เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 72

    ในขณะที่ภามกับอลันยังเดินไปไม่ทันถึงหน้าร้านค้าทาส ภามก็สังเกตเห็นเด็กหนุ่มอายุประมาณ 17-18 ปี เสื้อผ้าการแต่งกายมอมแมมคนหนึ่ง จ้องมาทางเขา ยิ้มดีใจ และวิ่งพุ่งเข้ามาหา เนื่องจากภามมองแล้วว่าไม่รู้จักเด็กหนุ่มตรงหน้านี้ จึงตั้งใจจะเบี่ยงตัวหลบ แต่ยังไม่ทันได้ขยับขา เด็กหนุ่มคนนั้นก็วิ่งผ่านหน้าเขาไปทางด้านหลัง “น้าอลัน!! น้าอลันจริงๆ ด้วย” เด็กหนุ่มเอ่ยทักอลันด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น“อ้าว แม็กซ์ เจ้ามาทำอะไรในเมืองรึ วันนี้ไม่ทำงานรึไง” อลันทักทายกลับด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ“เรื่องมันยาว ตอนนี้ข้ากำลังเดือดร้อน ไม่ได้กินอาหารมาสองวันแล้ว ท่านพอจะช่วยเลี้ยงอาหารข้าสักมื้อได้หรือไม่” เด็กหนุ่มนามว่า แม็กซ์ กล่าวขอด้วยท่าทางน่าสงสาร“เอ่อ... วันนี้ข้ามากับเจ้านาย แถมตอนนี้ก็ไม่มีเงินเสียด้วยสิ” อลันตอบกลับไปเสียงอ่อย ภามยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าเงียบๆ ไม่ได้กล่าวเร่ง แต่ก็ไม่ได้เดินเข้าไปร่วมวงสนทนา อลันเองก็หันมองภามอย่างเกรงใจ ก่อนจะกล่าวอย่างกล้าๆ กลัวๆ ว่า “เอ่อ... ท่านภามขอรับ เด็กคนนี้เป็นเด็กกำพร้าที่เคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเก่าของข้าเอง ไม่ทราบว่าท่านพอจะช่วยสงเคราะห์เลี้ยงอาหารเด็กมันสักมื้อได้หรือไม่ขอรับ”“ได้สิ” ภามตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ อาหารมื้อหนึ่งราคาไม่ได้เท่าไหร่ ในเมื่อมีคนกล้าขอ เขาย่อมกล้าให้ เมื่อเด็กหนุ่มได้ยินคำตอบของภามก็หันขวับกลับมามองอย่างรวดเร็ว สายตาบ่งบอกถึงความประหลาดใจ และความดีใจในคราวเดียวกัน ...ประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าคนหนุ่มแต่งตัวเรียบง่ายที่ดูอายุไม่มากตรงหน้านี้เป็นเจ้านายของอลัน และดีใจ เพราะเขาจะไม่ต้องทนทรมานจากความหิวแล้ว “ขอบคุณขอรับ” แม็กซ์กล่าว พร้อมกับโค้งคำนับติดกันอยู่หลายครั้ง“ไม่เป็นไร เจ้าอยากกินอะไรล่ะ เลือกเลย” ภามตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ เช่นเดิม หลังจากภามเอ่ยอนุญาตแล้ว แม็กซ์จึงเดินนำไปยังร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ไม่ไกลนัก และเลือกสั่งอาหารง่ายๆ ราคาแทบจะถูกที่สุดในร้านมาหนึ่งจานด้วยความเกรงใจ เมื่อเข้าไปนั่งในร้านสามคน แต่กลับมีคนสั่งอาหารแค่จานเดียว ก็อดจะดูแปลกๆ ไม่ได้ ภามจึงตัดสินใจให้อลันช่วยสั่งเครื่องดื่มมีรสชาติเปรี้ยวๆ ให้เขาสักแก้ว รวมถึงให้อลันกับแม็กซ์สั่งของตัวเองเพิ่มด้วยอีกคนละแก้ว ระหว่างรออาหาร และน้ำที่สั่งไว้ ภามรู้สึกได้ว่าบรรยากาศบนโต๊ะเงียบ และเกร็งจนเกินไป แม็กซ์เหลือบมองภามที เหลือบมองอลันที ส่วนอลันเองก็เหลือบมองภามที เหลือบมองแม็กซ์ที แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรออกมา “พวกเจ้าคุยกันตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจ” ในที่สุดภามจึงยอมเอ่ยปากขึ้นมาเป็นคนแรก“ขอบคุณขอรับ” อลันกล่าว พร้อมกับโค้งศีรษะให้เล็กน้อย โดยมีแม็กซ์ทำตาม และพึมพำขอบคุณตามมาเช่นกัน“เจ้าเล่ามาซิ ที่เจ้าว่ากำลังเดือดร้อนนี่มันเรื่องอันใดกัน” เมื่อภามเปิดทางให้พูดคุยได้ อลันจึงรีบหันไปถามแม็กซ์ถึงสิ่งที่คาใจอยู่ทันที“เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากที่น้าอลันออกจากหมู่บ้านไปได้สักพักขอรับ อยู่มาวันหนึ่ง...” แม็กซ์เริ่มต้นเล่าเรื่องราว ‘ความเดือนร้อน’ ให้อลันฟัง ภามเองก็นั่งฟังทั้งสองคนพูดคุยกันไปด้วย ซึ่งพอจะจับใจความได้ว่า แม็กซ์นั้นเคยทำงานก่อสร้างที่เดียวกับอลัน หลังจากที่อลันไปทำงานกับเขาแล้ว ที่เขตก่อสร้างได้ถูกมอนสเตอร์บุกเข้ามาอาละวาด ทำให้ข้าวของเสียหาย อีกทั้งตัวอาคารที่วางโครงไว้แล้วยังพังลงมาอีกด้วย นายจ้างเมื่อเห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นก็โกรธมาก สั่งหักเงินค่าแรงของคนงานทุกคนตามจำนวนของที่เสียหายไป โดยไม่มีความสงสารหรือเห็นใจใดๆ คนงานทุกคนต่างพากันกลัวในความอารมณ์ร้ายของนายจ้าง จึงได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมไปโดยไม่กล้าแม้แต่จะปริปากบ่น แต่เด็กหนุ่มไฟแรงอย่างแม็กซ์กลับไม่ยอมอ่อนข้อให้ความอยุติธรรม ลุกขึ้นมาโต้เถียงว่า เหตุการณ์นั้นเป็นอุบัติเหตุที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย ไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของคนงาน จะให้คนงานต้องมารับผิดชอบฝ่ายเดียวไม่ได้ หลังจากนั้นก็เป็นไปตามที่ภามคาด นายจ้างอารมณ์ร้ายนั่น ไม่พอใจที่แม็กซ์ลุกขึ้นมาต่อต้าน และอาจเป็นต้นเหตุปลุกระดมให้คนงานคนอื่นๆ ต่อต้านตามไปด้วย จึงสั่งให้คนมารุมซ้อมปิดปากแม็กซ์ และไล่ออกจากงาน ไม่ต้องโผล่หน้าไปให้เห็นอีก “อาหารกับเครื่องดื่มได้แล้วเจ้าค่ะ” เสียงหวานกล่าวขัดขึ้น ทำให้เรื่องราวต้องหยุดชะงัก หญิงสาวสวมผ้ากันเปื้อน ผู้เป็นเจ้าของเสียงวางจานอาหารลงบนโต๊ะ พร้อมกับเครื่องดื่มสามแก้ว โค้งคำนับเล็กน้อย และเดินจากไป แม็กซ์เอื้อมมือไปเลื่อนจานมาวางตรงหน้า พร้อมกับหยิบแก้วน้ำของตนขึ้นมาดื่มไปอึกใหญ่ อลันเองก็หยิบแก้วที่ด้านในบรรจุน้ำสีแดงอมส้มมาวางตรงหน้าภาม ก่อนจะหยิบอีกแก้วที่บรรจุน้ำสีน้ำตาลเข้มไปไว้ตรงหน้าของตนเอง “หลังจากนั้นเล่า เกิดอะไรขึ้น? แล้วเจ้าเข้าเมืองมาทำไม” อลันหันกลับไปถามแม็กซ์ต่อ“หลังจากนั้นน่ะหรือ เมื่อข้าถูกโดนรุมซ้อมก็เจ็บหนักไปหลายวัน...” เมื่อเห็นอลันกับแม็กซ์ตั้งท่าคุยกันต่อ ภามก็หยิบแก้วน้ำของตนขึ้นมาจิบ แล้วก็ต้องพยักหน้าพอใจกับรสชาติเปรี้ยวนำอมหวานเล็กๆ ซึ่งถูกปากเขามาก หลังจากวางแก้วลง ก็เงี่ยหูฟังต่อ หลังจากที่ต้องพักฟื้นสักพัก ไม่รอให้ร่างกายหายดี แม็กซ์ก็ต้องรีบออกมาหางานใหม่ เพราะหากไม่ทำงานก็ไม่มีเงินเลี้ยงชีพ แต่ในหมู่บ้านนั้นมีงานไม่มากนัก แถมค่าจ้างก็น้อยนิด เรื่องการเกษตรไม่ต้องพูดถึง ที่ดินในหมู่บ้านแห้งแร้ง ส่วนใหญ่ทำการเกษตรที่นั่นได้กำไรน้อยมากจนไม่คุ้มที่จะลงแรงทำ ในที่สุดแม็กซ์จึงตัดสินใจเข้ามาหางานในเมือง แต่เหมือนชะตากลั่นแกล้ง แม็กซ์หางานอยู่หลายวันก็ไม่มีใครจ้างงานประจำ ทำให้เขาต้องเริ่มรับงานรับจ้างรายวันไปพลางๆ แต่ก็อย่างว่า งานรายวันมีความเสี่ยง บางวันมีงาน บางวันไม่มี ซึ่งก็ยังพอถูไถเลี้ยงชีพไปได้บ้างแต่สัปดาห์นี้ไม่มีใครจ้างงานแม็กซ์มาหลายวันแล้ว ทำให้เงินที่มีอยู่น้อยนิดถูกนำมาใช้จ่ายเป็นค่าอาหารไปจนหมด สุดท้ายจนวันนี้มาพบอลันเข้า เขาก็ไม่มีอะไรตกมาถึงท้องสองวันแล้ว “เรื่องทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้แหละขอรับ” แม็กซ์กล่าวจบก็ตักอาหารเข้าปากเพิ่มไปอีกหนึ่งคำ

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน