดนี้พวกเ้าสองคนห้ามบอกใครเด็ดขาด...รู้หรือไม่” สวีฝูหรงหันไปกำชับสวีซือซงกับฉงฉง
“ไม่บอกแน่นอนขอรับ”
“ให้ตายข้าน้อยก็ไม่ปริปากเ้าค่ะ”
“ฮวาเอ๋อร์...ลูกคิดว่าคนที่มอบให้มีเจตนาอื่นแอบแฝงหรือไม่?” คำถามมารดาตรงกับความคิดสวีเหมยฮวาพอดีไม่ว่าเหตุผลไหน การมอบมิติล้ำค่าให้เพราะแค่สงสารหรือรู้สึกผิดมันเหมือนจะมากเกินไปหน่อย
“ข้าคิดเหมือนท่านแม่ แต่ข้าไม่รู้เหตุผลพวกเขา”
“ในเมื่อไม่รู้ เราคงทำอะไรไม่ได้นอกจากรอดูเท่านั้น”สวีฝูหรงพูดขึ้นมา
“พี่ใหญ่อันนี้ข้าแบ่งไปได้หรือไม่”
“อยากได้อันไหนหยิบไปได้เลย ส่วนผงซักฟอกน้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจานเอาไว้ใช้ในครัวครีมบำรุงผิวชุดนี้สำหรับท่านแม่เ้าค่ะ อย่างอื่นเลือกกลิ่นได้ตามใจชอบเลยอันนี้ของอาซือ ส่วนอันนี้ของฉงฉง”
“ข้าน้อยไม่เอาเ้าค่ะ”
“ของมีไว้ให้ใช้ ไม่ได้มีไว้ให้เก็บ”
“คุณหนูเ้าให้ก็เอาไปเถอะ” สวีฝูหรงดันของไปด้านหน้าฉงฉง
“ขอบคุณฮูหยิน คุณหนูเ้าค่ะ”ฉงฉงยิ้มจนตาหยี กอดของในมือแน่น
“ท่านแม่ดมดูสิ กลิ่นหอมมาก”พอลูกชายหยิบสบู่มาให้ดม สวีฝูหรงถึงกลับใ
“กลิ่นนี้หอมมาก กลิ่นกุหลาบ”พอพลิกอีกด้านมีชื่อกลิ่นสบู่ติดเอาไว้ ส่วนที่เหลือสวีเหมยฮวานำไปเก็บไว้ในตู้เก็บของหากใครใช้หมด สามารถหยิบที่เหลือไปใช้ได้
สวีเหมยฮวาสบายใจมากขึ้นหลังบอกความจริงออกไปสำหรับนาง มิติล้ำค่าเช่นนี้พวกเขาคงไม่มอบให้ใครก็ได้ และการที่นางไม่รู้สึกแปลกแยกคงมีความเกี่ยวข้องกันอยู่บ้างให้เดาตามสิ่งของในมิติ บางทีในอนาคตอาจจำเป็ต้องใช้ของเหล่านี้ไม่มากก็น้อย
อาหารเย็นมื้อนี้เต็มไปด้วยผักผลไม้สดยังมีเนื้อ ของทะเลที่ทุกคนยังไม่เคยได้ลิ้มลอง พร้อมเครื่องดื่มอุ่น ๆ ค่ำนี้ บ้านสวีมีเสียงหัวเราะดังออกมาเช่นเดิมด้วยเหตุนี้สวีเหมยฮวาสามารถเข้าออกมิติดอกเหมยได้สะดวกขึ้น
“ท่านแม่” สวีเหมยฮวาเดินออกจากห้อง เอ่ยเรียกมารดาที่นั่งอยู่คนเดียว
“เสร็จแล้วหรือ?”
