ความเป็ห่วงเป็ใยที่ไม่เคยมีมาก่อนทำให้ไป๋เหวินหลิงรู้สึกประทับใจ
ั้แ่เล็กจนโตเธอไม่เคยถูกใครเป็ห่วงเป็ใยอย่างนี้ ขนาดคุณพ่อคุณแม่ ยังเห็นเธอเป็แค่สิ่งแลกเปลี่ยนทางผลประโยชน์ แทบไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของเธอเลย
ไม่ว่าเมื่อก่อนซูฮ่าวจะเป็ผู้ลากมากดีอย่างไรอย่างน้อยวันนี้เขาก็ทำให้เธอเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงแล้ว
ไป๋เหวินหลิงรับกระดาษทิชชูมาก่อนเม้มปากพูดอย่างซาบซึ้งใจว่า “ขอบคุณ!”
“ไม่ต้องเกรงใจอีกเดี๋ยวก็ต้องไปร่วมงานวันเกิดของหวางไป่ว่านเธอไปแต่งหน้าแต่งตาในห้องน้ำเถอะ” ซูฮ่าวโบกมือชี้ไปทางห้องน้ำของร้านขายเครื่องประดับพลางพูดตอบ
ไป๋เหวินหลิงพยักหน้าจากนั้นก็หันหลังเดินเข้าไปในห้องน้ำ
ขณะเดียวกันตำรวจหลายนายก็เข้ามาจับกุมโจรทีละคน แล้วเดินเข้ามาตรวจดูความปลอดภัยของตัวประกันในร้าน
ผู้กองที่นำทีมพนักงานบันทึกคดีคนหนึ่งเดินมาตรงหน้าซูฮ่าว “คุณผู้ชายขอบคุณมากที่ช่วยปราบโจรพวกนี้ให้ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไร?”
“ซูฮ่าว”
“คุณซูต้องขอบคุณมากที่ลงมือช่วยคดีโจรปล้นครั้งนี้ เมื่อครู่คุณก็ช่วยประชาชนให้พ้นจากอันตรายผมขอเป็ตัวแทนตัวประกันและทางตำรวจขอบคุณคุณด้วยความจริงใจ” ผู้กองทำความเคารพและพูดต่อว่า “ไม่ทราบว่าคุณซูพอจะทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ได้ไหม การที่คุณช่วยปราบโจรครั้งนี้ ถือว่าเป็คุณงามความดี ทางตำรวจของฝั่งผมจะรายงานคุณงามความดีนี้ภายในสามวัน แล้วจะมอบรางวัลให้ครับ”
ซูฮ่าวใและลังเลอยู่สักครู่ แต่สุดท้ายก็ทิ้งเบอร์ไว้ให้
ต่อจากนั้นผู้กองก็ถามคำถามที่เกี่ยวข้องกับโจร ซึ่งซูฮ่าวที่ไม่ได้ปกปิดยังคงตอบทุกคำถาม
“ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรครับ” ซูฮ่าวส่ายหน้าเล็กน้อยและมองไปทางหน้าประตูห้องน้ำ
เหมือนว่าไป๋เหวินหลิงจะแต่งหน้าใหม่ และเดินออกมาจากห้องน้ำแล้ว
“ซูฮ่าวพวกเราไปกันเถอะ”
“ได้” ซูฮ่าวพยักหน้าตอบ จากนั้นก็ทำท่ามือจะออกไปให้กับผู้กองแล้วขึ้นรถพอร์เชอออกไปกับไป๋เหวินหลิง
ผู้กองมองทิศทางที่รถแล่นไป สายตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
หากเมื่อครู่เขามองไม่ผิดคนที่เดินกับซูฮ่าวคือประธานสาวของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว
นี่คือผู้หญิงที่มีทั้งรูปโฉมและความสามารถ อาศัยสติปัญญาด้านธุรกิจทำให้บริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวที่ก่อตั้งมาเพียงครึ่งปีสามารถทำผลกำไรได้ทะลุร้อยล้าน
คนที่ตามจีบไป๋เหวินหลิงในทุกๆปีมีนับไม่ถ้วน ในที่นี่ก็มีลูกของข้าราชการระดับสูงที่มีอำนาจด้วย
แต่น่าเสียดายไป๋เหวินหลิงมีคู่หมั้นแล้ว และที่ยิ่งน่าขำคือ คู่หมั้นของเธอกลับเป็เศรษฐีรุ่นสองที่เอาแต่สำมะเลเทเมาไปวันๆ จึงทำให้หลายๆคนรู้สึกเสียดายไป๋เหวินหลิงอย่างยิ่ง
คุณชายเสเพลดีที่เล่ากันว่าไม่เคารพสังคมคิดไม่ถึงว่าจะกลายเป็วีรบุรุษในคดีโจรกรรม?
………………..
่พลบค่ำในวิลลาน้ำใสของเมืองตงเฉิงแห่งฉวนโจว
วิลลาน้ำใสหรือวิลลาที่หรูหราที่สุดในเมืองตงเฉิงของฉวนโจวรวมกันอยู่ที่นี่คือกลุ่มบ้านเดี่ยวที่มีราคาตลาดต่อหน่วยแพงที่สุดในเมืองตงเฉิง และเป็สถานที่ที่รวมนักธุรกิจผู้มีบารมีใหญ่ที่สุดในแวดวงธุรกิจของเมืองตงเฉิง
วิลลาน้ำใสมีเนื้อที่หกร้อยยี่สิบห้าไร่ ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็ธรรมชาติมากมีคาบสมุทรสิบเอ็ดแห่งประกอบกัน มีบ้านเดี่ยวทั้งหมดหนึ่งร้อยหลังมีพื้นที่สีเขียวแปดแสนตารางเมตร พื้นที่น้ำสี่สิบห้าตารางเมตร แต่ส่วนที่ทำให้ต้องยกนิ้วให้คืออัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อที่ดิน
สถานที่แห่งนี้มีต้นไม้เขียวขจีบริเวณรอบๆ ของระบบนิเวศเต็มไปด้วยจุดท่องเที่ยว มีสนามกอล์ฟระดับไฮเอนด์สิบแห่ง หน้าประตูหมู่บ้านก็มีสนามกอล์ฟ คลับราชวงศ์ ตำหนักสปา ถนนธุรกิจสองพันเจ็ดร้อยตารางเมตร ถือว่ามีครบทุกอย่างและหรูหราอย่างที่สุด
เวลานี้รถพอร์เชอคันหนึ่งแล่นมาอย่างรวดเร็วก่อนจะหยุดอยู่ในลานจอดรถของวิลลาน้ำใส
ประตูรถเปิดออกซูฮ่าวกับไป๋เหวินหลิงก็เดินออกมาจากในรถ
ทั้งสองคนเดินเท้าหลายสิบก้าวจนถึงหน้าบ้านเดี่ยวที่อยู่ตรงกลางสุดของวิลลาน้ำใสหลังหนึ่ง
หน้าประตูบ้านเดี่ยวมีพนักงานต้อนรับผู้หญิงหน้าตาสะสวยสองคนยืนอยู่ ไป๋เหวินหลิงยื่นบัตรเชิญให้หนึ่งในนั้น ไม่นานพนักงานอีกคนก็พาเดินเข้าไป
บ้านเดี่ยวของหวางไป่ว่านซีอีโออสังหาริมทรัพย์คือบ้านเดี่ยวที่หรูหราที่สุดในวิลลาน้ำใสมีประตูห้องที่สูงชะลูดและประตูที่ใหญ่โตโอ่อ่า หน้าต่างโค้งเป็วงประกอบกับอิฐที่เป็มุมโค้ง มีทั้งสวนดอกไม้ส่วนตัว พื้นที่สีเขียว สระน้ำ และอาณาเขตต่างๆล้วนมีเถาวัลย์ที่เลื้อยเสริมกันไปมาชวนดึงดูดสายตา คลาสสิกแต่ไม่ล้าสมัย ดูสง่างามมาก
เมื่อเดินเข้าไปในห้องโถงของบ้านเดี่ยว แสงไฟคริสตัลที่แสบตาก็ส่องมาจนดวงตาของซูฮ่าวแทบจะลืมไม่ขึ้น ทั้งห้องโถงปูด้วยพรมสีแดงสด ซึ่งดูโรแมนติกและเลิศหรูน่าเกรงขาม
มองดูบริเวณรอบๆ มีผู้คนมากมาย บรรดาเศรษฐีจับกลุ่มกันอยู่ทั่วทุกที่ บางคนก็ประดับประดาด้วยเครื่องประดับหรูหราที่เต็มไปด้วยออร่ามั่งคั่ง
ไป๋เหวินหลิงพาซูฮ่าวไปนั่งที่โต๊ะกลมอันประณีตที่มุมมุมหนึ่ง และพูดเตือนว่า “ซูฮ่าว งานวันเกิดของหวางไป่ว่านจะเริ่มสองทุ่มระหว่างนี้จะมีคนใหญ่คนโตหลายคนมาร่วมงาน ห้ามพูดจาเพ้อเจ้อล่ะ”
เมื่อเดือนก่อนเธอพาซูฮ่าวไปคุยเื่สัญญากับซีอีโอท่านหนึ่งแต่เพราะซูฮ่าวพูดจาไม่ค่อยดี จึงไม่ใช่แค่สัญญาเจรจาไม่สำเร็จ แต่สัญญาระหว่างซีอีโอกับเธอยังยุติลงด้วย นั่นทำให้บริษัทเสียผลกำไรไปไม่น้อย
“ครั้งนี้เธอวางใจเถอะ ฉันไม่ทำให้เธอผิดหวังแน่” ซูฮ่าวกอดอกพยักหน้ารับประกัน
เขาในชาติก่อนจะมีท่าทางแข็งกระด้างและพูดจาหยาบคาย ชอบแหย่ให้นักธุรกิจใหญ่ที่ร่วมงานกับไป๋เหวินหลิงโกรธไปไม่น้อย จนสุดท้ายก็ทำให้บริษัทของเธอลำบาก
