ชุนฮวาหัวหน้าบ่าวรับใช้เรือนซักล้างมองเสี่ยวหลานด้วยความสมเพช
ขณะที่ยืนคุมการทำงานอยู่ก็หันไปกระซิบกับลิ่วล้อคนสนิท“นับว่าการทำงานหนักของนางเริ่มส่งผลกับหน้าตาและผิวพรรณของนางแล้วล่ะเย็นนี้ให้เ้าไปรายงานพี่สาวหนิงให้ดี พูดรายงานให้นางพอใจด้วยล่ะ อ้อแล้วอย่าลืมเงินที่นางรับปากกับข้าด้วยนะ”
“ท่านวางใจได้เลยพี่ชุนฮวา รับรองข้าจะรายงานอย่างละเอียดพี่สาวหนิงจะต้องพอใจแน่นอนเ้าค่ะ”ลิ่วล้อที่เป็สาวใช้เรือนซักล้างตบอกรับคำอย่างแข็งขันสายตาก็มองเสี่ยวหลานอย่างสมเพชไปด้วย
“อ้อ วันนี้นายท่านกำลังจะกลับมาเ้าส่งอาภรณ์ไปที่เรือนหลักด้วยนะ”
“นายท่านจะกลับมาแล้วเหรอเ้าคะพี่ชุนฮวาแบบนี้พี่สาวหนิงก็คง...”
“เ้าอย่าพูดมั่วซั่วไปเื่นี้ไม่มีผู้ใดคาดเดาความคิดของนายท่านได้หรอก”ชุนฮวาพูดพลางสายตาที่มองเสี่ยวหลานที่กำลังหิ้วถังน้ำอยู่ก็วาวโรจน์ขึ้น
สาวใช้ที่ได้ทำงานในเรือนชั้นในไปจนถึงเรือนหลักนั้นมีน้อยจนนับด้วยนิ้วมือทั้งสองข้างได้ นอกนั้นก็เป็บ่าวชายและยังมีคนอีกกลุ่มที่มีสถานะสูงขึ้นมาอีกระดับซึ่งก็คือองครักษ์ประจำจวนของนายท่านนั่นเอง
เื่ราวที่เกิดขึ้นกับเสี่ยวหลานผู้นี้ก็เป็เพราะหน้าตาที่งดงามโดดเด่นจนเกินไปทำให้พี่สาวหนิงซึ่งเป็หลานสาวของหัวหน้าห้องตัดเย็บอาภรณ์ของจวนไม่พอใจ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยที่นายท่านก็ยังไม่ได้รับรู้เื่เหล่านี้ด้วยซ้ำ
นางซูบซีดผิวหมองคล้ำจนไม่เหลือเค้าความงามแบบนี้ก็ดีแล้วต่อไปก็ให้นางได้ทำงานอยู่ที่นี่ ที่เรือนท้ายจวนไปจนตายเลย
เสี่ยวหลานที่กำลังหิ้วถังน้ำเทลงไปในอ่างน้ำไม่ได้ยินที่คนทั้งสองคุยกันเลยสักนิด แต่นางก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าคนทั้งสองกำลังพูดถึงนางนั่นก็เพราะเห็นคนทั้งสองมองมาที่นางตลอด
“เสี่ยวไป๋เ้าว่าข้าจะออกจากจวนนี้ไปทางประตูหลังเรือนพักได้ไหม” นางคุยกับเสี่ยวไป๋ผ่านกระแสจิต
“ไม่ได้หรอกเ้านาย อย่าคิดว่ามีคนเฝ้าประตูแค่สองคนนะขอรับแต่แท้จริงแล้วมีองครักษ์เงาเฝ้าเต็มไปหมดเลย”
“องครักษ์เงาอย่างนั้นเหรอ ทำไมมีองครักษ์เงาเฝ้าแม้แต่เรือนท้ายจวนหรือว่าจะซ่อนสมบัติเอาไว้ในห้องลับแถวนี้”
“ไม่มีหรอกขอรับเ้านาย เพียงแต่จวนแห่งนี้ไม่ต่างจากจวนของเ้าผู้ครองแคว้นก็เลยมีองครักษ์เงาอารักขาแ่าเป็ธรรมดา”
“อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว แต่ถ้าออกไปไม่ได้...อืมข้าคงต้องลองให้เสี่ยวหู่ลงมือแล้วล่ะ เ้าว่าแบบนี้ดีไหมเสี่ยวไป๋”
“ดีมากๆเลยเ้านาย แต่ก่อนอื่นท่านควรหาขวดกระเบื้องดินเผาให้ได้ก่อนนะขอรับ”
