ตอนที่สามสิบชีวิตสุขสันต์ในโลกหลังหายนะ
ด้วยเหตุผลบางประการ
หลายคนชอบโลกหลังหายนะเอามากๆ
แต่แน่นอนนั่นอาจจะเพราะเป็นคนที่มีพลังพิเศษขณะที่ไปโลกหลังหายนะและยังสามารถกลับมาในโลกเดิมที่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนด้วยนั่นเอง
ผมเองก็ใกล้เคียงกัน
ที่หากไม่มีพลังพิเศษตีให้ตายอย่างไรผมก็คงไม่มาโลกพรรค์นี้
แต่พอผมมีพลังพิเศษและเทียบกับความแตกต่างที่ต้องสู้กับองค์กรลับกับซอมบี้ที่ค่อนข้างไร้สมองมากกว่า
ผมเลือกที่จะสู้กับซอมบี้แทน
แน่นอนผมคงไม่สามารถบอกว่านางพญาซอมบี้นั้น“โง่เขลา”ได้
แต่ผมแค่คิดว่าผมเลือกไปสู้กับคนอื่นที่ไม่ใช่เด็กสาวผมสีชมพูผมก็คิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าที่จะสู้กับเธอ
ครับ
ผมมันขี้ขลาดอย่างนี้ล่ะ
ซอมบี้หนึ่งตัวที่ฆ่าผมนั้นยังคงอยู่บริเวณนั้น
“แฮ่”
ผมตะโกนออกเสียงเมื่อผมทะลุออกมาจากกำแพงที่เป็นกำแพงตัน
แต่ต่อหน้าคนที่ควบคุมมิติได้น่ะ
กำแพงตันก็ไม่ต่างกับถนนธรรมดา
แฮ่
ซอมบี้ตัวนั้นแฮ่ใส่ผมกลับมาแบบไม่กลัวการหลอกให้ตกใจของผมแบบคนธรรมดา
ผมได้ก้มลงจับข้อเท้าของซอมบี้และลากซอมบี้ลงมาใต้พื้นดินจนโผล่ขึ้นมาแต่หัว
ร่างของซอมบี้นั้นไม่สามารถขยับและเคลื่อนไหวได้เมื่ออยู่ใต้ดินและค่อยๆซูบซีดไปจนมีหนามเลื้อยขึ้นมาตามตัวของซอมบี้
ดอกกุหลาบพุ่งออกมาจากตาของซอมบี้ที่ทั้งตัวโดนฝังไว้ใต้ดิน
กลายเป็นพุ่มไม้สวยงามพุ่มหนึ่งในโลกที่รกร้างนี้
นี่คือแผนการของผม
Plant Versus Zombie
“ดาลิ้งก์เก่งที่สุดเลย”
เซย์กล่าวชื่นชมผมตรงยอดตึกที่พวกเราเปลี่ยนให้เป็นเรือนเพาะชำที่มีดอกไม้สวยงามที่สามารถปรับอุณหภูมิต่างๆได้ด้วยพลังพิเศษเดี๋ยวผมคงหาพลังพิเศษในการช่วยผลิตสิ่งของได้ในภายหลัง
การทดลองว่าผมจะปราบซอมบี้ได้ด้วยร่างของมนุษย์ธรรมดาได้หรือไม่นั้นจบลงด้วยความล้มเหลวว่าไม่รอดแน่นอนในร่างคนธรรมดา
ผมเลยแก้ไขตนเองโดยการใช้พลังพิเศษ
ทำในสิ่งที่ซอมบี้ธรรมดานั้นมีข้อจำกัดไม่สามารถที่จะป้องกันตนเองได้
พวกพืชนั้นมีความต้านทานซอมบี้มากกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆในโลกซอมบี้นี้
ผมเลยเลือกพลังควบคุมพืชผสานกับการควบคุมพลังไบโอ
สร้างพืชที่กัดกินซอมบี้ขึ้นมาต่อสู้กับซอมบี้