หวังหย่งเริ่มต้นการรับราชการในตำแหน่งขุนนางเล็กๆในกรมพิธีการได้เป็อย่างดี เพียงไม่นานเขาก็สามารถไต่เต้าขึ้นไปอยู่ในระดับหัวหน้าและมีโอกาสเข้าร่วมประชุมขุนนางในฐานะราชบุตรเขย
นับว่าเป็ผลดีกับแคว้นเหอฉียิ่งนักเพราะสิ่งที่ทุกคนหวาดหวั่นใจว่ารัชทายาท กับราชบุตรเขย จะทำงานร่วมกันได้หรือไม่แต่เวลาผ่านไปหลาย ทั้งสองกลับทำงานเข้ากันเป็อย่างดี ซึ่งผิดวิสัยที่คนอย่างหวังหย่งจะยอมโอนอ่อนให้กับคุณชายชิงอวิ้นในหลายๆเื่ แต่อย่างน้อยมันก็สร้างความพอพระทัยให้กับท่านอ๋องยิ่งนัก
องค์หญิงหนิงอันกลับเป็คนแรกที่สังเกตเห็นความผิดปกติในครั้งนี้นางรู้ดีใจว่าในใจของหยังหย่งนั้นคิดอะไร
“ท่านพี่มีสิ่งใดที่ทำให้ท่านไม่สบายใจ ก็จงบอกมาเถอะน้องจะไปกราบทูลเสด็จพ่อให้ช่วยจัดการให้”
“นี่เ้าพูดอะไรของเ้า ข้าสบายดี”
“ก็ทุกครั้งที่ท่านพี่กลับจากที่ประชุมน้องเห็นว่าท่านพี่จะเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องหนังสืออยู่นานสองนานท่านพี่ไม่สบายใจเื่บ้านเมืองใช่มั้ย”
“มีอะไรให้ข้าต้องไม่สบายใจอีกละเ้าก็เห็นนี่ว่าทุกวันนี้ แคว้นเหอฉีของเรา ก้าวหน้าไปมากกว่าแคว้นใดๆชาวบ้านก็อยู่กันอย่างมีความสุข แล้วทำไมข้าต้องกังวลด้วยเล่า”
“ท่านพี่อย่าปิดบังน้องอีกเลยมีอะไรก็บอกมาตรงๆ จะดีกว่า เราแต่งงานกันมาจะครบปีแล้ว เราคือครอบครัวเดียวกันแล้วนะมีอะไรเราก็ต้องช่วยเหลือกันสิถึงจะถูก”
“งั้นเ้าบอกมาสิมีสิ่งใดที่ข้าต้องกังวล”
“งั้นน้องไม่เกรงใจนะ”องค์หญิงรวบรวมความมั่นใจ หล่อนหันไปมองสามีด้วยสายตาแห่งความห่วงใยก่อนจะร่ายยาวออกมา “ทุกคนรู้ดีว่าท่านพี่เป็คนอย่างไรศิษย์สำนักไฉ่หงล้วนยึดมั่นในความถูกต้อง แต่ในที่ประชุมขุนนางท่านพี่กลับเอาอกเอาใจเสด็จพี่ของข้า ทั้งๆ ที่มีหลายอย่างไม่เข้าท่าแต่ท่านพี่กลับไม่เคยปริปาก ใครๆ ก็มองว่าบ้านเมืองเราเจริญรุดหน้าแต่ใครจะรู้ว่าในตอนนี้เสด็จพี่ของข้าใช้จ่ายเงินในท้องพระคลังเกือบหมดแล้วภาษีก็เก็บไม่ได้ เพราะเหล่าขุนนางยุยงให้งดเว้นภาษีพวกเขาอ้างว่าน้ำท่วมชาวบ้านทำนาไม่ได้ แต่หารู้ไม่ว่าที่จริงเป็พวกขุนนางเองต่างหากที่ไม่้าจ่ายภาษี นับวันชาวบ้านยิ่งลำบากข้าวของก็แพงขึ้น สินค้าที่นำมาขายก็เป็ของพวกขุนนางนำเข้ามาทั้งนั้นการงดเว้นภาษีไม่ได้ช่วยประชาชนเลย กลับไปซ้ำเติมพวกเขาด้วยซ้ำเสด็จพี่เองก็เอาแต่สร้างตำหนัก สร้างโน่นสร้างนี้ไม่ยอมหยุดแต่สิ่งเ่าั้กลับไม่ได้ช่วยให้ประชาชนอยู่อย่างมีความสุขแถมเงินในท้องพระคลังก็ร่อยหรอลงทุกวัน แบบนี้ท่านจะมองว่า ท่านไม่กังวลอีกเหรอ”
หวังหย่งแปลกใจมาก เขาไม่นึกว่าองค์หญิงหนิงอันจะเป็คนที่ฉลาดแบบนี้ตลอดเวลาที่แต่งงานกันมา เขารู้แล้วว่าองค์หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา เพียงแต่ว่าเื่ราวบ้านเมืองที่ดูจะไกลตัวสำหรับผู้หญิง นางกลับเข้าใจได้ทะลุปรุโปร่ง
“ข้าก็เห็นว่าสิ่งที่รัชทายาททำมันก็ไม่ได้ผิดอะไร”
“ท่านพี่ จนถึงป่านนี้แล้วท่านก็ยังคงปิดบังน้องนะ คงเป็เพราะคืนนั้นใช่มั้ย คืนที่เราแต่งงานกันท่านบอกข้ามาเดี๋ยวนี้ว่า คืนนั้น เสด็จพ่อคุยอะไรกับท่าน”เมื่อเห็นว่าขอกันดีดีแล้ว แต่หวังหย่งยังไม่ยอมปริปากองค์หญิงจึงงัดไม้เด็ดหวังจะให้หวังหย่งพูดออกมาให้ได้
“เสด็จพ่อก็แค่บอกว่าให้ข้าดูแลเ้าให้ดีดีก็แค่นั้น” หวังหย่งแสร้งตอบออกไป
“ท่านพี่หน่ะ................”องค์หญิงเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวังนางกระทืบเท้าแล้วเดินออกไปปล่อยให้หวังหย่งนั่งนึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นเพียงลำพัง
เหตุการณ์ในวันนั้นเขาไม่มีทางลืมได้พิธีมงคลสมรสพระราชทาน ที่ฮ่องเต้เสด็จมาเป็ประธานในพิธีด้วยพระองค์เองดูเหมือนพระองค์จะมีความสุขมากที่สุด สุขกว่าใครทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวของเ้าบ่าวและเ้าสาว
เื่ราวของหวังหย่งถูกบอกต่อๆ กันไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดกับชีวิตของเด็กกำพร้าที่ถูกชุบเลี้ยงโดยเ้าสำนักเล็กๆ ในเมืองหลวง จัดพลัดจับผลูได้สมรสกับองค์หญิงสูงศักดิ์ที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องเสด็จมา ก่อนเสด็จกลับ ฮ่องเต้ได้กำชับกับท่านอ๋องให้ช่วยดูแลเด็กคนนี้ให้ดีดีมอบตำแหน่งขุนนางที่สมฐานะให้กับเขา แล้วมันจะส่งผลดีต่อแคว้นเหอฉี แม้พระองค์จะไม่เคยรู้จักเด็กคนนี้มาก่อนแต่พระองค์ไม่เคยมองคนผิดมาก่อน ทั้งหมดก็เพื่อประโยชน์ของแคว้นเหอฉีหาใช่อื่นใดไม่
เป็คืนนั้น หลังจากแเื่ได้กลับกันหมดแล้วท่านอ๋องเข้ามาพบกับหวังหย่งเพียงลำพัง ด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดยิ่งนัก
“ข้าไม่รู้จะเริ่มพูดกับเ้าอย่างไรดี” เป็ท่านอ๋องที่เริ่มต้นการสนทนาแม้จะดูเคร่งเครียดและสับสน แต่ท่านอ๋องพยายามทำน้ำเสียงให้ปกติที่สุดแต่ก็ไม่อาจปกปิดความทุกข์ที่อยู่ในใจเอาไว้ได้ แม้หวังหย่งจะสังเกตเห็น แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะรับฟังอย่างเงียบๆ
“บัดนี้เ้าแต่งมาอยู่กับข้าแล้วเป็ไปไม่ได้เลยที่ข้าจะปล่อยให้ลูกสาวสุดที่รักของข้าไปอยู่ห่างไกลสายตาจึงต้องเป็เ้าที่จะต้องมาอยู่กับข้าที่นี่แทน หวังว่าเ้าจะเข้าใจ”
“หม่อมฉันทราบดีขอรับเสด็จพ่อ”หวังหย่งตอบรับด้วยความเต็มใจ
“เมื่อเ้ามาอยู่ที่นี่เ้าจำเป็จะต้องช่วยข้าในการปกครองแคว้นเหอฉีแห่งนี้แต่ตัวข้านั้นก็เหนื่อยมามากแล้ว ถึงเวลาที่ข้าจะพักผ่อนเสียทีข้าหวังว่าเ้าจะทำงานร่วมกับรัชทายาทและเหล่าขุนนางทั้งหลายได้”
“หม่อมฉันยินดีแบ่งเบาภาระของเสด็จพ่อและรับปากว่าจะทำจนสุดความสามารถไม่ว่าจะเป็ผู้ใด หากเพื่อบ้านเมืองแล้วหม่อมฉันยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่”
“เช่นนั้นข้าก็วางใจแต่เ้าจงจำไว้ว่า บ้านเมืองนี้ข้า้าจะมอบให้รัชทายาทเป็ผู้ดูแลสืบไปหากวันข้างหน้าพวกเ้ามีเื่ผิดใจกัน เ้าก็น่าจะรู้นะว่า ข้าจะตัดสินอย่างไร”
“หม่อมฉันทราบดีและจะไม่ทำให้เสด็จพ่อผิดหวัง”
“ดี บัดนี้ข้ายกลูกสาวให้แก่เ้าข้าให้ตำแหน่งขุนนางแก่เ้า ทุกอย่างข้าให้เ้าได้ ข้าก็เอาจากเ้าได้เช่นกัน อย่าหาว่าข้าทวงบุญคุณเลยแต่เ้าก็รู้ดีไม่ใช่เหรอ ว่าเ้าจะต้องทำอย่างไร”
“รับทราบพ่ะยะค่ะ” หวังหย่งทรุดเข่าลงน้อมรับพระบัญชาแม้ท่านอ๋องจะออกจากห้องไปนานแล้วแต่หยังหย่งยังคุกเข่าอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง บัดนี้ในใจเขาร้อนรุ่มยิ่งนักเขารู้มาก่อนแล้วว่าจะเจอกับอะไร แต่คาดไม่ถึงว่า ท่านอ๋องจะรีบลงมือถึงเพียงนี้คงเพราะในตอนนี้คุณชายชิงอวิ้นถูกขุนนางาุโหันหลังให้กระมัง พระองค์จึงคิดว่าหวังหย่งคงจะพอช่วยให้คำปรึกษาที่ดีกับคุณชายได้ หากเป็เช่นนั้น หวังหย่งก็คงจะต้องเลือก ว่าจะทำเพื่อบ้านเมืองหรือทำเพื่อคุณชาย คำตอบนี้ ท่านอาจารย์ได้ให้เขามาก่อนแล้วั้แ่ออกมาจากสำนักเขาจึงไม่กังวลมากนัก แต่ที่เขาเป็กังวลก็คือ เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ลาภยศและเงินทอง จะทำให้อุดมการณ์ที่มีอยู่ในใจของเขาถูกกลืนหายไปเฉกเช่นเดียวกับขุนนางคนอื่นๆ หรือไม่ อันนี้เขาเองก็ตอบไม่ได้
หวังหย่งรีบสลัดความคิดเมื่อครั้งอดีตออกไปเขาเพิ่งนึกได้ว่า มีบางอย่างที่เขาจะต้องมอบให้องค์หญิงมันคงจะดีถ้าเขารีบไปง้อนางเสียแต่ตอนนี้
หวังหย่งออกจากตำหนักมาพบกับองค์หญิงนั่งร้องไห้อยู่ริมสระน้ำเขาค่อยๆ เดินอย่างเงียบๆ ไปทางด้านหลัง แล้วโอบกอดภรรยาสุดที่รักของเขาไว้แม้นางจะพยายามขัดขืนอยู่บ้าง แต่เขาก็รู้ดีว่ามันเป็การกระทำแก้เขิลเท่านั้น
“ข้าขอโทษที่ทำเ้าเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า”น้ำเสียงออดอ้อนของทำให้องค์หญิงหยุดสะอื้นได้เป็อย่างดี
“ก็ท่านพี่หนะ เป็แบบนี้ตลอดเลย”
“เป็ข้าที่ผิดเองแหละ วันนี้ข้าจึงมีของบางอย่างมอบให้แก่เ้าเพื่อเป็การขอโทษที่ข้าทำไม่ดีกับเ้า” หวังหย่งค่อยหยิบบางอย่างออกมาจากอกเสื้อเขาชูมันขึ้นมาให้องค์หญิงได้เห็น
“เป็หยกชิ้นนั้นที่ท่านเคยให้ข้าดูเมื่อตอนที่เราพบกันครั้งแรก” องค์หญิงตื่นเต้นมากที่ได้เห็นหยกชิ้นนี้อีกครั้ง
“ใช่แล้ว ข้าลืมนึกไปเลยว่าั้แ่เราแต่งงานกันมาข้าไม่เคยมอบอะไรให้กับเ้าเลยชีวิตข้ามีสมบัติติดตัวเป็หยกชิ้นนี้เพียงชิ้นเดียว อาจารย์บอกว่าท่านเจอมันไว้ในผ้าอ้อมที่ห่อหุ้มข้าไว้ตอนที่อาจารย์ไปพบข้า ท่านแม่คงอยากจะข้าเก็บไว้ให้คนที่ข้ารักบัดนี้ข้าเจอเ้าแล้ว ข้าอยากจะมอบมันให้แก่เ้า”
“จะดีเหรอท่านแม่คงอยากให้ท่านพี่เก็บไว้นะ”
“ดีสิมันอยู่กับเ้าก็เหมือนอยู่กับข้า ดีเสียอีกท่านแม่จะได้รับรู้ว่าบัดนี้ข้าหาลูกสะใภ้ที่สวยที่สุดให้ท่านแม่แล้วเช่นนี้ท่านแม่คงจะดีใจมากๆ แน่”
“งั้นข้าจะดูแลมันเป็อย่างดีเลยข้าสัญญา”
..........................................................
“โธ่เว้ย.... นี่มันบ้าชัดๆ” หลี่ซือะโออกมาเพื่อระบายอารมณ์ฉุนเฉียวทุกครั้งโมโหเขาจะระบายอารมณ์แบบนี้พร้อมกับทำลายข้าวของในบ้านจนเละเป็ประจำ ที่เป็เช่นนี้ก็เพราะว่าบัดนี้เขาเริ่มมองเห็นว่าคุณชายชิงอวิ้นทำตัวออกห่างเขาไปทุกขณะในขณะที่เ้าหนุ่มคนนั้นก็ดูจะเป็ที่โปรดปรานของคุณชายซะเหลือเกิน
“ใจเย็นๆ ครับคุณชาย” คนรับใช้พยายามเข้าไปห้ามปราม
“พวกเ้าอย่ามาห้ามข้า เ้ารู้มั้ยข้าลงทุนไปเท่าไหร่แล้วถ้าไม่ใช่เพราะข้า คุณชายไม่มีทางรอดชีวิตกลับมาหรอกกี่ครั้งแล้วที่ข้าต้องช่วยชีวิตของเขา ดูสิ ดู พวกเ้าดูสิ่งที่เขาทำกับข้าเขาเหมือนไม่เห็นข้าอยู่ในสายตา”
“คุณชายสงบสติอารมณ์ก่อนเถอะนะเดี๋ยวใครจะมาเห็นเข้าใจไม่ดี” คนรับใช้นำน้ำชามาให้คุณชายดื่ม พยายามประคองเขาให้นั่งลงเพื่อสงบสติอารมณ์ โชคดีเหลือเกินที่ใจของเขาเย็นลงได้ก่อนที่ใครบางคนจะเข้ามา
“นี่เ้าอารมณ์เสียอีกแล้วเหรอไปโกรธใครมาอีกละ” คุณชายชิงอวิ้นเดินเข้ามาเห็นสภาพของห้องก็ใ
“คารวะองค์รัชทายาท เชิญนั่ง”หลี่ซีอโค้งคำนับแบบไม่เต็มใจนัก
“ตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจ”คุณชายเอ่ยพลางมองไปรอบๆ อย่างพิจารณา ก่อนจะมาหยุดที่หลี่ซือ เขาจ้องมองหลี่ซือ
“นี่เ้าโกรธข้าอยู่ใช่มั้ย”คุณชายคาดคั้นพยายามหาคำตอบ แต่หลี่ซือไม่ปริปาก
“ข้ารู้ว่าเ้าโกรธข้าเื่ที่ข้าไปตีสนิทกับน้องเขยข้าเอางี้นะ เ้าคงฟังข้า หวังหย่งผู้นี้เป็คนของฮ่องเต้ เราจะทำอะไรเขาไม่ได้ที่สำคัญ เสด็จพ่อก็รักน้องหญิงมาก ถ้าข้าไปมีปัญหากับเขาตำแหน่งของข้าต้องสั่นคลอนแน่ๆ ข้าเองก็แปลกใจอยู่ว่าทำไม เขาถึงดีกับข้านักอันนี้เ้าไม่ต้องห่วง ข้าให้คืนไปสืบมาแล้ว เป็เสด็จพ่อที่รับสั่งให้มันต้องอยู่ภายใต้อำนาจของข้าไม่เช่นนั้นเสด็จพ่อจะเล่นงานมันแทน มันก็เลยไม่กล้าหือกับข้า แล้วแบบนี้ข้าก็ต้องเล่นตามน้ำดีกับมันไปก่อน แต่ข้าก็รู้ดีว่า ในใจของมันนั้น ลึกๆแล้วก็ไม่ได้ภักดีต่อข้าหรอก” คุณชายชิงอวิ้นค่อยๆ ปลอบใจสหายรัก ก่อนที่จะบอกแผนลับออกมา
“เพราะแบบนี้เราจึงต้องห่างเหินกันสักพักให้คนอื่นตายใจ เสร็จแล้ว เราต้องรีบชิงลงมือก่อน อย่างไรเสียข้าจะให้มันเป็ใหญ่เป็โตไปกว่านี้ไม่ได้ และตอนนี้ก็ถึงเวลาของเ้าแล้วเดือนหน้าจะมีการสอบจอหงวนข้าได้แต่งตั้งให้มันไปเป็คนทำหน้าที่รับผิดชอบในการสอบครั้งนี้ และข้าก็ได้คุยกับใต้เต้าหวังเหล่ยเ้ากรมพิธีการแล้วว่าปล่อยให้ราชบุตรเขย ทำหน้าที่นี้ไป ขอให้เขาเฝ้าอยู่อยู่ห่างๆ ไม่ต้องเข้าไปยุ่ง เ้าก็รู้ว่าทุกครั้งที่มีการสอบคนของพ่อเ้าล้วนสอบผ่านทุกคน นั่นเป็เพราะอะไร เราก็รู้กันดี แต่รอบนี้ข้าจะให้ข้อสอบรั่วเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่กับคนของเรา ให้เ้าไปติดต่อคนที่มาสอบเอาข้อสอบไปให้ เมื่อสอบเสร็จ ข้าจะเปิดโปงพวกมันว่าเป็ผู้อยู่เื้ัการทุจริตในครั้งนี้”
“แผนการของท่านนี่ล้ำลึกจริงๆ ข้าจะรีบดำเนินการเดี๋ยวนี้” หลี่ซือหายโกรธเป็ปลิดปลิ้งบัดนี้เขาดีใจมากที่คุณชายชิงอวิ้นกลับมาอยู่ฝ่ายเขาเหมือนเดิมแล้ว