“ขวดกระเบื้องดินเผาอย่างนั้นเหรอ หนึ่งขวดก็ราคาสองเถียนข้าก็ไม่มีเงินเสียด้วยสิ อืม ทำเช่นไรดี เอาผักไปขาย หรือ อืมๆ ใช้ผักจากมิติของข้าแทนผักที่ทางจวนต้องซื้อดีไหมเสี่ยวไป๋แล้วก็เอาเงินส่วนนี้มาใช้ซื้อขวดกระเบื้องดินเผา ่แรกๆก็ลองสักสิบขวดก่อน”ระหว่างที่คุยกับเสี่ยวไป๋ นางก็เดินก้มหน้าก้มตาหิ้วถังไม้กลับไปตักน้ำที่บ่อน้ำต่ออย่างขะมักเขม้นไม่สนใจผู้ใดทั้งนั้น
“ท่านต้องคุยกับน้องชายของท่านขอรับเ้านายเขาน่าจะพอมีวิธีจัดการ อีกอย่างท่านก็ต้องหาคำตอบสำหรับเื่เหล่านี้ให้เขาเอาไว้ด้วยนะขอรับ”
“ไม่เห็นจะยากเลย ก็บอกว่าตอนนั้นข้าฝันเห็นท่านผู้เฒ่าผมขาวและเขาก็ได้มอบสูตรเครื่องประทินโฉมให้ข้าน่ะสิเสี่ยวไป๋ อ้อแล้วยังมีของวิเศษบางอย่างที่ได้มาด้วย ก็คือแปลงผักแสนอร่อย”
เสี่ยวไป๋ฟังคำพูดของเ้านายของมันแล้วก็ได้แต่โคลงศีรษะ “ถ้าน้องชายของท่านเชื่อก็บอกแบบนี้ไปก็ได้เ้านาย”
“เขาต้องเชื่อข้าอยู่แล้วล่ะ”
พอถึงตอนหัวค่ำด้วยการช่วยเหลือของเสี่ยวไป๋เสี่ยวหลานก็ได้ลอบไปพบน้องชายของนางที่เรือนพักของเขา
“พี่สาว ท่านมาที่นี่ได้เช่นไรมันอันตรายมากเลยนะ”เสี่ยวหู่รีบดึงตัวพี่สาวหลบเข้ามาในซอกเล็กๆของเรือนพักของบ่าวรับใช้โรงครัว
“ข้ามีเื่จะปรึกษากับเ้าน่ะสิเสี่ยวหู่”
“เื่อะไรหรือพี่สาวหรือจะเกี่ยวกับเื่ที่ท่านให้ข้าทำก่อนหน้านี้”
เสี่ยวหลานล้วงเอาถุงผ้าขนาดเล็กออกมาจากแขนเสื้อ“ข้าเอาซาลาเปาไส้เนื้อมาให้เ้าเสี่ยวหู่ ในนั้นยังมีมะเขือเทศด้วยนะข้ารู้ว่าเ้าชอบกินก็เลยเอามาให้สองพวง”
“พี่สาว!”เสี่ยวหูไม่เปิดถุงผ้าออกดูแต่น้ำเสียงที่เขาเรียกพี่สาวนั้นเต็มไปด้วยความกดดันและระมัดระวัง“ท่านไปเอาของเหล่านี้มาจากที่ใด มันอันตรายมากเลยนะขอรับ”
“ชู่ว!เบาหน่อยเสี่ยวหู่” เสี่ยวหลานก้มหน้าลงกระซิบข้างหูน้องชาย“มันเกี่ยวกับเื่ที่ข้าถูกผลักตกบึงน้ำในวันนั้น ข้าได้ประสบกับโชคชะตาพิเศษน่ะก็เลยได้ของวิเศษบางอย่างมา”
“ของพวกนี้ก็มาจากของวิเศษหรือท่านพี่”
“อืม ไม่ปิดบังเ้านะเสี่ยวหู่ข้ายังได้รับโชคดีมาอีกหนึ่งอย่าง มีท่านผู้เฒ่าเคราขาวมาเข้าฝัน สอนวิธีการผลิตเครื่องประทินโฉมให้ข้าหลายสูตรเลยข้าก็เลยคิดว่าจะทำพวกมันออกมาขาย หาเงินเพื่อไถ่ถอนตัวพวกเราสองคนออกไปจากจวนแห่งนี้”ยิ่งมาเสียงของนางยิ่งแ่เบาลงเรื่อยๆ
“จริงเหรอพี่สาว! แล้วข้าพอจะช่วยอะไรท่านได้บ้าง รีบบอกเข้ามาเลยข้ายินดีช่วยท่านทุกอย่าง” เสี่ยวหู่ไม่สงสัยในคำพูดของพี่สาวแม้แต่นิด
เสี่ยวหลานกระซิบบอกน้องชายเสียงแ่ “วัตถุดิบในการกวนครีมข้ามีแล้วเสี่ยวหู่แต่ขวดครีมที่เป็ขวดกระเบื้องดินเผายังไม่มี อีกอย่างบ่าวรับใช้ที่เรือนซักล้างก็ไม่มีเบี้ยรายเดือนเสียด้วยข้าก็เลยคิดว่าจะขอให้เ้าแทรกผักที่ข้าหามาเข้าไปในกองวัตถุดิบที่เ้ามีหน้าที่ต้องไปซื้อ...”
