“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 81 ความจริงหลังม่านน้ำตา

    ปัง!! เคร้ง!


    เสียงของหนักหล่นกระแทกพื้นดังสนั่นออกมาจากห้องทำงานของพี่กร ตามด้วยเสียงตะโกนเถียงกันเบา ๆ ที่ฟังไม่ได้ศัพท์ 


    ทุกคนในออฟฟิศรวมถึงแพรชะงักมือทันที ไม่กี่อึดใจ ประตูห้องพี่กรก็ถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกผนัง


    อ.วิภา วิ่งพรวดพราดออกมาด้วยใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา

    เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน ผมเผ้าที่เคยเซ็ตมาอย่างดีกลับยุ่งเหยิง ตาแดงก่ำและหน้าซีดเผือด 


    เธอวิ่งผ่านโต๊ะทำงานของทุกคนตรงไปยังประตูทางออกโดยไม่สนใจสายตาใคร เสียงสะอื้นนั้นยังคงดังสะท้อนตามทางเดินจนค่อย ๆ เงียบหายไป


    ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบชั่วขณะ ก่อนที่เสียงซุบซิบจะเริ่มดังขึ้น


    “พระเจ้า... นั่นอะไรกันเนี่ยยย อ.วิภาร้องไห้หนักขนาดนั้นเลยเหรอ” พี่แอนหันขวับมาหาแพร ตาโตด้วยความตกใจ “ทะเลาะกันแรงแน่ ๆ เลยแก”


    แพรนั่งนิ่ง สายตามองค้างไปยังทิศทางที่อ.วิภาวิ่งหายไป แต่สิ่งที่แปลกคือ... เธอไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่มีความสะใจที่เห็นผู้หญิงคนนั้นร้องไห้ ไม่มีความแค้นใจที่เห็นความสัมพันธ์ของเขาสองคนพังทลาย ในหัวของแพรมีพื้นที่แค่ความเจ็บปวดที่เกิดจากพี่เอกเท่านั้น เรื่องตรงหน้านี้มันดูไกลตัวเหมือนเธอเป็นแค่คนนอกที่มองดูละครฉากหนึ่ง


    แพรหันกลับมามองหน้าจอ พยายามพิมพ์งานต่อเงียบ ๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในห้องนั้น... มันไม่ใช่เรื่องของหนูอีกแล้วจริง ๆ แพรคิดในใจอย่างเหนื่อยหน่าย


    พี่แอนเดินเข้ามาหาแพรที่โต๊ะแล้วกระซิบเบา ๆ ด้วยความห่วงใย “แพร... แกโอเคไหมจ๊ะ เมื่อกี้...”


    แพรเงยหน้าขึ้น ยิ้มจาง ๆ ที่ดูไปไม่ถึงดวงตา “หนูโอเคค่ะพี่แอน หนูไม่ได้สนใจอะไรแล้วจริง ๆ หนูแค่... อยากทำงานต่อเงียบ ๆ ค่ะ”

    พี่แอนมองแพรด้วยสายตาเห็นใจ เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตบไหล่แพรเบา ๆ “โอเคจ้ะ... ถ้าแกอยากคุยเมื่อไหร่ พี่อยู่ตรงนี้นะ”


    แพรพยักหน้าแล้วก้มลงมองคีย์บอร์ด ความว่างเปล่าเริ่มโอบล้อมเธออีกครั้ง เธอไม่รู้และไม่สนว่าพี่กรพูดอะไรกับอ.วิภา แต่ลึก ๆ เธอกลับรู้สึกว่าความวุ่นวายพวกนี้มันน่ารำคาญเมื่อเทียบกับความเงียบเหงาที่เธอต้องเผชิญอยู่คนเดียว


    ตัดภาพไปในห้องทำงานที่ปิดสนิทของพี่กร


    เขานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ก้มหน้าลงกับฝ่ามือ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงบนโต๊ะไม้ เขาไม่ได้วิ่งตามอ.วิภาออกไป ไม่ได้คิดจะง้อหรืออธิบายอะไรอีก ทุกอย่างมันพังเพราะเขาเป็นคนเริ่ม และตอนนี้เขาก็ได้รับผลของการกระทำนั้นแล้ว... คือการสูญเสียทุกอย่าง และไม่สามารถกลับไปหาแพรได้ในฐานะเดิม

    วันนั้น 


    แพรทำงานต่อไปด้วยจิตใจที่เริ่มปล่อยวางได้มากขึ้น ไม่ใช่เพราะหายเศร้า แต่เพราะความเจ็บปวดจากคนอื่น... มันไม่มีผลกับหัวใจที่ด้านชาของเธออีกต่อไปแล้ว


    หลังจากแผ่นหลังของพี่กรหายลับเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว ความเงียบที่น่าอึดอัดก็ค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยเสียงซุบซิบเบา ๆ 


    แพรยังคงนั่งนิ่ง ตัวสั่นน้อย ๆ ด้วยความสับสนและกดดัน เธอพยายามจะพิมพ์งานต่อ แต่นิ้วมือมันไม่รักดีจนพิมพ์ผิดพิมพ์ถูกไปหมด


    “แพร... ไหวไหมจ๊ะ” เสียงนุ่มของพี่แอนดังขึ้นข้างหู พร้อมกับฝ่ามืออุ่น ๆ ที่วางลงบนไหล่แพรอย่างเบามือ


    แพรเงยหน้าขึ้น แววตาที่สั่นระริกนั้นทำให้พี่แอนถึงกับถอนหายใจด้วยความสงสาร พี่แอนลากเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ แล้วลดเสียงลงให้ได้ยินกันแค่สองคน


    “พี่รู้นะว่ามันกดดัน... โดยเฉพาะตอนนี้ที่ใจแกยังพังเรื่องอ.เอกอยู่ แต่พี่ว่าแกควรจะได้รู้อะไรบางอย่างนะแพร” 


    พี่แอนขยับเข้ามาใกล้ “เรื่องที่อ.กรเขาทำวันนี้... มันไม่ใช่แค่การประชดอ.วิภานะ แต่มันคือสิ่งที่เขาพยายามจะทำมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา”


    แพรขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงคะพี่แอน?”


    “แกจำช่วงที่แกป่วยหนักเมื่อสามเดือนก่อนได้ไหม? ช่วงนั้นอ.เอกเขาติดประชุมวิจัยที่เยอรมันติดต่อไม่ได้เลย...” 


    พี่แอนลดเสียงลงอีก “จริง ๆ แล้ว คนที่คอยโทรหาพี่ทุกชั่วโมงเพื่อถามอาการแก... คนที่แอบเอายาและอาหารบำรุงมาฝากไว้ที่โต๊ะพี่ทุกเช้าแล้วกำชับว่า 'ห้ามบอกแพรว่าเป็นของผม' คืออ.กรนะแพร”


    แพรชะงักไปทันที หัวใจเต้นผิดจังหวะ “ของพวกนั้น... หนูคิดว่าเป็นของพี่แอนมาตลอด...”


    “พี่ก็อยากให้แกคิดแบบนั้น เพราะเขาสั่งพี่ไว้ว่าถ้าแกรรู้ แกจะไม่อยากกิน แกจะทิ้งมันไป... เขาบอกพี่ว่า 'ผมไม่มีสิทธิ์ดูแลเขาแบบเปิดเผย แต่อย่างน้อยให้ผมได้มั่นใจว่าเขาจะไม่เป็นอะไรไปมากกว่านี้ก็พอ' 

    พี่เห็นเขาแอบยืนดูแกจากมุมตึกทุกเย็น ตอนแกเดินไปขึ้นรถ เขาทำแบบนั้นมาเป็นปี ๆ แล้วนะแพร”


    พี่แอนถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีขาวเรียบ ๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุม


    “เขาฝากอันนี้ไว้กับพี่เมื่อวาน... บอกว่าถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นวันนี้ แล้วแกดูท่าทางจะไม่ไหวจริงๆ ให้พี่ส่งให้แก เขาบอกว่ามันคือ 'คำขอโทษที่ไม่มีวันส่งถึง' แต่พี่ว่า... วันนี้มันควรจะถึงมือแกได้แล้วล่ะ”


    แพรรับซองจดหมายนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทา เธอค่อย ๆ เปิดออกดู ข้างในมีรูปถ่ายใบเก่าที่เป็นรูปคู่ของเธอและพี่กรสมัยที่ยังรักกันดี ๆ ด้านหลังรูปมีลายมือที่คุ้นเคยเขียนไว้ว่า:

    “ถ้าวันนั้นพี่หนักแน่นกว่านี้ ถ้าพี่ไม่เห็นแก่ตัวจนทำลายความเชื่อใจของหนู... วันนี้พี่คงได้เป็นคนที่กุมมือหนูไว้ในวันที่หนูเหงา พี่ไม่ได้ขอให้หนูกลับมาหาพี่ตอนนี้ แต่พี่ขอแค่ให้หนูอย่าปิดกั้นตัวเองจากความสุข... แม้ความสุขนั้นจะไม่ได้มาจากพี่ก็ตาม พี่ขอโทษที่เป็นคนทำลายโลกทั้งใบของหนูนะครับแพร”


    น้ำตาของแพรหยดลงบนรูปถ่ายนั้น ความโกรธที่เคยมีมันเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความรู้สึกหน่วง ๆ ในอก เธอเริ่มมองเห็นความเจ็บปวดที่พี่กรแบกไว้คนเดียวมาตลอด พอกับที่เธอเห็นความพยายามของเขาที่สวนทางกับความเงียบเหงาที่พี่เอกทิ้งไว้ให้


    “เขารักแกมากนะแพร... รักจนยอมเป็นคนเลวในสายตาแกเพื่อให้แกได้ไปต่อกับคนอื่น” พี่แอนพูดทิ้งท้ายก่อนจะลุกไปทำงานต่อ “ลองคิดดูนะจ๊ะ... บางทีโอกาสมันอาจจะไม่ได้มีไว้สำหรับคนที่สมบูรณ์แบบ แต่อาจมีไว้สำหรับคนที่กล้าจะยอมรับความผิดพลาดแล้วเริ่มใหม่จริงๆ”


    แพรนั่งนิ่ง กอดรูปใบนั้นไว้แนบอก ในหัวเธอยังมีภาพพี่เอกวนเวียนอยู่... แต่ตอนนี้ ความมุ่งมั่นของพี่กรกลับเริ่มสั่นคลอนเกราะกำบังในใจเธอทีละน้อย