รุ่งเช้าหลังจากศึกหนักที่สุสานโบราณ สายหมอกบางๆ ปกคลุมผืนป่าเต็มไปด้วยกลิ่นชื้นของใบไม้ ไกลออกไปใกล้ปากทางออกจากสุสาน ขบวนของไป๋เฉิน อวิ๋นลั่ว และพรรคพวกกำลังเคลื่อนตัวออกมาอย่างระมัดระวัง
แม้จะได้หีบที่คาดว่าบรรจุ ‘ยันต์ัสลัก’ มาไว้ในมือ แต่ไม่มีใครวางใจว่าภัยร้ายจะจบลงเพียงเท่านี้ โดยเฉพาะชายสวมเกราะลากโซ่ที่หนีไปพร้อมคำขู่และแววตาอาฆาต
“พวกเราควรรีบกลับจวนไหม?” ไป๋เฉินเอ่ยถาม อุ้มเ้าเฮงเฮงไว้ในอ้อมแขนเพราะมันดูหมดแรงหลังวิ่งและกัดสู้มาทั้งคืน
“กลับสิ” อวิ๋นลั่วพยักหน้า “หีบนี้ต้องถูกเก็บไว้ในที่ปลอดภัย และเราต้องปรึกษาเื่รับมือศึกครั้งใหญ่ หาก ‘นาย’ ของชายเกราะโซ่อยากได้ยันต์จริงๆ”
เธอหันไปสั่งลูกน้องชุดดำอีกสองคนให้คอยเฝ้าระวังเป็การพิเศษระหว่างทาง เพราะอาจเจอการดักซุ่มโจมตี
เมื่อกลับมายังจวนอวิ๋นซานในตอนบ่ายวันรุ่ง ท่านเศรษฐีผู้เป็บิดาของอวิ๋นลั่วถึงกับตะลึงเมื่อเห็นหีบโบราณนี้ พร้อมเื่เล่าศึกใหญ่ในสุสาน “ข้าคิดไม่ถึงว่าเื่จะใหญ่โตถึงขั้นมีอสูรเก่าแก่มาเกี่ยวข้อง”
“ใช่แล้วท่านพ่อ…” อวิ๋นลั่วเสริม “เราควรรวบรวมเหล่ายอดฝีมือไว้ในสำนักหรือไม่ เพื่อเตรียมพร้อมป้องกัน หากมันจะเกิดมหันตภัยจริงๆ”
อวิ๋นซานครุ่นคิดหนัก ก่อนตอบด้วยสุ้มเสียงจริงจัง “คงต้องทำเช่นนั้น อย่างน้อยตั้งเครือข่ายข่าวสารกว้างขึ้น ถ้าพวกมันบุกมาอีก เราจะได้ตั้งรับถูกจุด ไม่เช่นนั้นอาจสายเกินไป”
“ข้าก็เห็นด้วย…” ไป๋เฉินพยักหน้า ทว่าในใจลึกๆ กลับเริ่มหวั่น นึกถึงคำพูดของชายเกราะลากโซ่ว่า “ข้ายังแข็งแกร่งไม่พอ” เพราะโชคยังช่วยให้เอาชนะได้ก่อนหน้านี้
“ข้าเองก็ยัง้าฝึกปรือฝีมือให้แข็งแกร่งกว่านี้ จะได้ไม่ต้องพึ่งแต่หมัดแมวเหมียวกับเสียงเหมียวอีกแล้ว” เขาคิดเงียบๆ อยู่
ตกเย็นวันนั้น เมื่อแยกย้ายกันพักผ่อนหลังจากงานวางแผนเบื้องต้น ไป๋เฉินเดินเลียบสระบัวในสวนจวนอวิ๋นซาน มองเห็นเงาสะท้อนของตนเองบนผิวน้ำ พร้อมดวงตาที่ดูครุ่นคิด
“จริงๆ หมัดแมวเหมียวฟ้าประทานก็ช่วยข้าไว้หลายครั้งแล้ว แต่ถ้าเจอศัตรูเหนือชั้นกว่า… จะไหวเหรอวะ?” เขาพึมพำกับตัวเอง
เหมือนเสียงในหัวก็ดังขึ้น
『แจ้งเตือน: คุณผ่านศึกใหญ่หลายครั้ง ได้รับแต้มเพียบ แต่ยังไม่ได้แลกใช้วิชาขั้นสูงเพิ่ม!』
“ฮะ? ข้ามีแต้มอยู่เท่าไหร่?” ไป๋เฉินลุกพรวดตาโต ลืมไปสนิทว่าทุกครั้งสร้างความปั่นป่วนได้แต้มมากมาย
『ตอนนี้คุณมีแต้ม 2,340 แต้ม! สามารถแลก ‘วิชาขั้นกลางหรือขั้นสูง’ ได้บางส่วน… สนใจไหม? 』
“แน่นอนว่าข้าสน!” เขาเผลออุทานเสียงดัง จนสาวใช้ที่เดินผ่านแถวนั้นหันขวับมามองด้วยความงง “เอ่อ…ไม่มีอะไรนะ ข้าพูดคนเดียว” ไป๋เฉินโบกไม้โบกมือแก้เก้อ
ขณะที่ไป๋เฉินกำลังคิดหนักว่าจะออกไปฝึกวิชายังไงดีโดยไม่โดนจับตามอง อวิ๋นลั่วก็เข้ามาหาในสวน เธอสีหน้าครุ่นคิดมิแพ้กัน
“ข้ารู้ว่าเ้าอาจอาย ไม่ค่อยอยากบอกใครเื่วิชาหมัดแมวเหมียวหรืออะไรก็ตาม… แต่ข้ารู้ว่ามันยังไม่พอสำหรับศึกใหญ่ที่อาจมาถึง” เธอพูดตรง แววตาห่วงใยอยู่ไม่น้อย
“อืม… อย่างน้อยข้ารู้ตัว ว่าต้องฝึกฝนเพิ่ม” เขายิ้มเจื่อนๆ “ข้าคิดจะออกเดินทางสักพัก หาเทือกเขาเงียบๆ สงบเพื่อลองฝึกดู เช่น ฝึกควบคุมพลังไม่ให้หลุดเสียง ‘เหมียว’ ทุกครั้งก็ยังดีนะ!”
อวิ๋นลั่วเม้มปากเป็เชิงกลั้นขำ ก่อนตอบ “ก็ดีเหมือนกัน เ้าไปฝึกเถอะ ไม่งั้นเวลาเจอศัตรูเก่งกว่านี้ จะลำบากมากกว่านี้แน่นอน ข้าจะคอยสืบข้อมูลที่นี่ต่อเอง ถ้ามีอะไรเร่งด่วนจะส่งสารไปหาเ้า”
“ขอบใจนะ…” ไป๋เฉินรู้สึกปลดปล่อยกังวลลงไปมาก
วันถัดมา เขาเตรียมของเดินทาง ตั้งใจไปยัง ‘ผาสิงห์คำราม’ นอกเมือง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็สถานที่เงียบสงบ มีสายน้ำตกเหมาะสำหรับฝึกฝนกำลังภายใน
“แต่เสียอย่าง… เ้าหมานี่จะอยากตามไปด้วยหรือเปล่า?” ไป๋เฉินหันไปหาเ้าเฮงเฮง ซึ่งนั่งยิ้ม กระดิกหางพรึบๆ
“โฮ่ง!” มันร้องเหมือนว่า ‘้าไปแน่ๆ’
“ข้าคิดว่าปล่อยอยู่กับจวนอวิ๋นซานจะดีกว่านะ” เขาบอกมันด้วยสีหน้าลำบากใจ “ที่ผาสิงห์คำรามอาจอันตรายมาก ไม่มีใครช่วยดูแลเฮงเฮง… เดี๋ยวไปตกน้ำตกอีกแล้วไง?”
แต่เ้าเฮงเฮงกลับหงอยลง ก้มหน้า เหมือนเข้าใจความหมายไป๋เฉินที่ปฏิเสธมัน สีหน้าตูบน้อยดูเศร้าสุดๆ จนไป๋เฉินต้องถอนหายใจยาว
“เฮ้อ เอาละ งั้นเ้าอยู่ที่นี่ก่อนเถอะนะ มีสาวใช้คอยให้อาหาร เ้าจะได้พักผ่อนฟื้นกำลัง ถ้าข้าฝึกเสร็จแล้วจะรีบกลับมา”
หมาดูเหมือนฝืนรับฟังอย่างเศร้าๆ ก่อนวิ่งไปซุกตักอวิ๋นลั่วแทน
“ฮะๆ เ้าพึ่งคุณหนูขนาดนั้นเชียว?” เธอยิ้มเอ็นดู “ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ไป๋เฉินเขาจะกลับมาแน่”
ฉากนี้ชวนให้ลูกน้องชุดดำและสาวใช้บริเวณนั้นอมยิ้ม เพราะปกติไม่ค่อยได้เห็นภาพหมาจรจัดเกาะหนึบคุณหนูแสนเ็า และพระเอกสุดกวนพร้อมๆ กัน
เมื่อจัดการลาอวิ๋นลั่วและเ้าเฮงเฮงเรียบร้อย ไป๋เฉินก็สะพายย่าม เดินทางลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอยของเมือง ก่อนจะมุ่งออกประตูเมืองสูู่เาใหญ่ตามที่ตั้งใจ
เสียงระบบดังในหัวเป็ระยะ
『 เควสต์ย่อย: ฝึก ‘วิชาขั้นสูง’ จากระบบ เพื่อต้านภัยร้ายครั้งต่อไป!
เป้าหมาย: เพิ่มขีดจำกัดพลัง ไปแตะขั้นสูงของหมัดแมวเหมียว หรือค้นหาวิชาใหม่ผ่านแต้ม』
“โอเค… ข้ามีแต้ม 2,340 นี่เนอะ แลกไปเลยดีไหม…แต่สงสัยว่าต้องหาที่เงียบๆ ไม่งั้นข้าใช้ท่าประหลาดอีกเดี๋ยวคนหัวเราะกันใหญ่” เขาพึมพำระหว่างเดิน
『คำแนะนำ: ผาสิงห์คำรามเหมาะสม! เงื่อนไขสภาพแวดล้อมป่าเขา แม่น้ำตก แหล่งสัตว์ป่า…เหมาะให้ฝึกปลดปล่อยพลัง』
ได้ยินเสียงแนะนำ ก็ทำให้ไป๋เฉินมั่นใจว่าเลือกสถานที่ถูกต้อง แต่ก็อดขนลุกไม่ได้เมื่อนึกถึงสัตว์ป่าที่อาจกระโจนมาทดสอบเขาแบบสดๆ
ในยามบ่ายเขาออกเดินเต็มกำลัง บนเส้นทางสู่ผาสิงห์คำรามนั้นมีผืนป่าเขียวกว้างไกล ทั้งลำธารและโตรกผาลึกลับ ทำให้เขาต้องเตรียมใจมากกว่าที่คิด
“เราเองต้องแข็งแกร่งให้ทันเวลา ไม่ให้คนร้ายปลดปล่อยอสูรโบราณ…หรือทำลายล้างยุทธภพได้” ไป๋เฉินกล่าวกับตัวเอง เสียงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นผสมกังวล
“ไม่รู้ว่าอีกกี่วันจะได้กลับไปหาอวิ๋นลั่วกับเ้าหมานั่น… แต่ข้าจะไม่ทำให้ผิดหวังเด็ดขาด!”
(โปรดติดตามในตอนถัดไป)