The Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ)

บทที่ ๑๗๙ ฟ้าสนั่นเสียง

        หลังจากพยายามอยู่นาน ทว่าก็ยังเจาะเกราะป้องกันของฝ่ายตรงข้ามไม่เข้าวิฬาร์ก็ร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง บวกกับเมื่อเห็นองคตโผล่มาในใจก็คิดแล้วว่าภารกิจนี้คงจบเห่ไปสักแปดเก้าส่วนแล้ว เพราะหากเป็นเขาคงทิ้งคนไว้สักหน่อย ก่อนจะให้ใครสักคนรีบพารามหนีไปทันทีจะได้จบเรื่องแบบไม่ต้องวุ่นวาย

        ทว่าเนิ่นนานหลังจากนั้นทัพฝ่ายตรงข้ามกลับปรับกระบวนใหม่พร้อมทั้งเทกำลังพลบางส่วนมาบดอัดใส่เขาจนทำให้แนวรับด้านหน้าเริ่มรวนการกระทำนี้ทำเอาเขางงเป็นไก่ตาแตก แม้อีกฝ่ายไม่ถึงกับเรียกว่าได้เปรียบทว่าหากใช้โอกาสนี้พารามหนีไป ก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้

        หรือว่าฝ่ายนั้นกลัวว่าหากนิลพัทหรือองคตพารามหนีคนที่เหลือจะตั้งรับการตีกระหนาบของเขากับนวนันท์ไม่ไหว

        วิฬาร์คิดแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก

        น้ำหนักชีวิตของหนึ่งกษัตริย์กับหนึ่งขุนพลมันเทียบกันได้หรือ

        แม้จะหาคำตอบไม่ได้แต่การที่รามยังอยู่ตรงนี้ก็หมายความว่าภารกิจของเขายังมีหวัง เจ้าตัวจึงพยายามปรับกำลังเพื่อเจาะเข้าช่องว่างของฝ่ายตรงข้ามให้ได้

        ทว่าฝ่ายตรงข้ามยิ่งสู้ ก็ยิ่งโจมตีมาทางเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ

        หาก ณ เวลานี้ ฝ่ายตรงข้ามมีกำลังสิบส่วนวิฬาร์เชื่อว่ามีอย่างน้อยสามส่วน กำลังโหมเทมาทางเข้าดุจพายุบุแคม นิลพัทที่เมื่อครู่หายหน้าไปบัดนี้ก็โผล่หัวกลับมาอีกครั้ง

        หรือหมอนั่นไปอัปยามาสักฟื้ด?

        เกิดอะไรขึ้นกันแน่

        ทำไมจู่ๆ ก็เกิดรักเกิดหลงเขาขึ้นมาเสียเฉยๆ

        เจ้าตัวปรับกระบวนทัพต้านรับด้วยความมึนงง

        ถึงวิฬาร์จะเก่งกาจและมากฝีมือเพียงใดก็คงคิดไม่ถึงว่าการที่ทัพลิงส่งกำลังเทมาทางเขาขนาดนี้ก็เพราะรามคิดจะเร่งกำจัดเขาให้สิ้นซากเนื่องจากกลัวว่าอาจจะเป็นเสี้ยนหนามในอนาคตต่างหาก

        เรียกได้ว่าตอนนี้ สำหรับทัพของรามนั้นวิฬาร์คือเป้าหมายอันดับหนึ่งก็ว่าได้

        กองกำลังของนิลพัทกรูกันเข้ามารบพุ่งอย่างห้าวหาญกดดันจนทัพวิฬาร์ต้องค่อยๆ ถอยร่นออกไปอีกเนื่องจากต้านทานแรงบุกไม่ไหว เกิดเป็นสภาพการณ์เหมือนเมื่อสิบกว่านาทีก่อนหน้าดุจคัดลอกกันมา

        บัดนี้ ทัพสามเหลี่ยมของวิฬาร์คล้ายลูกศรที่ทื่อด้านดุจกรรไกรที่เจอค้อน แม้จะทุ่มแทงสักเพียงไร ก็กระเด้งกระดอนกลับมาทุกรอบ

        หลายกระบวนเวทที่ประสานไป เห็นได้ชัดว่าผลลัพธ์นั้นไม่ตรงตามที่คิดสักเท่าไหร่

        แม้วิฬาร์พยายามปรับเปลี่ยนการบัญชาการรวมถึงการวางโปรแกรมเวทมนตร์ตามแบบที่ได้ร่ำเรียนมาจากโคบุตรแล้วทว่าก็บุกขึ้นหน้าไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว ซ้ำแล้วยังต้องถอยอยู่เนืองๆ อีกด้วย

        ‘ทำไงดีนะ’ เขาถามตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะปรับให้ทัพย่อยประสานมนตราอีกแบบเพื่อลองเชิง

        ในขณะที่วิฬาร์กำลังกดดันตัวเองอย่างหนักอยู่นั้นผู้ที่ตกใจไม่น้อยกว่าเขาคือนิลพัท ผู้นำทัพย่อยซึ่งอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเขานั่นเอง

        นำทัพย่อยกรูมาแปดร้อยนับเป็นเกือบสองเท่าของฝ่ายตรงข้าม ซ้ำแล้วเลเวลเฉลี่ยยังสูงกว่า แต่ทำได้เพียงยันมันกลับไปตีอย่างไรก็ไม่แตก หากรู้ถึงไหน ผู้คนย่อมต้องสงสัยว่าเขาออมมือเป็นแน่เจ้าตัวที่มีชนักติดหลังเรื่องคุ้มกันองค์รามไม่ดีอยู่ก่อนจึงเป็นกังวลอย่างยิ่งพยายามนำทัพวานรโหมตีเพื่อหมายให้พวกวิฬาร์แตกพ่ายโดยเร็ว

        ทั้งสองรุกรับกันอยู่อีกหลายอึดใจ และเหมือนว่าความพยายามของนิลพัทมิได้ไร้ผลเสียทีเดียวเนื่องจากบัดนี้ เกราะเวทสีเพลิงซึ่งคลุมทัพย่อยของวิฬาร์เริ่มกะพริบแสงถี่รัวแล้วแสดงให้เห็นว่ามันตั้งรับจนถึงขีดจำกัด

        ผู้คุมกระบวนทัพเช่นวิฬาร์มองภาพทัพสามเหลี่ยมของตัวเองด้วยแววตาอิดโรย เขาพยายามใช้ทุกกลยุทธ์ที่เอื้ออำนวยในสถานการณ์นี้แล้วทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าบางสิ่งที่ทรงพลังกว่า กลยุทธ์และเทคนิคของเขาคล้ายไร้ผลโดยสิ้นเชิง

        แนวรับด้านหน้าเริ่มผุกร่อน

        ปลายแหลมของกระบวนทัพเริ่มทื่อด้าน

        ทัพย่อยของเขาในเวลานี้เปรียบเสมือนใบหอกที่กำลังบิ่น ไม่อาจทิ่มแทงเข้าไปได้เลย

        ทำให้เขายิ่งเคร่งเครียดขึ้นไปอีก

        ทว่าเมื่อนึกถึงเรื่องหอกในหัวเขากลับเกิดประกายวาบขึ้นมา

        ‘ใบหอกงั้นหรอ?’

        เมื่อหวนคิดถึงเรื่องเกี่ยวกับหอกอาวุธซึ่งเขาอดหลับอดนอนฝึกหัดมาตลอดหลายเดือนตั้งแต่เข้าเกม ทันใดนั้น วิฬาร์ก็คล้ายรู้แจ้งในบางสิ่งความคิดที่อุดตันคล้ายทะลุผ่านเข้ามาในห้วงสมอง เมื่อเห็นภาพของใบหอกรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดซ้อนทัพกับกองทัพของตัวเอง

        ไอเดียที่ผุดขึ้นมานั้นประดุจน้ำป่าที่ไหลหลาก มันยึดกุมความคิดเขาจนหมดในทันที

        แม้ไม่เคยทำมันมาก่อนในชีวิตแต่ความรู้สึกบางอย่างบอกกับเขาว่ามันเป็นไปได้

        เมื่อเกิดความมั่นใจขึ้นมาวิฬาร์จึงเร่งออกคำสั่งลงไปในทันที เขาสั่งให้แนวรับเปลี่ยนเป็นป้องกันและถอยร่น เร่งกระชับวงล้อมของฝ่ายตัวเองเข้ามาหากันอีกคล้ายว่าเตรียมจะถอนทัพหนี

        นิลพัท ผู้ซึ่งเป็นหัวหอกของการบุกครั้งนี้เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงได้ใจไม่น้อย เจ้าตัวเร่งพาทหารวานรที่อยู่แนวหน้าบุกใส่ไม่หยุดเวทมนตร์รอบกายพลุ่งพล่านจนเห็นเป็นเส้นสาย ดินน้ำลมไฟมายาเวทมาครบทหารรอบข้างก็ประสานมนตร์ของตัวเองเข้ากับสัตว์เลี้ยงของตนแปลงร่างจนมีเขี้ยวเล็บดุจสัตว์ร้าย พุ่งเข้ามาตะปบใส่เกราะโล่ของพวกยักษ์ไม่หยุดส่วนแนวหลังก็เสกร่ายคำสาปตามมาสนับสนุนไม่ยั้ง โหมโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะพวกเขาได้รับคำสั่งมาว่าให้ทำลายทัพย่อยพวกนี้ให้ได้

        ยิ่งโดนโจมตี ทัพวิฬาร์ก็ยิ่งถอยอีกหลายก้าวแต่ละนายคล้ายรับมือฝ่ายตรงข้ามไม่ไหว โต้หนึ่งดาบก็ถอยหนึ่งก้าว รับหนึ่งเวทก็ถอยอีกหนึ่งก้าวเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตามมาซ้ำเติมเป็นครั้งที่สองและสาม ทว่าความจริงแต่ละนายถอยตามคำสั่งวิฬาร์จึงยังคงรูปขบวนไว้ได้

        วิฬาร์จับจ้องการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามด้วยจิตใจที่ตึงเครียดแต่ถึงอย่างนั้น วงเวทในมือก็ยังปรับลดการส่งพลังไปแนวหน้าลงหนึ่งในสามพร้อมกับสั่งถอยอีกหลายก้าว ดึงให้กองโจมตีของฝ่ายตรงข้ามเถิบออกมาจากทัพใหญ่อีกนิดถ่างช่องว่างของพวกมันเพิ่มขึ้นอีกหน่อย ยืดให้พวกแนวหลังของนิลพัทต้องทำงานยากขึ้นอีกเนื่องจากระยะยิงเวทมนตร์ไกลกว่าเดิมและหวังว่าแผนโต้กลับที่เขาคิดขึ้นฉุกละหุกนั้นจะใช้งานได้จริง

        แน่นอนว่าการถอยนี้ มีความนัยซ่อนอยู่

        อันว่าการรบทัพจับศึกก็เหมือนกับการต่อยตีของคนสองคน

        จะต่อยหมัดอันทรงพลังได้ก็จำเป็นต้องง้างหมัดเสียก่อน

        การถอยออกมาของวิฬาร์ครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการง้างหมัดที่เตรียมจะปิดเกม

        เพราะในขณะที่แนวหน้าถูกลดการสนับสนุนลง กลุ่มนักเวทในแนวหลังก็เร่งสะสมพลังอย่างต่อเนื่องประสานเวทมนตร์อีกชุดตามคำสั่งแปลกประหลาดของวิฬาร์เพื่อใช้โต้กลับไป

        แถมการกระทำเช่นนี้ ยังได้ประโยชน์อีกทางหนึ่งด้วย เพราะการที่พวกมันเทกำลังมาทางเขาหมายความว่ากำลังที่ต้านกับนวนันท์อยู่จะต้องแผ่วลงไม่น้อย วิฬาร์จึงพยายามใช้เวลาอย่างคุ้มค่าเพื่อให้นวนันท์กอบโกยกำไรจากฝั่งตรงข้ามให้ได้อย่างเต็มที่

        และหลายนาทีให้หลังต่อมาองคตที่คุมกระบวนทัพหลังของพวกลิงก็เริ่มเห็นสิ่งผิดปกติ

        เดิมที ตนคาดว่าส่งนิลพัทไปโจมตีเจ้ายักษ์ตัวจ้อยนั่นไม่นานอีกฝ่ายก็คงแตกพ่าย ซ้ำแล้วยังส่งกำลังไปเพิ่มอีกไม่น้อยเพื่อเป็นแผนสองและเร่งจบเกมส่วนตนจะบรรเลงกลยุทธ์อยู่กับเจ้านวนันท์ ขุนศึกเลื่องชื่อของฝั่งตรงข้ามสักหน่อยจากนั้นเมื่อนิลพัทกลับมา ก็เร่งใช้โอกาสนี้ฆ่าอีกฝั่งให้เหี้ยนหรือต่อให้เกิดอะไรผิดแผน ก็ยังมีหนุมานเป็นไม้ที่สาม รับช่วงต่อได้อีกชุด

        ทว่าเนิ่นนานให้หลัง นิลพัทก็ตีเจ้านั่นไม่แตกเสียทีนวนันท์เองก็ไม่รู้ว่าไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน เร่งตีพวกเขาอย่างบ้าคลั่งแม้ทหารของพวกนั้นจะล้มตายดุจใบไม้ร่วงก็ไม่ยอมหยุดคล้ายว่าคิดจะตกตายไปพร้อมกับฝั่งเขาเสียอย่างนั้น แต่นับว่ายังดีที่เขาคิดการณ์เรื่องนี้เอาไว้ตั้งแต่ตอนที่ส่งกำลังไปทางนิลพัทแล้วจึงมั่นใจว่าสามารถยันไว้ได้อีกพักหนึ่ง

        ส่วนหนุมานนั้นก็หายต๋อมไปเลย ทั้งๆที่เจ้านั่นควรจะมาถึงตั้งแต่เมื่อหลายนาทีก่อนนี้

        องคตพลันรู้สึกถึงลางร้ายบางอย่างที่กำลังก่อตัวอยู่จึงเตรียมส่งสัญญาณให้พลสื่อสารถามความเป็นไปของฝั่งนิลพัทเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ว่ายังอยู่ในการควบคุมของพวกเขาหรือเปล่า มิเช่นนั้นจะได้ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมขึ้น

        ทว่าเมื่อหันไปดูทิศที่นิลพัทกำลังบุกตีเจ้าหนูนั่นองคตก็ต้องใจหายวาบ เมื่อเห็นว่ากองย่อยของนิลพัทล้ำหน้าออกจากทัพหลักของเขาเกินไปกว่าที่ควรจึงเร่งออกคำสั่งให้พลสื่อสารนำไปแจ้งให้มันถอยกลับมาทันที

        ทว่ายังไม่ทันที่พลสื่อสารจะรีบคาบข่าวไปบอกไอระอุของเวทมนตร์ก็แผ่ซ่านออกมาจากทิศนั้น พร้อมกับพลุดวงน้อยที่พุ่งขึ้นไปบนฟ้าทิ้งเสียงแหลมตามหลังจนเสียดหู

        มนตราสอดประสาน ดาราตระการตา

        แต่เพียงวินาทีต่อมา ในขณะที่มันระเบิดออกเสียงสนั่นพร้อมปรากฏแสงสีเงินเจิดจ้า ฉายวาบจนทั่วทุกทิศสว่างโร่ ทหารลิงหลายนายที่อยู่ใกล้ถึงกับต้องเกร็งพลังขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวก่อนจะพบว่ามีดาวหางสีเงินหลายดวงพุ่งลงมาจากท้องฟ้า

        ทว่าน่าแปลกนัก เหตุเพราะจุดที่ดาวหางนั่นปะทะกลับไม่ใช่ทัพของพวกเขา ทว่าเป็นใจกลางทัพย่อยของพวกวิฬาร์

        ดาวหางฝูงนั้นพุ่งลงมาโดยไม่ลดความเร็วและทันทีที่มันปะทะลงกลางทัพของพวกวิฬาร์ก็ระเบิดออกเป็นวงเวทขนาดมหึมาที่ใหญ่พอจะคลุมทัพทั้งห้าร้อยของพวกเขาเอาไว้ได้อย่างเหลือเฟือ

        ทหารยักษ์และเหล่าผู้เล่นในสนามรบพลันรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันทีพลังเวท ความเหนื่อยล้า บาดแผล คล้ายได้รับการฟื้นฟูความเสียหายจนกลับมาสดใหม่เหมือนเดิม เพิ่มพูนกำลังใจให้พวกเขาเตรียมจะบุกตะลุยอีกครั้ง

        ทว่าเวทมนตร์นี้วิฬาร์ไม่ได้ให้ประสานขึ้นเพื่อบุกตีอย่างเมื่อครู่ เหตุเพราะมันเป็นเพียงการโหมโรงของละครองก์หลักต่างหาก

        หากกองทัพอันเกรียงไกรเปรียบเสมือนแขนขาของผู้บัญชาการแล้ว หากคิดล้ำหน้าไปอีกสักหน่อยมันจะเป็นมีดดาบให้เขาไม่ได้เชียวหรือ

        เมื่อความคิดนี้ฉายวาบเข้ามาในหัวมันจึงทำให้วิฬาร์นึกถึงกระบวนท่าของหอกที่คทานนสอนให้เขาในทันที เจ้าตัวจึงประยุกต์ใช้โดยการปรับจูนให้ทหารในมือของตนเกาะตัวกันอย่างเป็นระเบียบประดุจหอกคมกล้าที่อยู่ในมือของตน

        ใช้กลยุทธ์ ดุจกวัดแกว่งศาสตราวุธ

        และนั่นจึงเป็นที่มาของการโจมตีนี้

        กลยุทธ์เวทสายโคบุตร

        ประสานกระบวนหอกวิชชุมมาลา ฟ้าสนั่นเสียง



        เร็วๆ นี้ ผมจะตีพิมพ์ E-book เล่มที่ 1 ของเรื่องนี้แล้วนะครับ ใครที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารได้จากทางเพจ และในตอนถัดๆ ไปครับ

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนตลอดมาครับ