จารึกที่ 27 : หุบเขาเมฆาม่วง : มารยาร้อยเล่ห์แห่งพงไพร
แสงตะวันเริ่มสาดส่องทะลุม่านหมอกหนาทึบ่เวลาที่ไออุ่นแห่งสุริยันควรจะขับไล่ความหนาวเหน็บและปลุกสรรพชีวิตให้ตื่นจากการหลับใหล ทว่า ณ เบื้องล่างของผาสูงชันที่เรือเหาะัเหินได้หย่อนเชือกลงมาส่งผู้โดยสารนั้น กลับปกคลุมไปด้วยบรรยากาศที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
เบื้องหน้าของอาเจียและหลินชิงเสวี่ย คือ "หุบเขาเมฆาม่วง" สถานที่ซึ่งถูกร่ำลือว่าเป็ดั่งสรวง์ของนักปรุงยา แต่เป็นรกสำหรับผู้ประมาท
หมอกสีม่วงอ่อนจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือยอดหญ้า ส่งกลิ่นหอมหวานเอียนๆ คล้ายดอกไม้เน่า ดอกไม้รูปร่างประหลาดสีสันฉูดฉาดเบ่งบานแข่งกันอวดโฉม แต่ทุกดอกกลับมี "เขี้ยว" เล็กๆ ซ่อนอยู่ภายใต้กลีบอันงดงาม
"กลิ่นหอมนี่..." หลินชิงเสวี่ยย่นจมูก มือกระชับด้ามกระบี่แน่น "ข้าััได้ถึงอันตราย... มันคือ พิษประสาทหลอน (幻毒 - ฮ่วนตู๋) ชนิดอ่อน หากสูดดมเข้าไปนานๆ จะทำให้เห็นภาพลวงตาและคุ้มคลั่ง"
"ของฟรีไม่มีในโลกฉันใด ความงามที่ไร้พิษสงก็ไม่มีในยุทธภพฉันนั้น" อาเจียกล่าวอย่างรู้ดี (เพราะเคยโดนหลอกขายของสวยแต่รูปจูบไม่หอมมาเยอะ)
เขาล้วงมือเข้าไปในย่าม หยิบ ยาเม็ดสีดำ สองเม็ดออกมา ยื่นให้หญิงสาวหนึ่งเม็ด
"กินซะ... นี่คือ 'โอสถล้างพิษครอบจักรวาล' สูตรลับตระกูลหลิน (ที่ข้าเพิ่งตั้งชื่อเมื่อกี้)"
"เ้าปรุงเองรึ?" หลินชิงเสวี่ยรับมาดูด้วยความระแวง "ทำไมหน้าตามันเหมือน... ขี้กระต่ายตากแห้ง?"
"อย่าดูถูกขี้กระต่าย... เอ้ย สมุนไพรปั้นลูกกลอน!" อาเจียแก้ตัวน้ำขุ่นๆ "กินๆ เข้าไปเถอะน่า หรือเ้าอยากจะเดินแก้ผ้าคุยกับต้นไม้เพราะฤทธิ์ยาหลอนประสาท?"
หลินชิงเสวี่ยหน้าแดงแว็บหนึ่ง ก่อนจะกลั้นใจกลืนยาลงไป รสชาติขมฝาดเฝื่อนคอทำให้หน้านางบิดเบี้ยว แต่อาการมึนงงจากกลิ่นดอกไม้ก็ทุเลาลงทันตาเห็น
"ไปกันเถอะ..." อาเจียเดินนำเข้าสู่ดงไม้สีม่วง "อาจารย์บอกว่า 'น้ำตาภูตเหมันต์' มักจะซ่อนตัวอยู่ในที่ที่มีไอเย็นจัดที่สุด... ซึ่งน่าจะเป็ใจกลางหุบเขานั่น"
ทั้งสองเดินลัดเลาะฝ่าดงไม้แปลกตา อาเจียพยายามเดินหลบกิ่งไม้ทุกกิ่งอย่างระมัดระวัง (เพราะกลัวเสื้อผ้าขาด เดี๋ยวเสียราคา) ในขณะที่สายตาก็สอดส่ายหา "สมุนไพรมีค่า" เพื่อเก็บใส่ย่ามไปด้วย
"เจอแล้ว! เห็ดิญญาม่วง!" อาเจียตาเป็ประกาย เตรียมจะพุ่งเข้าไปคว้าเห็ดดอกใหญ่ที่ขึ้นอยู่โคนต้นไม้
[หยุด!] เสียงมู่เฉินตวาดลั่น [เ้าโง่! ดูให้ดีก่อน!]
ฟุ่บ!
ทันใดนั้น "เห็ด" ดอกนั้นก็ลืมตาโพลง! มันไม่ใช่เห็ด แต่เป็ส่วนหัวของ "งูหลามเกล็ดม่วง (紫鳞蟒 - จื่อหลินหมั่ง)" ที่พรางตัวอยู่อย่างแเี!
"ว้าก!" อาเจียร้องเสียงหลง ะโถอยหลังจนสะดุดรากไม้ล้มก้นจ้ำเบ้า
งูั์พุ่งฉกด้วยความเร็วปานสายฟ้า ปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวพิษอ้ากว้างหมายขย้ำเหยื่ออันโอชะ
"ระวัง!" หลินชิงเสวี่ยชักกระบี่ออกจากฝัก ประกายแสงสีเงินสว่างวาบ นางพุ่งเข้ามาขวางหน้าอาเจีย ตวัดกระบี่สร้างม่านพลังปราณป้องกันการโจมตี
เคร้ง!
เขี้ยวของงูั์ปะทะกับใบกระบี่จนเกิดประกายไฟ แรงกระแทกส่งผลให้หลินชิงเสวี่ยเซถอยหลังไปหลายก้าว นางกัดฟันกรอด "ิัมันแข็งมาก! กระบี่ธรรมดาฟันไม่เข้า!"
งูหลามเกล็ดม่วงไม่รอช้า มันสะบัดหางฟาดเข้าใส่ซ้ำ หมายจะกวาดทั้งสองให้ร่วงลงสู่ดงหนามพิษเบื้องล่าง
"อาเจีย! ทำอะไรสักอย่างสิ!" หลินชิงเสวี่ยกรีดร้อง
อาเจียตะเกียกตะกายลุกขึ้น ความคิดในหัวหมุนวนเร็วจี๋... 'เกล็ดแข็งแกร่ง? กันอาวุธได้? ...เช่นนั้นข้าก็จะไม่ใช้อาวุธทำลายเ้า แต่ข้าจะเปลี่ยน 'สถานะ' ของเ้าเสีย!'
เขาคว้า พู่กันนิรันดร์ ออกมาตวัดวาดกลางอากาศรวดเร็วปานสายฟ้า ปรากฏอักขระ 'มู่ (ไม้)' สีเขียวมรกตลอยเด่น
"ในเมื่อเ้าชอบพรางตัวเป็ต้นไม้นัก... ข้าก็จะบัญญัติให้เ้ากลายเป็ต้นไม้ไปจริงๆ เสียเลย!"
ฉับพลันนั้น ปลายพู่กันตวัดวาด 'วงล้อแห่งความว่างเปล่า' อันเป็สัญลักษณ์แห่ง 'อักขระสูญตา' ที่ไร้จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ครอบทับลงไปบนอักขระธาตุไม้อย่างแม่นยำ!
"วิชาลับ... คืนสู่รากเหง้า!"
อาเจียะโเสียงขรึมแสร้งทำทรงภูมิราวยอดคน (ทว่าแท้จริงแล้วเขากำลัง 'เขียนทับกฎแห่งชีวิต' เร่งกระตุ้นธาตุไม้ให้กลืนกินเืเนื้ออย่างบ้าคลั่ง!)
