คัมภีร์เทพอสูรเทวะ

    ตอนที่ 57: วิหารทมิฬใต้พิภพ

    เสียงลมหวีดหวิวบาดแก้วหู ร่างของสองบุรุษร่วงหล่นลงสู่หุบเหวไร้ก้นที่มืดมิดประดุจปากของสัตว์ร้าย ความเร็วในการร่วงหล่นเพิ่มทวีคูณจนอากาศรอบกายกลายเป็นกำแพงที่อัดกระแทกผิวหนัง


    "ไปลงนรกด้วยกันเถิด เย่เฉิน!"


    กงอี้ ในสภาพร่างกายบวมเป่งจนผิดรูป แสยะยิ้มกว้างจนฉีกถึงใบหู ผิวหนังของมันปริแตกออกเป็นรอยร้าวที่มีแสงสีส้มแดงของอัคคีปะทุออกมา มันพยายามตะเกียกตะกายเข้ามาโอบรัดร่างของเย่เฉินไว้แน่น หวังจะใช้แรงระเบิดจากร่างตนเองฉีกกระชากศัตรูให้แหลกเหลวไปพร้อมกัน


    เย่เฉินขบกรามแน่น สติสัมปชัญญะตื่นตัวถึงขีดสุดในชั่วพริบตาวิกฤต เขาไร้หนทางหนีกลางเวหา... แต่เขาสามารถกำหนดตำแหน่ง "จุดตก" ได้!


    "ฝันไปเถิด!"


    เย่เฉินคำรามลั่น เขาเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง พลิกตัวกลางอากาศอย่างรวดเร็ว รวบรวมพลังปราณเฮือกสุดท้ายไปที่ฝ่าเท้าขวา แล้วถีบเข้าที่ยอดอกของกงอี้เต็มแรง!


    ปึก!


    "ลงไปเปิดทางให้ข้าเสีย!"


    แรงถีบส่งร่างของกงอี้พุ่งดิ่งลงไปกระแทกพื้นก้นเหวก่อนเพียงชั่วอึดใจ...


    และทันทีที่ร่างกายอันอัดแน่นไปด้วยพิษไฟและแรงดันโลหิตปะทะกับพื้นศิลาแข็ง...


    ตูมมมมม!


    การระเบิดทำลายล้างก็บังเกิดขึ้น!


    มันรุนแรงยิ่งกว่าภูเขาไฟปะทุ เลือดพิษและอวัยวะภายในของกงอี้แตกกระจายเป็นจุณ แรงอัดอากาศมหาศาลระเบิดย้อนขึ้นมาด้านบน!


    "ทัณฑ์ปฐพี... คุ้มกัน!"


    เย่เฉินรีบชักดาบยักษ์ออกจากหลัง มาขวางไว้เบื้องหน้า แสงสีเหลืองขุ่นแห่งธาตุดินเปล่งประกายออกมาจากตัวดาบ สร้างเป็นม่านพลังบางๆ ต้านรับแรงระเบิด


    ครืน!


    คลื่นกระแทกจากการระเบิดปะทะเข้ากับใบดาบ ส่งแรงสะท้อนมหาศาลเข้าสู่แขนของเย่เฉินจนกระดูกลั่นเกรียวกราว แต่แรงอัดนั้นกลับช่วย "ชะลอ" ความเร็วในการตกกระแทกพื้นของเขาได้อย่างน่าอัศจรรย์


    ร่างของเย่เฉินถูกคลื่นพลังซัดกระเด็นเข้าไปกระแทกกับ "บานประตูโลหะยักษ์" สีดำสนิทที่ปิดผนึกวิหารโบราณอยู่เบื้องล่าง ซึ่งบัดนี้พังทลายลงเพราะแรงระเบิดของกงอี้


    ตุบ! กลิ้ง...


    เย่เฉินกลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้นหินเย็นเฉียบภายในวิหาร รอดพ้นจากความตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แม้ร่างกายจะบอบช้ำไปทุกส่วน


    ฝุ่นควันและกลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ...


    เย่เฉินยันกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เขาหันกลับไปมองที่หน้าประตู


    เบื้องหน้าของเขาคือเศษซากเนื้อหนังที่กระจัดกระจาย ส่วนศีรษะของกงอี้ที่เหลือเพียงครึ่งซีกกลิ้งมาหยุดอยู่แทบเท้า ดวงตาข้างที่เหลือยังคงเบิกโพลงจ้องมองเย่เฉิน


    ริมฝีปากที่ไหม้เกรียมของมันขยับมุบมิบเป็นครั้งสุดท้าย


    "ข้า... เป็นเพียงคนเฝ้าประตู..." เสียงนั้นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก "เจ้า... หารู้ไม่ว่า... กำลังแตะต้องสิ่งใด..."


    สิ้นเสียงนั้น ดวงตาของกงอี้ก็เหลือกค้าง ลมหายใจดับสูญไปพร้อมกับความบ้าคลั่ง ทิ้งให้เย่เฉินยืนเผชิญหน้ากับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า


    คำสาปแช่งสุดท้ายของมัน... มิใช่คำขู่ แต่มันคือคำเตือนถึงสิ่งที่หลับใหลอยู่ในความมืดด้านหลังเย่เฉิน


    ฝุ่นควันจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไป เผยให้เห็นทัศนียภาพเบื้องหน้าชัดเจนขึ้น


    เย่เฉินกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความตกตะลึง


    สิ่งที่ปรากฏแก่สายตามิใช่ถ้ำหินปูนตามธรรมชาติอย่างที่เขาเข้าใจในตอนแรก แต่มันคือ โถงวิหารขนาดมหึมา ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือของสิ่งมีชีวิตที่มีภูมิปัญญาสูงส่ง


    ผนัง พื้น และเพดาน ล้วนถูกหล่อขึ้นจาก "โลหะสีดำทมิฬ" ชนิดหนึ่งที่แผ่ไอความเย็นยะเยือกออกมาตลอดเวลา พื้นผิวของโลหะเหล่านั้นถูกแกะสลักด้วยลวดลายอักขระแปลกประหลาดที่ดูซับซ้อนและวิจิตรบรรจงเกินกว่าศิลปะในยุคปัจจุบัน


    "ที่นี่มัน..."


    เย่เฉินพยายามค้นหาความทรงจำของกู่เทียนในหัวเพื่อแปลความหมายของอักขระเหล่านี้... แต่ทว่าเขากลับพบเพียงความว่างเปล่า แม้แต่ผู้อาวุโสระดับสูงของหอคุมกฎผู้รอบรู้ ก็ยังไม่เคยเห็นอักษรโบราณเช่นนี้มาก่อน


    "เก่าแก่... เก่าแก่ยิ่งกว่าประวัติศาสตร์ของสำนักเมฆาครามเสียอีก"


    เย่เฉินลูบไล้ผนังเย็นเฉียบ ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันด้วยความยำเกรงต่อกลิ่นอายบรรพกาลที่กดทับลงมา


    เขามองขึ้นไปด้านบน... เห็นท่อส่งพลังงานขนาดใหญ่ที่ทำจากทองแดง (ซึ่งบัดนี้บิดเบี้ยวและขาดสะบั้นจากแรงระเบิด) ห้อยลงมาจากเพดานวิหาร ท่อเหล่านั้นถูกเจาะฝังเข้าไปในตัววิหารอย่างหยาบช้า ราวกับปลิงยักษ์ที่เกาะกินเลือดเนื้อของสิ่งมีชีวิตโบราณ


    "ข้าเข้าใจแล้ว..." ความจริงกระจ่างแจ้งในใจของเย่เฉิน


    "หลิวหยวนมิได้ 'สร้าง' สถานที่กลั่นโลหิตนี้ขึ้นมาเอง... แต่มัน 'ค้นพบ' ซากวิหารแห่งนี้ต่างหาก สิ่งก่อสร้างเบื้องบนนั้น เป็นเพียงปรสิตที่ถูกสร้างทับลงไป เพื่อดูดซับพลังงานมหาศาลจากที่นี่ขึ้นไปใช้ในการทดลอง"


    สายตาของเย่เฉินเลื่อนลงมาจากเพดาน มองลึกเข้าไปยังใจกลางของวิหารโลหะดำ


    ที่นั่น... มี แท่นบูชาทรงกลม ยกสูงตั้งตระหง่านอยู่ รายล้อมด้วยซากโครงกระดูกของสัตว์อสูรและมนุษย์นับไม่ถ้วนที่แห้งกรังติดพื้น เป็นร่องรอยของการสังเวยที่ดำเนินมายาวนานนับร้อยนับพันปี


    และบนแท่นบูชานั้น... มีบางสิ่งกำลังส่องแสงสว่างวูบวาบอยู่ในความมืด


    หัวใจของเย่เฉินเต้นแรงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ... ดาบทัณฑ์ปฐพีในมือของเขาสั่นสะเทือนตอบรับอย่างรุนแรง ราวกับมันได้พบเจอกับ "สหายเก่า" หรือ "ศัตรูคู่อาฆาต" ที่รอคอยมานาน


    "แก่นแท้ของพลังงาน..."


    เย่เฉินกระชับด้ามดาบแน่น ก้าวเท้าเดินตรงไปยังแท่นบูชานั้นอย่างระมัดระวัง


    เย่เฉินก้าวเท้าขึ้นสู่แท่นบูชาโลหิตทีละขั้น ความกดดันที่มองไม่เห็นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนอากาศรอบกายหนักอึ้งราวกับตะกั่ว


    ที่ใจกลางของแท่นบูชา... มีดวงไฟดวงหนึ่งลอยคว้างอยู่เหนือถ้วยอักขระโบราณ


    มันคือเปลวเพลิงสีเขียวมรกตขนาดเท่ากำปั้น ทว่าแสงของมันกลับมิได้ให้ความสว่างไสวหรือความอบอุ่นเฉกเช่นไฟทั่วไป แต่มันกลับแผ่ไอความเย็น หนาวเหน็บ ที่เสียดแทงลึกถึงกระดูกดำ และส่งเสียงหวีดหวิวแหลมสูงคล้ายเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับหมื่นดวง


    "เพลิงวิญญาณปฐพี"


    ตามบันทึกในคัมภีร์ นี่คือสมบัติล้ำค่าแห่งธาตุดินที่ถือกำเนิดขึ้นจากแก่นโลก มีคุณสมบัติในการหลอมรวมและรักษา


    แต่ทว่า... เพลิงตรงหน้าเย่เฉินนี้ ได้สูญเสียความบริสุทธิ์ไปจนหมดสิ้นแล้ว มันถูกกักขังอยู่ในคุกโลหะ และถูกป้อนด้วยเลือดพิษและซากศพเน่าเปื่อยจากการทดลองมานานนับร้อยปี จนแก่นแท้ของมันบิดผันกลายเป็น "เพลิงมาร" ที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นและหิวกระหาย


    วูม! วูม!


    ดาบยักษ์ "ทัณฑ์ปฐพี" สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนแทบจะหลุดจากมือ มันส่งเสียงครางต่ำๆ ด้วยความตื่นเต้น ดาบเล่มนี้มีธาตุดินเป็นแกนหลัก มันจึงโหยหาแก่นเพลิงปฐพีนี้มาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไป


    "ใจเย็นก่อน..." เย่เฉินกระซิบบอกดาบ พลางเอื้อมมือจะไปคว้าดวงไฟ


    ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วของเขาล้ำเข้าไปในอาณาเขตของแท่นบูชา


    กรี๊ดดดดดดด!


    เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระเบิดก้องขึ้นในสมองของเย่เฉินโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย!


    ดวงไฟสีเขียวมิได้อยู่นิ่งให้เขาจับ แต่มันกลับพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของเขาด้วยความเร็วสูง! มันไม่ได้พุ่งมาเพื่อเผาผลาญร่างกาย... แต่พุ่งเข้ามาเพื่อ "ครอบงำ" จิตวิญญาณ!


    โลกของเย่เฉินหมุนคว้าง... ภาพมายาอันน่าสยดสยองพุ่งเข้ามาโจมตีประสาทสัมผัส


    เขาเห็นภาพของมนุษย์นับหมื่นคนที่ถูกจับมาสังเวยในวิหารแห่งนี้... เห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดขณะถูกหลอมทั้งเป็น... ได้ยินเสียงสาปแช่งด้วยความเคียดแค้นชิงชังต่อทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิต


    "ตาย! ตายเสีย! มาอยู่กับพวกเรา!"


    ความเกลียดชังที่สั่งสมมานับพันปีถาโถมเข้าใส่ดวงจิตของเย่เฉินดุจ คลื่นยักษ์แห่งมหรรณพสีดำ หมายจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขาให้จมดิ่งลงสู่ความบ้าคลั่ง


    "อ๊ากกกกก!"


    เย่เฉินกรีดร้องลั่น ทรุดฮวบลงคุกเข่า มือทั้งสองกุมศีรษะแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เลือดกำเดาไหลทะลักออกมา


    ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต... จิตมารกำลังแทรกซึมเข้ามาแทนที่ตัวตนของเขา!


    "อย่า... อย่าหวังจะควบคุมข้า!"


    เย่เฉินกัดปลายลิ้นจนเลือดสาด ใช้ความเจ็บปวดเรียกสติกลับคืนมา เขาโคจรเคล็ดวิชาลมหายใจอสูรเทวะ กระตุ้น "เพลิงอสูร" สีทองอมแดงในกายให้ลุกโชนขึ้นมาต่อต้าน!


    ตูม!


    ภายในเส้นชีพจรของเย่เฉิน บังเกิดสงครามระหว่างไฟสองชนิด... เพลิงอสูรที่บ้าคลั่ง ปะทะกับ เพลิงมารที่อาฆาต!


    "ข้าจะไม่ยอมให้เจ้ากลืนกิน... แต่ข้าจะเป็นฝ่ายกลืนกินเจ้า!"


    เย่เฉินคำรามก้อง เขาตระหนักได้ว่าหากปล่อยให้ไฟมารปะทะกับจิตวิญญาณโดยตรง เขาจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน


    เขาต้องเปลี่ยนกลยุทธ์... ไม่ใช่การ "รับ" แต่เป็นการ "ตัด" เอาเฉพาะส่วนที่ดีที่สุดมา!


    "ทัณฑ์ปฐพี!"


    เย่เฉินเอื้อมมือขวาที่สั่นระริกไปด้านหลัง คว้าด้ามดาบยักษ์คู่กายเอาไว้แน่น


    "เจ้าหิวกระหายมันนักมิใช่รึ? งั้นก็จงช่วยข้า... แยกเนื้อมันออกจากกระดูก!"


    เคร้ง!


    ดาบยักษ์ส่งเสียงร้องกังวานตอบรับ เย่เฉินรวบรวมสมาธิเฮือกสุดท้าย ผสานเพลิงอสูรสีทองอมแดงลงไปในตัวดาบจนใบดาบกลายเป็นสีโลหิตที่ร้อนแรง


    "ตัด!"


    เขาไม่ได้ฟันดาบใส่อากาศ แต่แทงปลายดาบสวนเข้าไปกลางดวงไฟสีเขียวมรกตที่กำลังพุ่งเข้ามา!


    ฟู่!!!


    เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหวราวกับน้ำราดลงกองไฟ!


    ดาบทัณฑ์ปฐพีทำหน้าที่เป็น "ตัวกรอง" ที่ทรงพลัง มันดูดซับเอา "แก่นแท้แห่งปฐพี" (พลังงานธาตุดินบริสุทธิ์) ที่ซ่อนอยู่ใจกลางเปลวเพลิงเข้ามาอย่างตะกละตะกลาม


    แต่ทว่า... "ไอพิษและความอาฆาต" (ส่วนที่เป็นมาร) ที่ถูกแยกออกมา กลับไม่มีที่ไป... มันจึงพุ่งย้อนกลับเข้ามาตามแขนขวาของเย่เฉิน!


    "อ๊ากกกกก!"


    เย่เฉินกรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดที่เหนือคำบรรยาย


    ไอพิษสีเขียวเข้มพุ่งทะลวงเข้าสู่เส้นชีพจรแขนขวาราวกับน้ำกรดกัดกร่อน ปะทะเข้ากับเพลิงอสูรสีทองที่ไหลเวียนปกป้องร่างกายอยู่


    ตูม! ตูม! ตูม!


    เสียงระเบิดดังทึบๆ ติดต่อกันภายในท่อนแขน! เส้นเลือดปูดโปนและปริแตก ผิวหนังไหม้เกรียมจนส่งกลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้ง


    นี่คือสงครามระหว่างไฟสองชนิดภายในร่างกายมนุษย์... และสนามรบนั้นคือเส้นชีพจรหลักของเย่เฉิน!


    "หลอมรวม... ข้าสั่งให้หลอมรวมบัดเดี๋ยวนี้!"


    เย่เฉินกัดฟันจนเลือดไหลพราก เขาไม่ยอมปล่อยดาบ และไม่ยอมถอยหนี เขายอมแลกแขนข้างนี้เพื่อสยบมันให้ได้


    เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจที่ยาวนานดั่งชั่วกัปชั่วกัลป์...


    ในที่สุด... แสงสีเขียวบนแท่นบูชาก็ดับวูบลง


    ไอพิษและความอาฆาตทั้งหมดถูกเพลิงอสูรของเย่เฉินกัดกินและกลืนเข้าไปจนหมดสิ้น... แต่ราคานั้นแพงแสนแพง


    ตุบ...


    ดาบทัณฑ์ปฐพีร่วงหลุดจากมือเย่เฉิน กระแทกพื้นเสียงดังสนั่น


    เย่เฉินทรุดลงหอบหายใจ แขนขวาของเขาห้อยตกลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง ผิวหนังตั้งแต่ปลายนิ้วจนถึงหัวไหล่กลายเป็นสีดำคล้ำและมีรอยไหม้ลึก เส้นชีพจรภายในถูกเผาทำลายจนเสียหายหนัก


    เขาพยายามจะขยับนิ้ว... แต่มันไม่ตอบสนอง


    แขนขวา... แขนข้างที่ใช้จับดาบและปรุงยา... บัดนี้ไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง


    ทว่า... เมื่อเย่เฉินแบมือซ้ายออกมาและเรียกไฟ


    พรึ่บ!


    เปลวเพลิงที่ปรากฏขึ้น มิใช่สีทองอมแดงอีกต่อไป... แต่มันมี "ประกายสีเขียวมรกต" แทรกซึมอยู่ในแกนกลาง


    ไฟอสูรได้วิวัฒนาการแล้ว... มันร้อนแรงขึ้น และแฝงไว้ด้วยฤทธิ์กัดกร่อนทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว


    "ข้าชนะ..." เย่เฉินมองแขนขวาที่ไร้ความรู้สึกของตนเอง แล้วยิ้มออกมาอย่างขมขื่น "แต่ก็เกือบจะต้องแลกด้วยทุกอย่าง"


    ทันใดนั้น... พื้นวิหารก็เริ่มสั่นสะเทือนรุนแรง เศษหินร่วงกราวลงมา เมื่อแก่นพลังงานถูกดึงออกไป โครงสร้างเก่าแก่ที่ค้ำจุนสถานที่นี้ไว้ก็กำลังจะพังทลายลง


    เย่เฉินไม่มีเวลามาอาลัยอาวรณ์แขนที่เสียไป เขาต้องรีบหนีออกจากที่นี่... เดี๋ยวนี้!


    ครืนนนน!


    เสาโลหะขนาดยักษ์เริ่มหักโค่น เพดานเบื้องบนพังทลายลงมาเป็นชิ้นๆ ทางที่เข้ามาถูกหินถล่มปิดตายไปแล้ว... ทางรอดเดียวที่เหลืออยู่คือทางที่น้ำเลือดไหลออกไป!


    เย่เฉินหันไปมองท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังแท่นบูชา กระแสน้ำสีแดงคล้ำที่เต็มไปด้วยพิษสงกำลังไหลเชี่ยวกรากลงสู่ความมืดเบื้องล่าง


    "ไม่มีทางเลือก..."


    ตูม!


    เย่เฉินกระโดดลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวโดยไม่ลังเล!


    ทันทีที่ร่างกายสัมผัสกับน้ำพิษ ความรู้สึกแสบร้อนดั่งถูกน้ำกรดราดก็แล่นพล่านไปทั่วผิวหนัง หากเป็นเมื่อก่อน เนื้อตัวของเขาคงเปื่อยยุ่ยไปแล้ว แต่บัดนี้...


    วูบ!


    เพลิงอสูรสีทองประกายเขียว ลุกโชนขึ้นมาคลุมกายเย่เฉินบางๆ ดุจเกราะคุ้มกัน! ฤทธิ์กัดกร่อนของไฟใหม่ช่วยต้านทานพิษในน้ำได้อย่างน่าอัศจรรย์


    แต่ทว่า... อุปสรรคที่แท้จริงคือกระแสน้ำที่รุนแรง


    ร่างของเย่เฉินถูกพัดพาไปตามอุโมงค์หินแคบๆ กระแทกกับผนังถ้ำซ้ายขวาอย่างรุนแรง เขาพยายามจะว่ายน้ำประคองตัว แต่แขนขวาที่ไร้ความรู้สึกทำให้เขาเสียสมดุล ร่างกายหมุนคว้างกลางน้ำเชี่ยว


    "อึก... แค่ก!"


    เย่เฉินสำลักน้ำพิษเข้าไปหลายอึก ความเจ็บปวดแล่นพล่านในปอด เขาตะเกียกตะกายใช้แขนซ้ายเพียงข้างเดียวจิกเกร็งไปตามผนังอุโมงค์เพื่อชะลอความเร็ว แต่แรงน้ำมหาศาลก็กระชากร่างเขาให้หลุดลอยไป


    สติของเขาเริ่มเลือนราง... ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้และการเสียเลือดเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะ


    'ข้าจะมาตายในท่อระบายน้ำโสโครกนี่ไม่ได้...'


    แสงสว่าง... ที่ปลายสุดของอุโมงค์มืดมิด มีแสงสว่างสีขาวจางๆ ปรากฏขึ้น!


    ซู่!!!!


    ร่างของเย่เฉินถูกกระแสน้ำซัดหลุดออกมาจากปากอุโมงค์ ลอยละลิ่วตกลงสู่เบื้องล่างพร้อมกับม่านน้ำตก!


    ตูม!


    เขาร่วงลงกระแทกกับแอ่งน้ำลึกเบื้องล่าง ความเย็นเฉียบของน้ำธรรมชาติช่วยเรียกสติของเขากลับคืนมา เย่เฉินตะเกียกตะกายว่ายเข้าหาฝั่งด้วยแขนข้างเดียวอย่างทุลักทุเล


    เมื่อลากสังขารขึ้นมานอนแผ่หราอยู่บนโขดหินริมน้ำได้ เขาก็หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ดวงตามองขึ้นไปบนท้องฟ้า... แสงดาวระยิบระยับส่องลงมาทักทาย... เขาออกมาได้แล้ว!


    แต่เมื่อเขาลุกขึ้นนั่งและก้มลงมองสภาพตนเอง... ความยินดีก็มลายหายไป


    แขนขวาของเขาตั้งแต่หัวไหล่ลงไปจนถึงปลายนิ้ว... เป็นสีดำสนิทราวกับตอตะโก ผิวหนังไหม้เกรียมจนแข็งกระด้าง และที่เลวร้ายที่สุดคือ... เขาไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของมันเลย


    "เส้นชีพจรไหม้..." เย่เฉินพึมพำเสียงแหบแห้ง พยายามจะขยับนิ้ว แต่ปลายนิ้วกลับนิ่งสนิท


    เขาได้ครอบครองไฟวิเศษที่ทรงพลัง... แต่เขาก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วย "แขนข้างถนัด" ที่ใช้จับดาบและปรุงยา


    "ข้ารอดแล้ว..."


    เย่เฉินแหงนหน้ามองดวงจันทร์ แววตาของเขาไม่ได้สิ้นหวัง แต่กลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม


    "แต่ราคาที่จ่ายไป... มันแพงเหลือเกิน"


    "หลิวหยวน... หนี้แค้นครั้งนี้ ข้าจะกลับไปทวงคืนจากเจ้า... ทบต้นทบดอก!"


    เย่เฉินพยุงร่างที่สะบักสะบอมลุกขึ้นยืน ร่างทะมึนของเขาพาดยาวไปตามพื้นหิน... ดูโดดเดี่ยว บาดเจ็บ แต่ยังคงยืนหยัดอย่างทะนงองอาจ


    การผจญภัยในหุบเขาหมอกดำจบลงแล้ว... แต่สงครามเพื่อทวงคืนแขนและศักดิ์ศรี เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!


    [จบตอนที่ 57]



    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์เทพอสูรเทวะ ที่คุณอ่าน

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405