บทที่ 5
ตอนแรกโฬมคิดว่าดารินแกล้งทำเป็ความจำเสื่อมเพื่อเรียกร้องให้เขาสนใจ แต่เมื่อดูไปสักระยะ ดารินแปลกไปจริงๆ เธอพูดน้อยลง ไม่เซ้าซี้พูดคุยพยายามเข้าหาเขา ส่วนใหญ่เธอจะใช้เวลาอยู่กับตัวเอง
เขาให้พ่อบ้านคอยแอบตามดูเธอตอนอยู่ที่บ้าน และส่งคนแอบติดตามตอนที่เธอออกไปข้างนอก คนของเขารายงานมาว่า เธอแค่ไปเดินห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์ และดูนิทรรศการต่างๆ เพียงเท่านั้น ผู้หญิงแบบดารินไปเดินพิพิธภัณฑ์ เขาแทบนึกภาพไม่ออก
จากที่เฝ้าสังเกตดารินอยู่ห่างๆ มาจนถึงตอนนี้ ดารินดูผ่อนคลายสบายอกสบายใจเป็อย่างมาก เธอใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์ของเขาอย่างมีความสุข ดูได้จากรูปถ่ายที่ได้มาจากพ่อบ้านที่เธอมีรอยยิ้มบนใบหน้าขณะกำลังอ่านหนังสืออะไรสักเล่มอยู่ในสวนด้านหลังคฤหาสน์
ดารินในภาพนั้นให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ผิวขาวเนียนของเธอที่ตัดกับสีเขียวและสีของดอกไม้ต่างๆ ในสวนที่ล้อมรอบเธอ ดวงหน้าสวยพริ้มเผยรอยยิ้มบางเบา จนคนมองแทบจะยกยิ้มตาม
โฬมเหม่อมองภาพนั้นอยู่ชั่วขณะ อยู่ๆ เขาก็เกิดความคิดอยากจะเฝ้ามองเธออย่างใกล้ชิดขึ้นมา เขาให้เหตุผลกับตัวเองว่า เป็เพราะเขาอยากจับตาดูพฤติกรรมเธอเพียงเท่านั้นเอง
07.00 น.
นับเป็เช้าวันแรกที่มีนาไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมา วันนี้เธอจะต้องเข้าไปที่บริษัทกับสามีเ้าของร่าง เพื่อไปศึกษาเรียนรู้งาน อดคิดไม่ได้ว่าหรือชีวิตของเธอจะหลีกหนีจากการทำงานไม่ได้จริงๆ เมื่อนอนทำหน้าบูดบึ้งตีอกชกลมอยู่บนเตียงจนพอใจแล้ว ก็ลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้
วันนี้มีนาเลือกที่จะแต่งตัวด้วยชุดเสื้อเชิ้ตเข้าคู่กับกางเกงขายาวทรงกระบอกกับเสื้อสูทเข้าชุด นับเป็โชคดีหรือเปล่าก็ไม่รู้ที่เธอติดนิสัยเก่าๆ จากชีวิตเดิมตอนไปช้อปปิ้งเลือกซื้อเสื้อผ้า ทำให้เผลอซื้อชุดสำหรับทำงานที่ชอบติดมาด้วยเสมอ กระทั่งตอนหลังจะนึกขึ้นได้ว่าตนเองไม่ได้ทำงานแล้ว
มีนาเดินลงมาข้างล่างเพื่อทานอาหารเช้า เป็ครั้งแรกที่เธอได้นั่งทานอาหารเช้าร่วมกับสามีเ้าของร่างั้แ่ที่ฟื้นขึ้นมาถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะทานเพียงกาแฟดำก็ตาม
โฬมเหลือบมองหญิงสาวเป็ระยะ วันนี้เธออยู่ในลุคที่แปลกตา ดูโตเป็ผู้ใหญ่ และดูน่าเชื่อถือ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาค่อนข้างพอใจกับการแต่งตัวของเธอ มุมปากของชายหนุ่มเผลอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
ตลอดการรับประทานอาหารไม่มีการพูดคุยกันเกิดขึ้นระหว่างทั้งสอง ต่างคนต่างทานและดื่มของตนเองไป แต่มีนาก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร ออกจะเป็ความชินชา เพราะเธอกับเขาเป็แบบนี้เสมอตอนที่ทานอาหารด้วยกันทุกวันในตอนเย็น
หลังทานอาหารด้วยกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่ก็นั่งรถไปที่บริษัทด้วยกัน เมื่อรถแล่นมาจอดหน้าตึก ไม่ต้องบอกก็รู้ได้โดยทันทีว่านี่จะต้องเป็บริษัทชั้นน้ำระดับประเทศแน่นอน ด้วยเป็ตึกบริษัทที่ใหญ่โตโอ่อ่ามีความทันสมัย เดินเข้ามาก็มีเหล่าพนักงานที่เห็นก็โค้งเคารพและทักทายท่านประธานตลอดโถงทางเดินถึงแม้จะมีคนสงสัยใคร่รู้ว่าผู้หญิงที่มากับท่านประธานคือใคร แต่ก็ไม่มีใครกล้าถาม ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ต่อไป
มีนาเดินตามชายหนุ่มและโค้งตอบรับพอเป็พิธี จนกระทั่งขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นบนสุด ที่มีห้องทำงานของผู้บริหารอยู่ เธอเดินตามโฬมเข้ามาที่ต้องทำงานของเขา เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มนั่งลงที่โต๊ะทำงาน เธอจึงเลือกที่จะแยกไปนั่งที่โซฟาภายในห้อง รอให้เขาสอนงาน
แต่นั่งรอไปสักพัก จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจเธอ แม้จะมีเลขา หรือผู้ช่วยเข้ามาส่งเอกสารแล้วหลายครั้งต่อหลายครั้ง ก็ไม่มีท่าทีว่าเขาจะให้เธอเรียนรู้งานตอนไหน จนเธอเริ่มไม่แน่ใจว่านี่เขาตั้งใจให้เธอมาเรียนรู้งานจริงหรือเปล่า
“คุณโฬม”
“......” โฬมละสายตาจากงานตรงหน้า แล้วเงยหน้ามามองหน้าเธอ
“คุณจะให้ฉันเรียนรู้งานอะไร ฉันนั่งรอมาสักพักแล้วนะคะ”
“อ่อ..” ชายหนุ่มทำท่าเหมือนพึ่งนึกขึ้นได้ ความจริงแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าจะให้ดารินทำอะไร เพราะเดิมทีเขาเพียง้าให้เธอติดตามมาทำงานด้วยเพราะอยากจับตาดูอย่างใกล้ชิดเพียงเท่านั้น
เขาหันซ้ายแลขวาบนโต๊ะทำงาน แล้วเหลือบไปมองกองแฟ้มรายงานที่รออนุมัติอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงโทรสั่งเลขาให้เบิกคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเข้ามาให้ดารินหนึ่งเครื่อง เมื่อสั่งการเสร็จเขาก็เดินเอากองแฟ้มรายงานมาวางตรงหน้าเธอ
“นี่เป็รายงานเกี่ยวกับโครงการลงทุนของบริษัทที่รออนุมัติ เธอลองเอาไปอ่านดูก่อน ถ้าอ่านเสร็จแล้วก็ลองสรุปมาคร่าวๆ ตามที่เข้าใจ แล้วลองวิเคราะห์ดูว่าจะตัดสินใจลงทุนหรือไม่ลงทุนโครงการไหน เสร็จแล้วเอามาให้ฉันดู”
“ไม่มีคนสอนงานหรอคะ” มีนาถามขึ้นอย่างสงสัย อยู่ๆ เข้ามาบริษัทวันแรกให้มานั่งวิเคราะห์โครงการเลยนี่มันออกจะแปลกๆ ไม่ใช่ว่าต้องให้เธอเรียนรู้งานง่ายๆ หรือทราบข้อมูลเบื้องต้นของบริษัทก่อนหรอกหรือ
“ไม่มี ที่นี่ไม่มีใครมีเวลาว่างมานั่งสอนงานเธอหรอก”
“อ่าว.. แต่คุณบอกว่าให้ฉันมาเรียนรู้งานนี่คะ ถ้าไม่มีคนสอนงานแล้วฉันจะเรียนรู้งานที่บริษัทได้ยังไง”
“ทำตามที่ฉันสั่งนั่นแหละคือการเรียนรู้งาน” ชายหนุ่มสั่งเสียงเรียบ
“แต่-”
“ทำตามที่ฉันสั่ง ดาริน” สิ้นเสียงเฉียบคมบ่งบอกถึงการไม่ยอมรับต่อข้อโต้แย้งใดๆ มีนาจึงทำได้เพียงก้มหน้าลงทำงานที่เขาสั่งเพียงเท่านั้น
‘ให้ตายเถอะ..บ้าอำนาจยิ่งกว่าเ้านายเก่าเราซะอีก ไอ้หน้าปลาตายเอ๊ย!!’