“เื่นี้เองหรือพี่สาว ไม่มีปัญหาหรอกว่าแต่ท่านมีหอมกับขิงหรือเปล่า ถ้ามีก็เอามาให้ข้าได้เลยเพราะข้ารับหน้าที่ซื้อพวกมัน”
ดวงตาของเสี่ยวหลานพราวระยับ“มีสิเสี่ยวหู่ ให้เ้าตอนนี้เลยได้ไหมเพิ่มเข้าไปสักสามสี่จินก็ยังดี อ้อแล้วอย่าลืมซื้อขวดดินเผากลับมาด้วยล่ะ เื่นี้เ้าพอจะทำได้ไหม”
“ไม่มีปัญหาพี่สาว ท่านวางใจได้ท่านเอาหอมกับขิงออกมาตอนนี้เลย”
เสี่ยวหลานนำเอาหอมกับขิงออกมาจากมิติอย่างละสองจินแล้วก็ส่งถุงผ้าสีทึบให้น้องชาย “นี่ก็เข้าสู่เหมันต์ฤดูแล้วข้าคิดว่าจะทำครีมบำรุงมือและเท้าออกมาก่อนเ้าเองก็เอาไปขายให้บ่าวในเรือนพักด้วยนะเสี่ยวหู่”
“ท่านกวนออกมาเลยพี่สาวระวังบ่าวรับใช้ในเรือนท้ายจวนด้วยล่ะ พวกนางแต่ละคนน่าจะรับคำสั่งมาจากคนแซ่หนิง”น้ำเสียงและแววตาของเสี่ยวหู่กระด้างขึ้น
เขาได้แต่เฝ้ารอเวลาอย่างอดทน พอผ่านพ้นเดือนนี้ไปแล้วเบี้ยรายเดือนบ่าวโรงครัวก็น่าจะออกถึงตอนนั้นเขาจะมอบมันให้ท่านพี่ทั้งหมดเพราะนางเป็บ่าวเรือนซักล้างไม่มีเบี้ยรายเดือนนั่นเอง
“สตรีผู้นั้นที่ใส่ร้ายข้าน่ะเหรอมิน่าละพวกนางถึงได้...” พูดมาถึงตรงนี้เสี่ยวหลานก็ไม่อยากให้น้องชายเป็ห่วงนางมอบถุงผ้าที่มีหอมกับขิงเรียบร้อยแล้วก็เตรียมจะกลับเรือนพัก
“พวกนางยังกลั่นแกล้งท่านอยู่หรือพี่สาว”
“ไม่แล้วล่ะ ตอนนี้ตัวข้าทั้งผอมทั้งดำไม่ได้สวยสะคราญเหมือนตอนนั้น คงไม่ถูกเพ่งเล็งแล้วล่ะเสี่ยวหู่”
“ถ้าพวกเราได้ออกไปจากจวนแห่งนี้ข้ารับรองว่าจะทำให้ท่านกลับมาสะคราญโฉมเหมือนเดิมแน่นอนท่านพี่”
“อย่าเพิ่งคิดถึงเื่นั้นเลยเสี่ยวหู่ข้าต้องกลับไปแล้ว เ้าเองก็ระมัดระวังตัวด้วยนะ”
เสี่ยวหู่ยื่นหน้าออกไปด้านนอกซอกเล็กๆของเรือน เห็นว่าไม่มีคนแล้วจึงได้เดินออกมาก่อน“พี่สาว ไม่มีคนแล้วท่านออกมาได้”
“อืม เ้าก็รีบกลับไปเถอะเสี่ยวหู่” เสี่ยวหลานเดินออกมามองไปรอบๆแล้วก็รีบเดินจากไปทันที