ทันทีที่อักขระ 'หลิง (ศูนย์)' ใจกลางวงมรรคาสำแดงฤทธิ์ กฎเกณฑ์ทางกายภาพของงูั์พลันถูกปฏิเสธ!
แทนที่จะเกิดะเิตูมตาม กลับเกิดเสียง กร๊อบ... แกร๊บ... ดังลั่นมาจากภายในร่างมหึมา เกล็ดสีม่วงที่เคยแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าเริ่มด้านชาและแปรสภาพกลายเป็เปลือกไม้หนา! รากไม้จำนวนมหาศาแทงทะลุออกมาจากหน้าท้อง ชอนไชลงสู่ผืนดินเบื้องล่างเพื่อ 'ตรึง' ร่างของมันให้เป็หนึ่งเดียวกับป่า
"ก๊าซซซ!"
งูหลามกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก แต่มันไม่อาจขยับเขยื้อนได้อีกต่อไป... บัดนี้ร่างกายท่อนล่างของมันถูกทำให้กลายเป็รากไม้ฝังลึกจมดินไปเรียบร้อยแล้ว!
"เร็วเข้า! หนี!" อาเจียคว้าข้อมือหลินชิงเสวี่ยแล้วออกวิ่งหน้าตั้ง "วิชานี้อยู่ได้ไม่นานหรอก! พลังปราณข้ามีน้อย เดี๋ยวพอมันหลุดออกมาได้ มันจะโกรธจนไฟลุกแน่!"
ทั้งสองวิ่งหนีตายฝ่าดงไม้ออกไป ทิ้งให้งูปีศาจดิ้นรนอยู่ในสภาพกึ่งงูกึ่งต้นไม้อยู่เื้ั
เมื่อพ้นระยะอันตราย อาเจียทรุดตัวลงหอบแฮกๆ พิงก้อนหินใหญ่ เหงื่อกาฬไหลหยดติ๋ง
[ใช้ได้...] มู่เฉินเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ [รู้จักพลิกแพลง... ธาตุไม้ชนะธาตุดิน (งูหลามชนิดนี้อาศัยธาตุดินในการพรางตัว) การใช้วงล้อสูญตาไปกระตุ้นธาตุไม้ในตัวมันให้เติบโตผิดปกติ เป็ความคิดที่ชั่วร้าย... เอ้ย ชาญฉลาดใช้ได้]
"ขอบคุณที่ชมขอรับ..." อาเจียยิ้มแห้งๆ ล้วงมือเข้าไปในย่ามเพื่อเช็คของ "แต่ที่สำคัญกว่าคำชมคือ..."
เขาแบมือออก เผยให้เห็น "เกล็ดงูสีม่วง" ชิ้นหนึ่งที่แอบจิ๊กหลุดติดมือมาตอนวิ่งหนี
"เกล็ดของงูหลามเกล็ดม่วง... เอาไปบดทำยาแก้พิษได้ ราคาตลาดน่าจะอยู่ที่ 500 อีแปะ..." อาเจียหัวเราะคิกคัก "ถือเป็ค่าทำขวัญที่คุ้มค่าเหนื่อย!"
หลินชิงเสวี่ยมองดูชายหนุ่มที่เพิ่งจะเกือบตายแต่ยังห่วงเื่เงินด้วยสายตาเอือมระอา แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปากเล็กน้อย
"เ้านี่มัน... งกเข้าเส้นเืจริงๆ"
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พักหายใจ เสียงคำรามกึกก้องกัมปนาทก็ดังแว่วมาจากส่วนลึกของหุบเขา พร้อมกับไอเย็นะเืที่แผ่พุ่งออกมาจนต้นไม้รอบข้างกลายเป็น้ำแข็งในพริบตา
"ดูเหมือน..." อาเจียกลืนน้ำลายเอือก หน้าซีดลงอีกครั้ง "เ้าของ 'น้ำตา' ที่เรากำลังตามหา... จะรู้ตัวแล้วว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือน"