จอมดาบจ้าวมนตรา

    จิตใจคับแคบ

    หลี่หมิงรับรู้ถึงพลังมหาศาลที่กดทับลงมา พลันเงยหน้ามองฟ้าเห็นฝ่ามือสีเงินพุ่งตรงมาที่ตนดั่งดาวตก ทันใดนั้นเกิดเสียงร้องแตกตื่นของเชื้อพระวงศ์ทั้ง 24 คน ซึ่งล้วนมีฝีมือมิใช่ชั่วต่างรับรู้ถึงพลังลมปราณอันเกรี้ยวกราด ที่ถูกฟาดลงมายังกลุ่มของพวกตน พวกมันต่างใช้ท่าร่างประจำตัวพลิ้วกายหลบรอดออกมาได้ ซึ่งเป็นไปตามที่อาวุโสเหวยคังคาดคำนวณเอาไว้ มันเผลอยิ้มออกมาด้วยความยินดี เพราะพลังทำลายที่มันใช้ฟาดใส่เด็กหนุ่มระดับพลังขั้นพื้นฐาน ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นที่ 9 ไม่มีทางที่จะหลบพ้นฝ่ามือเงาหยก แม้จะไม่สามารถสังหารเด็กคดโกงนั่นได้ แต่อย่างน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้โครงร่างแตกหักพิการในบัดดล

      หยวนไท่ครั้นพลิ้วกายออกมาได้ แต่พอเหลือบเห็นสหายตนยังยืนนิ่งไม่คิดหลีกหนี มันตกใจตะโกนก้องร้องเตือน "พี่ชายหนีเร็ว" หลี่หมิงเหมือนไม่ได้ยินกลับยืนตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้ฝ่ามือเงาหยกปะทะใส่ร่างตนดังโครมใหญ่ ท่ามกลางเสียงอื้ออึงของศิษย์ใหม่ ที่นึกไปไกลว่าราชนิกุลหวางเหลียนอาจแดดิ้น

      แต่ชายหนุ่มกลับไร้ริ้วรอยบาดแผล สร้างความประหลาดใจให้กับผู้อาวุโสเหวยคังและผู้คน หลี่หมิงยังคงยืนอยู่กับที่ดั่งเสาหิน เพ่งมองไปยังผู้อาวุโสเหวยคังที่ยืนตาค้างอยู่บนฟ้า พลันร้องถามด้วยความไม่พอใจ "ตาแก่ ต้องการจะทำอะไร" 

      ผู้อาวุโสเฒ่าเบิกตากว้างไม่เชื่อสายตา ว่าฝ่ามือเงาหยกไม่สามารถทำร้ายเด็กชั่วนั่นได้ มิหนำซ้ำยังไม่ยำเกรง หาญกล้าเรียกมันว่า"ตาแก่"ช่างสามหาวนัก ในตำหนักเทพสวรรค์มีเพียงคนเดียวที่กล้าล่วงเกินมันเช่นนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นพลันปล่อยจิตสังหารออกมา

      องค์หญิงสี่แห่งอาณาจักรต้าหลัวไม่พอใจที่หัวหน้าตึกลงทัณฑ์ ทำร้ายเด็กหนุ่มที่ไร้ความผิด นางรีบถลันกายออกหน้าด้วยคุณธรรม "ท่านอาวุโสเหวยคัง เพราะเหตุใดท่านถึงลอบทำร้ายราชนิกุลต่ำต้อยผู้นี้ " คำพูดของนาง ทำให้ห้าองค์ชายและเหล่าเชื้อพระวงศ์ต่างหัวร่อกันคิกคัก 

      องค์ชายหานเฮ่าไม่ถูกชะตากับพวกไป๋ฮู่ตั้งแต่แรกเห็น จึงเข้าไปห้ามปรามองค์หญิงเสิ่นเยว่ "องค์หญิงสี่ ผู้อาวุโสตำหนักเทพสวรรค์สถานะสูงส่งเทียบเท่าเซียน ถ้าไม่มีเหตุพอเพียงมีหรือที่ท่านผู้อาวุโส จะลงมือกับเด็กน้อยอย่างพวกเราได้ " วาจาแม้สวยหรูมีหลักการ แต่เจตนามุ่งร้ายกีดกันผู้คนออกห่าง ไม่ให้องค์หญิงสี่ออกหน้า

      องค์หญิงห้าเชวียนลู่แห่งอาณาจักรไทอาเพื่อนสนิทของเสิ่นเยว่ รีบเข้ามาดึงตัวองค์หญิงสี่ออกห่าง ด้วยล่วงรู้กิตติศัพท์ของอาวุโสเหวยคัง ที่โทสะกล้าแถมยังมีจิตใจคับแคบ หากแม้นเป็นอริกับตาเฒ่าผู้นี้ เห็นทีชีวิตในตำหนักเทพสวรรค์คงไม่ราบรื่นอย่างแน่นอน

      ผู้อาวุโสเหวยคัง ครั้นเห็นเหล่าเชื้อพระวงศ์ถอยห่างก็มีความยินดี จึงกล่าวโทษหลี่หมิงว่า 

      "พวกเจ้าคงสงสัยสินะ ว่าทำไมเล่าฮูถึงได้ลงมือกับเด็กน้อยผู้นี้ นั่นเป็นเพราะราชนิกุลหวางเหลียนแห่งอาณาจักรไป๋ฮู่ ดูถูกตำหนักเทพสวรรค์ กลับกล้าตบตาปกปิดพลังฝีมือของตน ทั้งที่มีลมปราณขั้นพื้นฐานระดับ 9 ยังอาจหาญมาสมัครเป็นศิษย์ของตำหนักเทพสวรรค์ หากข้าไม่ลงโทษเจ้าคนคดนี่ ข้าเหวยคังจะเป็นหัวหน้าตึกลงทัณฑ์ได้อย่างไร"

      สิ้นเสียงของผู้อาวุโสเหวยคัง เหมือนดั่งฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อมขององค์หญิงเสิ่นอวี้ ด้วยศักดิ์ศรีของหัวหน้าตึกลงทัณฑ์และระดับขอบเขตเซียนปัฐพีขั้นกลาง มีหรือจะผิดพลาดในการตรวจสอบระดับยุทธ์ของหญ้าอ่อนอย่างพวกนาง เสิ่นอวี้เป็นผู้รักความยุติธรรมด้วยความหุนหันพลันแล่น เกือบช่วยคนผิดเป็นปฏิปักษ์กับผู้อาวุโสเหวยคังซะแล้ว 

      องค์ชายหานเฮ่ายิ้มกริ่มเมื่อเห็นองค์หญิงเสิ่นอวี้แปรเปลี่ยนความคิด มีท่าทีชิงชังหวางเหลียนอย่างเด่นชัด เว่ยซวีคู่ปรับของหยวนไท่เผยอยิ้มเหยียด กล่าววาจาเสียดแทง 

      "พวกชั้นต่ำมีพฤติกรรมต่ำทราม ก็สมกันดี" หยวนไท่ได้ฟังแทบจะพุ่งไปต่อยหน้าองค์ชายอาณาจักรเว่ย แต่ถูกองค์ชายเถียนอวี้ห้ามปรามไว้ก่อน

      องค์ชายเติ้งเสียนนิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อได้ฟังมูลเหตุของผู้อาวุโสเหวยคัง จึงเดินขึ้นหน้าแสดงคำวินิจฉัย "ฮ่า.ฮ่า.ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง โทษของการหลอกลวงเช่นนี้ สมควรถูกลงโทษให้หลาบจำ ข้าองค์ชายเติ้งเสียนองค์รัชทายาทของอาณาจักรไท่หยางในฐานะเจ้าบ้าน ข้าขอให้ท่านอาวุโสเหวยคังทำตามกฏของตำหนักเทพสวรรค์เถิด"

      เหวยคังประสานมือรับคำสั่งจากองค์รัชทายาท จึงหันมากล่าวระวางโทษหวางเหลียน 

      "ความผิดของผู้ละเมิดกฎเกณฑ์ของตำหนักเทพสวรรค์ หนักเบานั้นแตกต่าง เห็นแก่เจ้ายังเด็กไม่รู้ความ ข้าจะหักแขนทั้งสองข้างของเจ้า ทำลายรากฐานวรยุทธ์ พร้อมกับถูกขังที่ยอดเขาสายฟ้าเป็นเวลา 1 ปี จึงจะพ้นโทษ" 

      หลี่หมิงได้ฟังดังนั้น ถึงกับหัวร่อออกมา "ข้าอาจจะฝึกปราณสำเร็จแค่ขั้นพื้นฐาน แต่ฝีมือของข้าไม่ได้อ่อนด้อย อย่างที่ท่านคิดหรอกนะ ถ้าท่านอยากจะหักแขนของข้า ถ้าทำได้ก็เข้ามาสิ" ดวงตาของเขาเจิดจ้า แผ่กลิ่นอายของนักรบผู้เจนศึกออกมา 

      "บังอาจท้าทายข้าอย่างนั้นรึ อวดดีเกินไปแล้ว" น้ำคำเผยเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน

      "บ้าเอ๊ย! แทนที่จะพูดจาอ่อนน้อมสำนึกตน กลับไปยั่วโทสะหัวหน้าตึกลงทัณฑ์ พี่ชายนี่ท่านหาญกล้าจะปะทะกับระดับเซียนเชียวนะ" หยวนไท่เหงื่อแตกพลั่ก ตระหนกกับนิสัยบ้าบิ่นของสหายเป็นที่สุด 

      เหวยคังฟาดฝ่ามือเงาหยกอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเพิ่มพลังถึงขั้นระดับฝึกตนขอบเขตจิตวิญญาณยุทธ ซึ่งมีพลังห่างจากขั้นพื้นฐานถึงระดับขั้นใหญ่ถึง 5 ขั้น นี่ไม่ใช่การลงโทษแต่เป็นการสังหารอย่างชัดเจน เหล่าศิษย์ใหม่ทั้งหมดพอเห็นพลังทำลายล้างระดับนี้ ต่างพากันหลบหนีกันจ้าละหวั่น 

      หลี่หมิงเห็นพลังที่พุ่งใส่ราวกับสายฟ้า ลมปราณเกือบถึงขั้นของราชามังกรดำ เขาถึงกับหน้าถอดสีแม้จะตื่นตระหนกแต่หาได้ขลาดกลัวไม่ พลันใช้ท่าร่าง 7 ก้าวข้ามทะเลขั้นฟ้าพลิ้วกายหลบเลี่ยงได้อย่างหวุดหวิด ทำให้ขุนเขาโยกคลอนแผ่นดินไหว หน้าผาถูกทำลายล้างจนแหลกละเอียด กองหินน้ำหนัก 10,000 จินไหลลงยังหุบเหวเบื้องล่าง เกิดเสียงสะเทือนเลื่อนลั่นปานภูเขาถล่ม


    คล้ายกับเรื่องจอมดาบจ้าวมนตรา ที่คุณอ่าน