“ยังเ้าค่ะ พอดีข้าได้ยินเสียงคนนึกสงสัยว่าใครมาตอนนี้เลยออกมาดู”
“เมื่อครู่จื่อเหว่ยมาบอกให้ไปช่วยกวาดหิมะถนนสายหลักนะ”
“อ้อ...” แต่พอคิดบางอย่างได้สวีเหมยฮวรีบวิ่งออกไปนอกบ้าน
“อาซือ! ฉงฉง!” ทั้งสองที่เพิ่งเดินออกจากบ้านไปได้ไม่ไกลหันกลับมา
“พี่ใหญ่มีอะไรหรือขอรับ?”
“กลับมานี่ก่อนครู่หนึ่ง” สวีเหมยฮวาไม่ได้รอคำตอบนางเดินเข้าห้องเลือกรองเท้ากันหิมะ ถุงเท้า ถุงมือ หมวกไหมพรม ผ้าพันคอ ที่ปิดหูกันหนาวเสื้อโค้ต และถุงร้อนออกมาสำหรับทุกคน
“อันนี้คือ...”
“ชุดกันหนาว เปลี่ยนก่อนค่อยออกไป”
“พี่ใหญ่..ข้างในรองเท้านุ่มมากอุ่นด้วยขอรับ”
“มัวแต่ชื่นชม รีบไปเปลี่ยนได้แล้วคนอื่นจะรอนาน” สวีฝูหรงเตือนเสียงดุแต่ใบหน้ากลับอมยิ้ม
“ขอรับ”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
“เฮ้อ...ไม่ทันไรหิมะตกหนักจนเดินทางไม่ได้แล้ว”
“นั้นสิเ้าค่ะดูท่าปีนี้น่าจะตกหนักกว่าทุกปี ข้าขอตัวไปปรุงยาก่อนท่านแม่มีอะไรเรียกได้เลยนะเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าเอาถ่านมาเพิ่มให้ด้วย”
“อย่าหักโหมล่ะ”
“เ้าค่ะ”สวีเหมยฮวากลับเข้าห้องอีกรอบเพื่อเข้าไปในมิติระหว่างปรุงยานางตั้งหม้อตุ๋นน้ำแกงค้างเอาไว้ตอนนี้สวีเหมยฮวาชินกับมิติดอกเหมยมากขึ้น ่เช้านางฝึกวรยุทธ ่บ่ายปรุงยา แบ่งแยกเวลาชัดเจนไม่หักโหมจนเหนื่อยเกินไป
“ท่านแม่ ข้าเอาผักสดไปขายร้านอาหารหลี่ฟู่ดีไหม”
“ทำไม?”
“ฤดูหนาวผักสดไม่ค่อยมี ราคาแพง เอาไปขาย่นี้น่าจะได้กำไรพอสมควร”
“มีมากพอขายหรือ?”
“ค่อนข้างเยอะเลยเ้าค่ะ”
“มีมากพอขายก็นำไปขายเถอะ”สวีฝูหรงเห็นด้วยทันที
“พี่ใหญ่จะเข้าเมืองวันนี้เลยหรือไม่ขอรับ”
“ไปพรุ่งนี้เช้าเถอะ ตอนนี้พี่จะสอนใช้บางอย่างก่อน”สวีซือซงหรี่ตามองรอยยิ้มบนใบหน้าพี่สาวตน
ทำไมพี่ใหญ่ยิ้มแปลก ๆ
“มันคืออะไรขอรับ?” สวีซือซงก้มมองสิ่งที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าตัวเอง ในจะไม้ที่อยู่ในมืออีก
“สกี ใช้เดินบนพื้นหิมะคล้ายลากเลื่อน”
“ลากเลื่อนคืออะไร” สวีฝูหรงมองลูกสาวนางกำลังสวมใส่สิ่งไม่คุ้นตาพลางถามออกไป
“ลากเลื่อนคล้ายรถม้าแต่ล้อทำจากไม้โค้งยาวลักษณะนี้เพื่อให้เลื่อนไปบนถนนหิมะได้เ้าค่ะ” สวีเหมยฮวาอธิบายลักษณะลากเลื่อนให้ทุกคนฟัง
“ข้าต้องทำอย่างไรต่อขอรับ”นางเดินไปยืนอยู่ข้าง ๆ น้องชายอธิบายวิธีการเล่นสกีให้เขาฟังทีละอย่างให้เข้าใจง่าย จากนั้นใช้ไม้สต๊อกค้ำดันไปด้านหลังเพื่อผลักตัวไปด้านหน้า
“ระวังด้วย!” สวีฝูหรงร้องบอกด้วยความเป็ห่วงสวีเหมยฮวาสอนเขาอย่างใจเย็นไม่รีบร้อน ไม่นานอีกฝ่ายเริ่มจับจังหวะได้
“พี่ใหญ่! เร็วกว่าเดินอีก!”
“มองไปด้านหน้า อย่าหันกลับมา!” นางะโบอกน้องชายที่เริ่มดันไม้เร็วขึ้นดีที่บ้านนางอยู่ถนนรอบนอก บ้านที่อยู่ใกล้ที่สุดห่างไปประมาณ 50 เมตร อากาศหนาวๆ เลยไม่มีใครอยากออกมาข้างนอกสักเท่าไหร่ทำให้พวกเขาไม่ต้องกังวลกลัวใครจะเห็น
“ท่านแม่ดูลูกชายท่านแม่เห่อของเล่นใหม่สิ”
“ใครให้น้องล่ะ”
“เอ๋!!” ฉงฉงยืนอยู่ข้าง ๆ อดหัวเราะไม่ได้
“ฉงฉงอยากลองไหม”
“ไม่ดีกว่าเ้าค่ะ”
“ท่านแม่อยากลองไหมเ้าคะ?”
“ขอดูอยู่เฉย ๆ ดีกว่า”
“ข้าไปตามเขาก่อนเ้าค่ะ เล่นไม่พักจนลุกไม่ไหวพรุ่งนี้ไม่ได้เข้าเมืองกันพอดี”
“เลือกผักเอาไว้แล้วหรือ”
“เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ”
“ผักลูกรสชาติดีมาก ดีกว่าที่ปลูกในสวนอีก”
“ดิน น้ำ สภาพแวดล้อมต่างกัน มีผลต่อรสชาติด้วยเ้าค่ะ”
“ครีมบำรุงที่ลูกให้มาใช้ดีมากเลยแม่รู้สึกว่าผิวเนียนขึ้นไม่แห้งเหมือนเมื่อก่อนด้วย”
“ฮูหยินดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วยเ้าค่ะ”ฉงฉงบอก
“เ้าก็เหมือนกัน ดูสิ ผิวพรรณต่างจากคุณหนูในเมืองเสียที่ไหน”ฉงฉงอายจนหน้าแดง สวีเหมยฮวาหัวเราะ
“ยอกันเองเฉยเลย”
“แม่พูดจริง ๆ ดูลูกสาวแม่สิ ฤดูใบไม้ผลินี้จะ20 แล้วแต่ดูเหมือนเด็กสาว 15-16 อยู่เลย”
20 ก็ไม่แก่นะท่านแม่...
“จริงด้วยเ้าค่ะ คุณหนูงดงามมาก”
“พอ ๆ เย็นนี้ทานหม้อไฟกันดีไหมเ้าคะ”
“หม้อไฟ?”
“อ่า..ลืมไปเลย ข้ายังไม่เคยทำหม้อไฟนี่”
“พี่ใหญ่! แฮ่ก ๆ สนุกมาเลยขอรับ”
“ชินแล้วใช่ไหม” สวีซือซงพยักหน้า
“พรุ่งนี้เช้าเราจะเข้าเมืองด้วยเ้านี่กัน”
“เย้!”
“เ้าอายุ 15 แล้วนะ ทำตัวสำรวมหน่อย”สวีฝูหรงบอกบุตรชาย
“เข้าบ้านกันเถอะ เย็นนี่พี่จะทำหม้อไฟให้ทาน”
“หม้อไฟ?”
“ไม่ต้องมามองแม่ แม่ไม่รู้เหมือนลูกนั่นแหละ”ฉงฉงประคองสวีฝูหรงเข้าบ้าน สวีเหมยฮวาก้มลงปลดสกี สวีซือซงรีบทำตามพร้อมปิดประตูบ้านตามหลัง
หม้อไฟตั้งอยู่กลางโต๊ะกลิ่นหอมน้ำซุปเรียกน้ำย่อย บนโต๊ะมีจานเนื้อ จานผักสดเรียงราย ยังมีน้ำจิ้ม สุราดอกเหมยรสชาติเปรี้ยวหวานลื่นคอทว่าอย่าได้หลงระเริงเพียงรูปลักษณ์ภายนอกเด็ดขาดไม่อย่างนั้นสติที่เหลืออาจขาดสะบั้นใน่ท้ายได้
“อร่อย!!”
“มารยาท”
“ท่านแม่..พวกเราครอบครัวเดียวกันไม่เห็นต้องรักษามารยาทเลย” สวีซือซงทำหน้างอ
“ดูเ้าลูกชายคนนี้ตอนพี่เ้าไม่อยู่ทำตัวเป็ผู้ใหญ่พอพี่สาวตามใจเข้าหน่อยทำตัวเป็เด็กไม่รู้จักโตไปได้”
“ข้ามีพี่สาวแสนดีขนาดนี้ข้าต้องอ้อนอยู่แล้ว ใช่ไหมพี่ใหญ่” ไม่พูดเปล่า อีกฝ่ายยังเอนตัวไปซบไหล่สวีเหมยฮวาอีกต่างหาก
“แบบนี้ผู้หญิงที่ไหนเขาอยากหมั้นหมายด้วย”
“ข้าไม่สนหรอกขอรับ”
“เฮ้อ!”
“ฮ่า ฮ่า ท่านแม่ดื่มหน่อยเ้าค่ะ”
“สุรานี้รสดีจริง ๆ”
“รสชาติดีแต่ฤทธิ์มันแรงท่านแม่ดื่มแค่นิดหน่อยพอแล้ว”
“ท่านแม่ทานเนื้อเพิ่มอีกนิดขอรับ”สวีซือซงคีบเนื้อเอาใจมารดา รอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยความสุขแต่งแต้มบนใบหน้าสวีฝูหรงตลอดมื้อค่ำ
ท่านพี่..ลูกเราเติบโตได้ดี ท่านไม่ต้องเป็ห่วงนะ...
เช้ามืดวันถัดมาสวีเหมยฮวาและสวีซือซงแบกตะกร้าเปล่าขึ้นหลังคลุมด้วยผ้าอีกทีสวีเหมยฮวาบอกให้น้องชายไม่ต้องเป็ห่วงเื่ผัก พอใกล้ถึงเมืองนางค่อยนำออกมาใส่ตะกร้าจะได้ไม่ต้องแบกให้หนัก
ถนนที่เต็มไปด้วยหิมะหนาเตอะสะดวกต่อการเดินทางด้วยสกียิ่งสวีเหมยฮวาแนะนำให้ใช้ลมปราณช่วยผลัก การเดินทางยิ่งง่ายและเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
“ข้านึกไม่ถึงว่าลมปราณใช้แบบนี้ได้ด้วย”สวีซือซงยืนหันหลังให้สวีเหมยฮวานำผักใส่ตะกร้า ส่วนสกีนั้นได้เก็บเอาไว้ในมิติดอกเหมยเรียบร้อย
“ไหน ๆ มาแล้วนำโสมไปขายสัก 2ต้นดีไหม”
“แล้วแต่พี่ใหญ่เลย ข้ายังไงก็ได้ขอรับ”สองพี่น้องเดินผ่านประตูเมืองตรงไปยังร้านอาหารหลี่ฟู่ อาการหนาวเช่นนี้ร้านหลี่ฟู่ยังคงเปิดประตูต้อนรับลูกค้าโรงเตี้ยมยังมีผู้เดินทางหยุดพักค้างแรม พนักงานหลายร้านกำลังกวาดหิมะให้พ้นทาง
“เสี่ยวเอ้อร์ ข้ามีของมาขายไม่ทราบว่าหลงจู้อยู่ไหม” สวีเหมยฮวาถามเสี่ยวเอ้อร์คนหนึ่งที่กำลังกวาดหิมะตรงหน้าร้านพอดี
“แม่นางมีอะไรมาขายหรือ ข้าจะได้บอกหลงจู้ถูก”
“ผักสด”
“ผักสด?” เสี่ยวเอ้อร์เหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง สวีเหมยฮวาพยักหน้า
“ข้างนอกหนาว เข้ามารอข้างในก่อนรอข้าอยู่นี่” ผ่านไปไม่ถึงอึดใจเสี้ยวเอ้อร์คนเดิมมาพร้อมกับหลงจู้
นั่น... หลงจู้มองแม่นางน้อยหน้าตาคุ้น ๆ ตรงหน้า เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“แม่นางมีผักอะไรมาขายหรือ?” เขาตัดความสงสัยออกไปก่อน ถามสิ่งที่อยากรู้อากาศหนาวขนาดนี้ย่อมไม่มีผักสดมากพอให้ทำอาหาร หากสองคนนี้มีผักสดอย่างที่ว่าจริงๆ คงดีไม่น้อย
“มีที่ให้วางหรือไม่เ้าคะ”
“เข้ามาด้านในก่อน”พอมาถึงด้านในด้านหลังครัว ตะกร้าสองใบอัดแน่นไปด้วยผักสดอย่างที่บอกจริง ๆ
“ข้ามีแตงกวา มะเขือยาว หัวไชเท้ากะหล่ำปลี ผักกาดขาว หลงจู้รับซื้อเท่าไหร่เ้าคะ” หลงจู้หยิบหัวผักกาดขาวขึ้นมาดู
สดมาก...
“ไม่ทราบว่าแม่นางปลูกผักตอนหน้าหนาวนี้ได้อย่างไร”ขนตางอนกะพริบเชื่องช้า สายตามองหลงจู้คล้ายเกียจคร้านติดรำคาญอยู่เล็กน้อย
“...ข้าคงถามมากไป หากแม่นางมีผักสดอีกนำมาขายให้ข้าได้ทุกเมื่อ”มุมปากสวีเหมยฮวาโค้งขึ้นเล็กน้อย
“หลงจู้รับซื้อเท่าไหร่เ้าคะ”หลงจู้พิจารณาผักตรงหน้า ทั้งสดใหม่น้ำหนักดีผักเช่นนี้ไม่รู้ว่าปลูกหน้าหนาวได้อย่างไร ช่างเถอะ นางไม่อยากตอบ เขาไม่ควรถาม หลงจู้คำนวณคร่าวๆ จึงบอกราคานางไป
“ราคาต่ำเกินไป ทั้งหมดนี่ ข้าขาย 1ตำลึงทอง”
“หา!?”
