ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่272 มาถึงเรือของเจมส์

เรือสองลำแล่นออกจากท่าอย่างช้าๆ

นี่คือเรือ'AMERIA'ที่ถูกนำออกมาใหม่ ส่วนลำเก่าเขาให้พ่อไปใช้

ฟังว่าตอนนี้กิจการตกหมึกดีมาก ด้วยประสิทธิภาพของเรือที่ออกจะขี้โกง ทำให้เต๋าหาแหล่งหมึกได้ไม่ยาก นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวโดยส่วนใหญ่ก็เป็นชาวต่างชาติ พวกเขามักจะมาด้วยกันเป็นหมู่คณะ กระเป๋าหนัก เป็นชาวเกาหลีและจีนหรือไม่ก็ฝรั่งตาน้ำข้าว

เต๋าเป็นคนพัทยาตั้งแต่เกิด ดังนั้นจึงค่อนข้างคุ้นชิน ไม่ตื่นตกใจแม้จะเผชิญหน้ากับชาวต่างชาติ อีกทั้งยังพูดภาษาอังกฤษได้ แต่จีนหรือเกาหลีพูดไม่ได้ ภายหลังเจมส์เลยให้หุ่นแบนเนอร์อยู่เรือด้วย โดยอ้างว่าไว้ช่วยเรื่องบนเรือ ไม่ก็เป็นล่ามคอยแปลภาษา

ตอนแรกเต๋าตอบปฏิเสธเสียงขรึม บอกว่าเรื่องแค่นี้เองไม่ต้องจ้างคนหรอก แต่เพราะจำนวนชาวต่างชาติที่ใช่บริการจะมีแต่ฝรั่ง คุยกับจีนแล้วปวดหัว สุดท้ายจึงรับคนของเจมส์ไว้ ถึงตอนนี้เห็นว่าสนิทสนมกันมาก และมักจะดื่มเหล้าตกปลาด้วยกันบ่อยๆ

ตัดมาที่เรือสองลำที่แล่นในทะเลพัทยา

ปิ่นนั่งลงบนเก้าอี้อันเรียบหรู ไม่ทำตัวกระโตกกระตากแบบดาราคนอื่น ด้านหน้ามีไวน์สำหรับแขก โดยหุ่นยนต์แบบเนอร์เป็นผู้จัดเตรียมไว้ด้วยตัวเอง

ส่วนเรืออีกลำใส่กระเป๋าไว้ รวมถึงยังมีผู้จัดการดาราบางคนนั่งอยู่ที่นั่ง แม้จะไม่ได้ยินเสียงฝั่งโน้น แต่ปิ่นเดาได้ไม่ยากว่าผู้จัดการคงจะเต๊าะหนุ่มๆ บนเรือ

ไม่แปลกหากจะคิดแบบนั้น เพราะหุ่นยนต์แบนเนอร์หน้าตาหล่อเหลา ไม่แพ้ดาราในวงการบันเทิงเลย

“อีกนานไหมคะ จะถึงเรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'” ปิ่นถามเดย์ที่เดินเข้ามา

ปุยฝ้ายที่นั่งอยู่ข้างๆ เหงี่ยหูฟัง

เดย์ยิ้มตอบ “ไม่นานค่ะ ความจริงเรือลำนี้สามารถเร่งความเร็วได้ แต่ไม่ต้องรีบร้อนไป ค่อยๆ ดื่มไวน์ไปนะคะ อีกเดี๋ยวก็ถึงแล้ว”

“ขอบคุณค่ะ” เพื่อรักษามารยาทปิ่นเลยจิบไวน์ไปคำหนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วสูง “ไวน์ดี...อร่อยมาก”

“ใช่ไหมคะ นี่คือไวน์ที่เจ้านายบ่มด้วยตัวเอง ตอนนี้กำลังวางขายอยู่ในเกาหลีใต้ ราคาขวดละ 36 ล้านวอน”

“อะไรนะคะ!” ปิ่นเกือบจะสำลักไวน์ที่เพิ่งดื่ม ปรากฏว่านี่คือของแพงเวอร์ ให้ตายสิแต่แฟนเธอกลับนำมาต้อนรับแขก ฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว

ไม่ใช่ปิ่นเท่านั้นที่ตกใจ ปุยฝ้ายเองก็เช่นกัน ดังนั้นตัวเธอที่ไม่แม้แต่จะกินไวน์หรือดื่มเหล้า จึงต้องขอลองดูหน่อย ไม่งั้นไวน์ราคาแพงขนาดนี้ถูกทิ้งคงเสียของแย่

“ตอนนี้เจ้านายผลิตได้ 100 ขวดต่อปี เพิ่งวางจำหน่ายในเกาหลีใต้ ราคาค่อนข้างแพงแต่รสชาติและกลิ่นไม่แพ้แบรนด์เก่าแก่ คาดว่าปีถัดไปคงทำไวน์ขาวค่ะ ส่วนนี่คือไวน์แดง หวังว่าจะถูกปากนะคะ” เดย์ไม่ค่อยรู้เรื่องที่ไร่นัก รู้ข้อมูลคร่าวๆ เท่านั้น

ปิ่นพยักหน้าเงียบๆ ไม่นานเรือได้มาถึงจุดหมาย

'ธันเดอร์โบ๊ท'ราวกับเกาะขนาดใหญ่ แค่มองจากมุมนี้ก็รู้ได้เลยว่ามันหรูหราเป็นอย่างยิ่ง ต้องรวยขนาดไหนกันถึงจะครอบครองเรือลำนี้ได้

ดาราสาวหลายคนต่างพยักหน้าให้กัน พลางมองเรือด้วยความสนใจ พวกเธอกำลังคิดว่าทำเช่นไรดีจึงจะให้เจ้าของเรือหันมาสนใจได้ แม้เจ้าของเรือจะเป็นผู้สูงอายุ แต่นั่นไม่สำคัญ ที่สำคัญคือเงินและฐานะของเขาต่างหาก

เรือสองลำแล่นเข้าไปในเรือลำใหญ่ยักษ์ มันมีช่องทางเข้าคล้ายกับเส้นทางเดินเรืออยู่ภายใน มีโคมระย้าห้อยลงมาจากเพดาน นอกจากนั้นยังมีกะลาสีเรือจำนวนหนึ่งยืนต้อนรับพวกเธอ

เมื่อเรือจอดเทียบด้านใน เดย์จึงผายมือด้วยรอยยิ้ม “เชิญค่ะ”

ทุกคนเดินลงไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ บ้างกล่าวว่า “เรือใหญ่จัง นี่ถ้าหากนำไปสร้างละครโดยฉากหลังเป็น'ธันเดอร์โบ๊ท'รับรองว่าต้องดังเป็นพลุแตก”

“เธอนี่ตลกจัง เรือของมหาเศรษฐีแบบนี้กองละครเล็กๆ จะกล้าจ้างได้ยังไง ดีไม่ดีตอนเคลื่อนย้ายอุปกรณ์อาจทำให้พื้นเรือพัง ราคาคงไม่ใช่ถูกๆ นอกจากนั้นคงไม่มีใครบ้าทุ่มทุนหรอก”

ดาราสวยหลายคนพยักหน้าเห็นด้วย

งบการสร้างละคร 1 เรื่องอย่างต่ำอยู่ที่ 15 ล้าน แพงสุดก็ 25 ล้าน นั่นคืองบสูงสุด แล้วต้องใช้เงินเท่าไหร่ถึงจะเช่าส่วนหนึ่งของเรือ สร้างเป็นฉากหลังของละครได้

คิดไปก็น่าหัวเราะ คงมีเพียงภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดที่คิดว่าจะทำกำไรได้เท่านั้นแหละ

หุ่นกะลาสีเป็นฝ่ายขนย้ายกระเป๋าสัมภาระ เรื่องนี้พวกเขาแค่ยกลงมาจากเรือ ก่อนจะวางไว้บนสายพาน แล้วส่งไปยังห้องต่างๆ ที่ถูกระบุหมายเลขผ่านบาร์โค้ดที่ถูกยิงบนกระเป๋า

นี่คือเรือแห่งโลกอนาคต

คุณไม่จำเป็นต้องใส่กระเป๋าไว้ในรถเข็นแล้วให้พนักงานเข็นตามไปไว้บนห้อง แค่แจ้งชื่อเลขห้อง หลังจากยืนยันตัวตนพนักงานอย่างหุ่นกะลาสีเรือก็จะยิงบาร์โค้ด จากนั้นนำกระเป๋าลำเลียงสายพาน มันได้เชื่อมต่อล็อกเกอร์ที่ห้องต่างๆ บนเรือสำราญ แค่คุณใส่รหัสห้องล็อกเกอร์ในห้องนอนก็จะเปิดออก พบกระเป๋าสัมภาระของตน

ลงจากเรือตามเดย์เข้าไปในลิฟต์ ตั้งแต่เกิดมาเชื่อว่าทุกคนคงไม่เคยเห็นลิฟต์ที่มีขนาดใหญ่เท่านี้มาก่อน มันสามารถบรรจุคนได้ถึง 20 คน นอกจากนั้นตัวลิฟต์ยังเป็นกระจกใส มองเห็นภายนอกได้อย่างถนัดตา

แต่น่าแปลกลิฟต์ดันไม่มีสายสลิงดึงขึ้นไป ถ้างั้นแล้วมันดึงกล่องเหล็กนี่ขึ้นไปชั้นบนได้อย่างไร

แปลกเกินไปแล้ว

เมื่อลิฟต์วิ่งมาถึงชั้นบน พวกเธอเดินออกมาก็พบกับดาดฟ้าเรือ มีคนจำนวนหนึ่งอยู่ที่นี่ เป็นผู้ชาย บางคนมีกล้องคล้องคอ คาดว่าน่าจะเป็นทีมงานสำหรับการถ่ายทำ

“เจ้านายบอกว่าพวกคุณเดินทางมากันคงยังเหนื่อยๆ วันนี้ก็เลยเตรียมปาร์ตี้เล็กๆ ไว้ อาหารพร้อมแล้วเชิญที่โต๊ะได้เลยค่ะ พรุ่งนี้ค่อยมาถ่ายโฆษณากัน” เดย์ที่เดินนำหน้าอธิบาย

“ว้าว อาหารทะเลเยอะแยะเลย นี่ยกมาทั้งมหาสมุทรหรือเปล่าเนี่ย” ปุยฝ้ายมองอาหารเลิศรสแล้วอดไม่ได้ต้องเลียลิมฝีปาก เธอไม่ใช่คนตะกละ แต่อาหารพวกนี้ล่อตาล่อใจเกินไปแล้ว

“ไม่เห็นแปลก เพราะคุณเจมส์มีธุรกิจเกี่ยวกับอาหารทะเลด้วย” ปิ่นเฉลยความสงสัยของปุยฝ้าย

ปุยฝ้ายถึงกับตาโต กล่าวเหน็บแนม “มิน่าล่ะ ถึงได้มีอาหารทะเลทุกอย่างอยู่บนโต๊ะ แต่จะว่าไปปิ่นก็คงจะได้กินแบบนี้ทุกวันสินะ”

“ไม่หรอก นานๆ ครั้งน่ะ เขาไม่ได้ว่างพอจะส่งมาบ่อยๆ นอกจากนั้นฉันก็ไม่มีเวลาทำอาหาร จึงกินในกองละครซะมากกว่า”

ปุยฝ้ายพยักหน้าเข้าใจ เมื่อนั่งลงหล่อนก็เริ่มมองหาเจ้าของเรือ ส่วนตากล้องพวกนั้นเธอไม่ได้สนใจ แค่พวกทำงานแลกเงิน จะสู้กับคุณเจมส์ที่รวยล้นฟ้าได้ยังไง

“นั่น เขามาแล้ว” ปิ่นสะกิดแขนปุยฝ้าย นางร้ายหน้าสวยหันไปมอง พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งสูงราว 1.80 เมตร ผิวขาว อยู่ในชุดชายทะเลง่ายๆ เสื้อตัวบนเปิดกระดุมสามเม็ด มองเห็นแผงอกกว้างใหญ่ มัดกล้ามแน่นเปรี๊ยะ เห็นแล้วอดไม่ได้ต้องกลืนน้ำลาย

ผู้จัดการของปิ่นที่นั่งข้างๆ ชื่อว่ายุ้ย เห็นภาพดังกล่าวก็กระซิบบอก“ระวังนะคะน้องปิ่น หมาป่าพวกนี้เห็นเหยื่อแล้ว คิดว่าคงกำลังออกล่า ดูสิคะส่งสายตากันใหญ่เลย ไม่เว้นแม้แต่คุณปุยฝ้าย”

ปิ่นเพียงพยักหน้าเล็กๆ ไม่ได้กล่าวคำใด

สำหรับเรื่องที่ดาราสาวคนสวยสนใจเจมส์นั้นเป็นเรื่องเข้าใจได้ ทั้งหล่อ รวย สูงยาวเข่าดีขนาดนี้ มีแต่ผู้หญิงโง่เท่านั้นที่มองข้าม

เจมส์เห็นปิ่นที่นั่งอยู่บนโต๊ะแล้ว ยิ้มให้ทีหนึ่งก่อนจะพูดกับคนทั้งหมดว่า “ยินดีต้อนรับสู่เรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'ผมเจมส์ เจ้าของเรือลำนี้ และก็เป็นผู้ว่าจ้างพวกคุณในฐานะพรีเซ็นเตอร์ ไม่ต้องเกรงใจนะครับ วันนี้เชิญทานอาหารได้ตามสบาย หรือหากอยากจะเล่นน้ำก็ได้ แต่...ต้องใส่ชุดบิกินีนะครับ”

มีดาราคนหนึ่งยกมือขึ้น เจมส์จึงบอกให้เธอพูด

“ถ้าไม่มีชุดบิกินี สามารถว่ายน้ำโดยไม่ใส่อะไรได้หรือเปล่าคะ”

“นั่นเยลลี่ กล้าพูดมาได้ไงว่าจะไม่ใส่อะไรเลย ดูก็รู้ว่าอ่อยหน้าด้านๆ เห็นแล้วอยากเข้าไปตบชะมัด”

ปิ่นเห็นด้วยกับผู้จัดการ แต่ไม่ขอออกความเห็น

“เอ่อ...ได้ครับ แต่ผมคิดว่ามันไม่สมควร อย่าลืมว่าทีมงานถ่ายทำโฆษณายังอยู่ที่นี่ ผมคิดว่ามันคงไม่เหมาะหากคุณจะให้พวกเขาเห็นร่างกายของคุณ” เจมส์รีบห้ามไว้ ยิ่งเห็นสีหน้าของพนักงานในบริษัท Animation Kids ก็รู้ได้เลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่

เยลลี่อยากจะพูดอะไรบางอย่างอีก แต่เพราะถูกสายตาของดาราสาวหลายคนจ้องมา จึงแลบลิ้นทีหนึ่ง ไม่พูดก็ไม่พูดสิ

ทุกคนเริ่มทานอาหาร แน่นอนว่าในฐานะเจ้าของเรือ เจมส์ต้องนั่งทานด้วย

ปลายฝนไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย แต่ต้องนั่งข้างเจมส์ คอยสอดส่องดาราสาวที่คิดจะจับแฟนของเธอ

บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายขึ้น อาจเพราะอาหารเลิศรสบนโต๊ะ

“ประธาน อาหารอร่อยมากเลยครับ ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยกินอาหารแบนนี้มาก่อน”

“นั่นสิท่านประธาน อาหารอร่อยแบบนี้ ต้องเป็นเชฟจากโรงแรมระดับสูงแน่เลย”

พนักงานของบริษัท Animation Kids กล่าวชม

ไม่ใช่เพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้สึก ดาราสาวก็เช่นกัน โดยเฉพาะคนที่เคยไปกินที่โรงแรมกับเสี่ย รสชาติอร่อยแบบนี้เลย แต่ในความสดใหม่กลับสู้เรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'ไม่ได้

“แหงอยู่แล้ว อาหารที่อยู่บนโต๊ะทุกจานถูกจัดเตรียมโดยเชฟมิชลินสตาร์ ไม่อร่อยก็คงแปลก”

เห็นสายตาของเจมส์มองผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ทุกคนจึงได้เข้าใจ ที่แท้คนนี้นี่เองเชฟมิชลิน หน้าตาสวยไม่เบา เป็นนางเอกหรือนางร้ายได้ไม่ยาก