หลังคืนที่“บัญชาที่สอง” ถูกใช้ สุสานหลวงก็กลับเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
ทว่า…ความเงียบนั้นกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เพราะในความมืดมิดแห่งนี้บัดนี้มี “อาจารย์” เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนและเป็อาจารย์ที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตาย
เช้าวันแรกหลังพันธะถูกสร้างเทียนอวี่ยังคงนอนอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบในสภาพอิดโรยร่างกายแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงจากแรงสะท้อนของวิชาบัญชาเซียนเมื่อคืนก่อนเืที่มุมปากยังไม่ทันแห้งดีด้วยซ้ำ
เสียงฝีเท้าดังขึ้นช้าๆ จากเงามืด
กึก… กึก…
เทียนเสียนคงเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยชุดสีขาวของเขายังคงสะอาดราวไม่เคยเหยียบย่างเข้าสุสานแห่งความตายแห่งนี้
สายตาเย็นเยียบของราชครูกวาดผ่านเศษกระดูกและจารึกแตกหักบนพื้นหินก่อนหยุดอยู่ที่ซากกระดูกสันหลังซึ่งยังหลงเหลืออักขระบางส่วนเอาไว้
แววตาของเขาพลันเย็นลงเล็กน้อย
แท้จริงแล้วเขาอยากบดกระดูกชิ้นนั้นให้กลายเป็ผงธุลีตั้งนานแล้ว
สองร้อยปีที่ผ่านมาเขาแอบสลัก “บางสิ่ง” ลงบนมันอย่างลับ ๆ ใช้เวลาทีละน้อย ใช้ความแค้นทีละหยดเพื่อหาทางหลุดพ้นจากโซ่ตรวนบัญชาเซียน
แต่ทุกครั้งที่คิดจะทำลายมัน—
อาคมบัญชาแรกจะตอบสนองทันที
ห้ามสังหารเชื้อสายเทียนห้ามทำลายรากฐานเทียนิ
แม้จะเป็เพียงเศษกระดูกของคนตายแต่มันยังนับเป็“สายเืเทียน”
และเขา…ไม่มีสิทธิ์แตะต้องเกินขอบเขตที่บัญชากำหนด
สายตาของเทียนเสียนคงค่อยๆ เคลื่อนกลับมายังเด็กชายบนพื้น
ก่อนเอ่ยเพียงสั้น ๆ
“ลุกขึ้น”
น้ำเสียงนั้นนุ่มนวล
แต่มีกระแสสังหารซ่อนอยู่ลึกจนทำให้ลมหายใจของเทียนอวี่ชะงักไปชั่วขณะ
ในมือของราชครูมีกล่องไม้สีดำใบหนึ่ง
ทันทีที่เปิดออกกลิ่นสมุนไพรเข้มข้นก็แผ่กระจายไปทั่วสุสาน
ภายในบรรจุสมุนไพรสองชนิด
ต้นหนึ่งแดงฉานราวเพลิงเส้นใบเรืองแสงคล้ายลาวาหลอมเหลว เพียงเผยออกมา อากาศรอบข้างก็เริ่มร้อนระอุ
หญ้าเพลิงอสุรา
อีกต้นกลับขาวซีดราวหิมะพันปีไอเย็นแผ่ออกมาจนพื้นหินเกิดเกล็ดน้ำแข็งทันที
บัวเหมันต์ิญญา
สมุนไพรสองขั้วที่แม้แต่นักยุทธ์ระดับสูงยังไม่กล้าหลอมรวมเข้าด้วยกัน
แต่เทียนเสียนคงกลับบดพวกมันเข้าหากันทันทีโดยไร้ความลังเล
ตูม!
พลังร้อนและเย็นปะทะกันในฝ่ามือเกิดเสียงะเิต่ำ ๆเพลิงสีแดงกับไอเย็นสีขาวพุ่งพันกันราวสัตว์อสูรสองตัวกำลังกัดกินกันเอง
เพียงมองเทียนอวี่ก็ััได้ถึงอันตรายรุนแรง
แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร—
หมับ!
ราชครูก็กระชากคอเสื้อเขาขึ้นจากพื้นราวจับสัตว์ตัวหนึ่ง
“อั่ก—!”
ก่อนที่อีกมือจะยัดสมุนไพรบดนั้นเข้าปากโดยตรง
“อ๊ากกกกกก—!!!”
ในเสี้ยววินาทีลมปราณสองขั้วะเิขึ้นภายในร่างของเทียนอวี่ทันที
ครึ่งร่างร้อนราวถูกโยนลงเตาหลอมเหล็ก
อีกครึ่งกลับเย็นเยียบราวถูกฝังอยู่ใต้ธารน้ำแข็งพันปี
เส้นเืทุกสายเหมือนถูกฉีกกระชากจากภายในความร้อนและความเย็นปะทะกันอย่างบ้าคลั่งราวจะะเิร่างเขาออกเป็ชิ้น
เทียนอวี่ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นอย่างเสียสติ
เสียงกรีดร้องสะท้อนก้องไปทั่วสุสาน
แต่เทียนเสียนคงกลับเพียงยืนมองนิ่งๆ
ไม่มีความเมตตา
ไม่มีความลังเล
ไม่มีแม้แต่ความสนใจว่าเด็กตรงหน้าจะเ็ปเพียงใด
“เส้นชีพจรอ่อนแอเกินไป”
ราชครูกล่าวเรียบ ๆ
“ร่างเช่นนี้ต่อให้ฝึกไปทั้งชีวิตก็ไร้ค่า”
สิ้นเสียงฝ่ามือของเขาก็กดลงกลางอกเทียนอวี่ทันที
เปรี้ยง!
เสียงกระดูกและเส้นชีพจรปริแตกดังสนั่นทั่วสุสาน
“อ๊ากกกก—!!”
เืสดพุ่งออกจากปากเป็สาย
ดวงตาของเทียนอวี่เบิกค้างเส้นเืฝอยแตกแดงทั่วลูกตา
เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าเส้นชีพจรหลักกลางอก…ถูกบดแตกไปแล้ว
ความเ็ปนั้นรุนแรงจนแม้แต่สติก็แทบแหลกสลาย
แต่เทียนเสียนคงยังไม่หยุด
นิ้วทั้งห้าของเขาค่อยๆ ไล่กดลงตามจุดชีพจรสำคัญทั่วร่างอย่างช้า ๆ
หน้าผาก
ลำคอ
หัวใจ
ท้องน้อย
กระดูกสันหลัง
เปรี้ยง! เปรี้ยง!เปรี้ยง!
ทุกครั้งที่ปลายนิ้วััเส้นชีพจรจะะเิแตกจากภายในทันที
เทียนอวี่ร้องจนเสียงแหบพร่า
เืไหลออกจากตา หูและจมูกพร้อมกัน
ร่างเล็กกระตุกเกร็งไม่หยุดราวตุ๊กตาที่กำลังถูกฉีกทำลาย
และในห้วงความเ็ปนั้น—
เขาก็เข้าใจในที่สุด
ชายตรงหน้า…้าฆ่าเขา
ไม่ใช่การฝึก
ไม่ใช่การทดสอบ
แต่คือการฆ่า
ทว่าในจังหวะที่เทียนเสียนคงกำลังจะกดนิ้วลงบนจุดชีพจรสุดท้าย—
ฉึก!
อักขระสีทองพลันปรากฏขึ้นบนข้อมือของราชครู
โซ่ิญญาสั่นะเืรุนแรง
แรงสะท้อนสายหนึ่งพุ่งย้อนกลับเข้าสู่ร่างของเขาทันที
เทียนเสียนคงชะงักไปเสี้ยวลมหายใจ
ก่อนดวงตาจะหรี่ลงช้าๆ
“หืม…”
เพียงชั่วพริบตาเขาก็เข้าใจทุกอย่าง
บัญชาเซียนกำลังตอบสนอง
ห้ามสังหารสายเืเทียนโดยตรง
ต่อให้ใช้ชื่อว่า“การฝึก” แต่หากเจตนาคือสังหาร พันธนาการจะต่อต้านทันที
บรรยากาศในสุสานพลันเย็นเยียบลง
เทียนเสียนคงจ้องเด็กชายครึ่งตายบนพื้นอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนรอยยิ้มบางจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
รอยยิ้มที่เย็นยิ่งกว่าน้ำแข็ง
“เข้าใจแล้ว…”เขาพึมพำเบา ๆ
“ห้ามฆ่าโดยตรงสินะ”
ฟึ่บ!
เข็มสีดำหลายสิบเล่มลอยออกมาจากแขนเสื้อก่อนหยุดนิ่งกลางอากาศ
บนผิวเข็มมีอักขระสีดำสลักแน่นขนัดส่งกลิ่นอายชั่วร้ายจาง ๆ ออกมา
“ถ้าเช่นนั้น…”
“ก็เปลี่ยนเป็‘การฝึก’ แทนแล้วกัน”
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
เข็มทั้งหมดพุ่งแทงลงทั่วร่างของเทียนอวี่ทันที
ในพริบตาลมปราณร้อนและเย็นภายในร่างก็ปะทะกันรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า
ิัครึ่งหนึ่งเริ่มไหม้เกรียม
อีกครึ่งกลับถูกน้ำแข็งกัดจนเนื้อแตก
กระดูกส่งเสียงลั่นราวกำลังแหลกสลาย
“อ๊ากกกกกก—!!!”
เทียนอวี่ดิ้นพล่านอยู่บนพื้นหินเืและเกล็ดน้ำแข็งกระจายไปทั่วสุสาน
เทียนเสียนคงยืนมองเงียบๆ
ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“หากเ้าตายเพราะทนการฝึกไม่ไหว…”
“นั่นย่อมไม่ใช่การฆ่า”
สิ้นเสียงนั้นเขาก็หันหลังเดินจากไปทันที
ไม่มีการรักษา
ไม่มีคำอธิบาย
ไม่มีแม้แต่การหันกลับมามอง
เสียงฝีเท้าค่อย ๆเลือนหายไปในความมืด
ทิ้งไว้เพียงเทียนอวี่ที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบเพียงลำพัง
และนั่น…
เป็เพียงวันแรกเท่านั้น
คืนแรกผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ช้า…จนราวกับเวลาเองก็ถูกทรมานไปพร้อมกับเขา
ร่างของเทียนอวี่นอนบิดเกร็งอยู่บนพื้นเืสดไหลนองใต้ร่างไม่หยุด ลมหายใจกระตุกเป็่ ๆ ราวกับจะดับลงได้ทุกเมื่อ
แต่ทุกครั้งที่หัวใจกำลังจะหยุดเต้น—
ตูม!
เปลวไฟในร่างจะปะทุขึ้นอีกครั้ง
ความร้อนมหาศาละเิออกจากอวัยวะภายในหัวใจเต้นรุนแรงจนแทบฉีกอก เืทั่วร่างเดือดพล่านราวลาวา
ิัเริ่มไหม้
กลิ่นเนื้อสุกคละคลุ้งไปทั่วสุสาน
“อ๊ากกกกก—!!!”
เทียนอวี่ดิ้นพล่านราวคนเสียสตินิ้วทั้งสิบขูดพื้นหินจนเล็บหลุดออกทีละอัน
แต่ก่อนที่ร่างจะถูกเผาจนตาย—
ฟึ่บ!
ไอเย็นมหาศาลก็พุ่งขึ้นจากท้องน้อยทันที
ความเย็นแทรกผ่านเส้นเืทุกสายเข้าดับไฟที่กำลังเผาอวัยวะของเขาอย่างรุนแรง
ทว่า—
มันไม่ได้ช่วยรักษา
น้ำแข็งเริ่มเกาะจากภายใน
หัวใจที่เพิ่งถูกเผาจนเกือบะเิกลับถูกแช่แข็งทันที
เสียงแตกร้าวดังขึ้นเบาๆ จากอวัยวะภายใน
ปอดแข็งตัวจนหายใจแทบไม่ได้
แม้แต่เืในเส้นเืยังเริ่มไหลช้าลง
จากไฟนรก—
กลายเป็ขุมน้ำแข็ง
แต่ยังไม่ทันให้เขาปรับตัว—
ตูม!!
ไฟก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง
เผา
แช่แข็ง
เผา
แช่แข็ง
ซ้ำไปซ้ำมาราวกับมีสัตว์อสูรสองตัวกำลังกัดกินร่างของเขาจากภายใน
และใน่ที่ความเ็ปพุ่งถึงขีดสุด—
เข็มสีดำที่ปักอยู่ทั่วร่างก็เริ่มทำงาน
ฉึก… ฉึก… ฉึก…
อักขระสีดำบนเข็มส่องแสงจางๆ ก่อนพลังประหลาดจะไหลเข้าสู่สมองของเทียนอวี่โดยตรง
ทันใดนั้น—
เสียงทั้งหมดก็ดับหาย
โลกทั้งใบตกอยู่ในความเงียบอันว่างเปล่า
เทียนอวี่อ้าปากกรีดร้อง
แต่กลับไม่ได้ยินแม้แต่เสียงของตนเอง
จากนั้นภาพตรงหน้าก็ค่อยๆ พร่ามัว
สีสันแตกสลาย
ความมืดค่อย ๆกลืนกินการมองเห็นทีละน้อย
กลิ่นเื…หายไป
รสชาติของเืในปาก…หายไป
แม้แต่ััของพื้นหินใต้ร่างก็ค่อยๆ เลือนหาย
เข็มพวกนั้นกำลังทำลายประสาทััทั้งห้าของเขาทีละอย่าง
ทว่า—
ความเ็ปกลับยังอยู่
ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
เมืุ่์สูญเสียทุกสิ่งสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่คือ “ความเจ็บ”
และตอนนี้โลกทั้งใบของเทียนอวี่ก็เหลือเพียงสิ่งนั้น
ความร้อนที่เผาอวัยวะ
ความเย็นที่แช่แข็งกระดูก
ความเจ็บที่ไม่มีวันหนีได้
ไม่มีเสียง
ไม่มีภาพ
ไม่มีแม้แต่ความรู้สึกของเวลา
เหลือเพียงนรกที่ไม่มีจุดสิ้นสุด
หลายครั้งหัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ
แต่ไฟจะเผามันขึ้นมาใหม่
หลายครั้งสมองของเขาใกล้ดับสติ
แต่น้ำแข็งจะรักษาไว้เพียงพอให้ยัง“รู้สึก”
ราวกับพลังสองขั้วกำลังร่วมมือกันอย่างบิดเบี้ยว
ไม่ใช่เพื่อช่วยชีวิตเขา—
แต่เพื่อไม่ให้เขาตายง่ายเกินไป
หลายวันผ่านไปภายในสุสานหลวงอันมืดมิดเทียนอวี่เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าตนยังมีชีวิตอยู่…หรือเป็เพียงซากที่ถูกทิ้งไว้ให้ทรมานรอวันตาย
เปลวไฟและไอเย็นยังคงปะทุสลับกันอยู่ภายในร่างไม่หยุดเผาไหม้แช่แข็งบดขยี้เส้นชีพจรครั้งแล้วครั้งเล่า
ทว่าหลังผ่านคืนอันยาวนานบางคืนความรุนแรงของมันกลับเริ่ม “ช้าลง” อย่างประหลาด
ไม่ใช่เพราะพลังทั้งสองอ่อนแอลงแต่ราวกับมีบางสิ่งกำลังดูดกลืนพวกมันไว้เงียบๆ จากส่วนลึกภายในร่างกาย
อักขระประหลาดที่สลักอยู่บนกระดูกในห้องลับยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเทียนอวี่ไม่จางหาย
“…จุติกลางไร้วรรค…”