“แม่นางต่อให้เ้ามีผักสดขายหน้าหนาวได้แต่ราคาผักแค่นี้ราคาถึง 1 ตำลึงทองมันไม่มากเกินไปหน่อยหรือ” หลงจู้บอกนางแม้ผักนางคุณภาพดี แต่ผักแค่ไม่กี่หัวราคาถึง 1 ตำลึงทองมันมากเกินไปจริง ๆ
“ข้ารับราคาที่หลงจู้เสนอมาได้แต่ครั้งหน้าแตงกวา มะเขือยาว หัวไชเท้าข้าคิดกิโลกรัมละ 1 ตำลึงเงิน กะหล่ำปลีผักกาดขาวกิโลกรัมละ 2 ตำลึงเงิน ผักอย่างอื่นท่าน้าอย่างต่ำ ข้าขายกิโลกรัมละ1 ตำลึงเงินเช่นกัน ข้าชื่อสวีเหมยฮวา ท่านสามารถไปหาข้าที่หมู่บ้านเกาเซิงบ้านข้าอยู่ท้ายหมู่บ้านด้านทิศตะวันออก ให้สังเกตกำแพงอิฐ”
“หึ! อย่านึกว่ามีผักสดแล้วข้าต้องง้อเ้า”
“รบกวนหลงจู้จ่ายเงินด้วย”
“จ่ายเงินนาง!” เกิดมาไม่เคยเห็นใครเรียกร้องค่าผักสดมากขนาดนี้มาก่อนผักนางจะวิเศษมาจากไหนกัน สวีเหมยฮวาเอ่ยขอบคุณเบา ๆ หลงจู้มองตามสองพี่น้องด้วยหางตาก่อนสะบัดผ้าเดินเข้าร้านไม่สนใจ
“พี่ใหญ่ไม่เรียกแพงไปหรือ”
“ตลอดเวลาที่เ้าทานอาหารจากผักพวกนั้นรู้สึกยังไง” สวีซือซงครุ่นคิด
“ร่างกายข้าแข็งแรงขึ้นเบาสบายบอกไม่ถูก อ้อ ๆ ลมปราณแกร่งขึ้น”
“ผักนั่นคือยา ไม่ใช่ผักทั่วไปเปรียบเทียบกับคุณสมบัติถือว่าข้าเรียกราคาต่ำมาก”
“เ้านั่นเอง” ทันทีที่สวีเหมยฮวาเดินเข้าร้านเสียงทักทายจากเถ้าแก่ก็ดังขึ้น
“เถ้าแก่จำข้าได้ด้วยหรือเ้าคะ”
“จำได้สิ ครั้งก่อนเ้าเอาโสมมาขายหรือว่าคราวนี้มีมาอีก” เถ้าแก่มู่ซื่ออี้แววตาเป็ประกาย
“ครั้งนี้ข้าขายต้นล่ะ 1000 ตำลึงทองมี 2 ต้น” สวีเหมยฮวานำห่อโสมออกมาจากอกเสื้อ แววตาเถ้าแก่มู่ซื่ออี้เต้นระริก เมื่อได้เห็นโสมอวบอั๋นสองต้นเต็มตา
“2 ต้น! ได้ ๆ ข้ารับซื้อทั้งหมด”
“เถ้าแก่ไม่ต่อราคาหน่อยหรือ?” สวีซือซงสงสัย
“คนนี้คือ?”
“สวีซือซง น้องชายข้าเอง”
“มิน่าพวกเ้าสองคนหน้าตาคล้ายกันมากข้าไม่ต่อราคาเพราะโสมเ้าคุณภาพดีมาก คราวก่อนข้าเอาไปขายในเมืองหลวงได้กำไรไม่น้อยนี่ตั๋วเงิน 2,000 ตำลึงทอง”เถ้าแก่มู่ซื่ออี้รีบเก็บต้นโสมอย่างหวงแหน ไม่ลืมกำชับสวีเหมยฮวาคราวหน้าได้มาอีกต้องมาขายให้เขาเท่านั้น
“พริบตาเดียวหาเงินได้ตั้งเยอะพี่ใหญ่สุดยอดจริง ๆ”
“รีบกลับกันเถอะ” สวีซือซงพยักหน้า
พวกเขาเดินออกจากประตูเมืองไกลพอสมควรจึงนำสกีออกมาเสียงหัวเราะสองพี่น้องดังไปตลอดทาง เมื่อสวีซือซงท้าแข่งสกีกับพี่สาวตัวเอง