ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล)

    ตอนที่ 94 ฟื้นแล้ว

    ตอนที่94 ฟื้นแล้ว

     

    ซ่งจือหรงถูกเรียกพบตัวอย่างรวดเร็วชายชราซ่งมีน้ำใจต่อหลาน ๆ เสมอดังนั้นซ่งจือหรงจึงนั่งลงโดยตรงทั้งยังยกแก้วชาบนโตขึ้นมาจิบด้วย

     

    “เสี่ยวหรงเมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์หลานกับน้องชายไปบ้านอาหญิงด้วยกันตอนอยู่ที่นั่นได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นไหม ? ”

     

    “ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะครับพวกเราเพียงแค่ไปเยี่ยมอาหญิง จากนั้นก็อยู่ทานข้าวกลางวันที่นั่นตอนแรกอาหญิงอยากให้จืออันอยู่พักที่นั่นสักคืน แต่จืออันไม่ยอมดังนั้นเขาจึงกลับมาพร้อมผม” ซ่งจือหรงมีนิสัยไม่ค่อยกังวลอะไรเพราะเขาเองก็ไม่พบความผิดปกติเลยนี่ ?

     

    ชายชราซ่งรู้นิสัยของหลานๆ แต่ละคนเป็นอย่างดี คิดแล้วคงถามอะไรออกมาไม่ได้เขาจึงเปลี่ยนมาถามเกี่ยวกับสุขภาพของลูกสาวแทน ปีนี้ซ่งเจียเหออายุ 34 ปีแล้วเธอแต่งงานมา 10 กว่าปีแต่ยังคงไม่มีลูกเธอถึงได้มองซ่งจืออันเป็นเสมือนลูกชายของเธอมาโดยตลอด หากเกิดอะไรขึ้นกับการตั้งครรภ์ของเธอขึ้นมาซ่งจืออันก็คงจะกลายเป็นบุตรบุญธรรมของลูกสาวเขา

     

    “สีหน้าของอาหญิงดูไม่ค่อยดีเธอบอกกับผิงผิงว่าเธอมักจะมีอาการคันตามตัวอยู่ตลอดเวลาโดยไม่ทราบสาเหตุผิงผิงไม่เคยมีอาการแบบนี้เหมือนกันตอนที่เธอให้กำเนิดลูกชายคนโตก็ไม่เห็นเธอจะเป็นอะไร เธอให้กำเนิดลูกอย่างราบรื่นดังนั้นจึงไม่สามารถช่วยอาหญิงได้”

     

    ชายชราซ่งดูเหมือนจะจับจุดเรื่องราวได้บ้างแล้วแต่ขณะเดียวกันก็ดูเหมือนเขายังไม่ค่อยเข้าใจดังนั้นเขาจึงเรียกหลานสะใภ้คนโตที่มีชื่อว่าอู๋ผิงผิงขึ้นมา

     

    “หลานสะใภ้เธอช่วยเล่ารายละเอียดตอนที่พวกเธอไปบ้านอาหญิงให้ปู่ฟังได้ไหมมันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ? เล่าตั้งแต่ตอนที่พวกเธอเดินผ่านประตูเข้าไปเลย”

     

    อู๋ผิงผิงเป็นคนสมองไวเธอคิดได้ทันทีว่าเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับอาการป่วยของน้องชายสามีของเธอดังนั้นเธอจึงเล่าเรื่องราวในวันนั้นให้กับชายชราฟัง

     

    “วันนั้นไม่มีอะไรพิเศษตอนน้องสามเข้าไปก็เอาแต่ขลุกอยู่ในห้องของอาหญิงจนกระทั่งถึงเวลากินข้าวถึงได้ออกมา และสีหน้าของอาหญิงดูไม่ค่อยดีจริงดูเหมือนจะหมองคล้ำออกไปทางสีเทา

     

    อาหญิงบอกกับหนูว่าเธอรู้สึกคันทั้งตัวตลอดเวลาแต่ตอนท้องหนูไม่มีความรู้สึกอะไรเลย หนูก็เลยกลับมาคุยเรื่องนี้กับแม่สามีดูเหมือนสถานการณ์นี้จะต้องให้อาเขยเป็นคนพาเธอไปตรวจที่โรงพยาบาล”

     

    อู๋ผิงผิงเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนั้นให้ฟังซึ่งดูเหมือนมันจะไม่มีอะไรพิเศษจริง

     

    ชายชราซ่งได้ยินคำพูดนี้ยังเกิดความสงสัยอยู่เล็กน้อยเขาตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะให้สะใภ้ใหญ่ไปดูเสียหน่อยเพราะลูกสาวของเขาตั้งครรภ์ตอนอายุเยอะแบบนี้เขาไม่อยากให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอ

     

    ซ่งจืออันฟื้นขึ้นมาหลังจากเวลาผ่านพ้นไป3 ชั่วโมงจริง ขอขอบคุณขึ้นมาก็ยังไม่เป็นอะไร เขาเพียงแค่บ่นว่าหิวหลังจากกินโจ๊กที่แม่ของเขาทำให้ เขาก็นอนหลับต่อ

     

    ในตอนเช้าซ่งจือเหยาพี่รองของซ่งจืออันมาที่บ้านครอบครัวฟู่ให้ฟู่เซินช่วยลาคุณครูให้กับซ่งจืออัน จากนั้นเขาก็รีบร้อนกลับบ้านวันนี้ปู่จะไปบ้านของอาหญิง เขาและพี่ใหญ่จะต้องปั่นจักรยานไปส่ง

     

    ฟู่เยี่ยนยังคงไปโรงเรียนตามปกติไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ซึ่งแตกต่างจากบ้านของซ่งเจียเหอ

     

    ซ่งเจียเหอตั้งครรภ์ได้4 เดือนกว่าแล้ว อายุครรภ์ใกล้เคียงกับหวังซู่เหมยวันนี้หลังจากที่เธอตื่นนอนตอนเช้า เธอก็รู้สึกไม่สบายตัวเธอมักจะรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนอยู่เสมอ เธอรู้สึกแย่มากเลยอยากขอให้สามีพาเธอไปโรงพยาบาล

     

    แต่เมิ่งเทียนฮัวออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่แล้วเขาไม่ได้อยู่ในบ้าน พอเรียกหาแม่สามีก็ไม่มีเสียงตอบรับอะไรดูเหมือนเธอจะไม่อยู่บ้านเช่นกัน ซ่งเจียเหอจึงต้องเดินออกไปเอง

     

    แต่ไม่คิดเลยว่าในตอนที่เธอเดินออกนอกประตูบ้านไปเธอจะอดทนแทบไม่ไหว ท้องของเธอเจ็บเหมือนถูกเข็มทิ่มรู้สึกร้อนวูบวาบในช่องท้องส่วนล่าง ซ่งเจียเหอรู้ได้ทันทีว่าลูกไม่อยู่กับเธอแล้วเธอจึงร้องไห้ออกมา

     

    พวกชายชราซ่งมาถึงที่หน้าบ้านพอดีเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ พวกเขาจึงรีบผลักประตูเข้าไปและทั้งครอบครัวก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสีและรีบพาเธอไปส่งโรงพยาบาลชุมชนแต่ก็ไม่ทันการเสียแล้ว ซ่งเจียเหอแท้งบุตรของเธอไปแล้วและทารกในครรภ์ที่ไหลออกมาเป็นเด็กผู้ชายด้วย

     

    ซ่งเจียเหอนอนโรงพยาบาลแม่สามีของเธอที่ได้รู้ข่าวจึงรีบร้อนกลับมาวันนี้เธอเจอกับสะใภ้รองและได้ยินว่ามีปลาสดขายที่สหกรณ์เธอจำได้ว่าซ่งเจียเหอชอบกินปลา ถึงได้ออกไปซื้อปลามาให้แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้

     

    แต่สามีของซ่งเจียเหอรีบมาถึงในตอนบ่ายปีนี้เมิ่งเทียนฮัวอายุ 32 ปี เด็กกว่าซ่งเจียเหอ 2 ปีในตอนนั้นซ่งเจียเหอเรียนชั้นมัธยมอยู่ในโรงเรียนมัธยมประจำชุมชนเมิ่งเทียนฮัวเป็นรุ่นน้องและตกหลุมรักเมิ่งเทียนฮัวตั้งแต่แรกเห็น

     

    ดังนั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้สามีและภรรยาจึงรักใคร่กันเป็นอย่างดี และไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยต่อให้ไม่มีลูก เขาก็ไม่เคยว่าอะไรเธอแต่ซ่งเจียเหอกลับรู้สึกผิดและขอคำปรึกษาจากแพทย์อยู่เสมอกระทั่งในที่สุดสวรรค์ก็เห็นใจเธอ และทำให้เธอตั้งครรภ์ในวัย 34 ปี

     

    และคิดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเรื่องราวประเภทนี้ขึ้นมาจะว่าไปแล้วก็บังเอิญเหมือนกันเพราะเจิ้งจื้อเป็นหัวหน้าทีมปฏิบัติการภายใต้คณะกรรมการปฏิวัติและเมิ่งเทียนฮัวเป็นรองหัวหน้าทีม

     

    เช้าวันนี้เป็นเพราะผู้บังคับบัญชามอบหมายให้เขาไปสัมภาษณ์เหล่าผู้ที่ได้รับปล่อยตัวเพื่อดูว่าพวกเขาปรับปรุงตัวเองได้ดีขึ้นหรือไม่เขาจึงไปที่หมู่บ้านโดยรอบแต่เช้าและกลับมาถึงในช่วงบ่าย

     

    เมื่อเห็นภรรยาเป็นแบบนี้เขาก็รู้สึกเป็นทุกข์อย่างยิ่ง เขาจึงได้แต่ปลอบใจซ่งเจียเหอและขอโทษพ่อตา

     

    “พ่อเป็นเพราะผมไม่ดีเอง ถ้าผมรู้ว่าเจียเหอไม่สบายผมอาจจะพาเธอไปโรงพยาบาลได้เร็วกว่านี้” เมิ่งเทียนฮัวรู้สึกผิดมากช่วงนี้เขางานยุ่งมากเกินไป เดิมทีเขาต้องการพาภรรยาไปโรงพยาบาลในวันนี้

     

    “เทียนฮัวนี่ไม่ใช่ความผิดของนาย ไม่มีใครคิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ต่อให้พวกนายอยู่บ้านก็อาจหลีกเลี่ยงเหตุการณ์นี้ไม่ได้เช่นกันเพียงแต่เจียเหอเธอล้มที่ประตู หากฉันไม่บังเอิญมาที่นี่พอดี เกรงว่าเธออาจไม่รอด”คำพูดของชายชราซ่งเฉียบคมและกินใจทุกคำ ทำให้เมิ่งเทียนฮัวและแม่ของเขาหน้าร้อนผ่าว

     

    ชายชราซ่งไม่ได้พูดจาอย่างไม่มีมูลเขารู้ว่าลูกเขยของเขาเป็นคนจริงใจและรักเดียวใจเดียวแต่ที่ผ่านมาแม่ของลูกเขยมักจะวิพากษ์วิจารณ์เจียเหอที่ไม่มีลูกแม้ว่าหลังจากที่เจียเหอตั้งครรภ์แล้ว แม่ของเขาจะดีใจกว่าใครแต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าหลังจากที่เจียเหอแท้งลูกในคราวนี้แม่ของเขาจะไม่ทำตัวแย่ ๆ ใส่เธออีก

     

    แม้ตอนนี้เมิ่งเทียนฮัวจะดูเข้าใจและเป็นคนมีเหตุผลแต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีเข้า ความรู้สึกนึกคิดของเขาก็อาจจะเสียสมดุลได้ชายชราซ่งพูดดักไว้แบบนี้ก็เพื่ออนาคตของลูกสาว

     

    ซ่งเจียเหอที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยกลับไม่ได้ฟังคำพูดจากใครเลยเพราะตอนนี้ในใจของเธอมีเพียงความคิดเดียวคือ: เจ็บปวดใจ

     

    นี่คือลูกที่เธอรอคอยมากว่าสิบปีเธอไปตรวจสุขภาพครรภ์ที่โรงพยาบาลตรงเวลาเสมอ ไม่เคยกล้าผิดนัด หลังจากตั้งครรภ์เธอก็หยุดทำงานและอยู่บ้านดูแลครรภ์ของตัวเองมาโดยตลอด

     

    ไม่คิดเลยว่าสวรรค์จะไม่สงสารเธอเลยสักนิด

     

    ชายชราซ่งรู้สึกว่าตัวเองโชคดีหากเขาไม่ยอมฟังคำของฟู่เยี่ยนเกรงว่าเขาคงไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าลูกสาวของเขาอีกแล้วซ่งเจียเหอเป็นลูกคนเล็กของเขา ทั้งยังเป็นผู้หญิงเธอถูกเลี้ยงดูด้วยความรักและความเอาใจใส่มาตั้งแต่เด็กจนโต

     

    คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อลูกสาวเข้าสู่วัยกลางคนเธอจะเจอเรื่องราวร้าย ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าชายชราซ่งจึงตัดสินใจว่าอีกสักพักจะกลับไปหาฟู่เยี่ยนเพื่อดูว่าลูกสาวของเขาเป็นอะไรรวมถึงสิ่งสกปรกที่ลูกสาวครอบครัวฟู่พูดถึงนั้นด้วย สรุปแล้วมันคืออะไรกันแน่

     

    แต่สุดท้ายเขาก็ยังคงเป็นห่วงลูกสาวชายชราซ่งให้สะใภ้ใหญ่อยู่ดูแลเธอที่โรงพยาบาล ส่วนเขากลับปทำธุระก่อนแล้วพรุ่งนี้จะให้หลานสะใภ้ทั้งสองคนมาสับเปลี่ยนจะได้ไม่ต้องรบกวนแม่สามีของซ่งเจียเหอ

     

    แม่ของเมิ่งเทียนฮัวไม่ได้กลับบ้านเช่นกันเธอยังคงดูแลลูกสะใภ้เหมือนเดิมอยู่แบบนั้น บางทีอาจเป็นเพราะเธอรู้สึกผิดเธอถึงได้คอยเอาใจใส่ดูแลลูกสะใภ้

     

    จางอิงเห็นแบบนั้นก็ถอนลมหายใจด้วยความโล่งอกหากแม่ของเมิ่งเทียนฮัวเดินออกไปด้วยสีหน้าบึ้งตึงในอนาคตเธอคงได้เป็นกังวลเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของน้องสาวสามีเป็นแน่

     

    ซ่งเจียเหอนอนหลับพักผ่อนไปได้สักพักก็ตื่นขึ้นมาเมื่อเห็นว่าพี่สะใภ้ยังอยู่ เธอถึงได้พูดคุยกับจางอิง

     

    “พี่สะใภ้ทำไมพี่กับพ่อถึงมาที่นี่ ? ที่บ้านเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า ? ”

     

    จางอิงลังเลอยู่นานเธอคิดดูแล้วว่าน้องสาวสามีรักและเอ็นดูจืออันมาโดยตลอดเธอถึงได้เล่าเรื่องจืออันให้ฟังแต่จางอิงไม่ได้เล่าว่ามันเกี่ยวพันกับตัวน้องสาวสามีเพราะเรื่องยันต์ของฟู่เยี่ยนถูกปิดบังเอาไว้ไม่ให้คนในครอบครัวซ่งรู้

     

    แต่ซ่งเจียเหอไม่คิดอย่างนั้นเธอรู้เรื่องดวงของจืออันดี ตั้งแต่เด็กหากเขาสัมผัสโดนสิ่งที่ไม่ควรสัมผัสเขาจะป่วยทันที

     

    เมื่อนึกถึงเมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จืออันอ่านหนังสือในห้องของเธอตลอดเช้าคิ้วของเธอก็ขมวดอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน