“วันนี้เราจะมาออกไล่กันจ้าาา~ เดี๋ยวอาจารย์จะจัดกลุ่มให้เองน๊าาา!”
นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่พวกเราได้ยินจากอาจารย์ฟีลิเซียและตอนนี้—สถานที่ที่ผมกำลังยืนอยู่ ไม่ว่าจะมองยังไงก็เป็ป่า
ใช่แล้ว มันคือป่าแน่นอน ก่อนหน้านี้อาจารย์ฟีลิเซียบอกพวกเราว่า วันนี้จะพามาฝึกเอาตัวรอดและล่าสัตว์อสูรในเขตป่ารอบ ๆ ดันเจียนระดับหนึ่งหลังจากนั้นพวกเราทั้งหมดก็ก้าวขึ้นไปบนวงเวทที่เธอวาดเอาไว้ภายในสถาบันแล้วในพริบตา—
พวกเราก็ถูกส่งมายังสถานที่แห่งนี้นักเรียนทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็กลุ่มละสี่คน รวมกันประมาณสิบห้ากลุ่ม แน่นอนว่าผมเองก็อยู่ในหนึ่งในกลุ่มเ่าั้แต่ปัญหาคือ—ก่อนที่พวกเราจะได้ทำความรู้จักกันอย่างจริงจัง หมูตัวใหญ่สี่ตัวก็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้เสียก่อน
“ออร์ค!”
“หนีเร็ว!!”
“ทำไมอยู่ๆมอนเตอร์รทำไมถึงมาอยู่แถวนี้ได้วะ!?”
สมาชิกในกลุ่มของผมะโขึ้น ก่อนที่พวกเขาจะ— วิ่งหนีหายเข้าไปในป่าเหลือเพียงผมยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว
“...”
อ้อ แบบนี้นี่เอง ผมมองร่างของสัตว์อสูรทั้งสามตัวที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ก่อนจะหันไปมองทางที่สมาชิกในกลุ่มวิ่งหนีไปส่วนอีกตัวหนึ่งกำลังไล่ตามพวกเขาไปแล้ว
“ออร์คสินะ...”
ผมพึมพำชื่อของมันออกมาในที่สุดผมก็จำได้เสียที ก่อนหน้านี้ผมพยายามนึกชื่อของพวกมันมาตั้งนาน แต่ไม่ว่าจะคิดยังไงก็นึกไม่ออก สุดท้ายเลยเรียกมันว่า หมูตัวใหญ่ ไปก่อน แต่ตอนนี้—
ออร์ค ใช่แล้ว ชื่อของมันคือออร์ค ผมพยักหน้าช้า ๆ อย่างพึงพอใจถึงจะถูกทิ้งเอาไว้กลางป่า แต่ก็ไม่ได้แย่อะไรนักตรงกันข้าม—ผมค่อนข้างชอบเสียด้วยซ้ำผมไม่ใช่คนที่ชอบอยู่โชว์ความเท่ท่ามกลางคนเยอะ ๆ อยู่แล้วต้องเป็ตัวละครมีชื่อเท่านั้นที่จะคู่ควรกับการแสดงของผม การถูกทิ้งเอาไว้คนเดียวแบบนี้จึงถือว่าเป็เื่ดีพอสมควร
ผมกวาดสายตามองไปรอบตัว ต้นไม้ขนาดใหญ่ปกคลุมท้องฟ้า แสงอาทิตย์ส่องผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ลงมาเป็ลำแสงเส้นเล็ก ๆ เสียงนกและสัตว์บางชนิดดังมาจากส่วนลึกของป่า ขณะที่กลิ่นดินและกลิ่นของใบไม้ชื้นและกลิ่นเหม็นคาว ลอยอยู่ในอากาศ
ตรงหน้าผม—มีศพของหมูตัวใหญ่สามตัวนอนกองอยู่ผมก้มลงมองพวกมัน
“ว่าแต่...”
ผมใช้ปลายรองเท้าเขี่ยร่างของตัวหนึ่งเบา ๆ
“ทำไมพวกหมูพวกนี้มันมาอยู่ในเขตดันเจียนระดับหนึ่งได้กันนะ ตอนที่เราเจอมันรู้สึกว่าตอนนั้นเราจะไปเล่นแถวเขตสามของป่าชั้นในแถวบ้าน แต่แบบนี้ถือว่าผมล่าได้แล้วหรือเปล่านะ?”
ถึงผมจะเป็คนจัดการพวกมันเองก็เถอะแต่ในทางเทคนิค— ผมยังไม่ได้ตั้งใจจะล่าเลยด้วยซ้ำ
“จะว่าไปแล้วไอพวกนี้ตายง่ายไปหน่อยหรอเปล่า?”
ผมถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะก้มลงมองออร์คตัวหนึ่งอีกครั้ง
“ช่างเถอะ”
ผมยกกิ่งไม้แถวนั้นขึ้นมาพาดไว้บนไหล่ราวกับดาบศักดิ์สิทธิ์ รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผม
“ไปเดินเล่นในป่าหน่อยแล้วกันอาจจะเจออะไรให้ได้มีบทบ้างก็ได้”
เสียงการต่อสู้และเสียงปะทะดังกึกก้องไปทั่วบริเวณป่า เสียงดาบฟาดฟันกระทบเข้ากับบางสิ่งดังขึ้นเป็ระยะ พร้อมกับเสียงคำรามของมอนสเตอร์ที่ดังแทรกออกมาไม่ขาดสาย
“ฮ่า ๆ ๆ! เข้ามาเลย ไอ้พวกไวท์วูฟ!”
ชายหนุ่มคนหนึ่งหัวเราะลั่น ขณะที่ดาบในมือกำลังฟาดฟันเหล่ามอนสเตอร์อย่างบ้าคลั่ง รอบตัวเขา—มีศพของไวท์วูฟกองอยู่เต็มพื้น จำนวนเกือบถึงหนึ่งร้อยตัวและไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวยังมีนักเรียนอีกสามคนร่วมอยู่ในกลุ่มด้วยหนึ่งในนั้นเป็คนที่ผมคุ้นหน้า
เธอคือ—มาริ โอฟุซะ เด็กสาวที่ได้อันดับหนึ่งจากการสอบเข้า ตอนนี้เธอยืนอยู่ตรงกลางกลุ่ม สายตาเรียบเฉยมองไปยังเพื่อนร่วมทีมของตัวเอง
“ฮ่า ๆ ๆ! อันดับหนึ่งทำได้แค่นี้สินะ?”
ชายหนุ่มคนเดิมหัวเราะ
“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวฉันจะเป็อันดับหนึ่งแทนเธอเอง!”
“นั่นสิ”
นักเรียนอีกคนพูดเสริม
“ก่อนหน้านี้ก็พยายามห้ามพวกเราอยู่ได้”
“แต่แค่หมาป่าโง่ ๆ พวกนี้มันจะทำอะไรพวกเราได้?”
“...”
มาริยังคงยืนเงียบสายตาของเธอจับจ้องไปยังศพของเหล่าไวท์วูฟที่กองอยู่บนพื้น มอนสเตอร์พวกนั้นมีรูปร่างสมกับชื่อของมัน ไวท์วูฟ
หมาป่าขนสีขาวที่มีขนาดใหญ่กว่าหมาป่าทั่วไปเล็กน้อย บนหน้าผากของพวกมันมีเขาโค้งลักษณะคล้ายดวงจันทร์ความคมของมัน—สามารถตัดต้นไม้หนา ๆ ได้อย่างง่ายดาย ส่วนผมที่กำลังนั่งดูเหตุการณ์อยู่บนต้นไม้ไม่ไกลจากพวกเขา—
“ง่ำ”
กรอบ ผมกำลังนั่งเคี้ยวข้าวโพดคั่วที่แอบซื้อมาอย่างเอร็ดอร่อย
“...”
ผมหยิบเม็ดใหม่ขึ้นมา แล้วมองภาพตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง ถ้าตามประสบการณ์จากการเล่นเกมแนวจีบสาวกับเกม RPG ของผม—ถึงไอเกมก่อนหน้าจะดูไม่เกี่ยวก็เถอะ สถานการณ์แบบนี้มันคุ้นมากการฆ่ามอนสเตอร์ชนิดเดียวกันมากเกินไปมีตัวละครที่มีชื่อพยายามห้าม
แต่กลุ่มตัวละครที่เหมือนตัวประกอบกลับไม่ฟัง—
“...”
ผมหยิบข้าวโพดคั่วเข้าปากอีกกำมือ แน่นอน—สิ่งนั้นต้องปรากฏตัวออกมาแน่
ใช่แล้ว บอสยังไงล่ะ
และคุณตัวละครมีชื่อคนนั้น—ก็คงรู้เื่นี้อยู่แล้วเช่นกัน ถึงได้พยายามห้ามพวกเขาฆ่ามอนสเตอร์มากเกินไป
“...”
ผมยกข้าวโพดคั่วขึ้นมาอีกกำมือ ก่อนจะมองไปรอบ ๆ อย่างคาดหวัง เอาล่ะ... เมื่อไหร่บอสจะออกมาสักทีล่ะ?
ฟู่—
“ในที่สุดก็หมดสักที”
ชายหนุ่มที่ทำตัวเหมือนหัวหน้ากลุ่มคนนั้นสะบัดดาบในมือ ก่อนจะเช็ดเหงื่อบนใบหน้าอย่างภาคภูมิใจ
รอบตัวของพวกเขาเต็มไปด้วยร่างของหมาป่าสีขาว
“ทำดีมากทุกคน!”
เขาหันกลับไปพูดกับเพื่อนร่วมกลุ่ม
“ยกเว้นคุณอันดับหนึ่งน่ะนะ”
“...”
มาริยังคงยืนอยู่ที่เดิม ใบหน้าของเธอเรียบเฉยราวกับไม่ได้สนใจคำพูดของชายหนุ่มแม้แต่น้อย เขาเดินเข้าไปใกล้เธอ
“เห็นแก่ที่เธอเป็คนในกลุ่มของผมแล้ว...”
ชายหนุ่มเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ผมจะยอมให้เป็ลูกน้องก็ได้นะ”
“...”
มาริหันหลังเดินหนีไปทันที
“เฮ้!”
“อย่ามากับฉัน”
“อะ...อะไรของเธอ?”
“...”
“ชิ”
ชายหนุ่มกัดฟัน
“ยัยบ้านั่นคิดว่าตัวเองพิเศษหรือไงกัน?”
ผมที่กำลังนั่งอยู่บนกิ่งไม้เพียงพยักหน้าช้า ๆ
(ใช่)
(เธอพิเศษจริง ๆ)
ก็เป็ตัวละครที่มีชื่อไม่ใช่หรือไงล่ะจนปานี้แล้วชั้นอยู่ไม่รู้ชื่อของหมอนั้นเลยคงเป็ตัวประกอบธรรมดา ๆ สินะ
“...”
ผมหยิบข้าวโพดคั่วอีกเม็ดขึ้นมา แต่ทันใดนั้น—ลำแสงสีขาวบางอย่างปรากฏขึ้นบนร่างของหมาป่าที่นอนอยู่บนพื้น
“...?”
นักเรียนทุกคนหันไปมองร่างของหมาป่าทั้งหมดเริ่มเรืองแสงจากนั้น—
“อะไรน่ะ?”
“เวทมนตร์?”
“ไม่ใช่...”
แสงสีขาวค่อย ๆ สว่างขึ้นจากร่างของเหล่าไวท์วูฟที่นอนอยู่บนพื้นละอองแสงสีขาวเริ่มลอยขึ้นจากร่างของพวกมันทีละตัว ทีละตัว—ก่อนที่แสงเ่าั้จะค่อย ๆ สลายหายไปในอากาศเหลือเพียงร่างของไวท์วูฟที่ยังคงนอนอยู่ในตำแหน่งเดิม
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความสับสน ส่วนผม—ผมยังคงนั่งอยู่บนต้นไม้ด้วยสายตาสงบนิ่ง
ครืนนนนนน! เสียงบางอย่างดังขึ้นจากส่วนลึกของป่า
“อะไรน่ะ?”
นักเรียนคนหนึ่งหันกลับไปมอง
โครมมมม! ต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งล้มลง จากมุมสูงที่ผมนั่งอยู่—ผมสามารถมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้ชัดเจนและทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้น—ทุกคนก็ชะงัก
ครืนนนน! ต้นไม้อีกต้นล้มลง
“...”
“มีอะไรบางอย่างกำลังมา”
นี่มัน— ฉากที่ผมควรพูดอะไรเท่ ๆ ออกมาชัด ๆ ถึงแม้จะไม่มีใครได้ยินก็ตาม
มาริชักดาบออกมา มือของเธอกำด้ามดาบแน่น ราวกับรู้ตัวอยู่แล้วว่ามีบางสิ่งกำลังมุ่งตรงมาทางพวกเธอ
โครมมม!! ต้นไม้ล้มลงอีกครั้งและคราวนี้—เสียงนั้นอยู่ใกล้กว่าเดิมมาก
“ทุกคนเตรียมตัว!”
มาริะโออกมาทันที
“อย่ามาออกคำสั่งพวกเรานะ ยัยบ้า!”
ชายหนุ่มคนนั้นหันไปะโใส่เธอ มาริเหลือบมองเขาเพียงครู่เดียวก่อนจะหันกลับไปยังส่วนลึกของป่า ต้นไม้ขนาดใหญ่ค่อย ๆ ล้มลง ทีละต้น ทีละต้น—
กลายเป็เส้นทางขนาดใหญ่ที่พาดยาวออกมาจากส่วนลึกของป่า ถ้ามองจาก้า—มันเหมือนกับมีบางสิ่งกำลังพุ่งตรงมาที่นี่และมันกำลังเคลื่อนที่ผ่านผืนป่าด้วยความเร็วสูง
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”
ผมเริ่มหัวเราะ
“มาแล้วสินะ...”
มุมปากของผมค่อย ๆ ยกขึ้น การหัวเราะของผม—พัฒนาขึ้นมาไกลจนเกือบจะเหมือนตัวร้ายเต็มตัวแล้ว
“ฮ่า...ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ!”
ผมที่กำลังเล่นเป็ตัวละครตัวร้ายลึกลับที่ กำลังมั่นหน้า ไม่กลัวสิ่งใดเหมือนทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของผมและผมกำลังทำให้ตัวเองอยู่เหนือกว่าอย่างไม่จำเป็สุดๆ ทั้งๆที่ไม่มีใครเห็น แต่บทแบบนี้จะขาดไปได้ยังไงในสถานการณ์แบบนี้ได้กันจริงไหม
ผมลดมือลงคว้าข้าวโพดคั่วเม็ดหนึ่งยังคงอยู่ระหว่างนิ้วของผมเข้าปาก
โครมมมมม!! ต้นไม้ตรงหน้าของเหล่านักเรียนล้มลง พื้นดินสั่นะเือย่างรุนแรงฝุ่นจำนวนมหาศาลพุ่งกระจายออกมา
ทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นนักเรียนทุกคนยกอาวุธขึ้น
ขนาดนี้—สมกับเป็บอสแล้วล่ะนะ ภายในกลุ่มควัน—
ตึก เสียงฝีเท้าดังขึ้น นักเรียนทุกคนกลั้นหายใจ เงาขนาดใหญ่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นภายในกลุ่มควัน ใหญ่กว่าร่างของหมาป่าที่พวกเขาเพิ่งจัดการไปก่อนหน้านี้หลายเท่า แรงสั่นะเืทำให้พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาสั่น
“นั่นมัน...”
นักเรียนคนหนึ่งพึมพำ ลมพัดผ่าน นั้นมาจากเวทย์มนต์ของผมที่กำลังช่วยจัดฉากให้ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับการเปิดตัวของบอส กลุ่มฝุ่นค่อย ๆ เปิดออก
และในที่สุด— สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าก็ปรากฏตัว ร่างขนาดใหญ่ของหมาป่าสีขาวค่อย ๆ เดินออกมาจากป่าขนของมันขาวราวกับหิมะ ร่างกายใหญ่โตจนสูงกว่ามนุษย์หลายเท่า ดวงตาสีแดงคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมายังนักเรียนทั้งหมด
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ—รอบตัวของมันมีละอองแสงสีขาวจำนวนมากลอยอยู่ละอองแสงเดียวกับที่เพิ่งออกมาจากร่างของหมาป่าทั้งหมดเมื่อครู่
ผมมองภาพนั้นก่อนจะหยิบข้าวโพดคั่วเม็ดสุดท้ายเข้าปาก ฉากที่ผมสร้างขึ้นมาทั้งลมทั้งแสงละอองรอบๆตัวของบอสนั้นผมก็เป็คนสร้างขึ้นมาเอง
ผมค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนบนกิ่งไม้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า
เยี่ยม นี่แหละอีเว้นต์หลักของบทเรียนวันนี้ ป่าที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ กลุ่มนักเรียนที่กำลังติดอยู่ในอันตราย..และบอสที่โผล่ออกมาตอนทุกคนคิดว่าจัดการศัตรูหมดแล้ว!
ผมกางแขนออกเล็กน้อย
“ฮ่า...”
“ว่าไงนักเรียน อัลเดรเซีย ดูเหมือนกำลังทำอะไรสนุกๆอยู่เลยนะ”
เสียงของเด็กสาววัยแรกแย้มสดใสกำลังพูดขึ้นดังอยู่กิ่งของต้นไม้ข้างๆ ผมหันไปมองอย่างช้าๆพร้อมกับเปลี่ยนสีหน้าให้กลายเป็เรียบเฉย อาจารย์ฟีลิเซียเธอกำลังนั่งมองโดยปล่อยขาสองข้างห้อยไว้ลงจากกิ่งไม้พร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มสุดๆ
“หึมาแล้วสินะครับ”
“เธอนี้มันหน้าสนใจอย่างที่พวกตาแก่พวกนั้นบอกจริงๆด้วย”
“ว่าแต่จะไม่คิดไปช่วยพวกเขาหรอครับ”
“หน้าที่ของอาจารย์คือการเฝ้าดูค่ะ ถ้าเกิดอันตรายจริงๆเดี๋ยวอาจารย์จะเข้าไปช่วยเองค่ะ แต่เธอนั้นล่ะทำไมถึงไม่ลงไปช่วยพวกนั้นล่ะดูแล้วเธอน่าจะเก่งสุดๆเลยนิน่า”
““ผมก็แค่นักเรียนธรรมดาคนหนึ่งเองครับแถมลำดับผมแค่499เอง ตรงนั้นอันดับต้นๆเลยนะครับ””
“นักเรียนธรรมดาเขาจัดการออร์คได้ตั้งสามตัวเลยงั้นหรอ”
“แน่นอนครับใครๆก็ทำได้”
เธอขยับเข้ามาใกล้ผมเล็กน้อยเหมือน้าอะไรบ้างอย่างสายตาเธอไม่ได้จดจ่ออยู่กับเหล่านักเรียนที่กำลังรับมือกับบอสอยู่ด้านหลัง แต่กำลังมองมาที่ข้าวโพดคั่วของผม ผมยื่นไปให้ตามสัญชาตญาณเธอคว้าเต็มกำมือก่อนค่อยหยิบกินอย่างสบายใจ