Magic X Knight REVERSE

    ตอนที่ 49 กิจกรรมเรียงจดหมาย

      .ค่ำคืนนั้นหลังเสร็จสิ้นการประลองวันแรก เชสในสภาพเหนื่อยแตกทั่วกายปั้นหน้าเครียดทั้งๆที่หลับไม่ได้สติ เกรงเนื้อทุกส่วนเกร็ง เล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อภายในโลกแห่งความฝัน เชสยืนประจัญหน้ากับชายในความทรงจำปริศนาคนนั้น ใบหน้าของเขาเริ่มมองเห็นชัดขึ้นไม่มัวหมองเท่าก่อนหน้านี้จนพอระบุได้ว่าเขาคือผู้ที่เคยถูกโซ่ล่ามและตวาดใส่ชายกับหญิงก่อนหน้าที่เขาเห็นในคาสิโน“เอาวิชาของข้าไปใช้ สนุกรึเปล่า”“คุณเป็นใคร”ไม่สามารถขยับตัวได้ ไม่สิ ความรู้สึกตอนนี้ราวกับว่าตัวเขานั้นไม่มีซึ่งแขน ขา หรืออวัยวะต่างๆ เป็นแค่จิตสำนัก ในใจรู้สึกลุกลี้ลุกลนเขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติก่อน“อิไอนั่นข้าค่อนข้างภูมิใจทีเดียว ถึงจะไปขโมยคนอื่นเขามาอีกทีก็เหอะ...ว่าแต่กว่าจะคุยกับข้าได้ถึงกับใช้เวลาตั้งสองชีวิตเลยนะ...รุ่นเดียวกันบางคนคุยกับข้าได้ตั้งแต่เกิดเชียว”“รุ่นเดียวกัน หมายความว่ายังไง”“เอาไว้เจ้ากลับมาเมื่อไหร่เราค่อยเจอกัน...ไปนะ ผู้ครองสติปัญญาของข้ากำลังรอสายอยู่ ยุ่งจริงจริ๊ง”“เห้ย เดี๋ย—”เฮือกเชสผุดลึกขึ้นมาพร้อมกับแขนที่ยกอยู่ในแปลกประหลาด            “ขยับได้แล้ว...”เชสในอาการมึนงงนั่งเหงื่อท่วมอยู่บนที่นอนทั้งที่ตอนนี้เป็นฤดูหนาว เด็กหนุ่มหน้าซีดเซียวคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ คิดอย่างไรก็คิดไม่ตกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วคนเมื่อกี้นี้เป็นใคร กระทั่งรู้ว่าเขาอยู่มาแล้วถึง2ชีวิต“รึว่าจะมีบางอย่างที่ยังไม่รู้เกี่ยวกับตัวเราเอง...บ้าน่า ไม่หรอกมั้ง”ถึงจะพูดแบบนั้นทว่าในใจกลับรู้สึกหวั่นเกรงอย่างถึงที่สุด ก๊อก ก๊อกเชสในสภาพนอนไม่พอสะดุ้งจากเสียงเค่ะประตูตั้งแต่8โมงเช้า หลังจากคิดหัวแทบแตกทั้งคืนในเมื่อมันไม่ได้คำตอบแม้จะน่าหงุดหงิดแต่ทางเลือดก็มีแค่ต้องโยนมันทิ้งไป ร่างเล็กลุกจากเตียงไปเปิดประตู“ครับ มาแล้ว”รุ่นพี่หน้าคุ้นสักคนที่มักจะรับภารกิจเฝ้าดูแลหอยืนทำหน้าลำบากใจเบื้องหน้าประตูห้องพัก“รุ่นพี่มีอะไรรึเปล่า”“เอ่อ...น้องชายคือเชส เซอเซสใช่ไหม”รุ่นพี่คนนั้นถามเพื่อยืนยันให้แน่ใจ“ครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรรึเปล่า”“เอ่อ พอดีว่ากล่องจดหมายของหอพักเราเต็มไปด้วยจดหมายตั้งแต่เมื่อวานแล้ว จนตอนนี้มันแทบจะล้นออกมา”เชสพยักหน้าตามเรื่อง กระนั้นก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเอาเรื่องนี้มาบอกเขาด้วย“แล้วมีอะไรให้ผมช่วยหรอครับ”แค่ถามออกไปเป็นมารยาท และถ้าอีกฝ่ายให้ช่วยจริงเชสก็ไม่คิดจะช่วยแม้แต่น้อย“ก็ไอ้จดหมายพวกนั้นน่ะ90%จ่าหน้าถึงนาย”เชสเปลี่ยนสีหน้าเป็นแปลกประหลาดระคนสงสัย จดหมายเกือบทั้งหมดเป็นของเขา ปกติอย่าว่าแต่เกือบทั้งหมดเลยแค่สักฉบับเป็นของเขาก็นับว่ามหาศาลแล้วในที่สุดก็รู้แล้วว่าตนเองโดนตามเพราะอะไร รุ่นพี่ปี3เดินนำลงมาด้านล่างและเป็นดังนั้นจริง จดหมายกองพะเนินออกมานอกตู้ ตรงนั้นมุ่นพี่คนหอคนอื่นๆกำลังทยอยเอาจดหมายใส่กล่องกระดาษเตรียมยกขึ้นไปอยู่ ทันทีที่เชสลงมารุ่นพี่เหล่านั้นพลันส่งสายตาอาฆาตมายังรุ่นน้องหนุ่มราวกับจะบอกว่า‘เฝ้าหอมาทุกวันไม่เห็นยุ่งแบบนี้ เพราะแกคนเดียวไปเด็กเวร’ใช้เวลานานเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะขนจดหมายทุกฉบับมาไว้ในห้องเขาจนหมดโชคดีที่วันนี้เพิ่งวันที่สองของการประลอง การต่อสู้ในทัวร์นาเม้นท์รอบแรกยังไม่เสร็จสิ้นดีเพราะมีทีมลงแข่งราวๆ120กว่าทีม กว่ารอบแรกจะเสร็จตามตารางก็คือมะรืนนี้ เท่ากับว่ากว่าเขาจะได้สู้รอบต่อไปคือวันพุธ ซึ่งทางสถาบันอนุโลมให้นักเรียนที่มีแข่งสามารถลาในวันนั้นๆได้เมื่อกล่องสุดท้ายถูกดันเข้ามาในห้องประตูก็ปิดลงพร้อมกับการจากไปของบรรดารุ่นพี่ เชสถอนหายใจก่อนหันมาโฟกัสกับกองจดหมายนับร้อยตรงหน้า มือเล็กสุ่มหยิบมาจดหมายขึ้นมา1ซองมันจ่าหน้าถึงเขาพร้อมกับชื่อของผู้ส่งที่เขาไม่รู้จัก“ใครหว่า ปี2...หืม”บนนั้นมีทั้งชื่อ ชั้นปีและห้องระบุอย่างครบถ้วน เขาฉีดซองออกอย่างรีบร้อนเพื่อดูเนื้อหาด้านใน“ขอร้องเป็นพาร์ทเนอร์...งี้เอง งั้นทั้งหมดนี่ก็”ในที่สุดก็เข้าใจ กองจดกองพะเนินทั้งหมดนี่ส่งมาหลังจากทุกคนได้ดูการประลองที่เกิดขึ้นวันเสาร์ซึ่งคือเมื่อวานนี้ จากเด็กห้อง10ธรรมดาๆที่มักถูกมองข้ามหัว กลับเอาชนะรุ่นพี่ปี2ได้อย่างสบายๆด้วยตัวคนเดียวแม้ว่าอีกฝ่ายจะอยู่แค่ห้อง7ก็ตาม“ข้อเสนอ...เงินเดือน7000ริสต่อเดือน ว้าว ไอ้หมอนี่มันไปรวยมาจากไหนเนี่ย แถมซื้อคทาใหม่ให้ด้วย แล้วฉบับนี้ล่ะ...ให้ตั้งหมื่นนึง ถามจริง”เด็กหนุ่มเริ่มเปิดจดหมายออกทีละฉบับๆ ไม่ทราบว่าเพราะไม่มีอะไรทำหรือเบื่อหน่าย เชสจงใจเรียงจดหมายตามมูลค่า หรือค่าตัวที่เจ้าของจดหมายเสนอเพื่อซื้อตัวเขา ความรู้สึกตอนนี้ราวกับ เชสเซอเซสกลายเป็นนักกีฬาชื่อดังที่มีแต่คนต้องการตัวอย่างไรอย่างนั้นเวลาล่วงผ่านไปกิจจกรรมเรียงจดหมายยังไม่เสร็จดีกระนั้นอาการหิวก็ไม่ได้รอเขาแต่อย่างใด เจ้าของเรือนผมสีเข้มเดินออกจากห้อง สมาชิกหอพักหลายห้องเริ่มตื่นกันหมดแล้วทันทีที่เห็นเชสเดินลงมาด้านนอกอาคาร ทุกคนจ้องเขาด้วยท่าทีแปลกประหลาดยิ่งกว่าตอนมีเรื่องกับมาร์คช่วงแรกๆเสียอีกทันใดนั้นหางตาเหลือบไปเห็น ไมเซอร์กับแอนโทนี่ ลูกไล่ของมาร์คที่บัดนี้สมาชิกกลุ่มหายไป1คน“ไง พวกนาย2คนวันนี้วันนี้หัวโจกไปไหนซะล่ะ”เชสเยาะเย้ยอย่างมีความสุข ที่พูดออกไปหาใช่คำถามที่ต้องการคำตอบไม่แต่เป็นคำพูดถากถางและเย้ยหยันเบาๆ ให้สมกับที่ตัวเองโดนแกล้งมาตลอดทั้งสองหน้าเสียทันทีก่อนจะกระซิบกระซาบและเดินจากไป‘อ้า สะใจโคตร’นี่สินะรสชาติของผู้ชนะ ระหว่างกำลังทำหน้าฟินอยู่นั้นเอง...“ช เชส ฉันได้ดูการประลองด้วยนะ นายสุดยอดมากเลย”จู่ๆ กลับมีเด็กผู้หญิงคุ้นหน้าคุ้นตาเข้ามาทักเขา พยายามนึกอยู่สักพักกว่าจะจำได้ว่าเธอเป็นเพื่อนร่วมห้อง10 แต่จำชื่อไม่ได้“ขอบคุณนะ”“เชส ฉันเองก็ได้ดูเหมือนกับ เท่สุดๆไปเลย”จาก1คนกลายเป็น2 และ3 ผ่านไปไม่นานเขากลับกลายเป็นศูนย์กลางของทั้งนักเรียนหญิงและชายห้องท้ายให้เข้ามาชื่นชม โดยที่มีบางคนส่งสายตาเกลียดชัง ริษยา และไม่ชอบหน้ามาให้เป็นระยะๆ“จริงสิ มีใครพอรู้ไหมว่ามาร์คหายไปไหน”จากฝูงชนที่เจี๊ยวจ๊าวกลับค่อยๆลดเสียงลงไป หลายคนมองหน้ากันเองจนในที่สุดก็เหมือนมีคนรู้คำตอบกล่าวขึ้น“เอ่อ พี่สาวฉันที่เป็นสมาชิกสภานักเรียนบอกว่ามาร์คกับแม็กซิมิลเลียนถูกจับไปสอบสวนจนถึงเย็นเมื่อเย็นวานข้อหาทำผิดกฏการประลองหลายข้อ”เด็กผู้ชายรุ่นราวคราวเดียวตอบ“พอจะรู้บทลงโทษรึเปล่า”“เห็นว่าถูกตัดคะแนนคนละ70คะแนน กับถูกนำไปขังห้องคุมประพฤติ2อาทิตย์”หลายคนที่รู้ว่านั่นแปลว่าอะไรต่างพากันซู้ดปาก สถานที่ที่เรียกว่าห้องคุมประพฤติกล่าวขานว่ามันคือคุกภายในโรงเรียนที่โหดมาก แม้จะใช้คำว่า ‘ห้อง’ ก็ตามมันถูกสร้างด้วยแร่พิเศษที่มีอำนาจดูดซับพลังมานาจากรอบทิศทางซึ่งเป็นแร่ที่หายากมาก พูดให้เข้าใจง่ายๆคือ ถ้าเกิดการร่ายเวทหรือใช้เวทมนตร์ในสถานที่นั้น แร่ที่ว่าจะดูดซับเอามานาจากเวทมนตร์นั้นๆจนมันสลายไปนอกจากนี้มันยังมีความสามารถบังคับดึงมานาจากร่างกายของผู้กระทำผิดโดยตรงได้อีกด้วยทำให้คนที่ถูกขังรู้สึกเหมือนประสบอาการขาดน้ำตลอดเวลา“แล้วประกันตัวออกมาได้ไหม”เชสถามเผื่อไว้ เพราะมันคือวิธีที่แม็กซ์ใช้เพื่อป้องกันไม่ให้น้องชายตัวเองต้องเข้าไปอยู่ในนั้นเมื่อครั้งที่แล้ว“เห็นว่าเกือบจะได้นะ แต่ประธานนักเรียนสั่งห้ามไม่ให้มีการประกันตัวเกิดขึ้นในคดีนี้โดยให้เหตุผลว่าสองคนกระทำการอุกอาจเกินไป ทำให้ทั้งสภานักเรียนและสถาบันต้องเสียหน้า”‘องค์หญิงกัดไม่ปล่อยเลนแฮะรอบนี้’ การประลองในสายแรกจบไปตามเวลาที่กำหนดทีมทั้งหมดหลักร้อยกว่าถูกคัดให้เหลือเพียง1ใน4แล้ว รอเพียงการแข่งขันของสายBจบลงก็จะเหลือแค่64ทีมสุดท้ายที่จะเข้าสู่รอบถัดไปในห้องเรียนขนาดไม่ใหญ่เท่าไหร่มากในสภาพโทรมๆ อาจารย์ชราไล่ชื่อนักเรียนแต่ละคนเพื่อเช็คชื่อตามปกติเหมือนทุกวัน วันจันทร์แบบนี้เป็นปกติที่แต่ละคนจะมีท่าทีเฉื่อยแฉะ“คุณซัคแมน”“มาคร้าบ”“คุณเซอเซส”ผ่านไปหลายวินาทีก็ไม่มีเสียงขายรับจนอาจารย์ชราต้องเรียกอีกรอบ“คุณเซอเซส”ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายหมายที่คุณเรียก อาจารย์ที่ปรึกษาเงยหน้าขึ้นกวาดตามองก็ไม่พบเด็กหนุ่มเจ้าของผมสีดำ1เดียวในห้อง“คุณเซอเซสไปไหนมีใครรู้บ้าง” ณ ลานประลองเก่าของสถาบันบนอัฒจรรย์มีนักเรียนหลากหลายอายุนั่งดูกันประปรายไม่เหมือนเมื่อวันเสาร์ อาทิตย์ที่เป็นวันหยุด หลายคนในนี้ลามาอยู่ถูกต้องพร้อมเหตุผลอันพอฟังขึ้น ทว่าบางคนก็จงใจโดดเรียนเพื่อมาดูการประลองโดยไม่คิดแม้แต่จะส่งใบลา เช่น...“นั่นเชส เซอเซสนี่”“อ๋อ คนเมื่อวันก่อนใช่ป่าว ได้ข่าวว่าล้มปี2ได้นพริบตาเลย”“เห็นว่าอยู่ห้อง10ด้วยนะ”“เก่งขนาดนั้นทำไมไปอยู่ห้องท้ายๆแบบนั้นได้นะ”“แบบนั้นมั้ง ปิดบังฝีมือน่ะ”เจ้าของชื่อที่ถูกซุบซิบนั่งอยู่ชั้นบนสุดของอัฒจรรย์ไม่สนใจเสียงซุบซิบนินทาที่ดังมาเป็นระยะๆเด็กหนุ่มเลือกที่จะอยู่ที่นี่ไม่ใช่เพราะว่าอยู่ดูการประลอง แต่เพราะมีการประลองที่เขาต้องมาดูให้ได้อยู่“ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี ยินดีต้องรับเข้าสู่การประลองของวันที่สาม ผม เมลลี่ มิลล์ รับหน้าที่พิธีกรเช่นเดิม และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาขอเสียงปรบมือต้องรับคู่แรกของวัน ลิเรเรีย เนอร์วาส และ เมริด้า อาเชอร์ร่า จากห้อง1 พบกับ คู่หูจากห้อง2 ...”เสียงเฮก้องลานประลองแม้จะไม่เท่าวันแรกก็ตาม“หวังว่าฉันจะได้เห็นฝีมือที่แท้จริงของเธอนะ เรเรีย”