“ต่อให้ข้าได้สามีวรยุทธ์สูงส่งก็ไม่ถูกใจท่านพ่ออยู่ดี นั่นเพราะเขาไม่ใช่คนที่ท่านเลือก ไม่ใช่คนที่พร้อมจะเป็หุ่นเชิดให้ท่าน”
“นังลูกอกตัญญู!” ถูกด่าว่าอกตัญญูซ้ำสอง หนำซ้ำบิดาทำท่าจะปราดเข้ามาทำร้ายลูกสาว ฟู่เจียนจื่อจึงรีบเข้ามาขวาง
“ใจเย็นกันก่อนเถอะขอรับ”ทว่าความใจเย็นที่หวังจะได้รับ กลับเพิ่มความโมโหร้ายให้กับหานหย่งจิง เ้าสำนักคุ้มภัยเฉียนเซิ่งย้ายจุดระบายอารมณ์มาที่เขาคว้าคอเสื้อเขาได้แล้วก็ต่อยตีไปหลายหมัด ฟู่เจียนจื่อไม่ปัดป้องตนเองแม้แต่น้อย กระทั่งถูกหานถิงมี่คว้าตัวไปหลบด้านหลังนางอีกครั้ง
“เหยาะแหยะไร้ประโยชน์น่าฆ่าให้ตาย!”
“ไม่คิดหรือว่าที่เขาไม่ตอบโต้คือการเคารพท่านในแบบของเขา”นางแก้ต่าง และชายหนุ่มก็กล่าวแทรกขึ้น
“ข้าไม่ยอมถูกท่านฆ่าตายง่ายๆก่อนจะได้รับการยอมรับจากท่านแน่” นั่นส่งผลให้หานหย่งจิงโมโหหนักมากกว่าเดิม เขาเตะโต๊ะใกล้ตัวจนมันพังกลายเป็เศษซาก
“ไสหัวไป! ทั้งสองคน!”
ขืนยังเผชิญหน้าคนที่จะสภาพไม่ต่างจากโต๊ะตัวนั้นเห็นทีจะเป็ฟู่เจียนจื่อนางไม่อยากให้เขาเอาชีวิตมาทิ้งเพราะอยากตอบแทนบุญคุณ จึงพาเขาออกจากเรือนของบิดา ที่หน้าเรือนพบสายตาหลายคู่เฝ้าดูสถานการณ์ว่าจะรุนแรงเกินกว่าที่เคยเกิดขึ้นจนนางหนีออกจากบ้านหรือไม่หนึ่งในจอมสอดรู้นั้นก็เป็คนของหลี่จู้อิง
เมื่ออยู่ลำพังในห้องพักส่วนตัวของหานถิงมี่
“หากแต่งงานแล้วเ้าจะได้สำนักคุ้มภัยของท่านตาคืนมาใช่หรือไม่”
“คงไม่ได้แล้วละ”นางตบโต๊ะระบายโทสะ
“สงบใจก่อน”
“เ้าจะรู้อะไร”หันมาตวาดเขาแล้วก็ต้องชะงัก เห็นมุมปากชายหนุ่มยังมีเืซึมจากที่ถูกบิดานางทำร้าย
“เอ่อ...เจ็บมากหรือไม่”หญิงสาวยื่นมือมาจับใบหน้าเขา เพ่งสายตาตรวจหาาแระยะใกล้ คนถูกต่อยตีน่าจะแสดงความเจ็บบ้างแต่ใบหน้าเขากลับมีรอยยิ้ม “เ้าจะยิ้มอะไร”
“ดีใจที่ภรรยาห่วงใย”
“เดี๋ยวโดนข้าซ้ำ”นางเงื้อกำปั้นทำท่าจะทุบเขา ก่อนเปลี่ยนไปเตะเก้าอี้กิริยาดุดันเ้าอารมณ์ไม่ผิดเพี้ยนจากบิดาเมื่อก่อนหน้า นางค้นยาในหีบบนชั้นข้างผนังได้แล้วก็ออกคำสั่ง“นั่งลง ข้าจะทายาให้”
ฟู่เจียนจื่อปฏิบัติตามอยางว่าง่ายระหว่างนั้นกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องของนาง ปล่อยให้นางเช็ดและจุ่มยาทาลงแผลตรงมุมปากมีบ้างที่ครางโอยเพราะแสบ
“กระดูกกระเดี้ยวหักบ้างไหม”
เขาส่ายหน้า“แต่คิดว่าพรุ่งนี้คงจะขึ้นรอยช้ำ หากถึงขั้นช้ำใน คงต้องลำบากเ้าต้มยาให้กิน”ถือโอกาสอ้อนทิ้งท้าย
“จะให้ข้าต้มยาคงต้องรอสักชาติ เรียกหมอยังจะเร็วกว่า”
“นี่...ถามสักนิดได้หรือไม่เ้ากับพ่อมีปัญหากันหรือ”
“จะรู้เพื่อ”
“หาทางแก้ปัญหาช่วยเ้าอย่างไรเล่า”
นางเบ้หน้า“ไม่จำเป็ ตราบใดที่เขายังยืนกรานแต่ความ้าของตัวเองปัญหาของข้ากับเขาไม่มีทางจะแก้ได้”
“น้องของเ้าเลวร้ายนักหรือ”
“คนผู้นั้นไม่ใช่น้องชายข้าสำนักคุ้มภัยนี้เป็ของสกุลเฉียน เป็ของท่านตา เป็ของท่านแม่ แต่ท่านพ่อกลับทรยศคิดยกมันให้คนนอก”
ขณะพูดนางกำมือเสียแน่นความบาดหมางนี้ช่างร้ายแรง และนางก็แสดงออกถึงการยอมหักไม่ยอมงอ ฟู่เจียนจื่อกำลังจะออกความเห็นเื่นี้อีกนางก็ยกมือเป็เชิงให้เขาเงียบ แล้วก็วิ่งผลุนผลันออกมาหน้าห้อง ครั้นเห็นหลังคนวิ่งจากไปไวๆก็รีบวิ่งตาม ไม่รอเขาซึ่งเป็คนแปลกถิ่นที่วิ่งไล่หลังไม่ลดละ
ในสวนหย่อมภรรยาของเขาะโตัวลอยถีบเข้ากลางหลังเ้าคนทำตัวลับล่อจนมันหน้าคว่ำไถลเถลือกลงกับพื้นก่อนเหินกายพุ่งปลายเท้าไปเตะชายหนุ่มอีกคนจนกลิ้งหล่นจากม้าหินบนศาลาพักผ่อนสตรีที่อยู่ข้างเขากรีดร้องและเริ่มด่าทอ
“นังคนป่าเถื่อนสตรีไร้การอบรม ลอบทำร้ายน้องชายตัวเองได้อย่างไร ข้าจะร้องเรียนนายท่าน”
ต่อหน้าคนมากเรียกบิดานางว่านายท่านคงไม่รู้กระมังว่าลับหลังนางแอบได้ยินหลี่จู้อิงคิดจะให้ท่านพ่อแต่งตั้งตัวเองขึ้นมาเป็ ฟูเหรินแทนที่มารดาผู้ล่วงลับของนาง
“ปากสกปรกของเ้ามีดีแต่สอพลออยากปดคำเท็จใดก็ทำไป หลังจากนั้นข้าจะตบปากเ้าเอาเืมาล้างให้สะอาดเอง”
“เ้าคิดจะทำอะไรแม่ข้า”หานอู๋ฟ่านลุกขึ้นตั้งตัวได้แล้วถลาเข้าใส่หญิงสาว หลังจากนั้นสองพี่น้องก็ตะลุมบอนแลกหมัดกันฟู่เจียนจื่อได้แต่มองอยู่ห่างๆ แต่ไม่ห่วงหญิงสาวเท่าไรนักเพราะผ่านไปเพียงไม่นานน้องชายของนางก็ถูกเตะกลิ้งอีกหน
“ไร้ฝีมือแต่คิดจะแย่งตำแหน่งเ้าสำนักไปจากข้า”
คำพูดนั้นสร้างความคับแค้นใจให้ชายหนุ่มวัยสิบเจ็ดปียิ่งเพราะต้องเติบโตอย่างหลบซ่อน อาศัยอยู่ในที่แร้นแค้นอดอยากสองปีเพิ่งย้ายมาอยู่สำนักคุ้มภัยเฉียนเซิ่งเพื่อฝึกเพลงยุทธ์ นั่นย่อมต้องพ่ายแพ้แก่คนฝึกฝนตนมาก่อนเป็ธรรมดาหานอู๋ฟ่านรู้สึกเสียหน้าหนักเพราะคนที่ตนแพ้เป็สตรี ถึงนางเป็พี่สาวร่วมบิดาก็เถอะ
“คงคิดอยากฆ่าข้าเสียเต็มประดาแล้วสิมาเลย”
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เพราะมีคนไปรายงาน หานหย่งจิงจึงทันเห็นความพ่ายแพ้ของลูกชายต่อหน้าเขาปรี่เข้ามาตบหน้าลูกสาวจนสะบัด
หานถิงมี่ขบฟันไม่พูดอะไร หญิงสาวปรายสายตาชิงชังให้บิดาเลยไปถึงอนุภรรยาของเขาแล้วก็สาวเท้าเดินจากมา ยิ่งเดิน ความเร็วของฝีเท้ายิ่งมีมาขึ้นกระทั่งฟู่เจียนจื่อวิ่งไล่นางทันเขาเห็นน้ำตาไหลลงข้างแก้มที่ปรากฏรอยแดงจากฝ่ามือผู้ให้กำเนิด
“ต้าถิง”
“ไม่ต้องพูด”
นางสั่งเขาก็หุบปาก สองคนเดินเคียงกันจนมาหยุดอยู่หน้าห้องชายคนหนึ่งขยับเท้าเข้ามายืนขวางหญิงสาว
“กลับมาแล้วหรืองานเป็อย่างไรบ้าง”
“ข้าควรเป็ฝ่ายถามเ้าเป็อย่างไร” รอยฝ่ามือบนแก้ม แพขนตาที่ยังเปียกชื้นบอกได้ถึงสถานการณ์ไม่สู้ดีก่อนหน้า
“ก็อย่างที่เห็นถูกท่านพ่อตบเพราะไปรังแกลูกรักของเขา”
ฝูเมิ่งมองข้ามไหล่หานถิงมี่...หรือจะเป็เขา
“เขามากลับข้าเข้าห้องก่อนเถอะ” เพราะไม่อยากให้เื่ส่วนตัวตกอยู่ในสายตาคนนอกั้แ่ท่านแม่ตายไป มีคนในสำนักเกินกว่าครึ่งที่นางรู้สึกไม่อยากสนิทใจด้วย
“อยากจะฆ่าสองแม่ลูกนั่นให้ตายนัก!” เ้าของห้องพูดพลางทุบโต๊ะ ฟูเจียนจื่อนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่งรอรับฟังบทสนทนาของคนทั้งคู่
“นั่นจะยิ่งทำให้เ้าร้าวฉานกับท่านลุงเขยตัวเ้าก็จะมีคดีติดตัว แล้วสำนักคุ้มภัยสกุลเฉียนจะเป็เช่นไร”
“อย่างน้อยพี่ก็ยังอยู่”
“ข้าไม่ใช่ทายาทสายตรงถึงมีศักดิ์เป็หลานท่านตา แต่ก็แซ่ฝู”
“ก็ยังดีกว่าตกเป็ของเ้านั่น”ถึงเขาใช้แช่หานของบิดา แต่นางไม่มีวันนับคนร้ายกาจเช่นนั้นเป็น้องชาย ไม่มีวันที่จะยินยอมให้สำนักคุ้มภัยตกเป็ของคนนอก!
“เอาละๆอย่าโมโหมากไป ไม่พบเ้านานร่วมเดือน แล้วกลับมานี่...” ฝูเมิ่งพเยิดหน้าไปทางชายหนุ่มที่นั่งฟังพวกเขาเงียบๆมาครู่หนึ่งแล้ว
“เขาเป็สามีข้า”
เมื่อหญิงสาวตอบเต็มปากเต็มคำก้อนเนื้อใต้อกแกร่งเต้นกระตุก นานทีเดียวกว่าจะบังคับมันให้อยู่ในจังหวะอันเป็ปรกติบอกไม่ถูกว่าความรู้สึกนี้คือใหรือเสียใจ ห่างกันเพียงแค่เดือนเดียว ไฉนนางกลับมีสามีเป็ตัวเป็ตน
เพราะรับรู้แหละว่าลูกพี่ลูกน้องกำลังอยู่ในภาวะอึ้งงันฝูเมิ่งคืออันดับหนึ่งที่มารดาอยากให้นางแต่งด้วย ทว่านางไม่ได้รู้สึกกับเขาเกินกว่าความเป็พี่น้องและที่ผ่านมา เขาก็ไม่ได้แสดงออกมากไปกว่าการดูแลปกป้องนาง
“ท่านพ่อเคยบอกถ้าข้ายอมแต่งงาน เขาจะยกตำแหน่งเ้าสำนักคุ้มภัยให้ข้า”
“แต่เ้าไม่ได้แต่งกับคนที่ท่านลุงเขยยอมรับเื่มันเลยออกมาต่างจากที่คิดใช่หรือไม่” ฝูเมิ่งเบนสายตาไปยังสามีของหญิงสาวที่ยังมีรอยแผลตรงมุมปาก
“ท่านพ่อทรยศท่านแม่ทรยศท่านตา เขาไม่มีสิทธิ์จะบีบบังคับข้า” ใบหน้าของนางยังขึงขังเครียดเคร่งฝ่ามือใหญ่ตบลงบนหลังมือนางเบาๆการแสดงออกถึงความห่วงใยนี้ก็ตกอยู่ใต้การจับสังเกตของฟู่เจียนจื่อ
“พ่อลูกกันแท้ๆงัดข้อกันเช่นนี้ย่อมเจ็บด้วยกันทั้งสองฝ่าย”
“หากเขาคิดว่าข้าเป็ลูกเขาจะไม่ทำแบบวันนี้” แต่เล็กจนโต แม้จะเข้มงวดไปบ้างแต่ก็ไม่เคยลงมือสั่งสอนนางด้วยการทุบตี กระทั่งสองแม่ลูกเข้ามาอยู่ในสำนักคุ้มภัยเฉียนเซิ่งท่านพ่อถึงกล้าดุด่าและลงมือกับนางต่อหน้าพวกนั้น
“เพิ่งกลับมามิใช่หรือเ้าพักเสียก่อนเถอะ เื่ไม่สบายใจ อย่างเพิ่งไปคิด” โชคดีนักที่เขาเสร็จงานแล้วกลับมาทันรับรู้เหตุการณ์ระหว่างหญิงสาวกับลุงเขยเกรงก็แต่ว่านางจะเตลิดหนีออกจากบ้านอีก
ก่อนออกจากห้องฝูเมิ่งทักทายทำความรู้จักสามีของหญิงสาวเล็กน้อย ครั้นยืนอยู่ลำพังบริเวณสวนหน้าห้องของนางจึงเงยหน้ามองฟ้ารำพันได้ยินแต่เพียงผู้เดียว
“ท่านป้าคำสัญญาที่ข้าเคยให้ไว้กับท่าน คงไม่อาจจะทำได้แล้ว”