เขาติดค้างไป๋เหวินหลิงค่อนข้างมากและรู้อยู่แล้วว่าชาติก่อนเธอมาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของหวางไป่ว่านก็เพื่อที่ดินที่อยู่ในมือของหวางไป่ว่าน
ครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไร เขาจะไม่ทำให้ไป๋เหวินหลิงต้องซ้ำรอยเดิม
แสงไฟของโคมไฟระย้าคริสตัลส่องลงมาต้องใบหน้าจริงจังของซูฮ่าว
ร่างที่อรชรของไป๋เหวินหลิงเริ่มสั่นเทา ในเวลาสองเดือนที่เธออยู่กับซูฮ่าว เธอไม่เคยเห็นเขามีสายตาอันเด็ดเดี่ยวและมั่นใจอย่างนี้มาก่อน
เกิดอะไรขึ้น ถึงทำให้ซูฮ่าวเปลี่ยนเป็คนใหม่แบบนี้?
ซูฮ่าวเห็นไป๋เหวินหลิงเงียบอย่างกะทันหันก็หยุดมองขณะที่กำลังจะพูดบางอย่าง แต่กลับมีเสียงของระบบดังขึ้นแล้ว
“ติ๊งต่องแต้มเสแสร้งเต็มร้อยแต้มแล้ว ไม่ทราบว่าโฮสต์จะจับรางวัลหรือไม่?”
“จับ!” ซูฮ่าวครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนตอบตกลง
“ลบแต้มเสแสร้งหนึ่งร้อยแต้มเพื่อจับรางวัลแล้วยอดแต้มเสแสร้งคงเหลือยี่สิบแต้ม” เสียงของระบบดังขึ้นในขณะเดียวกันตรงหน้าของซูฮ่าวก็ปรากฏรูเล็ตต์ขนาดใหญ่หนึ่งวง และเข็มที่อยู่บนนั้นก็กำลังหมุนอย่างรวดเร็ว
สักพักเข็มก็หยุดอยู่บนการ์ดใบเล็กใบหนึ่ง
“ติ๊งต่องยินดีด้วยจับได้การ์ดประสบการณ์แสดงอักษรวิจิตร”
“อักษรวิจิตร?” ซูฮ่าวขมวดคิ้วมองหมายเหตุที่อยู่ข้างๆ การ์ด
(การ์ดประสบการณ์แสดงอักษรวิจิตร : มอบความรู้เกี่ยวกับอักษรวิจิตรให้ผู้ใช้ รวมทั้งมอบพื้นฐานความชำนาญด้านอักษรวิจิตรของนักอักษรวิจิตรให้ผู้ใช้ ระยะเวลาคือสิบนาที)
หลังจากที่รู้ถึงบทบาทของการ์ดประสบการณ์แสดงอักษรวิจิตรแล้วเขาก็ตาลุกวาว
ตอนนี้เศรษฐีจำนวนหนึ่งล้วนแสวงหาภาพอักษรวิจิตรถึงแม้ไม่เข้าใจ แต่กลับยกระดับพวกเขาได้
โดยเฉพาะลายมือประดิษฐ์อักษรของนักอักษรวิจิตรที่มีชื่อราคาประมูลก็สูงถึงหลายร้อยล้าน หากขาดแคลนเงิน เขาก็แค่ลงมือประดิษฐ์อักษร และนำไปประมูลได้
มองไปรอบๆ ครู่หนึ่ง ก็เห็นไป๋เหวินหลิงถือโทรศัพท์มือถือดูข่าวซูฮ่าวจึงไม่รบกวนเธอเขายกไวน์แดงขึ้นมาหนึ่งแก้ว และยกดื่มอย่างไม่สนใจใคร
ผ่านไปประมาณห้าหกนาทีการมาของคนคนหนึ่งทำให้สีหน้าและั์ตาของซูฮ่าวเยือกเย็นทันที
คนที่มาคือชายอายุยี่สิบห้าปี สวมชุดสูทคู่กับเนกไทสีดำ ดัดผม และมีใบหน้านิ่งเฉยเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
เขาคือ ‘หลินอีหลุน’ ซีอีโอของกลุ่มบริษัทหลินชื่อก่อตั้งบริษัทหลินชื่อในอายุยี่สิบปี ในเวลาเพียงห้าปีก็ได้พัฒนากลุ่มบริษัทหลินชื่อจนเป็กลุ่มบริษัทใหญ่สามอันดับต้นๆของฉวนโจว ไม่ใช่แค่มีความสามารถเหนือคนอื่น แต่ยังมีรูปโฉมหล่อเหลา จนเป็เทพบุตรในฝันของผู้หญิงหลายคน
พูดตามตรง หากไม่ใช่ว่าชาติก่อนซูฮ่าวเคยเห็นเล่ห์เหลี่ยมของหลินอีหลุนกับตา ก็คงถูกรอยยิ้มที่สุภาพอ่อนโยนของเขาหลอกเข้าจังๆ
เขารู้ว่าภายใต้ใบหน้าที่คมชัดของหลินอีหลุนนั้น แฝงด้วยความเ็าและโเี้มากแค่ไหน
นี่คือคนที่มีท่าทางโอหังเพื่อบรรลุเป้าหมาย หากไม่ได้ด้วยเล่ห์ เขาก็จะเอาด้วยกล!
ชาติก่อนเพราะหมอนี่ใช้วิธีการต่ำช้าต่อกรกับบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวจนล้มละลายไป๋เหวินหลิงที่ติดหนี้มากมายทนไม่ไหว สุดท้ายก็ะโตึกฆ่าตัวตาย
หลินอีหลุนถือไวน์แดงหนึ่งแก้วเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามและเป็สุภาพบุรุษ อันดับแรกเขาชำเลืองมองซูฮ่าวอย่างดูถูก หลังจากนั้นก็เบนสายตามองไปที่ไป๋เหวินหลิง เขายื่นมือออกมาอย่างไม่แยแสบนใบหน้ามีรอยยิ้มที่อ่อนโยน
“คุณไป๋งานวันเกิดของประธานหวางยังเหลือเวลาอีกตั้งครึ่งชั่วโมงก่อนจะเริ่มงาน ให้เกียรติเต้นรำกับผมสักหน่อยได้ไหมครับ?”
ไป๋เหวินหลิงมองมือของหลินอีหลุนที่ยื่นออกมาเธอก็หยุดชะงักไป
หลินอีหลุนซีอีโอของกลุ่มบริษัทหลินชื่อ ผู้ชายที่ไม่ว่าจะมองจากภายนอกหรือความสามารถใดก็แทบจะสมบูรณ์แบบ
อายุแค่ยี่สิบห้าปีแต่กลับประสบความสำเร็จในระดับสูงที่ทั้งชีวิตของคนธรรมดาทั่วไปก็ไปไม่ถึง ถึงจะอยู่ในวงการธุรกิจแต่ก็พอที่จะโอหังได้
ก่อนหน้านี้หลินอีหลุนมักจะเชิญเธอเข้าร่วมงานเลี้ยงค็อกเทลความรู้สึกที่อีกฝ่ายมีให้เธอ ราวกับเ้าชายที่เดินออกมาจากพระราชวัง
วางตัวดีอ่อนโยนต่อผู้อื่น และแทบจะแสดงคำว่าสุภาพบุรุษออกมาอย่างถึงที่สุด
พูดได้ว่าหากเทียบหลินอีหลุนกับซูฮ่าวที่อยู่ข้างๆ เธอแล้ว ก็ต่างกันราวน้ำในร่องน้ำกับมหาสมุทรน้ำแข็ง
ภายในใจของเธอหลินอีหลุนก็คือคู่แต่งงานที่ดีที่สุด หากทั้งสองคนสร้างครอบครัว ต้องเป็ชีวิตที่สวยงามฉากหนึ่งแน่นอน
ด้วยนิสัยที่ผ่านมาของเธอ เธอก็ต้องตอบรับคำเชิญของหลินอีหลุนอย่างแน่นอน
แต่วันนี้เธอไม่อาจตอบรับได้
เพราะซูฮ่าวยังอยู่ข้างๆ เธอ หากรับคำเชิญของหลินอีหลุน เช่นนั้นก็จะทำให้ซูฮ่าวเสียหน้า
เธอไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆตัวเองกลับนึกถึงความรู้สึกของซูฮ่าวขึ้นมา เธอรู้แค่ว่าวันนี้ทำอย่างนี้ไม่ได้
ซูฮ่าวมองไป๋เหวินหลิงที่เม้มปากไม่พูดและก็มองหลินอีหลุนที่ยื่นมือออกมาด้วยใบหน้าอันสง่างาม จากนั้นก็แสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อย
หลินอีหลุนงงงันแต่เขาก็ยักไหล่
ทันใดนั้นก็มีมือข้างหนึ่งออกมาโอบไป๋เหวินหลิงไว้ในอ้อมอก
“ขอโทษด้วยคู่หมั้นของผม… ไม่อยากเต้น!”