The Dark Ages

    บทที่ 38 หมัดลวงตา

    ภานุหัวร้อนเป็นอย่างมากเมื่อหญิงสาวผู้สวมหน้ากากกระรอกได้จากไปอย่างไม่ไยดี เขารู้ชะตากรรมของตัวเองทันทีเมื่อเขาถูกส่งเข้ามาในสนามประลองและกรงที่ปิดล้อมไร้ทางออกแบบนี้ นั่นคือเขาจะต้องต่อสู้กับคู่ต่อสู้ของเขาจนกว่าจะเอาชนะหรือไม่ก็เขาพ่ายแพ้เขาจึงจะสามารถออกไปได้

    บรรยากาศรอบๆ นั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและสีสันมากมาย แสงไฟที่ถูกขับเลื่อนไปมาบวกกับผู้คนที่จับจ้องมามากมายนับไม่ถ้วนทำให้ภานุที่อยู่ภายใต้หน้ากากนั้นตื่นเต้นอยู่ไม่ใช่น้อย

    การปรากฏตัวของภานุในเวทีประลองนั้นค่อนข้างจะสร้างความสนใจให้กับผู้ชมเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะส่งเสียงเชียร์เขาเนื่องจากเขาเป็นเพียงหน้าใหม่ ที่ผู้คนกำลังสนใจและกำลังถกเถียงกันก็คือเรื่องของหน้ากากที่ภานุได้สวมอยู่นั่นเอง

    “นั่นมันหน้ากากอะไร ใครรู้บอกฉันที”

    หนึ่งในผู้ชมกล่าวถามคนอื่นๆ ด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดังซึ่งมันดังมาถึงเวทีประลองเลยทีเดียว สิ้นเสียงคำถามของชายคนนั้นก็มีผู้คนตอบกลับมามากมายหลายความเห็น แต่ละคำตอบนั้นทำให้ผู้คนต่างหัวเราะเพราะมันตลกเกินไป

    “ฉันพนันเลยนั่นมันคือหน้ากากคนปลดทุกข์! ”

    “ฉันพนันคนปวดอึ! ”

    “ฉันพนัน…เออชั่งเถอะ! ไม่พนันแม่งคิดไม่ออก! ”

    ถึงกับมีการพนันเกิดขึ้น โดยฝีมือคนหนึ่งที่เห็นโอกาสทำเงิน ในขณะที่ผู้คนต่างกำลังหัวเราะอย่างสนุกสนานนั้นผู้ประกาศหรือผู้พากย์การต่อสู้ก็ได้กล่าวขึ้นผ่านเครื่องขยายเสียง

    [ขออภัยในความล่าช้านะครับ ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มคู่ประลองต่อไปดีกว่า!]

    “เฮ้! ”

    หลังจากเสียงประกาศฝูงชนต่างร้องตะโกนก้องกันออกมาอย่างตื่นเต้น อีกฟากหนึ่งของตัวกรงฝั่งตรงข้ามของภานุ ประตูกรงค่อยๆ ถูกเปิดออกก่อนที่จะปรากฏร่างของชายผู้หนึ่งที่สวมเครื่องแบบต่อสู้เหมือนกับภานุ เพียงแต่เขาเลือกที่จะปลดท่อนบนออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อและสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบ แค่เห็นหุ่นของฝั่งตรงข้ามภานุก็รู้สึกหวั่นๆแล้ว

    หน้ากากของเขามีรูปร่างหน้าตาเป็นสุนัขสีเทาที่กำลังแยกเขี้ยวอย่างดุร้าย ในขณะที่ชายผู้ที่น่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของภานุได้ก้าวขึ้นมาบนเวทีประลองแห่งนี้ ชายหนุ่มก็พึ่งตระหนักได้ว่าเสียงเชียร์ที่ดังเมื่อครู่ของเหล่าผู้ชมนั้นต่างมีสาเหตุเกิดขึ้นเพราะเขาคนนี้นั่นเอง

    [คู่ประลองคู่นี้แม้จะเป็นแค่ระดับ C แต่แน่นอนว่าทุกคนคงไม่มีใครไม่รู้จักชายผู้มีนามว่า Mad dog! หมัดลวงตาผู้สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ในระดับ C ได้อย่างต่อเนื่องและกำลังจะถูกเลื่อนไปเป็นระดับ B ในไม่ช้า]

    เสียงจากผู้พากย์นั้นยิ่งสร้างความกังวลให้กับภานุเป็นอย่างมาก เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะซวยได้ถึงขนาดนี้ เขาพึ่งจะมาถึงที่นี่แต่กลับโดนหญิงบ้าพลังลากมาและจับเขาใส่เขามาในกรง แถมยังต้องมาเจอกับคู่ต่อสู้ที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงว่าแข็งแกร่งไม่น้อย

    [ส่วนอีกคนนั้นแม้จะไม่ค่อยโด่งดังแต่…เอ๋?]

