เด็กหนุ่มไป๋ไม่อาจเข้าใจความหมายที่เฉินซินบ่งบอกถึงพลังที่ได้รับมาจากผู้อื่น ก่อนจะนึกถึงและเริ่มเล่าให้เฉินซินฟังช่วงที่ตนนั้นถูกจับกุมด้วยก้อนของเหลวที่ชันร่างตนตรึงไว้กลางอากาศภายใต้ การสังเกตของอสูรทากที่เคยบอกไว้ ว่าพลังของตนนั้นถูกแบ่งออกและได้รับการผสานไปเพรียบพร้อมกับอสูรตั๊กแตนโดยมีพลังงานเผาไหม้ของเตาขนาดยักษ์ปริศนาส่งเสริมให้ความเข้ากันของสองสายพันธุ์อสูรผสานเข้ากันได้
เฉินซินที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วเป็นปมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแม้เด็กน้อยจะกล่าวออกมาอย่างใสซื่อแต่ความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นเช่นนั้นต่ำเป็นอย่างมาก สายพลังอสูรที่ถูกดูดซับหากแตกต่างจากปรานธรรมชาติที่มีจนเกิดไปผลลัพธ์การดูดซับย่อมน้อยลงไปด้วย ด้วยความสงสัยเฉินซินจึงจับไปที่ข้อมือน้อยก่อนจะเพ่งจิตของตนเข้าตรวจสอบพลังที่ว่ามาว่าถูกตามที่ตนนั้นสันนิษฐานไว้หรือไม่ก่อนจะพึ่งรู้ว่าแท้จริงแล้ว
เส้นชีพจรจุดอื่นของไป๋ลู่นั้นล้วนแล้ว ยุ้งเหยิงคดเคี้ยวเกี่ยวพันกันปิดกั้นการถ่ายเทพลังระหว่างกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ไปจนถึงจุดตันเถียนของเด็กหนุ่มทำให้ไม่สามารถนำพลังที่ถูกกักเก็บไว้ในจุดตันเถียนเข้ามาใช้ได้ อีกทั้งเด็กหนุ่มยังไม่รู้วิธีชักนำพลังซึ่งนั้นเป็นเรื่องดีหากฝืนให้เด็กหนุ่มเรียนรู้เรื่องนี้ไวเกินไปกว่านี้ ก็คงขืนดื่อดึงที่จะยืมพลังออกมาทำให้พลังที่มีอยู่น้อยนิดนั้นพยายามกรุยเส้นพลังปราณที่คดเคี้ยวซึ่งจะทำให้เกิดความเจ็บปวดต่อกล้ามเนื้อและจุดเส้นชีพจรอื่นๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีตามมาอีกด้วย
"อืมดูเหมือนว่าข้าพอจะรู้สาเหตุที่เจ้าไม่อาจชักนำพลังภายในได้เต็มที่ ตามที่ข้าคำนวนเจ้าสามารถใช้ได้เพียงเหนี่ยวนำพลังบางส่วนก็เท่านั้น แต่นั้นก็ถือว่าเจ้านั้นตอนนี้อยู่จะพัฒนาและเริ่มก้าวเข้ามาสู่ประตูที่เจ้าไม่สามารถเปิดได้แล้วนะ"
ชายหนุ่มพูดขึ้นมาพร้อมกายของตนที่หายไปช่วยครู่ เกิดเสียงตึงตังด้านบนชั้นสาม เหมือนบางสิ่งบางอย่างล่นกระทบพื้นไม้เตี้ยมเกิดเสียงซู้ซี้เล็กน้อยไม่ถึง สิบอึดใจ ร่างชายหนุ่มก็ปรากฏออกมาพร้อมสมุดบันทึกนับ 10 เล่มมากองไว้ ก่อนจะเข้าไปในครัวด้านในเพื่อหยิบผลึกใสสีม่วงเข้มที่บรรจุพลังบางอย่างไว้ ก่อนจะบิดอัดเเตกละเอียดดูดซึมพลังปรานนั้นเข้าใป สิ่งนั้นเป็นพลังเสียงที่ถูกบันทึกไว้ด้วยพลังปรานพิเศษก่อนจะกลับมาหาเด็กหนุ่มที่ยังคงสนอกสนใจกับหนังสือใหม่นี้ ที่กำลังไล่ดูว่าเป็นหนังสืออะไร
หนังสือบันทึกเบื้องหน้านั้นล้วนแล้วแต่เป็นภูมิปัญญาของ บุคคลในอดีตทิ้งไว้ในเรื่องของข้อมูลสัตว์อสูรพื้นที่ฐานที่ให้เห็นทั่วไป ประกอบไปกับหนังสือเกี่ยวกับการปรุงโอสถราวๆ 2 เล่มใหญ่หนังสือเกี่ยวกับวิทยายุทธพื้นฐานรวมไปถึงทักษะการใช้สรรพวุธ สมัยเฉินซินยังเด็กอยู่ทุกอย่างล้วนแล้วเป็นของเค้าที่ตกทอดมาบ้างแต่ก็เก็บไว้ ซึ่งตอนนี้ไป๋ลู่ก็จะมีโอกาศได้ใช้มันเช่นกัน
"นั้นสินะข้าพอจะนึกขึ้นมาได้เมื่อครู่ข้าตรวจสอบกระดูกของเจ้าจึงได้รู้ว่าเจ้านั้นในตอนนี้อายุได้ 9 ขวบแล้ว คงหมดเวลาที่เจ้าจะเถลไถลไปเที่ยวเล่นเยี่ยงเด็กคนอื่นๆ เจ้ามีประสบการณ์ที่ผ่านความเป็นความตายมาแล้วตั้งแต่การบุกครั้งก่อน จึงถึงช่วงเหตุการณ์ศึกชิงตัวพวกเจ้า มันถึงเวลาแล้วที่ครั้งนี้ข้าจะสอนเจ้าด้วยความรู้สะสมของข้าเองหวังว่าเจ้าจะสามารถกอบโกยความรู้นี้มากเท่าที่มากได้ด้วยหละ"
ชายหนุ่มหยิบเอาแผ่นกระดาษใหม่เอี่ยมที่ตนนั้นหยิบมาจาก เมืองหลัก ด้านในเป็นประกาศรับสมัครเหล่านักเรียนจากหมู่บ้านหัวเมืองละแวกอื่นหรือแม้แต่นักเรียนชาวยุทธแลกเปลี่ยนที่เรียนจากสถาบันพื้นฐานทั่วทุกพื้นที่ สามารถเข้ามารับการทดสอบเพื่อมาประจำอยู่ในสถาบันฝึกสอนพื้นฐานที่ตั้งอยู่ ณ เมืองหลักนี้
ด้วยเงื่อนไขเพียงสามอย่างเท่านั้น อายุไม่เกิน 12 ปีและได้รับรองจากหัวหน้าหน่วยแต่ละหัวเมืองในเรื่องประสบการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเชิงยุทธให้บันทึกลงมาอย่างละเอียด ขอบเขตพลังพื้นฐานต่ำที่สุดคือ ขั้น 3 ปรานก่อกำเนิด หากผ่านทั้งสามเงื่อนไขนี้ทางสถาบันจะแจงเรื่องที่พักและรับผิดชอบเรื่องค่าเล่าเรียนพิเศษเสหมือนทุนการฝึกสอนให้กับผู้มีความสามารถ ไม่มีข้อจำกัดจำนวนผู้สมัครแต่การตรวจสอบการเข้านั้นมีทั้งหมดถึง 9 ขั้นตอนซึ่งจะประกาศอีกครั้ง
"อีกไม่กี่วันถ้าข้าเดาไม่ผิดจะต้องมีการเฟ่นหาเหล่าเด็กๆ ที่อายุครบเงื่อนไขเข้ารับการฝึกอบรมที่สถาบันชาวยุทธซึ่งจะกระจายมาถึงที่แห่งนี้อย่างแน่นอนและเจ้าจะไปในฐานะตัวแทนของข้า..เจ้าหนู"
เฉินซินที่กล่าวขึ้นพร้อมนำข้าวของเครื่องใช้สมัยที่เค้ายังเป็นเด็กออกมา "สิ่งนี้แม้ไม่มากนักหากเจ้านำไปใช้ก็อาจจะเหมือนเงาสะท้อนในอดีตของข้า ไม่แน่คนที่ข้ารู้จักที่นั้นต้องเข้าใจและช่วยเหลือเจ้าอย่างแน่นอน อีกอย่างข้าได้ทราบถึงสิ่งที่เจ้าได้รับมาจากอาวุโสหมางต้าแล้ว ขนาดตัวข้าเองยังไม่สามารถรับรู้การคงอยู่ของมันหากไม่สังเกตจริงๆ ยินดีด้วยกับการได้ใช้ชีวิตเยี่ยงคนปกติชน"
"ช่วงเวลาที่เราได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัดถึงกำหนดการเข้ารับทดสอบนั้นข้าจะไปยืนยันการเข้าร่วมแทนเจ้า ในยุคของข้าจะมีเวลาในการเตรียมตัวเพื่อเข้าทำการทดสอบราวๆ หนึ่งเดือนแต่เนื่องจากที่พวกเจ้าถูกจับกุมไปก่อนหน้าเห็นทีต้องมีการคาดเคลื่อนช่วงเวลาในส่วนนี้เป็นแน่ และนั้นคือโอกาศเพียงหนึ่งเดียวที่เจ้าต้องคว้ามันไว้ไป๋ลู่ อย่างทำให้ข้าผิดหวัง ชายหนุ่มเข้ามาใกล้พร้อมนั่งยองเสมอร่างเด็กหนุ่มพร้อมกุมหัวบอกกล่าวความใน
"หากเจ้าได้รับพลังจากอสูรก็ไม่ได้หมายถึงว่าเจ้าจะเป็นอสูรเช่นที่คนอื่นเข้าใจแต่จงเรียนรู้อย่างอสูร กลืนกินสรรพสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เจ้าพัฒนาได้และทลายตัวตนของเจ้า ลอกคราบความอ่อนแอที่มีอยู่ในตอนนี้ทิ้งไปและเปิดตัวใหม่ในฐานนะที่ทัดเทียมกับทุกคนซะ ในตอนนี้เจ้าเป็นเพียงคนธรรมดาที่ได้รับการมีตัวตนโดยสองอาวุโสและข้า แต่ถ้าเจ้าไปอยู่ที่นั้นเจ้าต้องทำให้ตัวเจ้าได้รับการยอมรับว่าเจ้านั้นชาวยุทธที่แท้จริง"