หลิวอี้ลืมตาขึ้นมาจากการฝึกฝน 7 วันที่ผ่านมาเขาไม่ได้ออกไปไหนเขาอยู่ภายในเรือนสิบทิศ ระดับพลังของเขาเลื่อนขึ้นมาหนึ่งขั้น จากระดับพลังนักรบขั้นกลางเลื่อนขึ้นมาเป็นนักรบขั้นสูง
เขาเดินออกมาจากเรือนสิบทิศ ตอนแรกเขาจะไปหาจือเหยาแต่เขาคิดว่านางยังคงฝึกฝนพลัง คงจะต้องใช้เวลาอีกหลายวันเขาจึงกลับไปที่จวนสกุลเย่
หลิวอี้ลอยตัวข้ามกำแพงเขามาในเรือนของเขา เขามองเห็นเย่เอ๋อกำลังนั่งหลอมโอสถ เขาจึงอยากจะทดสอบนาง เขาเดินเข้าไปใกล้ๆนางเพื่อที่จะทำลายสมาธิของนางแต่ก็ต้องทำให้เขาผิดหวัง เพราะว่าตอนนี้นางหันหน้ามาทางเขาแถมยังยิ้มให้กับเขา แต่การหลอมโอสถของนางยังคงดำเนินต่อไป
“นี่เจ้าฝึกฝนตำราควบคุมไฟของข้าสำเร็จแล้ว”หลิวอี้พูดออกไปด้วยความตกใจ
“มันก็แค่ของง่ายๆ ข้าเรียนรู้เพียงแค่ไม่กี่วันก็สามารถฝึกฝนจนสำเร็จ ถึงแม้ว่าตอนนี้ข้ายังไม่สามารถควบคุมไฟได้ดังใจก็ตาม”
หลิวอี้เขาถึงกับพูดไม่ออกเพราะว่าตำราเล่มนี้กว่าที่เขาจะฝึกฝนสำเร็จเขาใช้เวลาเป็นสิบๆปี แต่เย่เอ๋อนางใช้เวลาเพียงแค่ไม่ถึงเดือนแต่นางสามารถฝึกฝนและท่องจำมันได้ทั้งหมด ตอนนี้เขาเริ่มที่จะสงสัยว่านางมีเส้นลมปราณในตำนานหรือไม่
“ข้าขอตรวจดูบางอย่างจากตัวของเจ้าหน่อย”
หลิวอี้จับไปที่เส้นลมปราณของนางแต่ก็ทำให้เขาต้องผิดหวังเพราะว่านางมีเส้นลมปราณทั่วไป จากนั้นเขาจึงนึกไปถึงสายเลือดพิเศษของเขา หรือว่าสายเลือดพิเศษของข้าจะมีความสามารถช่วยในการฝึกฝนอีกด้วย ตอนนี้หลิวอี้สับสนเป็นอย่างมากเพราะว่าเขารู้แค่เพียงว่าสายเลือดพิเศษสามารถผสมได้หลายสายเลือดแต่เขาไม่รู้ว่ามันจะมีคววามสามารถด้านอื่นๆหรือไม่
“ท่านปล่อยมือข้าได้แล้ว”
หลิวอี้ลืมตัวจับมือของนางเอาไว้แน่น พอเขาได้สติจึงปล่อยมือจากนาง
หม้อหลอมโอสถของเย่เอ๋อเปิดฝาออกเองบ่งบอกว่าโอสถถูกหลอมเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลิวอี้รีบมองไปที่โอสถที่นางปรุงขึ้นมาเขาเห็นว่าเม็ดโอสถภายในหม้อเป็นสีเหลืองเขาจึงไม่ได้ตกใจอะไร แต่เย่เอ๋อนางตกใจเป็นอย่างมากเพราะว่านี่คือการปรุงโอสถระดับพิภพขั้นกลางครั้งแรกของนางแต่นางปรุงโอสถเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถปรุงมันได้สำเร็จ
หากหลิวอี้รู้ว่านางปรุงโอสถครั้งแรกเขาจะทำหน้ายังไง
หลิวอี้นอนพักผ่อนเพราะในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขาเอาแต่ฝึกฝนพลังเพราะว่าเขาอยากจะเข้าไปในหอคอยแห่งโชคชะตา ตอนนี้หลิวอี้รู้สึกว่าอยากจะออกไปจากทวีปแห่งนี้เป็นเพราะว่าพลังปราณของที่นี่เบาบางเป็นอย่างมากหรือว่าหลิวอี้จะต้องขึ้นไปยังเกาะลอยฟ้าจริงๆ
หลิวอี้ตื่นขึ้นมายังเห็นเย่เอ๋อนางฝึกฝนอยู่เหมือนเดิมตอนนี้ในหัวของเขาเกิดคำถามขึ้นมาแต่เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะไปถามใคร เขาจึงนึกขึ้นได้ หลิวอี้เดินทางออกไปยังนอกเมืองหลวงเขากำลังจะเดินทางไปที่สำนักหมื่นโอสถเพื่อที่จะสอบถามเรื่องราวของทวีปอื่นๆ เขาใช้รถม้าทั่วไปในการเดินทาง
ในขณะที่รถม้ากำลังวิ่งไปตามเส้นทาง ที่ถนนด้านหน้ามีสตรีหนึ่งนางกำลังยืนถือกระบี่ขวางทางรถม้าของหลิวอี้
นางยืนอยู่ที่กลางถนน นางเห็นเป็นรถม้าของหลิวอี้นางจึงดึงกระบี่ของนางออกจากฝัก นางรวบรวมพลังปราณระดับครึ่งเซียนขั้นสูงของนางจากนั้นก็ปลดปล่อยพลังของกระบี่ออกไป
พลังที่ถูกส่งออกมาจากกระบี่ของคนที่มีระดับพลังครึ่งเซียนขั้นสูงทำให้พื้นดินรอบๆต่างก็เกิดรอยแตกร้าวเป็นทางยาว พลังของกระบี่ปะทะเข้ากับรถม้า
หลิวอี้เขาไม่กล้าที่จะปะทะกับพลังกระบี่ที่ถูกฟันออกมาตรงๆ เขาตัดสินใจลอยตัวขึ้นจากภายในรถม้า รถม้าที่ถูกพลังของกระบี่ต่างก็แตกกระจายกลายเป็นเพียงชิ้นส่วนเล็กๆ หลิวอี้เขาลอยตัวลงมาหยุดอยู่ที่พื้นดิน รอบตัวของเขามีกระบี่สีดำทมิฬสองเล่มที่เขาสร้างมาจากพลังปราณลอยหมุนอยู่รอบตัวเขา
หญิงงามที่ถือกระบี่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหลิวอี้ นางรู้สึกแปลกใจที่หลิวอี้สามารถหลบพลังของกระบี่นางได้แถมเขายังไม่บาดเจ็บอะไร
“แม่นางท่านจะไม่ใจร้ายเกินไปหน่อยรึ ข้ากับท่านไม่มีความแค้นต่อกัน แต่ท่านกลับจะสังหารข้าด้วยกระบี่เดียว”
หลิวอี้เขาไม่กล้าที่จะประมาท เพราะเเม่นางคนนี้มีระดับพลังครึ่งเซียนขั้นสูง กระบี่ของนางยังเปล่งเเสงสีฟ้าออกมาบงบอกว่ากระบี่ของนางเป็นอาวุทธระดับนภา เขาไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะนางได้แต่เขามั่นใจว่าสามารถหนีรอดจากมือของนางได้
“หากเจ้ายอมเชื่อฟังและตอบคำถามข้า ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”