    ผู้พากย์ได้หยุดไปหลังจากกล่าวข้อมูลยังไม่ทันจบทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนถูกขัดและเกิดอาการไม่พอใจ มีพวกเขาอยู่หลายคนที่โห่ร้องออกมาไม่พอใจ แต่ในขณะเดียวกันในลานประลองภานุก็ได้สบตากับคู่ต่อสู้ของเขาเป็นครั้งแรก เขารู้สึกได้ถึงความต้องการสู้ของอีกฝ่ายด้วยสัญชาตญาณ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังเลือดร้อนเช่นเดียวกัน เขาพึ่งจะเคยสัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรก ความรู้สึกที่ต้องการแสวงหาความแข็งแกร่ง

    อย่างไรก็ตามดูจากเสียงที่ขาดไปของผู้พากย์ภานุก็พอจะคาดเดาได้แล้วว่าเขาคงจะถูกนำตัวออกไปจากกรงนี้ทันที เนื่องจากความเข้าใจผิด ก่อนที่เขาจะขึ้นมายังเวทีประลองแห่งนี้นั้นเขาได้ถูกบังคับให้สแกนลายนิ้วมือ หมายความว่าตอนนั้นเป็นขั้นตอนที่เขาได้ทำการยืนยันตัวตนแล้ว และข้อมูลของเขาต้องถึงมือของผู้พากย์อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเรื่องจริงกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่ภานุได้คาดคิดเอาไว้

    [ขออภัยนะครับท่านผู้ชม คู่ต่อสู้ของหมัดลวงตานั้นเป็นหน้าใหม่ มีชื่อว่า ยักษ์!]

    ไร้ซึ่งเสียงปรบมือหรือเสียงโห่ร้องใดๆ มีเพียงแต่เสียงของพูดคุยเหมือนกับเป็นเชิงบ่นเท่านั้นที่ดังขึ้นมา

    “นี่มันหมายความว่ายังไงวะ! เอาดาวรุ่งเอาเจอกับหน้าใหม่”

    “มันจะไปสนุกอะไร แบบนี้ไอหน้าใหม่นั่นจะไม่ใช่โดนหมัดเดียวแล้วจบเลยเหรอ น่าเบื่อฉิบ! ”

    “เอามันออกไป! ”

    ความไม่พอใจของผู้คนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่ภานุได้ยืนอยู่บนเวที อย่างไรก็ตามผู้พากย์กับไม่ได้มีทีท่าว่าจะทำตามสิ่งที่พวกเขาต้องการเลยแม้แต่น้อย

    [ถ้าทุกคนพร้อมแล้วผมขอประกาศเริ่มการประลองในอีกสามวินาที!]

    [หนึ่ง!]

    [สอง!]

    ในขณะที่ผู้พากย์กล่าวถึงสาม Mad dog ก็ได้เคลื่อนไหวก่อนในทันที มันพุ่งเข้ามาหาภานุด้วยความเร็วที่ปกติ แม้แต่ภานุหากใช้หนึ่งเดียวกับสายลมเขาสามารถเอาชนะความเร็วนี้ได้อย่างง่ายดาย

    ภานุยังคงใจเย็น เขาได้เรียนรู้หลังจากผ่านประสบการณ์เฉียดตายมา เขาเรียนมาว่าในสถานการณ์ที่ทำการต่อสู้นั้นสิ่งแรกที่เขาต้องมีคือสติ และความเยือกเย็น หากเขามีพวกมันทั้งสองเขาจะสามารถแสดงทักษะของตนเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ดั่งคำกล่าวที่ว่า "ถ้าคุณหัวเสียคุณจะเสียหัว"

    [สาม!]

    “ปัง! ”

    เมื่อนับถึงสามหน้าของภานุก็รู้สึกเหมือนโดนบางอย่างกระแทก

    “อะ…อะไรกัน! ”

    ชายหนุ่มสับสนเป็นอย่างมากเมื่อสักครู่อยู่ดีๆ เขาได้จ้องมองที่คู่ต่อสู้ของเขาอย่างไม่คาดสายตา อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายเพียงต่อยหมัดที่เหมือนจะดูเชื่องช้ามาซึ่งเขามองว่าสามารถหลบมันได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามเมื่อรู้สึกตัวอีกทีหมัดของอีกฝ่ายก็ทะลุการ์ดของเขาและกระแทกเข้าที่กลางหน้าเสียแล้ว

    ชายหนึ่งเซถอยหลังไปพร้อมกับก้มมองพื้นที่มีเลือดของตนเองไหลนองภายใต้หน้ากากหยดมาที่คาง ภาพเบื้องหน้าแทบจะมองเห็นไม่ชัด ชายหนุ่มสามารถบอกได้เลยว่าหมัดเมื่อครู่นั้นรุนแรงที่สุดในชีวิตเท่าที่เขาเคยรับมาแล้ว

    [ออกมาแล้วครับหมัดลวงตา! แต่ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ ยักษ์ ยังสามารถยืนหยัดอยู่ดีหลังจากโดนมันเข้าไปเต็มๆ ]

    เสียงผู้คนโห่ร้องอย่างตื่นเต้น อย่างไรก็ตามภานุในเวลานี้ไม่ได้มีเวลาไปสนใจมันเลยแม้แต่น้อย เขากำลังคิดถึงเรื่องของหมัดลวงตา เขาไม่เชื่อว่าเขาจะรับมือกับมันไม่ได้

    “ไม่เลวเลยนะที่ทนหมัดของฉันได้”

    นักสู้ผู้สวมหน้ากากสุนัขสีดำหรือเรียกกันว่า Mad dog ได้กล่าวขึ้นท่ามกลางสติอันเลือนรางที่ภานุเหลืออยู่ หมัดเมื่อสักครู่นั้นเขาคิดว่ามันจะทำให้หน้ากากของเขาพัง อย่างไรก็ตามหน้ากากใบนี้กลับทนทานและยืดหยุ่นอย่างน่าเหลือเชื่อ

    “นี่แค่นักสู้ระดับซี ถ้าเป็นระดับบี เอ เอส จะไม่โหดกว่านี้เหรอ…”

    ภานุเกิดคำถามขึ้นในใจของตนเองอย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกันคู่ต่อสู้ของเขาไม่ได้มีเวลาให้เขาพักหายใจมากนัก หมัดอันเชื่องช้าของมันได้พุ่งเข้ามาอีกครั้ง ในครั้งที่ภานุพยายามสังเกตทุกรายละเอียด แม้กระทั่งการเคลื่อนเล็กๆ ของฝ่ายตรงข้ามชายหนุ่มก็ไม่พลาด

    หมัดลวงตานั้นดูช้าเป็นอย่างมาก และอยู่ในท่าชกพื้นฐานของมวยสากล ภานุนั้นแทบจะไม่เห็นความผิดปกติใดๆ ในกระบวนท่าเลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามในจังหวะนั้นเองหมัดที่ตรงเข้ามาที่เห็นตอนแรกว่าเชื่องช้ากับดูรวดเร็วกว่าชายหนุ่มจะรู้ตัวหมัดนั้นก็พุ่งเข้าปะทะกับการ์ดของเขาเสียแล้ว

    “เข้าใจแล้ว! ”

    ภานุยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้นซึ่ง Mad dog เองก็ประหลาดใจเช่นเดียวกัน มันเองก็รู้ว่าตอนนี้กลลวงของมันได้ถูกอีกฝ่ายมองออกแล้วอย่างไรก็ตาม มันไม่ได้เกิดความกังวลใดๆ มันกลับหัวเราะขึ้นมาอย่างเย็นชา

    “มีอยู่หลายครั้งที่คู่ต่อสู้ของฉันมองกลลวงนี้ออก แต่มันยังคงยากที่จะหลบมันได้”

    เป็นอย่างที่มันได้กล่าวจริงๆ ชายหนุ่มไม่สามารถหลบเลี่ยงหมัดลวงตาได้ หลังจากนั้นเขาถูกหมัดหนึ่งเข้าไปเต็มๆ ส่วนหมัดอื่นๆ เขาป้องกันมันได้ด้วยสองแขนของเขาแต่มันก็ยังได้รับอาการบาดเจ็บอยู่ดี ในสถานการณ์สิ้นหวังนั้นภานุไม่มีทางเลือกนอกจากสู้อย่างสุดความสามารถ และลองบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่เคยลองมาก่อน

    อย่างไรก็ตามทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เขาหวังเสมอไป หมัดของอีกฝ่ายนั้นพุ่งเข้ามาในมุมอับสายตาซึ่งชายหนุ่มไม่ทันได้สังเกตมันด้วยซ้ำ ความรู้สึกอันตรายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนได้ปะทุขึ้น ร่างกายที่ตอบสนองไม่ทันกลับเคลื่อนไหวหนีอันตรายนั้นด้วยสัญชาตญาณ

    “วืด! ”

    หมัดของ Mad dog พุ่งแหวกอากาศไปอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากภานุนั้นสามารถหลบมันได้ แม้แต่ตัวของชายหนุ่มเองก็ยังไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน แต่เขายังจดจำความรู้สึกครั้งนั้นได้

    “หืม? บังเอิญอย่างงั้นเหรอ? ”

    Mad dog อุทานออกมาอย่างประหลาดใจ ในขณะเดียวกันมันก็ได้ต่อยไปอีกหมัดที่ลำตัวของชายหนุ่ม ชายหนุ่มรับรู้ถึงอันตรายอีกครั้งและเคลื่อนไหวด้วยสัญชาตญาณ และสามารถหลบหมัดนั้นพ้นได้

    [ไม่อยากจะเชื่อเลยครับท่านผู้ชม ดูเหมือนจะมีคนสามารถหลบหมัดลวงตาอันเลื่องชื่อได้แล้ว!]

    ผู้บรรยายได้กล่าวออกมาอย่างตื่นเต้นในขณะเดียวกันเสียงเชียร์ของผู้ชมก็ดังขึ้นไล่ๆ กันมา ภานุเองก็ไม่อยากจะเชื่อจนเมื่อเสียงเชียร์และเสียงผู้บรรยายได้ร้องเตือนเขา ว่าเขาสามารถทำมันได้จริงๆ

    “มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน? ฉันสามารถหลบหมัดนั้นได้แม้จะไม่ได้มองมันเป็นไปได้ยังไง? ”

    แม้ว่าชายหนุ่มจะกล่าวถามกับตัวเองมากเท่าใดเขาก็ไม่มีทางได้คำตอบ แม้แต่ผู้ชมเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะท่าทีของภานุนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เขาคนธรรมดากลับกลายเป็นเทพโดยไม่ได้ตั้งใจ

    …..

    ท่ามกลางความสนุกสนานและตื่นเต้นของผู้คนรอบสนามประลองนั้น ณ จุดสูงสุดภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ห้อมล้อมด้วยกระจก ซึ่งใครก็ตามที่ได้นั่งอยู่ในห้องนี้นั้นสามารถมองเห็นการประลองทั้งหมดได้อย่างชัดเจน ห้องนี้ถูกออกแบบมาไว้สำหรับแขกคนสำคัญเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เข้ามาได้

    ภายในห้องวีไอพีนั้นมีร่างของชายสองคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่เก้าอี้ที่ทำจากหนังของสัตว์ที่ดูประณีตและสวยงาม อีกหนึ่งยืนอยู่ด้านข้างเหมือนกับเป็นบอดีการ์ดอย่างไงอย่างงั้น คนผู้ที่ยืนอยู่นั้นเป็นคนที่ภานุเคยพบมาก่อนเขาเป็นชายผู้สวมหน้ากากสีดำซึ่งถูกเรียกว่าแบล็คและยังเป็นคนที่นำทางภานุผ่านประตูเข้ามายังที่แห่งนี้

    ชายที่นั่งอยู่นั้นเหมือนจะเป็นคนที่พิเศษอย่างมาก ชายคนนี้อยู่ในช่วงวัยกลางไว้หนวดและเคราเต็มไปหน้า แต่งกายในชุดสีขาวพร้อมมีเสื้อคลุมที่ทำจากขนนกสีขาวเช่นเดียวกัน นิ้วมือของเขาทั้งสิบนิ้วกว่าครึ่งเต็มไปด้วยเครื่องเพชรและทอง สายตาของเขาจับจ้องไปที่ข้อความในกระดาษในจดหมายที่ดูธรรมดาและภานุที่กำลังต่อสู้ในสนามสลับกันไปมา

    ทันทีที่ภานุสามารถทำการหลบหลีกหมัดของคู่ต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่องประกายตาของชายคนนั้นก็ปรากฏความตื่นเต้นออกมา แม้แต่แบล็คที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยความเคารพยังประหลาดใจกับท่าทางของคนคนนี้

    “ไม่อยากเชื่อเลยว่าอายุเพียงแค่นี้ กลับสามารถเรียนรู้ทักษะที่คนอื่นต้องพยายามตลอดชีวิตกว่าจะได้มันมาจากการต่อสู้แค่นี้? ”

    ชายปริศนาได้กล่าวขึ้นในขณะเดียวกัน แบล็คก็ได้หันกลับไปมองในสนามประลองและทำสีหน้าท่าทางไม่อยากเชื่อเช่นเดียวกัน

    “มันคือสัมผัสแห่งความตายจริงๆ เหรอครับบอส? ”

    ดูเหมือนว่าชายชุดขาวที่ดูท่าทางร่ำรวยและมีอำนาจคนนี้จะเป็นบอสของสถานที่แห่งนี้




    คล้ายกับเรื่องThe Dark Ages ที่คุณอ่าน