แม้เขาจะไม่เข้าใจความหมายแต่ทุกครั้งที่ลมปราณไฟและน้ำแข็งปะทะกันจนใกล้ะเิอักขระเ่าั้จะปรากฏขึ้นในจิตสำนึกราวกับกำลังยับยั้งบางอย่างเอาไว้
มันไม่ได้หยุดความเ็ป
แต่มัน “กลืน”ความตายเอาไว้ชั่วคราว
จนในที่สุด…หลังผ่านไปหลายวันเทียนอวี่ก็สามารถขยับร่างกายได้อีกครั้ง
เด็กชายค่อย ๆยันตัวขึ้นจากพื้นหินอย่างเชื่องช้า แขนทั้งสองสั่นเทาราวกับจะแตกหักได้ทุกเมื่อิัทั่วร่างเต็มไปด้วยรอยไหม้และเกล็ดน้ำแข็ง เืแห้งติดอยู่ตามแขนและลำคอ
ดวงตาของเขามืดสนิท
ไม่ได้ยินเสียงไม่ได้กลิ่นไม่ได้ััถึงพื้นหินใต้ร่าง
โลกทั้งใบเหลือเพียง“ความเ็ป” ที่ยังคงชัดเจนอยู่เพียงอย่างเดียว
แต่ความหิว…ยังคงอยู่
มันกัดกินลึกลงไปในร่างราวสัตว์ป่าที่กำลังแทะอวัยวะจากภายใน
เทียนอวี่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเดินไปทางใด
เขาเพียงพยายามขยับร่างไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า
ครั้งหนึ่งหัวไหล่กระแทกเข้ากับกำแพงหินจนล้มลงอีกครั้ง เขาเดินชนเสาหินเต็มแรงจนหน้าผากแตกเืไหลอาบใบหน้า
แต่เขายังคงลุกขึ้นอีกครั้ง
ลากร่างไปต่ออย่างไร้จุดหมาย
บางครั้งไฟในร่างจะปะทุขึ้นกะทันหันเผาอวัยวะภายในจนเขาทรุดลงดิ้นกับพื้น
จากนั้นน้ำแข็งจะไหลเข้ามาแช่แข็งเส้นเืและหัวใจแทบหยุดเต้น
ความทรมานวนซ้ำไปมาไม่สิ้นสุด
จนเทียนอวี่เริ่มไม่รู้แล้วว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด
เขาเพียงเดินล้มคลานแล้วลุกขึ้นใหม่
เหมือนศพที่ยังไม่ยอมตาย
แล้วในครั้งหนึ่ง—
ร่างของเขาก็สะดุดบางอย่างจนล้มลงเต็มแรง
เพล้ง
เสียงชามแตก…ที่เขาไม่ได้ยิน
ข้าวเย็นชืดกระจายอยู่บนพื้นหิน
เทียนอวี่ชะงักไปชั่วขณะก่อนมือที่สั่นเทาจะค่อย ๆ คลำโดนเม็ดข้าวที่ติดอยู่บนพื้น
เขานิ่งค้าง
จากนั้นรีบกอบมันเข้าปากทันทีราวคนเสียสติ
ไม่สนฝุ่นไม่สนเศษหินไม่สนว่าอะไรปะปนอยู่บ้าง
เขาเพียงกลืนทุกอย่างลงไปอย่างหิวกระหาย
ข้าวส่วนหนึ่งติดคอจนแทบหายใจไม่ออกแต่เทียนอวี่ก็ยังฝืนกลืนต่อ
เพราะนี่คือครั้งแรกในรอบหลายวันที่เขา“หาอาหารเจอ”
หลังจากนั้นร่างของเขาจึงค่อย ๆ ทรุดลงข้างกำแพงหินอีกครั้ง
ภายในร่างเปลวไฟและน้ำแข็งยังคงหมุนวนอยู่
แต่แปลกที่คราวนี้—
พวกมันสงบลงชั่วคราว
ราวกับอักขระ“จุติกลางไร้วรรค”กำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างภายในร่างกายของเขาอย่างเงียบงัน