[ธารา]
เมื่อผมเห็นภาพของพี่ชายกับแฟนของเขาแสดงความรักต่อกัน ผมก็หันหลังเดินออกจากบริเวณนั้นมาด้วยความเ็ปแล้วผมก็เดินกุมหน้าอกข้างซ้ายของผมไปนั่งอยู่ที่ใต้ต้นไม้หน้าสถานีตำรวจ ผมฟุ๊บหน้าลงกับม้าหินอ่อนด้วยหวังว่า...ถ้าหากผมได้พักสักหน่อยผมอาจจะรู้สึกดีขึ้นก็ได้
ผมนั่งทบทวนตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าผมมีข้อบกพร่องตรงไหนทำไมผมถึงได้ด้อยกว่าฟ้าครามทุกด้านเลยทั้ง ๆที่หน้าตาของผมกับฟ้าครามก็ไม่ได้แตกต่างกันเลย แต่ทุกครั้งที่ผมเกิดความรู้สึกดีๆ กับใครสักคน คน ๆ นั้นกลับไปหลงรักฟ้าครามกันทุกคนเลย
ผมคิดว่าครั้งนี้ผมก็คงจะพ่ายแพ้อีกตามเคยเพราะตอนนี้ฟ้าครามก็คะแนนนำผมไปไกลแล้ว ผมคงตามฟ้าครามไม่ทันอีกตามเคย
สุดท้ายผมก็บอกกับใจตัวเองว่าให้ลุกขึ้นแล้วเดินจากไปเสียผมเดินกลับไปหาพี่แทนไทที่รถ แล้วผมก็บอกพี่แทนไทว่า...เรากลับกันเถอะและพี่แทนไทก็พาผมกลับบ้านทันทีโดยไม่ซักถามอะไรผมเลย
ขณะที่ผมนั่งอยู่ในรถพี่แทนไทก็เปิดวิทยุฟังข่าวของเขาไปเรื่อยๆ ซึ่งผมรู้สึกรำคาญและหงุดหงิดกับเสียงวิทยุมาก แต่ผมก็ไม่อยากตำหนิอะไรพี่แทนไทผมจึงจำใจต้องทนฟังข่าวเที่ยงกับเขาไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมีรายงานข่าวด่วนเข้ามาว่า...ตอนนี้เกิดเหตุไฟไหม้ที่สถานีตำรวจที่ผู้กองไม้ทำงานอยู่ซึ่งมีคนติดอยู่ในตึกนั้นเป็จำนวนมากและตอนนี้ไฟกำลังโหมไหม้อย่างรุนแรงจนเ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้อีกแล้ว
เมื่อผมได้ฟังข่าวด่วนรายงานจบผมก็สั่งพี่แทนไทว่าให้กลับรถกลับไปที่สถานีตำรวจ พี่แทนไทเองก็ไม่รีรอพี่แทนไทรีบกลับรถและพาผมกลับไปที่สถานีตำรวจอีกครั้งและพอผมมาถึงที่สถานีตำรวจผมก็เห็นนายตำรวจและเ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากกำลังทยอยพาคนเจ็บออกจากตึกซึ่งในจำนวนคนเจ็บเหล่านี้มีทั้งนายตำรวจจำนวนมากรวมทั้งผู้ต้องหาและประชาชนอีกหลายสิบคน
ผมพยายามวิ่งฝ่าเปลวเพลิงเพื่อตามหาฟ้าครามกับผู้กองไม้โดยมีพี่แทนไทวิ่งตามหลังผมมาติดๆ และพี่แทนไทยังะโห้ามผมตลอดว่า...ห้ามวิ่งเข้าไปในตึกนะ มันอันตรายมากแต่ผมไม่ได้สนใจในสิ่งที่พี่แทนไทห้ามเลย เพราะตอนนี้สิ่งเดียวที่ผม้าคือ...ฟ้าครามกับผู้กองไม้จะต้องปลอดภัยผมจะไม่หยุดตามหาพวกเขาจนกว่าผมจะเจอพวกเขา
ในขณะที่ผมกำลังจะบ้าตายเพราะเป็ห่วงคนสองคนอยู่นั้นผมก็วิ่งไปชนกับฟ้าครามที่กำลังวิ่งสวนออกมาอย่างเต็มแรง
ตุ๊บ!
“ฟ้าคราม/ธารา”
ผมกับฟ้าครามอุทานเรียกชื่อของกันและกันออกมาพร้อมกันจากนั้นฟ้าครามรีบประคองผมให้ลุกขึ้น แล้วฟ้าครามก็ถามผมว่า...
“นายกำลังจะวิ่งไปไหนรู้ไหมว่ามันอันตรายมากน่ะ”
“นายไม่เป็ไรใช่ไหมนายปลอดภัยดีใช่ไหม? แล้วผู้กองไม้ล่ะ? ผู้กองไม้หายไปไหน? ทำไมเขาไม่อยู่กับนาย?”
ผมถามฟ้าครามพร้อมกับถามถึงผู้กองไม้ด้วยความเป็ห่วงจากนั้นฟ้าครามก็ระบายยิ้มอบอุ่นส่งมาให้ผม ก่อนที่เขาจะตอบผมกลับมาว่า
“พี่ปลอดภัยดี พี่ไม่เป็ไรแต่พี่พลัดหลงกันกับผู้กองไม้ พี่ไม่รู้ว่าตอนนี้ผู้กองไม้อยู่ที่ไหนแต่ตอนนี้พี่กำลังตามหาเขาอยู่ พี่...???”
ผมไม่อาจทนรอฟังฟ้าครามพูดได้อีกต่อไปเพราะผมร้อนใจมาก ผมผลักฟ้าครามของจากผม และผมก็ต่อว่าฟ้าครามออกไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า...
“นายมันไม่ได้เื่นายดูแลแฟนประสาอะไรทำไมถึงปล่อยให้เขาหายไปน่ะ ถ้าเขาเป็อะไรไปนายจะทำยังไงห๊ะ?”
แล้วผมก็วิ่งฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปในตึกที่ทำงานของผู้กองไม้อย่างรวดเร็วและผมยังได้ยินเสียงฟ้าครามร้องห้ามผมว่า...
“ธาราอย่าเข้าไปนะ มันอันตราย ธาราธารากลับมา อย่าเข้าไป มันอันตราย”
ผมไม่สนใจเสียงห้ามของฟ้าครามและผมก็วิ่งเข้ามาจนถึงด้านในตึกที่ทำงานของผู้กองไม้แต่ผมไม่รู้ว่าผู้กองไม้ทำงานอยู่ห้องไหน เพราะผมไม่เคยเข้ามาเลยเมื่อผมไม่รู้ว่าเขาทำงานอยู่ห้องไหน ผมก็เริ่มวิ่งตามหาทีละห้องไปเรื่อย ๆแม้ว่าไฟจะลุกไหม้เข้ามาทุกห้องแล้วก็ตาม
ผมตามหาผู้กองไม้ั้แ่ห้องแรกยันห้องสุดท้ายของตึกและผมก็มาเจอป้ายชื่อของเขาตกอยู่ใต้โต๊ะทำงานที่โดนไฟไหม้ไปหมดแล้วจนเหลือแค่โครงเหล็กซึ่งผมเดาว่า...ห้องนี้คือห้องทำงานของเขา เพราะมีป้ายชื่อของเขาอยู่ จากนั้นผมก็รีบมองหาเขาไปทั่วทั้งห้องจนกระทั่งผมหันไปเจอศพ ๆ หนึ่ง ซึ่งโดนไฟไหม้เกรียมจนไม่เหลือเค้าโครงหน้าของใครเลยและผมก็เดาเอาเองว่า...ศพนี้น่าจะเป็ศพของผู้กองไม้แน่นอนเพราะมันอยู่ในห้องทำงานของเขา
ผมรีบวิ่งเข้าไปอุ้มเอาศพนั้นออกมาจากมุมห้องแล้วผมก็กอดศพที่ไหม้เกรียมเอาไว้ในอ้อมกอดของตัวเองผมจ้องมองดูศพที่อยู่ในอ้อมกอดของผมด้วยความหดหู่เสียใจจนในที่สุดผมก็ปล่อยน้ำตาแห่งความโศกเศร้าออกมาท่ามกลางเปลวเพลิง
จากนั้นผมก็พยายามอุ้มศพของผู้กองไม้ฝ่ากองเพลิงออกไปด้านนอกแต่ว่าผมตะเกียกตะกายออกมาได้เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นผมก็พาร่างไร้ิญญาของผู้กองไม้ทรุดลงท่ามกลางเปลวเพลิงที่ร้อนระอุเสียก่อน
ตอนนี้ผมไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีกแล้วเพราะผมหายใจไม่ออกเลย แต่ผมก็ยังกอดร่างที่ไหม้เกรียมของผู้กองไม้ไม่ปล่อยและผมก็ก้มลงไปจูบเขาพร้อมกับบอกเขาออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจว่า...
“ผมอาจจะไม่ดีพร้อมเหมือนฟ้าครามแต่ผมก็พร้อมที่จะรักคุณนะ...ผู้กอง”
*****
ซันด๊อก